เจ็ดวันต่อมา ในเวลาโพล้เพล้ถังหู่ได้มาพบเหวยเหนียงที่บ้านของซูเยี่ยนอีกครั้ง
“ท่านถังหู่นี่เองเป็อย่างไรบ้าง เจอตัวน้องชายหรือไม่” เหวยเหนียงทัก
“เป็จริงตามที่ท่านว่าถังไห่ยอมกลับบ้านเมื่อได้ข่าวว่าข้าป่วยจริงๆ เขาก็เลยยอมทำอาชีพวาดภาพขายทำให้บ้านพวกเรามีรายได้มากขึ้น” ถังหู่กล่าว
“มันก็ดีแล้วนี่” เหวยเหนียงกล่าว
“แต่ว่ามีวันหนึ่งที่ท่านจอหงวนของปีนี้ได้มาดูภาพวาดที่ร้านน้องชายของข้าเขาพูดจาเยาะเย้ยถากถางน้องชายข้า และบอกอีกว่าน้องข้าคงเป็ได้เพียงช่างวาดภาพจนๆเท่านั้น คงไม่มีวันได้เป็ขุนน้ำขุนนางเหมือนใครคนอื่นเขาไม่เพียงเท่านั้นเขายังนำภาพที่ซื้อจากถังไห่มาเหยียบย่ำต่อหน้าต่อตาถังไห่อีก”ถังหู่เล่าด้วยความสงสารน้องชาย
“นี่น่ะหรือจอหงวนเขาเป็คนเก่งมีความสามารถแต่ไร้ซึ่งคุณธรรมเขาไม่เคยได้ยินหรือว่าคนล้มอย่าข้ามน่ะ” ซูหลินบ่น
“น้องชายข้ากับท่านจอหงวนเป็ไม้เบื่อไม้เมากันมาตั้งนานแล้วในวันนั้นน้องชายข้าไม่มีกะจิตกะใจขายภาพต่อ เขาก็เลยกลับบ้านก่อนเวลาอันควร ทำให้เขาจับได้ว่าข้าแกล้งป่วยในตอนนั้นเขาอัดอั้นตันใจเล่าทุกอย่างที่เขาประสบที่ร้านขายภาพวาดให้ข้าฟังแล้วก็วิ่งหนีออกไปจากบ้านด้วยความโมโห” ถังหู่เล่าต่อ
“ตอนนี้ก็ค่ำมากแล้ว ไว้พรุ่งนี้ข้าจะเรียกซุนหวินให้ช่วยออกตามหาน้องชายท่านก็แล้วกันวันนี้ท่านกลับไปก่อนเถิดนะ” เหวยเหนียงแนะนำ
“น้องชายข้าคง เอ่อไม่คิดสั้นฆ่าตัวตายหรอกนะ” ถังหู่เป็ห่วงน้องชาย
“จากที่ท่านนำวันเวลาตกฟากของน้องชายท่านมาให้ข้าดูดวงดวงของเขายังไม่ถึงฆาตหรอก ข้ารู้ว่าเ้าเป็ห่วงเขามาก แต่ถึงออกตามหาตอนนี้ก็คงไม่เจอตัวอยู่ดี เพราะเขาอยู่ในสถานะซ่อนตัวเพื่อไม่ให้ใครเห็นไม่ใช่อยู่ในสถานะหายตัวไปและอยากให้คนตามหาเขาให้เจอ” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าเข้าใจคืนนี้ข้าจะนอนเอาแรงก่อน พรุ่งนี้ข้าจะมาที่นี่อีกที” ถังหู่ยอมฟัง
ถังหู่เดินกลับบ้านไปด้วยใจกังวลเขาคิดโทษตัวเองที่หลอกลวงน้องชายและคิดในใจว่า “กลับบ้านเถิดถังไห่การสอบจอหงวนปีนี้อาจไม่สำเร็จ ปีหน้าก็อาจสำเร็จก็เป็ได้ เ้าไม่ควรสิ้นหวังแบบนี้นะ”
******************************
เช้าวันรุ่งขึ้นเหวยเหนียงได้ขอร้องให้ซุนหวินช่วยออกตามหาถังไห่ พวกนางได้รอถังหู่ในป่าท้ายตลาด
“น้องชายข้าจะอยู่ในป่าจริงๆอย่างนั้นหรือ” ถังหู่สงสัย
“ถ้าข้าทำนายไม่ผิดเขาน่าจะอยู่ที่นี่ แต่ป่านี้ช่างกว้างขวางมากการออกตามหาบัณฑิตที่รู้จักการสร้างค่ายกลคงลำบากน่าดู” เหวยเหนียงกังวล
“ใช่ ลำบากจริงๆแม้น้องชายข้าจะไม่มีวรยุทธ์ แต่เขาก็มักจะใช้วิธีกำจัดศัตรูด้วยวิธีสร้างกับดัก”ถังหู่กล่าว
“ระวังตัวด้วย” เหวยเหนียงเตือน
สักพักก็มีหมอกควัน ทำให้ทั้งสามมองเห็นไม่ชัดจนเหวยเหนียงได้พลัดหลงเดินแยกไปอีกทาง
“ซุนหวินเ้าอยู่แถวนี้หรือเปล่า” และแล้วเหวยเหนียงก็พลาดเหยียบกับดักส่งผลทำให้เชือกรัดข้อเท้าหญิงสาว และดึงตัวนางขึ้นไปผูกติดกับต้นไม้ใหญ่ในสภาพห้อยหัวลงมา
“ช่วยด้วย ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย”เหวยเหนียงะโร้องขอความช่วยเหลือ
ซูเยี่ยนที่แอบตามมาด้วยความเป็ห่วงเขาสวมชุดดำอำพรางตนแล้วรีบกระโจนเข้าไปตัดเชือกและะโไปอุ้มตัวเหวยเหนียงให้ลงจากต้นไม้อย่างปลอดภัย
