มองดูหน้าจอแบบมินิมอลขนาดพกพาใส่กางเกงได้สะดวกสบาย
เจมส์ต่อสายแลน เปิดสวิทซ์การทำงานของเครื่องเพื่อเชื่อมต่อกับอินเตอร์เน็ต
ด้วยเรื่อง'อัจฉริยะเหนือมนุษย์'ตัวเอกอย่างแดรี่ กริมม์บิสต์ ไม่ใช่ลูกหลานคนรวย ชายหนุ่มเกิดและเติบโตในสลัม เครื่องสร้างเพลงอัจฉริยะเองก็เป็นหนึ่งในผลงานที่สร้างจากเศษซากกองขยะ
แต่ถึงจะเป็นขยะ เมื่อมันถูกแดรี่เนรมิตรยกเครื่องใหม่ เรื่องน่าอัศจรรย์ก็เกิดขึ้น
ตอนนั้นเขาได้มีโอกาสเขียนเพลงให้กับหญิงสาวคนหนึ่งที่ชอบ ไม่สิความจริงต้องบอกว่าใช้เครื่องมือทุ่นแรงต่างหาก
ผลที่ได้คือทำให้เธอซาบซึ้งใจ แถมยังบอกว่าเพลงที่คุณเเต่งเพราะมากเลย มันไม่ควรที่จะได้ฟังแค่ฉันคนเดียวแต่คนทั้งโลกต้องได้ฟัง
ด้วยเหตุนั้นแดรี่ กริมม์บิสต์จึงเกิดแรงผลักดัน อยากที่จะทำให้ทุกคนมีความสุขกับเสียงเพลง สุดท้ายเขาอาศัยเส้นทางนักแต่งเพลง ก้าวสู่เส้นทางนักประดิษฐ์ผู้มีอิทธิพล
...
มองดูเครื่องแต่งเพลงอัจฉริยะเริ่มประมวลผลผ่านอินเตอร์เน็ต
ตัวเครื่องถึงจะหน้าตาดูไม่ได้หรือเล็กเหมือนเกมยุค 90 แต่อย่าได้ดูถูกมันเชียว เห็นแบบนี้แต่ก็เป็นเทคโนโลยีเหนือกว่าปี 2011
เครื่องแรงจริงแต่ต้องซัพพอร์ตกับความเร็วอินเตอร์เน็ต
ไม่นานการประมวลผลหัวข้อความสนใจของคนทั้งโลกเสร็จสิ้น
เจมส์หยิบขึ้นมา มีโจทย์ให้เลือกหลายข้อ ในกรณีนี้มีบอกถึงแนวเพลง เพลงที่กำลังเป็นกระแส รวมถึงเพลงท้องถิ่นที่ฟังแล้วเป็นต้องน้ำตาไหล
หัวข้อหลักย่อมต้องเป็นเกาหลีอย่างไม่ต้องสงสัย ตามด้วยภาษาอังกฤษซึ่งใช้กันอย่างล้นหลาม
แนวเพลงปรากฏขึ้นตามลำดับต่อไป มีทั้งป็อปร็อค พั้งค์ แจ๊ส..อีดีเอ็ม ฯลฯ
หากพูดถึงแนวเพลงในเกาหลังใต้ ย่อมเป็นอื่นไปไม่ได้นอกจาก K-POP ซึ่งตรงส่วนนี้เครื่องก็ประมวลผลออกมาได้เยี่ยม มันได้คำนวณเป็นกราฟง่ายๆ ให้เข้าใจว่าในตลาดเกาหลี เพลงประเภทไหนที่แต่งแล้วจะดัง
เจมส์ไม่สนใจเรื่องอุดมการณ์ไร้สาระ ตราบเท่าที่มันทำเงินได้ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องทำ เช่นที่กำลังทำตอนนี้เอาเข้าจริงเขาไม่ชอบเลยสักนิด แต่ก็ต้องทำเมื่อทราบถึงผลกำไรที่ได้จากตลาด
ดังคำกล่าวที่ว่า คงไม่มีนักธุรกิจใจบุญทำงานโดยไม่หวังผลกำไรหรอก แต่ถ้าหากใครแย้งประโยคนี้และทำเพื่อส่วนรวมโดยไม่หวังผลกำไร เช่นนั้นคนประเภทนี้ก็เป็นคนบาปที่มีจิตใจคดโกง แม้แต่คำพูดยังโกหก!
