ทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ!

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 37 ของขวัญจากหลีเสวี่ยเอ๋อร์! แผนที่ห้องสุสาน!

            “สองล้านเหรียญมังกร...”

            หลีเสวี่ยเอ๋อร์และหลินเฟยสบตากันประกายแสงในดวงตาของทั้งคู่ค่อยๆ หม่นแสงลง

            กลุ่มของพวกเขาทำงานหนักลงดันเจี้ยนอย่างตรากตรำทุกวันเพื่อนำวัสดุที่ได้ไปแลกเงินทว่าตลอดหนึ่งปีเต็มกลับเก็บสะสมเงินได้เพียงแสนกว่าเหรียญมังกรเท่านั้น

            การจะหาเงินให้ครบสองล้านเหรียญมังกรภายในเวลาเพียงหนึ่งเดือนสั้นๆแทบไม่ต่างอะไรกับเรื่องเพ้อฝัน ต่อให้พวกเขาขายอุปกรณ์สวมใส่ทั้งหมดในตัวทิ้งก็ยังห่างไกลจากจำนวนนั้นอยู่ดี...

            ทว่าในตอนนั้นเองเซียวเยี่ยได้โยนอุปกรณ์ทองคำสามชิ้นที่ปล้นมาจากชายคนนั้นลงตรงหน้าของคนทั้งสองพร้อมกล่าวว่า “อุปกรณ์ทองคำสามชิ้นนี้มีคุณสมบัติเสริมระดับสูงหากนำไปปล่อยในตลาดมืดก็น่าจะทำเงินได้เกือบแปดแสนเหรียญมังกร”

            “แต่ห้ามขายในเมืองซ่างจิงเป็นอันขาดให้หาลู่ทางไปจัดการในตลาดมืดของเมืองอื่นแทนและต้องทำอย่างระมัดระวังอย่าให้ใครจับสังเกตได้”

            ไม่ใช่ว่าเซียวเยี่ยไม่เห็นค่าของอุปกรณ์ทองคำเหล่านี้แต่การสวมใส่อาวุธสังหารของคนอื่นไว้กับตัวนั้นดูจะเป็นการเรียกความสนใจมากเกินไปวิธีจัดการที่ดีที่สุดคือการนำไปปล่อยทิ้งในตลาดมืดของเมืองอื่น

            ทั้งหลินเฟยและหลีเสวี่ยเอ๋อร์ต่างก็รู้ซึ้งถึงมูลค่าของอุปกรณ์ทองคำเหล่านี้การที่เซียวเยี่ยมอบพวกมันให้ก็ประหนึ่งการมอบชีวิตที่สองให้กับหัวหน้าของพวกเขาอีกครั้ง!

            “ขอบคุณนายมากนะ...”

            หลีเสวี่ยเอ๋อร์เม้มริมฝีปากแน่นบุญคุณของเซียวเยี่ยท่วมหัวจนเธอไม่รู้จะชดใช้อย่างไรหมด

            ส่วนหลินเฟยซึ่งยึดถือหงเลี่ยงเป็นเหมือนพี่ชายร่วมสาบานมาตลอดบัดนี้มองเซียวเยี่ยด้วยสายตาเปี่ยมไปด้วยความซาบซึ้งใจยิ่งนัก“ผู้มีพระคุณ โปรดบอกชื่อของนายไว้ด้วยเถอะ...บุญคุณครั้งนี้ไม่อาจกล่าวเพียงคำขอบคุณ ผมหลินเฟย ติดค้างชีวิตนายไว้หนึ่งชีวิต!”

            ทว่าเซียวเยี่ยกลับส่ายหน้าแล้วตอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาเล็กน้อยว่า“เราต่างคนต่างไม่รู้ชื่อกันจะดีที่สุด”

            “พวกนายน่าจะรู้อยู่แล้วว่าคนพวกนั้นมีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดาในเมื่อเขามาตายในดันเจี้ยนแบบนี้ ถึงเวลานั้นต้องมีคนมาสืบหาความจริงแน่”

            “หากไม่อยากออกไปแล้วถูกตามล้างแค้น เรื่องที่เกิดขึ้นในสุสานแห่งนี้ห้ามให้คนนอกรู้เห็นเป็นอันขาด!”

            หลีเสวี่ยเอ๋อร์และหลินเฟยพยักหน้าพร้อมกันจากนั้นทั้งคู่สบตากันครู่หนึ่งราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ทันใดนั้นหลีเสวี่ยเอ๋อร์ก็หยิบม้วนแผนที่ออกมาจากกระเป๋าแล้วยื่นให้เซียวเยี่ย“ผู้มีพระคุณ บุญคุณครั้งนี้ใหญ่หลวงนัก... แผนที่ฉบับนี้โปรดรับมันไว้ด้วยเถอะค่ะ!”