“ขอบคุณผู้มีคุณ ท่านคือ…”เหวยเหนียงอยากรู้จัก
“มีคนจ้างข้าให้มาคอยคุ้มกันท่าน”ซูเยี่ยนกล่าวอ้าง
“ใครกัน” เหวยเหนียงคิดในใจว่าอีกแล้วงั้นหรือ
“ท่านอย่ารู้เลย” ซูเยี่ยนไม่ยอมบอก
“ข้าต้องออกตามหาถังไห่ต่อ”เหวยเหนียงกล่าว
“ในป่าแห่งนี้มีแต่กับดักเ้าไม่มีวรยุทธ์ เ้าจงอยู่บนต้นไม้เถิด” ซูเยี่ยนกลัวหญิงสาวตกอยู่ในอันตรายอีก
“ไม่ได้นะท่านจะมาพาตัวข้ามาไว้บนต้นไม้แบบนี้ไม่ได้นะ” เหวยเหนียงใเพราะฝ่ายชายอุ้มนางแล้วะโขึ้นไปบนต้นไม้และวางนางให้นั่งบนกิ่งไม้ใหญ่
“รออยู่ตรงนี้ข้าจะออกตามหาถังไห่ให้เอง” ซูเยี่ยนกล่าว
“แต่ว่า” เหวยเหนียงไม่อยากนั่งดูอยู่เฉยๆ
หลังจากชายชุดดำได้อุ้มหญิงสาวไปไว้บนต้นไม้ใหญ่เสร็จเขาก็ะโหนีหายไปเพื่อไปช่วยซุนหวินและถังหู่ออกตามหาถังไห่ต่อไป ทิ้งเหวยเหนียงให้นั่งอยู่บนต้นไม้สูงใหญ่อยู่อย่างนั้น
******************************
ซูเยี่ยนภายใต้ชุดดำ เขาพยายามใช้วิธีวิ่งไปบนอากาศเพราะบริเวณพื้นดินมีแต่กับดักทั้งสิ้น สักพักเขาก็ได้ยินเสียงขอความช่วยเหลือ
“ถังไห่ช่วยพี่ด้วยพี่อยู่ด้านล่าง” ถังหู่เห็นน้องชายอยู่ตรงปากหลุม
ซูเยี่ยนวิ่งไปบนอากาศตามเสียงขอความช่วยเหลือเขามองเห็นบัณฑิตคนหนึ่งกำลังมองลงไปในหลุมกว้างและลึกมากเหมือนกำลังจะหาเชือกไปช่วยคนที่อยู่ด้านล่าง แต่ทว่า
“ถังไห่ นั่นถังไห่ใช่หรือไม่”ซูเยี่ยนทัก
ถังไห่ใ เขาก็เลยรีบวิ่งหนีไปทันที
ซูเยี่ยนกำลังจะวิ่งตามไปแต่คนด้านล่างได้เรียกเขาไว้เสียก่อน
“ได้โปรดช่วยข้าด้วยเถิดท่าน”ถังหู่ขอร้อง
ซูเยี่ยนจำต้องช่วยเหลือด้วยการนำเชือกโรยลงไปให้ถังหู่จับยึดซูเยี่ยนนำเชือกปลายด้านหนึ่งไปผูกติดกับต้นไม้ใหญ่เพื่อกันเขาพลาดทำเชือกหลุดมือจากนั้นก็ดึงเชือกเพื่อช่วยถังหู่ให้ขึ้นมาจากหลุมที่ลึกถึงสามเมตร
และแล้วถังหู่ก็ขึ้นมาถึงปากหลุมได้สำเร็จ “ขอบคุณผู้มีคุณขอรับท่านคือ…”
“อย่ารู้เลยรู้เพียงว่าข้าเป็คนของเหวยเหนียงก็พอ” ซูเยี่ยนกล่าว
“อย่างนี้นี่เองเมื่อกี้ข้าได้ยินเสียงถังไห่ ข้าก็เลยมาตรงนี้ และเผลอเหยียบกับดักเข้าถ้าข้าตาไม่ฝาด ข้ามองเห็นน้องชายข้าอยู่ปากหลุมด้วย” ถังหู่กล่าว
“เป็น้องชายของท่านจริงๆเขากำลังจะหยิบเชือกไปช่วยท่าน แต่คงได้ยินเสียงข้าเสียก่อน เขาก็เลยวิ่งหนีไปอีก”ซูเยี่ยนเข้าใจเหตุการณ์
“พวกเรารีบไปกันเถอะขอรับ”ถังหู่ไม่อยากรอช้า
สองหนุ่มเดินเข้าไปในป่าลึกจนกระทั่งพวกเขาได้ยินเสียงหญิงสาว
“ช่วยด้วย ข้าถูกทรายดูด”ซุนหวินกำลังจะจมลงไปในทราย
ซูเยี่ยนที่ปิดบังตัวตนอยู่เขาก็เลยรีบโยนปลายข้างหนึ่งของเชือกไปให้ซูหวินจับยึดไว้
“จับเชือกแน่นๆข้าจะดึงตัวเ้าขึ้นมา” ซูเยี่ยนกล่าว
“ให้ข้าช่วยหรือไม่” ถังหู่กล่าว
“ไม่เป็ไร” ซูเยี่ยนมั่นใจว่าเขาสามารถดึงตัวนางขึ้นมาได้
ซูเยี่ยนใช้กำลังภายในดึงตัวหญิงสาวขึ้นมาจากทรายดูดได้อย่างง่ายดาย
แต่ซุนหวินนั้นยังไม่ทันตั้งหลักดีๆนางก็สะดุดก้อนหินล้มข้อเท้าพลิก
“โอ๊ย ข้าเจ็บข้อเท้า” ซุนหวินไม่มีแรงลุกขึ้นยืน
“เดี๋ยวข้าดูข้อเท้าให้นะแม่นาง”ถังหู่อาสา
“ไม่ต้อง! ข้าจัดการเองนางเป็คนรักของข้า ใครก็ห้ามแตะต้องนาง” อยู่ดีๆกงฉีก็ปรากฏตัว แล้วเดินเข้าไปขวางและเป็ผู้เข้าไปประคองซุนหวินเสียเอง
“กงฉีเ้าไม่ได้ไปตามหาหมอเทวดาอย่างนั้นหรือ” ซุนหวินแปลกใจ