เจมส์ปล่อยให้เครื่องทำงานไป ตัวเองเดินไปเปิดตู้เย็นหวังหาอะไรทาน
“ชิ...ไทเกอร์ไม่กินอะไรเลยเหรอเนี่ย” ชายหนุ่มบ่นอุบอิบหลังจากตรวจดูของในตู้แช่ ปรากฏว่าว่างเปล่า ทีแรกนึกว่าจะมีน้ำเย็นๆ กินซะอีก
ครั้นจะให้หุ่นแบนเนอร์ออกไปซื้อของ ทั้งคู่ก็ดันไม่อยู่
เห็นว่าออกไปเดินเล่นในตลาดปลาโซแรอีกนานเลยกว่าจะกลับ
เจมส์โทรบอกความต้องการกับทอย จากนั้นนั่งลงบนโต๊ะด้วยอาการปากแห้ง หยิบเครื่องมืออัจฉริยะขึ้นมาตรวจสอบ ปรากฏว่าเพลงแต่งเสร็จแล้ว
เจมส์ไม่จำเป็นต้องอ่านตัวอักษรด้วยตัวเอง เพียงกดเล่นแล้วหลับตาฟัง
เสียงเพลงจากลำโพงไร้คุณภาพดังเบาๆ ตามด้วยเสียงนักร้องสังเคราะห์ที่โปรแกรมได้จำลองขึ้นมา
มันคือเพลงเร็วที่มีเนื้อหาจัดจ้าน ดนตรีหนักหน่วง โดยเฉพาะท่อนฮุกเรียกได้ว่าเต้นแทบเท้าไหม้
“ไม่เลว แต่ขอดูเพลงอื่นหน่อยก็แล้วกัน” เจมส์ไม่รีบเลือกเพลงหลัก ต้องไม่ลืมว่าเขาได้ลงทุนกับ P41 ไปมาก ดังนั้นเพลงเปิดตัวจึงต้องยิ่งใหญ่และเป็นที่กล่าวขาน
เครื่องสร้างเพลงสร้างได้แค่ครั้งละเพลง
มันดูค่อนข้างเสียเวลาเมื่อกดให้เริ่มสร้างเพลงใหม่ แต่ถึงอย่างนั้นเชื่อเถอะว่าได้ผลดีและเร็วกว่าวิธีคิดของมนุษย์
เจมส์นั่งแช่อยู่บนเก้าอี้และเริ่มบันทึกเพลงที่ฟังเข้าหู ซึ่งตอนนี้หุ่นแบนเนอร์ทั้งสองคนก็กลับเข้ามาในคอนโดแล้ว
มองถุงกระดาษที่ทอยโชว์ เจมส์สั่งให้พวกเขาเตรียมโต๊ะอาหาร ส่วนตัวเองบรรจงลุกขึ้นยืน พักงานแล้วดื่มโซจูกับหมึกตากแห้ง
ระหว่างนั่งทานทอยอดพูดขึ้นไม่ได้ว่า “เจ้านายครับตลาดปลาโซแรใหญ่มาก พวกเขาไม่ได้ขายเพียงอาหารทะเลสดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีอาหารแปรรูปชนิดอื่นจำนวนมาก ผมคิดว่าไหนๆ เราก็มีเรือ'จอมเขมือบ'น่าจะนำวัตถุดิบจำนวนหนึ่งมาแปรรูป สร้างเป็นผลิตภัณฑ์อย่างอื่นขายในท้องตลาดบ้าง”
เจมส์เลิกคิ้วสูง มองอีกฝ่ายฉงน “แปลกนะ ไม่คิดว่านายจะคิดอะไรดีๆ เป็นกับเขาด้วย นึกว่านอกจากคิดท่าเต้นใหม่ๆ สมองของนายคงไม่มีอะไรอีก”
ทอยเกาศีรษะเก้อเขิน “เจ้านายพูดชมเกินไปแล้ว ความจริงไม่ใช่ความคิดของผมคนเดียวหรอก แต่เป็นของไทเกอร์ด้วย”
เจมส์พยักหน้าเข้าใจ
