ถุงมือฟ้าประทาน

    ตอนที่160 คุณมันเสแสร้ง!

    มองดูหน้าจอแบบมินิมอลขนาดพกพาใส่กางเกงได้สะดวกสบาย

    เจมส์ต่อสายแลน เปิดสวิทซ์การทำงานของเครื่องเพื่อเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต

    ด้วยเรื่อง'อัจฉริยะเหนือมนุษย์'ตัวเอกอย่างแดรี่ กริมม์บิสต์ ไม่ใช่ลูกหลานคนรวย ชายหนุ่มเกิดและเติบโตในสลัม เครื่องสร้างเพลงอัจฉริยะเองก็เป็นหนึ่งในผลงานที่สร้างจากเศษซากกองขยะ

    แต่ถึงจะเป็นขยะ เมื่อมันถูกแดรี่เนรมิตรยกเครื่องใหม่ เรื่องน่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น

    ตอนนั้นเขาได้มีโอกาสเขียนเพลงให้กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ชอบ ไม่สิความจริงต้องบอกว่าใช้เครื่องมือทุ่นแรงต่างหาก

    ผลที่ได้คือทำให้เธอซาบซึ้งใจ แถมยังบอกว่าเพลงที่คุณเเต่งเพราะมากเลย มันไม่ควรที่จะได้ฟังแค่ฉันคนเดียวแต่คนทั้งโลกต้องได้ฟัง

    ด้วยเหตุนั้นแดรี่ กริมม์บิสต์จึงเกิดแรงผลักดัน อยากที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขกับเสียงเพลง สุดท้ายเขาอาศัยเส้นทางนักแต่งเพลง ก้าวสู่เส้นทางนักประดิษฐ์ผู้มีอิทธิพล

    ...

    มองดูเครื่องแต่งเพลงอัจฉริยะเริ่มประมวลผลผ่านอินเตอร์เน็ต

    ตัวเครื่องถึงจะหน้าตาดูไม่ได้หรือเล็กเหมือนเกมยุค 90 แต่อย่าได้ดูถูกมันเชียว เห็นแบบนี้แต่ก็เป็นเทคโนโลยีเหนือกว่าปี 2011

    เครื่องแรงจริงแต่ต้องซัพพอร์ตกับความเร็วอินเตอร์เน็ต

    ไม่นานการประมวลผลหัวข้อความสนใจของคนทั้งโลกเสร็จสิ้น

    เจมส์หยิบขึ้นมา มีโจทย์ให้เลือกหลายข้อ ในกรณีนี้มีบอกถึงแนวเพลง เพลงที่กำลังเป็นกระแส รวมถึงเพลงท้องถิ่นที่ฟังแล้วเป็นต้องน้ำตาไหล

    หัวข้อหลักย่อมต้องเป็นเกาหลีอย่างไม่ต้องสงสัย ตามด้วยภาษาอังกฤษซึ่งใช้กันอย่างล้นหลาม

    แนวเพลงปรากฏขึ้นตามลำดับต่อไป มีทั้งป็อปร็อค พั้งค์ แจ๊ส..อีดีเอ็ม ฯลฯ

    หากพูดถึงแนวเพลงในเกาหลังใต้ ย่อมเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก K-POP ซึ่งตรงส่วนนี้เครื่องก็ประมวลผลออกมาได้เยี่ยม มันได้คำนวณเป็นกราฟง่ายๆ ให้เข้าใจว่าในตลาดเกาหลี เพลงประเภทไหนที่แต่งแล้วจะดัง

    เจมส์ไม่สนใจเรื่องอุดมการณ์ไร้สาระ ตราบเท่าที่มันทำเงินได้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำ เช่นที่กำลังทำตอนนี้เอาเข้าจริงเขาไม่ชอบเลยสักนิด แต่ก็ต้องทำเมื่อทราบถึงผลกำไรที่ได้จากตลาด

    ดังคำกล่าวที่ว่า คงไม่มีนักธุรกิจใจบุญทำงานโดยไม่หวังผลกำไรหรอก แต่ถ้าหากใครแย้งประโยคนี้และทำเพื่อส่วนรวมโดยไม่หวังผลกำไร เช่นนั้นคนประเภทนี้ก็เป็นคนบาปที่มีจิตใจคดโกง แม้แต่คำพูดยังโกหก!