            “นี่คือแผนที่ที่หัวหน้าหงเลี่ยงบังเอิญเจอในโถงข้างแห่งหนึ่งตอนที่เราเพิ่งเข้ามาในดันเจี้ยนสุสานแม่ทัพมันคือแผนที่ของสุสานแม่ทัพแห่งนี้ทั้งหมด”

            “เส้นทางที่จะมุ่งหน้าสู่โถงหลักของสุสานแม่ทัพน่าจะมีระบุอยู่ในนี้ด้วยเหมือนกัน!”

            เซียวเยี่ยชะงักไปครู่หนึ่งเขามองดูม้วนแผนที่หนังแกะอันเก่าแก่ที่หลีเสวี่ยเอ๋อร์ยื่นมาให้บนนั้นมีรอยหมึกที่วาดขึ้นอย่างประณีตบรรจงแสดงภาพเส้นทางสุสานแต่ละเส้นและห้องสุสานที่เรียงรายกันอยู่อย่างเป็นระเบียบชัดเจนและแม่นยำจนดูได้ง่ายดายในพริบตาเดียว!

            หลีเสวี่ยเอ๋อร์และหลินเฟยช่วยกันพยุงหัวหน้าหงเลี่ยงขึ้นมาดวงตาของพวกเขาฉายแววโศกเศร้าพลางเอ่ยว่า “กลุ่มของเราไม่สามารถเดินหน้าต่อได้อีกแล้ว”

            “เราต้องรีบพาหัวหน้าออกไปรักษาและต้องนำร่างของหลี่หยางกับเฉินชงออกไปด้วย...”

            “ได้ยินมาว่าทุกคนต่างกำลังตามหาโถงหลักของสุสานแม่ทัพโหลวหลันนายต้องไปถึงที่นั่นก่อนหน้าพวกเขาให้ได้นะ!”

            เซียวเยี่ยอดไม่ได้ที่จะสูดลมหายใจเข้าลึกๆหากจะกล่าวว่าของล้ำค่าในดันเจี้ยนนั้นเลือกเจ้าของที่มีวาสนาต่อกันก็คงไม่ผิดใครจะไปคาดคิดว่าแผนที่ของสุสานแม่ทัพโหลวหลันจะมาอยู่ในมือของพวกหลีเสวี่ยเอ๋อร์ได้?

            เกรงว่าคนอื่นๆรวมถึงพวกหลินเสวียหมิง คงจะกำลังตามหากันจนแทบบ้าไปแล้ว!

            “ตกลง!”

            สำหรับการตอบแทนครั้งนี้ของหลีเสวี่ยเอ๋อร์และหลินเฟยเซียวเยี่ยไม่คิดจะปฏิเสธ

            อันที่จริงทั้งสองคนสามารถเก็บแผนที่นี้ไว้แล้วนำไปประมูลหลังออกจากดันเจี้ยนเพื่อทำเงินมหาศาลได้แต่พวกเขากลับเลือกที่จะมอบแผนที่สำคัญนี้ให้กับเซียวเยี่ย...

            “ทิ้งช่องทางติดต่อไว้เถอะ”

            เซียวเยี่ยรับแผนที่มาพลางกล่าว“ถ้าผมได้ของล้ำค่าจากโถงหลักมาหลังจากออกไปแล้วจะแบ่งให้พวกนายส่วนหนึ่ง”

            หลีเสวี่ยเอ๋อร์ลังเลเล็กน้อยบุญคุณที่เซียวเยี่ยทำให้พวกเธอนั้นมากเกินพอแล้วแต่ทว่าตอนนี้อาการบาดเจ็บของหัวหน้าหงเลี่ยงยังคงต้องใช้เงินอีกจำนวนมหาศาล

            เซียวเยี่ยไม่รอให้เธอปฏิเสธเขาเป็นฝ่ายส่งคำขอเพิ่มเพื่อนในอุปกรณ์สื่อสารไปทันที

            ในรายชื่อผู้ติดต่อของเขานอกจากฉินเยียนหรานแล้ว ในที่สุดก็มีชื่อที่สองปรากฏขึ้นมา นั่นคือ...หลีเสวี่ยเอ๋อร์

            “ขอลากันตรงนี้!”

            เซียวเยี่ยพยักหน้าให้เบาๆขณะที่หลีเสวี่ยเอ๋อร์และหลินเฟยยังมีภารกิจสำคัญต้องทำทั้งพาตัวหัวหน้าหงเลี่ยงออกไปรักษาและจัดการเก็บกู้ร่างไร้วิญญาณของเพื่อนร่วมกลุ่มทั้งสองคน

            “เซียวเยี่ย...”

            หลีเสวี่ยเอ๋อร์มองชื่อในอุปกรณ์สื่อสารก่อนจะยกมือขึ้นกุมไว้ที่อก แล้วทำความเคารพแบบนักบวชแห่งแสงจากระยะไกล“ขอเทพแห่งแสงโปรดคุ้มครองนาย!”

            ..........

            เซียวเยี่ยเดินลึกเข้าไปตามทางสุสานพลางตรวจสอบม้วนแผนที่หนังแกะอย่างละเอียด

            ข้อมูลในแผนที่หนังแกะนั้นละเอียดถี่ถ้วนมาก!