ถึงตรงนี้ไทเกอร์เสริม “เจ้านาย คนเกาหลีชอบกินหมึกมากโดยเฉพาะหมึกตากแห้งที่ผ่านการปรุงรส ไม่ก็ใช้เกลือโรยหน้ากินกับโซจู และนอกจากนั้นผมยังได้ตรวจสอบตลาดอาหารทะเล คิดว่าตอนนี้เราควรจะทำไข่ปลาคาเวียร์ กรรเชียงปูอัดกระป๋อง หมึกเลิศรส ปลากระป๋อง...ฯลฯ”
เจมส์นั่งฟังไทเกอร์พูดจาจ้อแจ้วจนเพลิน หันศีรษะไปทางหุ่นแบนเนอร์อีกตนแล้วยิ่งระอา “นี่ทอย ในฐานะที่นายเป็นรุ่นพี่ก็ควรจะดูรุ่นน้องเป็นตัวอย่าง ไม่เสียแรงจริงๆ ที่ส่งไทเกอร์มาอยู่เกาหลีใต้”
“เจ้านาย...ผมไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็นพ่อค้าปลานะครับแต่ผมเกิดมาเพื่อจะเป็น....บอยแบนด์ที่ทำกำไรให้บริษัทต่อปีมากถึงสองหมื่นล้านวอน!” ทอยถลึงตาใส่รุ่นน้องอย่างไม่พอใจ
ไทเกอร์หัวเราะชอบใจ หมอนี่ยังจะโม้อีก
“เรื่องวัตถุดิบทางทะเลเองก็ต้องรีบจัดการไม่ต่างจากโปรเจค P41 แต่ว่าการจะสร้างโรงงานขึ้นมาไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เงินลงทุนมากกว่าพันล้านบาท” ใช่นั่นคือปัญหาหลัก แถมยังต้องมีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่
ทอยเริ่มแนะนำบางอย่าง “เจ้านายไม่เห็นต้องเสียเงินซื้อเลย แค่เทปูนเสริมเหล็กแกร่ง จากนั้นดึงโรงงานออกมาจากหนังสือก็พอแล้วนี่ครับ”
เจมส์มองหน้าอีกฝ่ายอย่างตกตะลึง!
หมอนี่ฉลาดตั้งแต่เมื่อไหร่!
พูดเรื่องมีสาระก็เป็นกับเขาด้วย!
“นั่นสินะผมลืมเรื่องนี้ไปซะสนิทเลย ทอยดูเหมือนว่านายจะพัฒนาขึ้นมาแล้วสินะ”
ทอยยกยิ้มมุมปาก ยืดอกอย่างลำพองใจ มองหน้าไทเกอร์ราวกับตนคือผู้ชนะ
....
กินข้าวเสร็จ เจมส์ไม่คิดทำงานต่อหากแต่หารูปโรงงานอุตสาหกรรมในอินเตอร์เน็ต รวมถึงอุปกรณ์เครื่องมือในโรงงานที่จำเป็น
หากเป็นเมื่อก่อนคงต้องกังวลเพราะผลเสียด้านลบ
แต่ตอนนี้ด้วย'สายฟ้า'ผลเสียด้านลบถึงจะมีก็น้อยมาก หรือหากเป็นอันตรายก็แค่ทำลายวัตถุชิ้นนั้นซะ
คืนนั้นเจมส์ตรวจสอบโรงงานอุตสาหกรรมในอินเตอร์เน็ตทั้งคืน
โดยทอยและไทเกอร์ไปเล่นเครื่องสร้างเพลงอัจฉริยะ ทั้งคู่เริ่มเปิดเพลงที่ตัวเองสร้างขึ้น แถมยังคิดท่าเต้นพิลึก
โชคดีที่อยู่กันคนละห้อง ไม่อย่างนั้นเจมส์คงหัวหมุนเพราะถูกรบกวนไม่มีสมาธิ
.....