“อีกสามวันข้าค่อยกลับไปที่บ้านของท่านหมอเทวดาตอนนี้ท่านยังอยู่แคว้นหลี” กงฉีกล่าว
“ท่านพานางกลับไปรักษาข้อเท้าเถิดข้ากับถังหู่จะตามหาถังไห่ให้เอง” ซูเยี่ยนไม่อยากเสียเวลา
“แล้วเหวยเหนียงล่ะ” ซุนหวินมองไปก็ไม่เห็นเพื่อนสาว
“นางอยู่ในที่ที่ปลอดภัยแล้ว”ซูเยี่ยนตอบสั้นๆ
“งั้นข้าพาคนรักไปก่อนนะรบกวนท่านแล้ว ขอให้เจอตัวถังไห่เร็วๆ ก็แล้วกัน” กงฉีกล่าวตัดบทเพราะรู้ว่าคนรักเจ็บข้อเท้ามาก
กงฉีให้ซุนหวินขี่หลังของเขาและพากลับที่พักของนาง
ซูเยี่ยนนำทางถังหู่จนไปพบกระท่อมหลังหนึ่งที่อยู่กลางป่า
ถังหู่ใจร้อนรีบวิ่งเข้าไปดูข้างในกระท่อมคนแรก
“ถังไห่!เ้าอยู่ในกระท่อมใช่หรือไม่”ถังหู่ะโเรียกน้องชาย
“ช้าก่อน! ถังหู่อย่าวู่วาม” ซูเยี่ยนพยายามเตือนแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะถังหู่พลาดเหยียบกับดักทำให้ถังใส่หมึกดำที่อยู่บนคานกระท่อมได้เทหกรดราดตัวถังหู่จนตัวดำไปหมด
"นี่คือกลลวงหรือนี่”ถังหู่ไม่อยากจะเชื่อ
“เ้าคงต้องไปอาบน้ำเสียก่อนมีหวังถ้าใครได้เห็นเ้าในสภาพนี้ได้พากันแตกตื่นกันหมดเป็แน่” ซูเยี่ยนกล่าว
“แต่ข้าเป็ห่วงน้องชายข้านี่”ถังหู่ยังคงกังวล
“ถังไห่เองก็ช่างเก่งในเื่ค่ายกลยิ่งนักน่าเสียดายความสามารถของเขาจริงๆ ข้าคงไม่อาจต่อสู้กับค่ายกลของน้องชายท่านได้ให้น้องชายของท่านคิดได้เองแล้วกลับมาหาท่านเองเถิด” ซูเยี่ยนจนปัญญาออกตามหาถังไห่
“แล้วเมื่อไหร่เขาจะคิดเองได้ล่ะขอรับน้องข้าคงไม่คิดสั้นฆ่าตัวตายก่อนหรอกนะ” ถังหู่กังวล
“เหวยเหนียงบอกว่าดวงน้องชายเ้ายังไม่ถึงฆาตไม่ใช่หรือลองเชื่อนางดูสักครั้งสิ” ซูเยี่ยนกล่าว
“แต่ว่า” ถังหู่ลังเล
“ปล่อยให้์ชี้ชะตาเถิด”ซูเยี่ยนคิดว่าหากช่วยจนถึงที่สุดแล้ว แต่ช่วยไม่ได้จริงๆเขาก็ต้องยอมปล่อยวาง
******************************
ถังไห่ถือเชือกและเก้าอี้เดินไปที่ต้นไม้ใหญ่เขาโยนเชือกไปที่กิ่งไม้ใหญ่และกำลังจะทำเป็ห่วงเพื่อเตรียมคล้องคอเขาพูดออกมาเสียงดังว่า “์ช่างไม่ยุติธรรมข้าอุตส่าห์ร่ำเรียนฝึกฝนตัวเองจนมีวิชาความรู้และสอบได้ที่หนึ่งแต่กลับไม่ได้เป็จอหงวนเพียงเพราะข้าเป็คนดวงจู๋ ทำไม์ใจร้ายกับข้าเช่นนี้”
“เ้าเป็ถึงบัณฑิตมีวิชาความรู้มากมายเ้าจะยอมพ่ายแพ้กับเื่ที่เ้าผิดหวังเพียงเื่เดียวอย่างนั้นหรือ”
“ท่านเป็ใครกันขอรับนั่นคืออนาคตของข้าเลยนะ หากข้าสอบจอหงวนได้ข้าก็จะได้มีโอกาสได้เป็ขุนนางรับใช้แผ่นดินไง” ถังไห่กล่าว
“ข้าคือหยางสือและการสอบจอหงวนก็มีทุกปีนี่ ถึงปีนี้สอบไม่ได้ ปีหน้าก็ค่อยสอบใหม่ก็เท่านั้นเอง”ท่านหยางสือกล่าว
“เื่สอบข้าไม่กลัวหรอกขอรับแต่เื่ดวงชะตา ข้าไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้หากฝ่าาทรงคัดเลือกจอหงวนจากเื่ความสามารถร่วมกับดวงชะตาด้วยแล้วข้าไม่มีวันสอบเป็จอหงวนได้หรอก” ถังไห่คิดว่าไร้ประโยชน์ที่จะพยายามสอบแข่งขันต่อ
“เ้าอยากเปลี่ยนชะตามั้ยล่ะ”หยางสือกล่าว
“ทำยังไงหรือขอรับข้าต้องสะเดาะเคราะห์งั้นหรือ” ถังไห่สงสัย
“การสะเดาะเคราะห์ไม่สามารถเปลี่ยนวันเวลาตกฟากของเ้าให้กลายเป็วันที่มีฤกษ์งามยามดีได้หรอกวันเวลาใดเป็มงคลไม่เป็มงคล มันถูกกำหนดไว้แล้วหากจะเปลี่ยนเราก็ต้องเปลี่ยนผู้กำชะตาบ้านเมืองต่างหาก” หยางสือกล่าว