            ที่แท้สุสานแม่ทัพโหลวหลันทั้งหมดถูกแบ่งออกเป็นสามชั้นคือ ชั้นบน ชั้นกลาง และชั้นล่างส่วนเส้นทางที่เซียวเยี่ยอยู่ในตอนนี้คือชั้นบนสุด

            และตามที่ระบุในแผนที่โถงหลักของสุสานแม่ทัพโหลวหลันตั้งอยู่ใจกลางชั้นที่ลึกที่สุด

            การจะไปถึงโถงหลักได้นั้นนอกจากต้องบุกเบิกไปทีละชั้นแล้วยังมีเส้นทางพิเศษสายหนึ่งที่สามารถลัดผ่านชั้นที่สองไปโผล่ที่ชั้นที่สามได้โดยตรง!

            เส้นทางสายนี้ถูกวงไว้ด้วยหมึกสีแดงเข้มบนแผนที่หนังแกะ

            ว่ากันว่าผู้ออกแบบสุสานส่วนใหญ่จะทิ้งเส้นทางหลบหนีไว้ให้ตัวเองเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกเจ้าของสุสานสั่งปิดตายให้ตายตกไปตามกันในฐานะเครื่องสังเวย

            ดูเหมือนว่าทางลับสายนี้จะเป็นทางหนีที่ผู้ออกแบบสุสานเหลือทิ้งไว้ให้ตัวเองนั่นเอง!

            เซียวเยี่ยเดินตามคำแนะนำในแผนที่มุ่งหน้าค้นหาทางเข้าของเส้นทางลัดนั้น

            ระหว่างทางเขาได้พบกับผู้ตื่นรู้อื่นๆที่เข้ามาในดันเจี้ยน บ้างก็กำลังต่อสู้กับหุ่นทหารดินเผาบ้างก็กำลังค้นหาทางลับหรือกล่องสมบัติอย่างเอาเป็นเอาตาย...

            ดวงตาของทุกคนเต็มไปด้วยความละโมบไม่มีใครสังเกตเห็นเซียวเยี่ยที่สวมใส่อุปกรณ์ดูแสนธรรมดาเลยแม้แต่น้อย

            และขณะที่เดินผ่านคนเหล่านั้นเซียวเยี่ยก็ได้ยินข้อมูลบางอย่างจากเสียงพูดคุยซุบซิบ“ได้ยินหรือยัง? ที่แท้ใต้สุสานยังมีอีกชั้นหนึ่งพวกสมาคมจอมราชันที่นำอยู่หน้าสุดไปถึงชั้นที่สองกันแล้ว!”

            “ก็นั่นมันสมาคมจอมราชัน หนึ่งในสี่สมาคมใหญ่นี่นาแถมคราวนี้คนนำกลุ่มยังเป็นหลินเสวียหมิง ผู้ตื่นรู้อาชีพระดับ S อีก เขาบุกเบิกเส้นทางได้เร็วกว่าพวกเราก็ไม่แปลกหรอก!”

            “แต่ฉันได้ยินมาว่า หวังเปียวจากสมาคมอินทรีดำก็พาลูกน้องตามมาเหมือนกันถึงจะมาทีหลังแต่ความเร็วในการเบิกทางในดันเจี้ยนก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย...”

            “ดูเหมือนว่าดันเจี้ยนสุสานแม่ทัพโหลวหลันรอบนี้จะเป็นเนื้อก้อนใหญ่เชียวล่ะสมาคมใหญ่ตั้งสองในสี่ถึงได้หมายตาขนาดนี้?”

            “ไม่ใช่แค่นั้นนะ เพื่อนฉันบอกว่าข้างนอกนั่นเห็นคนของเป่าลี่กรุ๊ปด้วยไม่อยากเชื่อเลยว่าบริษัทกระเป๋าหนักอย่างเป่าลี่กรุ๊ปจะมาลงดันเจี้ยนระดับนี้ด้วย?”

            “เหอะ... มีแต่พวกคนใหญ่คนโตทั้งนั้นเลยแฮะ...”

            “อย่าไปสนใจเรื่องนั้นเลย พวกเรารีบหาทางกินน้ำแกงกันสักเล็กน้อยดีกว่า!”

            “นั่นสิ ถึงจะแย่งเข้าไปในโถงหลักไม่ทันแต่ถ้าไปถึงโถงข้างแล้วเจอกล่องสมบัติบ้างก็ยังดี...”

            จอมราชันอินทรีดำ เป่าลี่กรุ๊ป...สามขั้วอำนาจยักษ์ใหญ่แห่งเมืองซ่างจิงต่างประจวบเหมาะมาเยือนดันเจี้ยนระดับต่ำที่เพิ่งปรากฏขึ้นงั้นหรือ?

            ดูเหมือนว่าสุสานแม่ทัพโหลวหลันแห่งนี้คงจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว!

             

    คล้ายกับเรื่องทั่วโลกเปลี่ยนอาชีพ : ข้าปฏิเสธอาชีพผู้ควบคุมกองทัพอันเดดระดับ SSS แล้วสังเวยตนจนกลายเป็นเทพ! ที่คุณอ่าน