จารึกที่ 5 : ศัสตราเร้นกาย : การประมูลเมืองหลินและรอยจารึกา
7 ราตรีผันผ่าน... สายลมหนาวที่เริ่มอ่อนกำลังลงแห่งยามวสันต์พัดพาเอากลิ่นอายความคึกคักและเสียงจอแจแห่งชีวิตชีวามาสู่เมืองการค้าหลิน อาเจียในอาภรณ์ผ้าป่านสะอาดตาที่ดูเรียบง่ายเดินทางมาถึงประตูเมืองในยามที่แสงตะวันสีทองเริ่มสาดส่องจัดจ้า อาบไล้ไปทั่วกำแพงศิลาและยอดหลังคาของเมืองการค้าที่ยิ่งใหญ่ เขาแบกความหวังของคนในหมู่บ้านและอาการของปู่หลินที่เริ่มทรงตัวดีขึ้นไว้บนบ่า ภายในถุงผ้าข้างกายมี ศิลาละอองหมอก จำนวน 12 ก้อนที่ได้รับจากเฟิงอี้หราน ซึ่งนับเป็ทรัพย์สินมหาศาลที่สุดในชีวิตของเด็กหนุ่มผู้เคยขัดสน
[อย่าทำตัวเซ่อซ่านัก ศิษย์ฝึกหัด!] เสียงของ มู่เฉิน ดังก้องขึ้นในจิติญญาด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดกว่าปกติ [เมืองนี้ดาษดื่นไปด้วยผู้บำเพ็ญที่มี เนตรส่องธรรม (慧眼 - ฮุ่ยเหยี่ยน) หากเ้าเก็บกลิ่นอายของ พู่กันนิรันดร์ ไว้ไม่มิดชิดพอ ความซวยจักมาเยือนเ้าก่อนความร่ำรวย!]
อาเจียรีบกระชับสายสะพายพู่กันที่เขาใช้ผ้าเก่าพันไว้อย่างหนาแน่นจนดูประหนึ่งกิ่งไม้ผุพังธรรมดา พลางตอบกลับในใจด้วยความนอบน้อม "ข้าทราบแล้วขอรับ ท่านอาจารย์มู่ ข้าจักระวังตัวให้ถึงที่สุด"
เบื้องหน้าของเขาคืออาคารโรงประมูล "เมฆาโชติ่" ที่ตั้งตระหง่านอยู่ใจกลางเมืองอย่างสง่างาม เป็อาคารศิลาขนาดมหึมาที่สลัก ค่ายกลป้องกัน อย่างหนาแน่นจนััได้ถึงไอพลังที่แผ่ซ่านออกมา อาเจียเดินย่างกรายเข้าไปท่ามกลางฝูงชนที่สวมอาภรณ์ผ้าไหมหรูหราห้าสี เขาดูราวกับมดตัวจ้อยที่พลัดหลงเข้ามาในวิหารทองคำ
ทันใดนั้น! เงาร่างหนึ่งในชุดสีแดงฉานดุจเพลิงกาฬพลันปรากฏกายขึ้นท่ามกลางกลุ่มคน
"สหายอาเจีย! เ้ามาตามนัดจริงๆ" เฟิงอี้หราน เดินเข้ามาทักทายด้วยรอยยิ้มที่ดูเปิดเผยจริงใจ ทว่าแววตาของเขาในครานี้กลับดูสลักสำคัญและลึกลับกว่าเดิม "วันนี้มีของล้ำค่าถูกนำออกมาประมูลหลายชิ้น และหนึ่งในนั้นคือ ชิ้นส่วนศัสตรามาร (魔兵碎片) ที่ข้าคิดว่าเ้าต้องสนใจและเห็นความสำคัญของมันเป็แน่"
เฟิงอี้หรานพาอาเจียเข้าไปยังที่นั่งชั้นพิเศษที่จัดเตรียมไว้ เมื่อการประมูลเริ่มขึ้นใน่เที่ยงวันที่พระอาทิตย์ดวงกลมโตตั้งตรงศีรษะพอดี แผ่รังสีความร้อนแรงกล้าลงมาสู่ปฐี สิ่งของล้ำค่าต่างๆ ถูกนำออกมาแสดงบนเวที ทั้งยาสมานแผลระดับสูงและอาวุธวิเศษที่ทอประกายเจิดจ้า
จนกระทั่งถึงชิ้นที่ 7 ผู้ดำเนินรายการค่อยๆ ยกถาดกำมะหยี่สีแดงสดออกมา บนนั้นปรากฏชิ้นส่วนของศัสตรารูปทรงประหลาดสีนิลดำสนิท แผ่กลิ่นอายอันเก่าแก่และเยือกเย็นออกมาอย่างน่าประหลาด
[นั่นมัน...] เสียงของมู่เฉินสั่นพร่าด้วยความตกตะลึง [มันคือดวงจิตของ มารศิลา (石魔 - สือหมัว) รุ่นา! และที่สำคัญที่สุด... บนผิวที่ขรุขระของมันมีรอยจารึกที่คล้ายคลึงกับ อักขระหลิง (零 - หลิง) ของเ้า!]