“หมายความว่ายังไงขอรับท่านกำลังคิดก่อการฏอย่างนั้นหรือ ข้าไม่เอาด้วยหรอก” ถังไห่ตีความได้
“เ้าคิดดูสิหากผู้นำเลือกคนเข้ามาทำงานจากดวงชะตาโดยที่ไม่ดูความสามารถ คุณธรรมและผลงานของบุคคลนั้นเลย เราควรมีผู้นำแบบนี้หรือไม่เ้าเป็บุคคลหนึ่งที่ได้รับความไม่เป็ธรรมจากการสอบคัดเลือกจอหงวนและต่อไปล่ะจะมีคนที่ตกชะตากรรมเดียวกันกับเ้าอีกตั้งมากมายไม่เพียงเท่านั้นพวกเขาก็อาจคิดสั้นแบบเ้าอีก” หยางสือกล่าว
“แล้วพวกเราจะก่อการฏได้หรือขอรับในเมื่อฝ่าาทรงมีทหารและอาวุธยุทโธปกรณ์ครบมือ แถมได้รับความช่วยเหลือจากท่านอ๋องแห่งแคว้นหลีอีกต่างหาก”ถังไห่มองว่ามันเป็ไปไม่ได้
“ไม่ลองก็ไม่รู้คนเรานั้นต้องสู้ให้ถึงที่สุดเสียก่อน ไม่ใช่ยอมแพ้ยอมจำนนต่อชะตาอย่าให้ดวงกำหนดชะตาชีวิต พวกเราจะต้องเป็ผู้กำหนดชะตาของตัวเองสิ” หยางสือกล่าว
“ก็ได้ขอรับ ข้าขอติดตามท่าน ต่อไปข้าจะไม่คิดสั้นฆ่าตัวตายอีก” ถังไห่กล่าวคำมั่น
“ดีแล้วถังไห่เ้ากลับบ้านเสียเถิด ที่ถังหู่ยอมแกล้งป่วยก็เพื่ออยากให้เ้ากลับบ้านเขากลัวว่าเ้าจะคิดสั้นเช่นนี้ เขารักเ้ามากเลยรู้มั้ย” หยางสือกล่าว
“ข้าทราบแล้วขอรับ” ถังไห่คิดได้แล้ว
“ดีมาก งั้นข้าขอตัว วันพรุ่งนี้ข้าจะส่งคนมานำทางให้เ้าไปฐานลับของข้าก็แล้วกัน”ท่านหยางสือนัดแนะ
“ขอรับ” ถังไห่ทำท่าคารวะผู้มีคุณ
แล้วแล้วบัณฑิตถังไห่ก็คิดได้เขาเดินทางกลับบ้านและไปคุกเข่าเพื่อขอขมาพี่ชายที่บ้านของเขา
******************************
ณ บ้านของถังหู่
“ข้าผิดไปแล้วพี่ถังหู่ยกโทษให้ข้าด้วย” ถังไห่คุกเข่าต่อหน้าถังหู่
“ลุกขึ้นเถิดน้องรักพี่เห็นเ้าคิดได้ แค่นี้พี่ก็ดีใจแล้ว” ถังหู่ประคองตัวให้ถังไห่ลุกขึ้นยืน
“ต่อไปข้าจะทำงานให้ท่านหยางสือข้าจะไม่ยอมท้อแท้สิ้นหวังอีกแล้ว” ถังไห่มีเป้าหมายใหม่
“เขาเป็ใครงั้นหรือ” ถังหู่สงสัย
“เขาเป็บัณฑิตคนหนึ่งที่คิดเปลี่ยนแปลงแคว้นพวกเราขอรับ”ถังไห่กล่าว
“หมายความว่ายังไงท่านหยางสือคิดล้มล้างอำนาจฝ่าาองค์ปัจจุบันอย่างนั้นหรือ” ถังหู่สงสัย
“จะว่าเช่นนั้นก็ได้” ถังไห่กล่าว
“แบบนี้พวกเราอาจถูกปะาเก้าชั่วโคตรได้นะ”ถังหู่กังวล
“หากพวกเราไม่เปลี่ยนแปลงอะไรต้องมีคนที่ประสบความผิดหวังเพียงเพราะเขามีดวงชะตาไม่เฮงเหมือนคนอื่นเขานะท่านพี่ข้า้าผู้นำที่มีความเป็ธรรมมากกว่านี้ไม่ใช่ผู้นำที่เชื่อแต่เื่ดวงชะตาโดยเลือกคนที่มีดวงค้ำจุนดวงชะตาของฝ่าาเท่านั้น”ถังไห่กล่าว
“งั้นข้าจะสนับสนุนเ้า” ถังหู่เชื่อในการตัดสินใจของน้องชาย
“ท่านไม่กลัวว่าจะถูกลงโทษอย่างนั้นหรือ”ถังไห่สงสัย
“ข้าเชื่อเ้าเ้าคิดว่าสิ่งนี้ดี ข้าก็ว่าดี” ถังหู่กล่าว
“ขอบคุณท่านพี่ที่เชื่อใจข้า วันพรุ่งนี้พวกเราไปฐานลับของท่านหยางสือด้วยกันนะ”ถังไห่ชวน
“ไปสิงั้นตอนนี้ข้าไปทำอาหารให้เ้าทานดีกว่า” ถังหู่รู้ว่าน้องชายยังไม่ได้ทานอะไรมาเลยทั้งวัน
“ข้าจะไปช่วยก่อฟืนนะขอรับ”ถังไห่อาสา
“มันจะดีงั้นหรือ” ถังหู่ไม่เคยให้น้องช่วยงานบ้านงานเรือนเขาให้น้องชายเอาแต่ร่ำเรียนท่าเดียว
“สิ่งใดที่ท่านพี่ทำได้ข้าก็ต้องทำได้ ข้าขอโทษที่เคยคิดดูถูกความรู้ของท่าน ข้าควรนับถือท่านพี่ถึงจะถูกท่านเป็เหมือนดั่งพ่อของข้าที่ชุบเลี้ยงและส่งเสียจนข้าเรียนจบท่านยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อข้าชาตินี้ข้าเองก็ไม่รู้ว่าข้าจะตอบแทนท่านหมดหรือเปล่า” ถังไห่คิดได้แล้ว