    เจมส์ปล่อยให้เครื่องทำงานไป ตัวเองเดินไปเปิดตู้เย็นหวังหาอะไรทาน

    “ชิ...ไทเกอร์ไม่กินอะไรเลยเหรอเนี่ย” ชายหนุ่มบ่นอุบอิบหลังจากตรวจดูของในตู้แช่ ปรากฏว่าว่างเปล่า ทีแรกนึกว่าจะมีน้ำเย็นๆ กินซะอีก

    ครั้นจะให้หุ่นแบนเนอร์ออกไปซื้อของ ทั้งคู่ก็ดันไม่อยู่

    เห็นว่าออกไปเดินเล่นในตลาดปลาโซแรอีกนานเลยกว่าจะกลับ

    เจมส์โทรบอกความต้องการกับทอย จากนั้นนั่งลงบนโต๊ะด้วยอาการปากแห้ง หยิบเครื่องมืออัจฉริยะขึ้นมาตรวจสอบ ปรากฏว่าเพลงแต่งเสร็จแล้ว

    เจมส์ไม่จำเป็นต้องอ่านตัวอักษรด้วยตัวเอง เพียงกดเล่นแล้วหลับตาฟัง

    เสียงเพลงจากลำโพงไร้คุณภาพดังเบาๆ ตามด้วยเสียงนักร้องสังเคราะห์ที่โปรแกรมได้จำลองขึ้นมา

    มันคือเพลงเร็วที่มีเนื้อหาจัดจ้าน ดนตรีหนักหน่วง โดยเฉพาะท่อนฮุกเรียกได้ว่าเต้นแทบเท้าไหม้

    “ไม่เลว แต่ขอดูเพลงอื่นหน่อยก็แล้วกัน” เจมส์ไม่รีบเลือกเพลงหลัก ต้องไม่ลืมว่าเขาได้ลงทุนกับ P41 ไปมาก ดังนั้นเพลงเปิดตัวจึงต้องยิ่งใหญ่และเป็นที่กล่าวขาน

    เครื่องสร้างเพลงสร้างได้แค่ครั้งละเพลง

    มันดูค่อนข้างเสียเวลาเมื่อกดให้เริ่มสร้างเพลงใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นเชื่อเถอะว่าได้ผลดีและเร็วกว่าวิธีคิดของมนุษย์

    เจมส์นั่งแช่อยู่บนเก้าอี้และเริ่มบันทึกเพลงที่ฟังเข้าหู ซึ่งตอนนี้หุ่นแบนเนอร์ทั้งสองคนก็กลับเข้ามาในคอนโดแล้ว

    มองถุงกระดาษที่ทอยโชว์ เจมส์สั่งให้พวกเขาเตรียมโต๊ะอาหาร ส่วนตัวเองบรรจงลุกขึ้นยืน พักงานแล้วดื่มโซจูกับหมึกตากแห้ง

    ระหว่างนั่งทานทอยอดพูดขึ้นไม่ได้ว่า “เจ้านายครับตลาดปลาโซแรใหญ่มาก พวกเขาไม่ได้ขายเพียงอาหารทะเลสดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอาหารแปรรูปชนิดอื่นจำนวนมาก ผมคิดว่าไหนๆ เราก็มีเรือ'จอมเขมือบ'น่าจะนำวัตถุดิบจำนวนหนึ่งมาแปรรูป สร้างเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นขายในท้องตลาดบ้าง”

    เจมส์เลิกคิ้วสูง มองอีกฝ่ายฉงน “แปลกนะ ไม่คิดว่านายจะคิดอะไรดีๆ เป็นกับเขาด้วย นึกว่านอกจากคิดท่าเต้นใหม่ๆ สมองของนายคงไม่มีอะไรอีก”