วันรุ่งขึ้นเดินทางไปที่ค่ายเพลง NG กันทั้งสามคน
ทำงานมาทั้งคืนแทนที่ร่างกายจะห่อเหี่ยวขอบตาคล้ำ แต่สำหรับเจมส์ยังดูสดใสร่าเริง แถมยังพกพาความคิดพลุ่งพล่านที่อยากจะทำหลายสิ่งหลายอย่าง
คังโยซอนอยู่ที่บริษัท
ตอนนี้เขาไม่ใช่หัวเรือใหญ่ก็จริงแต่ที่นี่คือองค์กรที่สร้างเองกลับมือ แล้วจะไม่ให้เขาทนุถนอมมันได้ยังไง
มองเห็นเจมส์ที่ถือวิสาสะเข้ามาในห้องทำงานโดยไม่เคาะประตู เส้นเลือดบนหน้าผากคังโยซอนเต้นตุบๆ
“ขอกาแฟนะ ไม่หวานมากผมไม่ชอบ” นั่งลงบนเก้าอี้เจมส์หันไปขยิบตาให้เลขาของผู้ถือหุ้นอันดับสอง
หล่อนพยักหน้าเขินอาย แล้วออกไปดำเนินการทันที
“วันนี้ไม่มีประชุมเรื่องเร่งด่วน คุณเข้ามาที่บริษัทำไม” คังโยซอนมองอีกฝ่ายไม่วางตา
เจมส์กระตุกยิ้มมุมปาก ยื่นแฟลชไดร์ฟให้ “พอดีผมกลัวว่าคุณจะคิดมาก ก็เลยวุ่นอยู่กับการทำเพลงทั้งคืน ไม่เชื่อก็ลองเปิดดูสิ”
คังโยซอนไม่ชอบขี้หน้าผู้ถือหุ้นอันดับหนึ่งเลย แต่ก็ยอมหยิบแฟลชไดร์ฟขึ้นมาแล้วเสียบลงในแล็ปท็อป
“กาแฟค่ะท่านประธาน”
“ขอบคุณครับ”
มองเห็นภาพดังกล่าวคังโยซอนเริ่มโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ
เมื่อก่อนหล่อนต้องเรียกเขาว่าประธานบริษัทแต่ดูตอนนี้สิ...ฮึ่ม!
คังโยซอนพยายามสงบสติอารมณ์ เริ่มกดเล่นเพลงพลางมองนอกหน้าต่าง
เสียงดนตรีเริ่มคลอเบาๆ ตามด้วยเสียงร้องที่มีเอกลักษณ์ อารมณ์ของคังโยซอนที่คุกรุ่นในทีแรกเริ่มกลับมาซู่ซ่าส์อีกครั้ง กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายเริ่มขยับ ราวกับว่ากำลังเต้นรำกับเสียงเพลง
หลังจากเพลงจบเนิ่นนานคังโยซอสจึงได้หันไปมองชายหนุ่มเจ้าของถุงมือดำ
“เมื่อกี้นี้คุณบอกว่าแต่งเพลงนี้เองทั้งคืนเหรอ?”
“ใช่ครับ มีปัญหาตรงไหนหรือเปล่า” เจมส์แบมือว่า
เสแสร้ง!
เพลงสมบูรณ์แบบขนาดนี้ยังมาโกหก!
ดูก็รู้ว่าแต่งไว้นานแล้ว แต่ที่เอามาให้เขาดูก็แค่ต้องการตบหน้า!
คังโยซอนรู้สึกว่าความดันตัวเองกำลังขึ้น ทุกครั้งที่อยู่กับเจมส์เป็นต้องหงุดหงิดง่ายและโมโห!
เห็นอีกฝ่ายไม่พูดอะไร เจมส์จึงแย้มนิดๆ “ความจริงแล้วผมไม่ได้แต่งแค่เพลงนี้เพลงเดียวหรอกนะ เมื่อคืนนี้จนถึงเช้าไม่ได้นอน แต่งเสร็จไปแค่ร้อยเพลงแน่ะ"
แค่ร้อยเพลง!
คังโยซอนแทบอยากจะจับเขาโยนออกไปนอกห้อง!
ผู้ชายอะไรหน้าด้านขี้โกหก!
ไร้ยางอายเกินไปแล้ว!