“อย่าคิดมากเลยน้องรักข้าได้ทำตามคำสั่งเสียของท่านแม่แล้ว” ถังหู่ตบไหล่น้องชาย
“พวกเรารีบทำอาหารกันเถอะหากนานกว่านี้ข้าคงตาลายเป็แน่” ถังไห่รู้สึกหิวมาก
สองพี่น้องจึงช่วยกันทำอาหารหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยจากการบุกบั่นฝ่าฟันค่ายกลมาทั้งวัน
******************************
ณ บนต้นไม้สูงใหญ่
“ท่านจอมยุทธ์! ท่านอยู่ที่ไหนแล้ว อย่าทิ้งข้าสิ มันจะมืดแล้วนะ ข้ากลัวผีรู้มั้ย”เหวยเหนียงะโ
เหวยเหนียงะโจนเหนื่อยแต่ไร้ซึ่งเสียงตอบรับใดๆ เพราะทุกคนพากันลืมเหวยเหนียงโดยสิ้นเชิง
ซูเยี่ยนจำเป็ต้องรีบกลับบ้านเพื่อไม่ให้ท่านแม่สงสัยหลังทานอาหารเสร็จเขาก็อ้างกับท่านแม่ว่าตนจะรีบออกไปเล่นกับเพื่อนแต่ความจริงคือเขาต้องรีบมาพาเหวยเหนียงกลับบ้าน
ซูเยี่ยนกำลังจะเปลี่ยนเป็ชุดดำแต่พอเห็นว่าเหวยเหนียงนอนหลับบนต้นไม้เขาก็เลยะโไปอุ้มเหวยเหนียงลงมาจากต้นไม้อย่างสง่างาม
“สถานการณ์วิกฤตแบบนี้เ้ายังหลับได้อีกนะ”ซูเยี่ยนบ่น
“ซูเยี่ยนช่วยข้าด้วย ข้ากลัวผี”เหวยเหนียงละเมอ
ซูเยี่ยนใ แต่พอมองดูดีๆ ว่านางนอนละเมอเขาก็เลยอุ่นใจ แล้วอุ้มพานางไปที่กระท่อมกลางป่าและวางนางนอนบนแคร่ดีๆ
เหวยเหนียงใตื่น “อย่าทิ้งข้าไปข้ากลัวผี”
“ตื่นแล้วหรือ” ซูเยี่ยนเองก็ใแต่ก็ต้องแสร้งสงบใจไว้
“ซูเยี่ยน ข้าอยู่ที่นี่ได้ยังไง”เหวยเหนียงสงสัย
“มีจอมยุทธ์คนหนึ่งบอกว่าเ้าอยู่ที่กระท่อมข้าก็เลยมารับเ้ากลับบ้าน” ซูเยี่ยนแต่งเื่
“รีบกลับกันเถอะ มันมืดมากแล้ว”เหวยเหนียงมองไปด้านนอกกระท่อมตรงช่องหน้าต่าง ถึงรู้ว่ามันมืดแล้วจริงๆ
“ทานอะไรก่อนสิข้าเอาหมั่นโถวมาให้เ้าด้วย” ซูเยี่ยนยื่นหมั่นโถวให้
"ขอบใจนะซูเยี่ยน” เหวยเหนียงรับมาอย่างไม่เกรงใจ
“เ้าเดินไหวมั้ยขี่หลังข้ามั้ยล่ะ” ซูเยี่ยนกล่าว
“ไหวสิ รีบเดินกลับบ้านกันเถอะเดี๋ยวท่านแม่เป็ห่วง” เหวยเหนียงกล่าว
ซูเยี่ยนเดินดูเหวยเหนียงทานหมั่นโถวด้วยความหิวโหยพอนางทานจนหมด เขาก็เลยช่วยหยิบเศษหมั่นโถวที่ติดมุมปากออกให้นางด้วยความลืมตัวจนเหวยเหนียงถึงกับอึ้ง
ซูเยี่ยนตั้งสติได้เขาก็เลยรีบหยิบกระบอกน้ำให้เหวยเหนียง “รีบทานน้ำซะสิเดี๋ยวก็ติดคอหรอก”
“ขอบใจนะ ว่าแต่เ้าไม่หิวหรอ”เหวยเหนียงสงสัย
“ท่านแม่นึกว่าเ้าไปทานอาหารกับซุนหวินแล้วก็เลยพากันทานอาหารก่อนเ้า” ซูเยี่ยนอธิบาย
“คนอื่นเป็อย่างไรบ้าง” เหวยเหนียงสงสัย
“ข้าได้ข่าวว่าพวกเขากลับบ้านกันหมดแล้วคนที่เ้าตามหาก็ยอมกลับบ้านแต่โดยดี” ซูเยี่ยนเล่าสั้นๆ
“ถังไห่คงพบท่านหยางสือแล้วสินะ”เหวยเหนียงกล่าว
“พวกเรารีบเดินเถอะมันมืดมากแล้ว” ซูเยี่ยนถือตะเกียงเดินนำทางให้
“เดี๋ยวก่อน ดูนั่นมีฝูงหิ่งห้อยเต็มไปหมดเลย” เหวยเหนียงฉุดรั้งฝ่ายชายและชี้ให้ดูหิ่งห้อย
“สวยจัง แสงกระพริบเต็มไปหมดเลย”ซูเยี่ยนกล่าว
“ก็ยังดี ในความโชคร้ายก็ยังได้เจอสิ่งสวยงามตระการตาเช่นนี้”เหวยเหนียงมองอย่างตกตะลึงในความงดงามของแสงกระพริบของหิ่งห้อย
“ข้าจับให้เ้าสักตัวดีมั้ย”ซูเยี่ยนอาสา
“อย่าดีกว่าปล่อยให้หิ่งห้อยบินสวยๆ แบบนั้นเถอะ คืนวันต่อมามันจะได้มาบินให้พวกเราดูอีกไง”เหวยเหนียงถือคติว่า ดูแต่ตา มืออย่าต้อง ของจะเสีย