หัวใจของอาเจียเต้นระรัวจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เมื่อผู้ดำเนินรายการประกาศราคาเริ่มต้นที่ 10 ตำลึงเงิน ผู้คนในห้องประมูลต่างพากันมองข้ามชิ้นส่วนนี้ไปเพราะเห็นว่าเป็เพียง "เศษหินไร้ค่า" ที่พลังิญญาเหือดแห้ง แต่อาเจียกลับรู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่างที่สั่นะเืมาจากพู่กันนิรันดร์ในร่างกาย
"15 ตำลึงเงิน!" อาเจียยกมือขึ้นขานราคาเป็ครั้งแรกในชีวิต ท่ามกลางสายตาดูแคลนและเสียงกระซิบกระซาบของคนรอบข้างที่มองมายังเด็กหนุ่มชุดผ้าป่าน ในใจของเขาเ็ปราวกับถูกมีดกรีดเมื่อนึกถึงจำนวนหมั่นโถวที่หายไป
"20 ตำลึงเงิน..."
สุ้มเสียงเย็นเยียบและราบเรียบดังมาจากมุมมืดสลัวของห้องประมูล ชายในชุดคลุมสีเทาหม่นที่อาเจียไม่ทันสังเกตเห็นั้แ่แรกส่งเสียงคัดค้านออกมา คนผู้นั้นแผ่กลิ่นอายกระบี่ที่คมกริบดุจน้ำแข็งออกมาประหนึ่งเงาปีศาจที่พร้อมจะปลิดิญญาทุกเมื่อ
อาเจียจำกลิ่นอายที่แสนกดดันนี้ได้แม่นยำ! มันคือกลิ่นอายเดียวกับเงาร่างลึกลับที่เฝ้าจ้องมองเขาอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านเมื่อหลายราตรีก่อน!
[เ้านั่นรู้...] มู่เฉินเตือนด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดถึงขีดสุด [มันมิได้้าศิลาชิ้นนั้น แต่มัน้าทดสอบเพื่อยืนยันว่าเ้าคือใครกันแน่! กัดฟันสู้ไป ศิษย์ฝึกหัด! ชิ้นส่วนนั้นสำคัญต่อการฟื้นฟูของข้าและพู่กันนิรันดร์ยิ่งนัก ขาดมันไปมิได้เด็ดขาด!]
เหงื่อเย็นเริ่มซึมออกมาที่ขมับของอาเจีย ความรู้สึกอึดอัดใจทวีความรุนแรงขึ้น "25 ตำลึงเงิน!" เขากล่าวออกไปพลางรู้สึกว่า พลังแท้เจินชี ในกายเริ่มปั่นป่วนและสั่นสะท้อนจากการถูกกดดันด้วยบรรยากาศรอบข้าง สมองของเขาคำนวณอย่างบ้าคลั่ง "25 ตำลึง... ซื้อหมั่นโถวได้เป็ูเา... แต่เพื่อท่านอาจารย์ ข้าต้องยอมเสียเื!"
เฟิงอี้หรานที่นั่งอยู่ข้างๆ หรี่ตาลงพลางมองสลับไปมาระหว่างอาเจียและชายชุดคลุมลึกลับคนนั้นด้วยแววตาครุ่นคิด "มิคาด... ดูเหมือนสหายข้าจะมีคู่แข่งที่น่ากลัวและไม่ธรรมดาเสียแล้ว... เ้าหมอนี่มาจาก 'หออัคคีทมิฬ' ฝ่ายตรงข้ามของบิดาข้าในสำนัก มันคงไม่ไว้หน้าข้าแน่..."