    ทอยเกาศีรษะเก้อเขิน “เจ้านายพูดชมเกินไปแล้ว ความจริงไม่ใช่ความคิดของผมคนเดียวหรอก แต่เป็นของไทเกอร์ด้วย”

    เจมส์พยักหน้าเข้าใจ

    ถึงตรงนี้ไทเกอร์เสริม “เจ้านาย คนเกาหลีชอบกินหมึกมากโดยเฉพาะหมึกตากแห้งที่ผ่านการปรุงรส ไม่ก็ใช้เกลือโรยหน้ากินกับโซจู และนอกจากนั้นผมยังได้ตรวจสอบตลาดอาหารทะเล คิดว่าตอนนี้เราควรจะทำไข่ปลาคาเวียร์ กรรเชียงปูอัดกระป๋อง หมึกเลิศรส ปลากระป๋อง...ฯลฯ”

    เจมส์นั่งฟังไทเกอร์พูดจาจ้อแจ้วจนเพลิน หันศีรษะไปทางหุ่นแบนเนอร์อีกตนแล้วยิ่งระอา “นี่ทอย ในฐานะที่นายเป็นรุ่นพี่ก็ควรจะดูรุ่นน้องเป็นตัวอย่าง ไม่เสียแรงจริงๆ ที่ส่งไทเกอร์มาอยู่เกาหลีใต้”

    “เจ้านาย...ผมไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นพ่อค้าปลานะครับแต่ผมเกิดมาเพื่อจะเป็น....บอยแบนด์ที่ทำกำไรให้บริษัทต่อปีมากถึงสองหมื่นล้านวอน!” ทอยถลึงตาใส่รุ่นน้องอย่างไม่พอใจ

    ไทเกอร์หัวเราะชอบใจ หมอนี่ยังจะโม้อีก

    “เรื่องวัตถุดิบทางทะเลเองก็ต้องรีบจัดการไม่ต่างจากโปรเจค P41 แต่ว่าการจะสร้างโรงงานขึ้นมาไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เงินลงทุนมากกว่าพันล้านบาท” ใช่นั่นคือปัญหาหลัก แถมยังต้องมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่

    ทอยเริ่มแนะนำบางอย่าง “เจ้านายไม่เห็นต้องเสียเงินซื้อเลย แค่เทปูนเสริมเหล็กแกร่ง จากนั้นดึงโรงงานออกมาจากหนังสือก็พอแล้วนี่ครับ”

    เจมส์มองหน้าอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง!

    หมอนี่ฉลาดตั้งแต่เมื่อไหร่!

    พูดเรื่องมีสาระก็เป็นกับเขาด้วย!

    “นั่นสินะผมลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย ทอยดูเหมือนว่านายจะพัฒนาขึ้นมาแล้วสินะ”

    ทอยยกยิ้มมุมปาก ยืดอกอย่างลำพองใจ มองหน้าไทเกอร์ราวกับตนคือผู้ชนะ

    ....

    กินข้าวเสร็จ เจมส์ไม่คิดทำงานต่อหากแต่หารูปโรงงานอุตสาหกรรมในอินเตอร์เน็ต รวมถึงอุปกรณ์เครื่องมือในโรงงานที่จำเป็น

    หากเป็นเมื่อก่อนคงต้องกังวลเพราะผลเสียด้านลบ

    แต่ตอนนี้ด้วย'สายฟ้า'ผลเสียด้านลบถึงจะมีก็น้อยมาก หรือหากเป็นอันตรายก็แค่ทำลายวัตถุชิ้นนั้นซะ

    คืนนั้นเจมส์ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในอินเตอร์เน็ตทั้งคืน

    โดยทอยและไทเกอร์ไปเล่นเครื่องสร้างเพลงอัจฉริยะ ทั้งคู่เริ่มเปิดเพลงที่ตัวเองสร้างขึ้น แถมยังคิดท่าเต้นพิลึก

    โชคดีที่อยู่กันคนละห้อง ไม่อย่างนั้นเจมส์คงหัวหมุนเพราะถูกรบกวนไม่มีสมาธิ

    .....