ซูเยี่ยนแอบมองหน้าหญิงสาวในเวลาโรแมนติกเช่นนี้ เขาอยากโอบกอดนางดั่งเช่นคนรัก แต่ก็ทำไม่ได้พอหญิงสาวมองกลับมาหา เขาก็รีบหันไปมองหิ่งห้อยอย่างสนใจใคร่รู้
“พวกเรากลับกันเถอะ” เหวยเหนียงกล่าว
เหวยเหนียงเป็คนจับมือฝ่ายชายและพาเดินกลับบ้าน
“ทำไมต้องจูงด้วยล่ะข้าไม่หนีหายไปไหนหรอก” ซูเยี่ยนแกล้งบ่น
“ไม่เอา! เดี๋ยวเ้าซนแอบเล่นซ่อนแอบว่าจะยังไง”เหวยเหนียงกล่าวอ้าง
“เวลามืดค่ำแบบนี้ข้าคงไม่เล่นหรอก อีกอย่าง เล่นกับเ้ามันไม่สนุก เพราะเ้าจะไม่มีวันหาข้าเจอ”ซูเยี่ยนกล่าวอย่างดูถูก
“จงจำไว้นะซูเยี่ยนไม่ว่าเ้าจะอยู่ที่ไหน ข้าจะหาเ้าให้เจอ คอยดูก็แล้วกัน” คำพูดของเหวยเหนียงมันเหมือนเป็คำสัตย์ที่นางได้ตั้งสัจจะไว้ว่านางจะหาเขาให้เจอให้จงได้
******************************
วันต่อมา สถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติ
ถังไห่ได้ไปที่ฐานลับของท่านหยางสือเพื่อไปช่วยเขาหารายชื่อคนมีฝีมือและมีอุดมการณ์เช่นเดียวกันกับพวกเขา
เหวยเหนียงเองก็อยากไปฐานลับของท่านหยางสือนางก็เลยชวนซูเยี่ยนให้ไปเป็เพื่อนนาง
ท่านแม่เดินมาส่งทั้งคู่ก่อนเดินทางไปฐานลับด้วยท่าทางอารมณ์ดี
“รีบไป แล้วรีบกลับบ้านเลยนะ”ท่านแม่กำชับ
“เ้าค่ะท่านแม่” เหวยเหนียงรับคำ
“กลับมากับเหวยเหนียงนะซูเยี่ยนห้ามเถลไถลเป็อันขาด” ท่านแม่กล่าวย้ำ
“ขอรับท่านแม่” ซูเยี่ยนกล่าว
พอทั้งคู่เดินจากออกมา เหวยเหนียงก็เลยว่า “วันนี้ดูท่านแม่แปลกๆนะ ทำไมถึงอารมณ์ดีจัง”
“นั่นสิ เหมือนมีแผนการอะไรบางอย่าง”ซูเยี่ยนดูออก
“อย่ามองท่านแม่ในแง่ร้ายสิซูเยี่ยน”เหวยเหนียงเตือน
“แล้วจะไปนานมั้ยข้าอยากไปเล่นกับเพื่อน” ซูเยี่ยนกล่าวให้สมกับที่เขาแกล้งเป็เด็ก
“งั้นเอาอย่างนี้เ้าไปส่งข้าที่ฐานลับ แล้วเ้าก็ไปเล่นกับเพื่อนๆ ได้เลยสักหนึ่งชั่วยามค่อยเดินทางไปรับข้ากลับดีมั้ย” เหวยเหนียงเสนอ
“อย่างนั้นก็ได้” ซูเยี่ยนยอมตกลง
พอทั้งสองถึงฐานลับเหวยเหนียงก็เห็นถังไห่นั่งอ่านตำราพิชัยยุทธ์อยู่
“ท่านหยางสือล่ะ” เหวยเหนียงสงสัย
“กำลังเข้าครัวทำกับข้าวขอรับ”ถังไห่กล่าว
“โอ๊ย ถังไห่เ้าใส่พริกเยอะเกินไปนะ ข้ารู้สึกเผ็ดจนน้ำหูน้ำตาไหลหมดแล้ว” ท่านหยางสือเดินออกมาแล้วบ่นถึงรสชาติน้ำซุปที่เขาไหว้วานให้ถังไห่ช่วยปรุง
“อ่ะนี่ขอรับ น้ำสมุนไพรท่านดื่มแก้เผ็ดก่อนนะ” ซูเยี่ยนยื่นกระบอกน้ำสมุนไพรให้ท่านหยางสือดื่ม
ท่านหยางสือรับกระบอกน้ำจากมือซูเยี่ยนมาดื่มจนหมดจึงช่วยบรรเทาอาการเผ็ดร้อนไปได้
“ข้าขอโทษขอรับข้าเผลอทำพริกหกใส่ในน้ำซุป” ถังไห่กล่าวอย่างรู้สึกผิด
“เดี๋ยวข้าไปทำน้ำซุปให้ใหม่เ้าค่ะพวกท่านอ่านตำรากันไปก่อนเถอะ” เหวยเหนียงอาสา
“งั้น ข้าขอตัวไปเล่นกับเพื่อนๆก่อนนะขอรับ” ซูเยี่ยนกล่าว
“อย่าไปเล่นไกลมากนักล่ะ ระวังตัวด้วยนะซูเยี่ยน”เหวยเหนียงกำชับ
ซูเยี่ยนพยักหน้า แล้วเดินจากไปทันที
******************************
ในระหว่างที่ซูเยี่ยนเดินทางไปที่หมู่บ้านเพื่อไปหาเพื่อนๆเด็กน้อยอยู่นั้น อยู่ดีๆ ถังหู่ก็วิ่งมาดักหน้าเขาไว้
“เ้าเป็อย่างไรบ้างซูเยี่ยน”ถังไห่กล่าวด้วยความเป็ห่วง
“ข้าเป็ยังไง หมายความว่ายังไง”ซูเยี่ยนงง
“เ้ามีอาการ เอ่ออยากเข้าหาผู้หญิงหรือเปล่า” ถังหู่ไม่สะดวกจะพูด
“เปล่านี่ ข้าปกติดี มีอะไรอย่างนั้นหรือ”ซูเยี่ยนสงสัย
“เมื่อเช้าข้าเดินผ่านบ้านแม่ของเ้าข้าแอบไปได้ยินมาว่าแม่เ้าผสมยาปลุกอารมณ์ในน้ำสมุนไพรให้เ้าด้วยท่านหวังว่าเมื่อเ้าดื่มแล้วจะได้ช่วยให้เ้ามีอะไรกับเหวยเหนียงและจะได้มีหลานให้ท่านไวๆน่ะสิ” ถังหู่ฟ้อง
“แย่แล้ว! ข้าส่งน้ำสมุนไพรให้ท่านหยางสือดื่มตอนนี้เหวยเหนียงอยู่ที่ฐานลับของท่านหยางสือ นางตกอยู่ในอันตราย” ซูเยี่ยนใสุดขีดและเป็ห่วงฮูหยินอย่างมาก
สองหนุ่มก็เลยวิ่งไปที่ฐานลับอย่างตื่นตระหนก
ซูเยี่ยนรีบเคาะประตูเรียก “เหวยเหนียงเหวยเหนียง เ้าเป็อย่างไรบ้างเหวยเหนียง”
คนที่เปิดประตูก็คือ ถังไห่ “พวกเ้ามีอะไรกันอย่างนั้นหรือ”
“เหวยเหนียงอยู่ที่ไหน” ซูเยี่ยนรีบถาม
“อยู่กับท่านหยางสือในห้องนอน”ถังไห่กล่าว
“ไม่ได้การแล้ว รีบไปกันเร็วเข้า”ซูเยี่ยนรีบวิ่งเข้าไปข้างในทันทีและมุ่งตรงไปที่ห้องนอนของท่านหยางสือ
“รีบไปทำไม” ถังไห่ยืนเกาหัว
ซูเยี่ยนไม่ฟังอะไรแล้วเขารีบพังประตูห้องนอนเข้าไป แล้วรีบดึงตัวเหวยเหนียงเข้ามากอด
“เ้าไม่เป็อะไรนะหยางสือรังแกเ้าหรือเปล่า” ซูเยี่ยนกล่าวอย่างลืมตัว
“รังแกอะไรกันเ้ามากอดข้าทำไมน่ะซูเยี่ยน ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะ” เหวยเหนียงพยายามผลักตัวฝ่ายชายออก
“ตอนนี้ข้าไม่มีแรงรังแกใครหรอกหลังจากข้าดื่มน้ำสมุนไพรของเ้า ข้าก็ถ่ายไม่หยุด มา ถังหู่มาช่วยประคองข้าไปห้องน้ำที”หยางสือกล่าวอย่างไร้เรี่ยวแรง
“ขอรับ” ถังหู่รีบเดินเข้าไปช่วยประคอง
เหวยเหนียงเข้าใจผิดคิดว่าซูเยี่ยนกลั่นแกล้งท่านหยางสือนางก็เลยตบหน้าซูเยี่ยนไปฉาดหนึ่ง
“เ้าทำบ้าอะไรน่ะซูเยี่ยนเ้าไม่ควรแกล้งท่านหยางสือแบบนี้นะ หากท่านท้องเสียจนถึงขั้นเสียชีวิตจะว่ายังไง”เหวยเหนียงกล่าวด้วยความไม่พอใจ
“ข้าไม่ได้ตั้งใจแกล้งเขาเสียหน่อย”ซูเยี่ยนเอามือจับไปที่แก้มของตัวเอง
“เ้ากลับไปก่อนเลยข้ายังไม่อยากเห็นหน้าเ้าตอนนี้” เหวยเหนียงพูดด้วยความโมโห
ซูเยี่ยนไม่รู้ว่าจะอธิบายยังไงดี เขาก็เลยเดินคอตกกลับบ้านไปอย่างน่าสงสาร
ถังหู่ประคองท่านหยางสือกลับไปนอนดีๆเพื่อพักเหนื่อย ผ่านไปไม่นานเขาก็เรียกถังหู่ให้มาช่วยประคองเขาอีก
“นั่นท่านจะไปไหนอย่างนั้นหรือ”เหวยเหนียงสงสัยเมื่อเห็นถังไห่กำลังเดินออกไป
“ข้าขออภัยจริงๆจมูกข้าดีมาั้แ่เกิด ตอนนี้ข้าได้กลิ่นสิ่งขับถ่ายเต็มๆ ข้าทนไม่ไหวแล้วจริงๆข้าขอตัวไปนำเกวียนมาจะได้ช่วยพี่ข้าลากเกวียนเพื่อพาตัวท่านหยางสือไปหาหมอในเมืองหลวง” ถังไห่กล่าว
“งั้นรีบไปเถอะท่านท่านหยางสือหน้าซีดมากเลย” เหวยเหนียงเห็นว่าท่านหยางสือมีอาการหนักมาก
สองพี่น้องช่วยกันลากเกวียนที่บรรทุกท่านหยางสือในท่านอนหงายแบบหมดสภาพจนไปถึงที่ร้านหมอแล้วช่วยกันอุ้มท่านหยางสือเข้าไปในร้านหมอเพื่อให้ท่านหมอช่วยตรวจอาการให้หลังจากท่านหยางสือทานยาจนหมด อาการถ่ายไม่หยุดก็บรรเทาลงตอนนี้ท่านหยางสือมีอาการทุเลาขึ้นมากแล้ว
“เอ่อ คือว่า ท่านหยางสือ!แม่นางเหวยเหนียง! ความจริงแล้วซูเยี่ยนไม่ได้ตั้งใจแกล้งท่านหยางสือหรอกขอรับ”ถังหู่เล่าให้ทุกคนฟัง
“ถึงขนาดนี้แล้วยังจะว่าไม่ได้แกล้งอีกอย่างนั้นหรือ” เหวยเหนียงยังคงโมโหไม่หาย
“แม่ย่าของเ้าจงใจให้ซูเยี่ยนดื่มน้ำสมุนไพรที่ผสมกับยาปลุกอารมณ์เพื่อที่ว่าเ้าจะได้มีหลานให้นางเร็วๆ ซูเยี่ยนไม่รู้เื่นี้หรอกเขามอบน้ำสมุนไพรให้ท่านหยางสือเพราะความไม่รู้ต่างหาก พอข้าไปบอกเื่นี้กับเขาเขาเป็ห่วงเ้ามากเลยนะเหวยเหนียงเพราะเ้าอยู่กับท่านหยางสือที่เผลอดื่มยาปลุกอารมณ์เข้าไปและกลัวว่าตัวเ้าจะเกิดอันตราย ก็เลยรีบวิ่งไปดูเ้าที่ฐานลับ” ถังหู่เล่า
“ถ้าเป็ยาปลุกอารมณ์จริงเหตุใดท่านหยางสือถึงถ่ายไม่หยุดเช่นนี้” เหวยเหนียงไม่เข้าใจ
“ข้าพอจะเดาออกแล้วแม่ย่าของเ้าคงได้ยามาจากหมอยาที่ชื่อว่าไป่หลางเขานั้นเป็คู่อริของซูเยี่ยนมาก่อนน่ะสิ เขาคงตั้งใจแกล้งให้ซูเยี่ยนกินยาถ่ายแทนที่จะเป็ยาปลุกอารมณ์กระมัง”ท่านหยางสือคาดการณ์
“ข้าเข้าใจซูเยี่ยนผิดไปจริงๆ” เหวยเหนียงรู้สึกผิด
“เ้ากลับไปขอโทษเขาเถิดยังไงเขาก็เป็แค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น” ท่านหยางสือกล่าว
“ข้าขอตัวกลับก่อนนะเ้าคะ”เหวยเหนียงทำท่าคารวะแล้วรีบกลับบ้าน
******************************
เหวยเหนียงรีบวิ่งกลับบ้านและพยายามตามหาซูเยี่ยนจนทั่วบ้านแต่หาไม่เจอ
“หาใครหรือเ้าคะ พี่เหวยเหนียง”ซูหลินสงสัย
“ซูเยี่ยนอยู่ที่ไหนงั้นหรือ”เหวยเหนียงรีบถาม
“เขาไปนั่งอยู่ริมลำธารเ้าค่ะ”ซูหลินกล่าว
“ขอบใจมาก” เหวยเหนียงกำลังจะวิ่งไปที่ลำธาร
“มีอะไรหรือเปล่าเ้าคะ” ซูหลินอยากรู้
“ข้าเข้าใจเขาผิดไปข้าจะรีบไปขอโทษเขาเดี๋ยวนี้” เหวยเหนียงอธิบายสั้นๆ
“ถึงว่าเขาถึงทำหน้าเศร้า”ซูหลินเริ่มเข้าใจอาการของพี่ชาย
“ข้าไปก่อนนะ” เหวยเหนียงกล่าว
เหวยเหนียงวิ่งไปที่ลำธารก็เห็นซูเยี่ยนกำลังขว้างหินลงลำธารเพื่อระบายอารมณ์
“ซูเยี่ยน!” เหวยเหนียงเรียก
“มาทำไม” ซูเยี่ยนรู้สึกน้อยใจ
“ข้าขอโทษข้ารู้แล้วว่าท่านแม่วางยาเ้า เ้าไม่รู้เ้าก็เลยเผลอมอบยาสมุนไพรให้ท่านหยางสือดื่มเ้าไม่ได้ตั้งใจแกล้งท่านหยางสือจริงๆ ” เหวยเหนียงกล่าว
“ข้าดูร้ายในสายตาเ้าเสมอนี่”ซูเยี่ยนกล่าว
เหวยเหนียงกอดฝ่ายชายจากทางด้านหลัง “อภัยให้ข้าสักครั้งนะต่อไปข้าจะมองเ้าเสียใหม่ และต่อไปมีอะไรข้าจะฟังเ้าอธิบายให้ฟังก่อน”
ซูเยี่ยนพยายามดึงมือฝ่ายหญิงออกแต่นางไม่ยอมปล่อย
“อภัยให้ข้าก่อนข้าถึงจะยอมปล่อยเ้า ไม่งั้นข้าจะกอดเ้าแบบนี้ทั้งวันเลยคอยดู” เหวยเหนียงกล่าว
ซูเยี่ยนเองก็อยากให้นางกอดเขาทั้งวันแบบนี้แต่ด้วยสภาพที่เขาต้องแกล้งเป็เด็ก ก็เลยว่า “ก็ได้ ข้าอภัยให้เ้าแล้วปล่อยข้าก่อนสิ”
เหวยเหนียงยอมปล่อยแต่โดยดีแล้วยื่นหน้าเข้าไปดูแก้มของฝ่ายชายใกล้ๆ “เจ็บมั้ย เป็รอยมือเลยน่ะ”
“เ้าตบข้าแรงมากเลย” ซูเยี่ยนทำเป็แกล้งเจ็บ
“โอมเพี้ยง จงหาย” เหวยเหนียงเป่าไปที่แก้มของฝ่ายชายและแกล้งทำท่าปลุกเสก
"ทำเหมือนข้าเป็เด็กไปได้”ซูเยี่ยนลืมตัว
“อ้าว! แล้วเ้าไม่ใช่เด็กอย่างนั้นหรือ”เหวยเหนียงสงสัย
“เวลาข้าหกล้มหรือาเ็ท่านแม่จะปลอบข้าด้วยการหอมแก้มข้า” ซูเยี่ยนจึงถือโอกาสแกล้งนาง
“มา ข้าหอมแก้มเ้าก็ได้”เหวยเหนียงหลงกลหอมแก้มฝ่ายชายข้างซ้าย
“อีกข้างนึงสิ” ซูเยี่ยนชี้ที่แก้มอีกข้าง
“ก็ได้” เหวยเหนียงยอมหอมแก้มฝ่ายชายอีกข้างแต่โดยดีแล้วกล่าวว่า “หายเจ็บแล้วนะ พวกเราไปที่ห้องดีกว่า”
“ทำไมต้องไปที่ห้องด้วยล่ะ”ซูเยี่ยนสงสัย
“ไปเล่นหมากรุกกัน” เหวยเหนียง้าหลอกท่านแม่ว่าซูเยี่ยนยอมกินยาปลุกกำหนัดของท่านแม่และมีอะไรกันกับนางแต่ความจริงคือทั้งสองนั่งเล่นหมากรุกกันทั้งวัน