    วันรุ่งขึ้นเดินทางไปที่ค่ายเพลง NG กันทั้งสามคน

    ทำงานมาทั้งคืนแทนที่ร่างกายจะห่อเหี่ยวขอบตาคล้ำ แต่สำหรับเจมส์ยังดูสดใสร่าเริง แถมยังพกพาความคิดพลุ่งพล่านที่อยากจะทำหลายสิ่งหลายอย่าง

    คังโยซอนอยู่ที่บริษัท

    ตอนนี้เขาไม่ใช่หัวเรือใหญ่ก็จริงแต่ที่นี่คือองค์กรที่สร้างเองกลับมือ แล้วจะไม่ให้เขาทนุถนอมมันได้ยังไง

    มองเห็นเจมส์ที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องทำงานโดยไม่เคาะประตู เส้นเลือดบนหน้าผากคังโยซอนเต้นตุบๆ

    “ขอกาแฟนะ ไม่หวานมากผมไม่ชอบ” นั่งลงบนเก้าอี้เจมส์หันไปขยิบตาให้เลขาของผู้ถือหุ้นอันดับสอง

    หล่อนพยักหน้าเขินอาย แล้วออกไปดำเนินการทันที

    “วันนี้ไม่มีประชุมเรื่องเร่งด่วน คุณเข้ามาที่บริษัทำไม” คังโยซอนมองอีกฝ่ายไม่วางตา

    เจมส์กระตุกยิ้มมุมปาก ยื่นแฟลชไดร์ฟให้ “พอดีผมกลัวว่าคุณจะคิดมาก ก็เลยวุ่นอยู่กับการทำเพลงทั้งคืน ไม่เชื่อก็ลองเปิดดูสิ”

    คังโยซอนไม่ชอบขี้หน้าผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งเลย แต่ก็ยอมหยิบแฟลชไดร์ฟขึ้นมาแล้วเสียบลงในแล็ปท็อป

    “กาแฟค่ะท่านประธาน”

    “ขอบคุณครับ”

    มองเห็นภาพดังกล่าวคังโยซอนเริ่มโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ

    เมื่อก่อนหล่อนต้องเรียกเขาว่าประธานบริษัทแต่ดูตอนนี้สิ...ฮึ่ม!

    คังโยซอนพยายามสงบสติอารมณ์ เริ่มกดเล่นเพลงพลางมองนอกหน้าต่าง

    เสียงดนตรีเริ่มคลอเบาๆ ตามด้วยเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์ อารมณ์ของคังโยซอนที่คุกรุ่นในทีแรกเริ่มกลับมาซู่ซ่าส์อีกครั้ง กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายเริ่มขยับ ราวกับว่ากำลังเต้นรำกับเสียงเพลง

    หลังจากเพลงจบเนิ่นนานคังโยซอสจึงได้หันไปมองชายหนุ่มเจ้าของถุงมือดำ

    “เมื่อกี้นี้คุณบอกว่าแต่งเพลงนี้เองทั้งคืนเหรอ?”

    “ใช่ครับ มีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า” เจมส์แบมือว่า

    เสแสร้ง!

    เพลงสมบูรณ์แบบขนาดนี้ยังมาโกหก!

    ดูก็รู้ว่าแต่งไว้นานแล้ว แต่ที่เอามาให้เขาดูก็แค่ต้องการตบหน้า!

    คังโยซอนรู้สึกว่าความดันตัวเองกำลังขึ้น ทุกครั้งที่อยู่กับเจมส์เป็นต้องหงุดหงิดง่ายและโมโห!

    เห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไร เจมส์จึงแย้มนิดๆ “ความจริงแล้วผมไม่ได้แต่งแค่เพลงนี้เพลงเดียวหรอกนะ เมื่อคืนนี้จนถึงเช้าไม่ได้นอน แต่งเสร็จไปแค่ร้อยเพลงแน่ะ"

    แค่ร้อยเพลง!

    คังโยซอนแทบอยากจะจับเขาโยนออกไปนอกห้อง!

    ผู้ชายอะไรหน้าด้านขี้โกหก!

    ไร้ยางอายเกินไปแล้ว!

    คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน