เพียงไม่นานก็มีข่าวลือว่าตระกูลหนานได้มาถึงพื้นที่เขตการปกครองสำนักเซียนเพลิงครามก็ได้กระจายไปทั่วพื้นที่เขตการปกครอง
ตอนนี้ตระกูลหนานได้อยู่บนโลกเล็กๆแห่งหนึ่งที่มีชื่อว่า โลกเกอเทียน ซึ่งเป็นโลกขนาดเล็กและไม่ค่อยมีคนอาศัยอยู่สักเท่าไหร่
สาเหตุที่หนานหมิงเลือกโลกใบนี้ก็เพราะไม่ค่อยมีคนอาศัยแถมยังมีขนาดเล็กอีกด้วย และที่สำคัญคือโลกใบนี้สามารถเดินทางไปยังใจกลางของพื้นที่เขตการปกครองสำนักเซียนเพลิงครามได้ง่ายอีกด้วย
ณ โลกเทียนจู ซึ่งเป็นโลกที่ตอนนี้มารฟ้าคำรามได้ใช้โลกใบนี้เป็นฐานที่มั่นของพวกมันเอง เนื่องจากโลกใบนี้มีขนาดใหญ่และมีทรัพยากรจำนวนมากให้ใช้งาน
ตำหนักมารสวรรค์ ห้องโถงหลัก
มู่เหลียวไท่หรือมารฟ้าคำรามนั่งอยู่ที่บัลลังก์พร้อมกับมองเหล่ามารอสูรด้านล่างนับพันด้วยแววตาพึงพอใจ
เวลานี้มารฟ้าคำรามได้กลายเป็นเซียนอมตะแล้วแถมยังเป็นเซียนอมตะขั้นต้น นับว่าเป็นความเร็วที่น่าเหลือเชื่อมากๆ เพราะในช่วงเวลาแค่ไม่กี่เดือนจากเซียนปฐพีข้ามมายังเซียนอมตะขั้นต้น
มารอสูรด้านล่างเต็มไปด้วยยอดฝีมือที่แข็งแกร่งในระดับเซียนนิรันดร์ขึ้นไปทั้งหมด แถมในหมู่มารอสูรมีเซียนอมตะเพิ่มขึ้นมาอีกหลายคน ทำให้ตอนนี้มารอสูรที่มีความแข็งแกร่งในระดับเซียนอมตะมากกว่าเจ็ดสิบคนและยังมีมารอสูรที่อยู่ในระดับเซียนอมตะขั้นกลางสิบเจ็ดคน เซียนอมตะขั้นปลายอีกสิบคน
“ นายเหนือหัวตอนนี้พวกเรายืนยันได้แล้วว่าตระกูลหนานได้มาที่นี้จริงและพวกมันก็อยู่ที่โลกเกอเทียนจริงๆขอรับ ” มารอสูรระดับเซียนอมตะกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเคารพ
มารฟ้าคำรามพยักหน้าและกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ ข้าได้รับข่าวว่าพวกมันมียอดฝีมือระดับเซียนอมตะอยู่เป็นเรื่องจริงหรือไม่? ”
“ เป็นเรื่องจริงขอรับนายเหนือหัว พวกตระกูลหนานมียอดฝีมือระดับเซียนอมตะอยู่จริงๆ แถมเมื่อไม่นานมานี้ก็ยังมีข่าวลือว่าพวกมันสังหารยอดฝีมือระดับเซียนอมตะของกองกำลังที่ชื่อว่าองค์กรแสงทมิฬไปด้วย ทำให้ตอนนี้ชื่อเสียงของตระกูลหนานนับว่าเป็นอันดับหนึ่งในเส้นทางจิวหยางแห่งนี้ ถ้าหากว่านายเหนือหัวต้องการที่จะทำลายเส้นทางจิวหยางคาดว่าจะต้องทำลายตระกูลหนานเท่านั้น ” มารอสูรตัวเดิมตอบคำถาม
มารฟ้าคำรามหรี่ตาลงพร้อมกับหัวเราะอย่างเย็นชา “ แค่นี้พวกเจ้าเรียกว่าแข็งแกร่งแล้วงั้นเรอะ ในยุคของข้าน่ะพวกมันเป็นเพียงแค่กองกำลังที่อาจจะพอมีชื่อเสียงอยู่บ้าง แต่ถ้าหากให้เป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดนั้นเป็นไปได้ยาก เพราะในยุคสมัยนั้นกองกำลังที่มีเซียนอมตะมีอยู่มากมายนับไม่ถ้วน แต่ตอนนี้เซียนอมตะได้หายหัวไปหมดแล้ว แม้กระทั้งเซียนนิรันดร์ยังไม่มีให้เห็น เหอะๆ! …ในเมื่อพวกมันมาที่นี้เช่นนั้นก็หมายความว่าอย่างเดียว พวกมันต้องการที่จะปะทะกับพวกเราตำหนักมารสวรรค์ อย่างนั้นพวกเราก็ไม่ควรที่จะปล่อยให้พวกมันรอนาน มารอสูรหยินฮู มารอสูรแสงราตรี พวกเจ้าทั้งสองนำกองกำลังจำนวนหนึ่งมุ่งหน้าไปยังโลกเกอเทียนและสังหารพวกตระกูลหนานให้หมด ”
มารอสูรหยินฮูและมารอสูรแสงราตรี พวกมันเป็นมารอสูรระดับเซียนอมตะขั้นปลาย นับว่าเป็นหนึ่งในสิบยอดฝีมือของสิบมารอสูรในระดับเซียนอมตะขั้นปลายอีกด้วย
“ รับคำสั่งนายเหนือหัว พวกเราจะทำลายตระกูลหนานให้สิ้นซากเอง ” มารอสูรหยินฮูและมารอสูรแสงราตรีกล่าวขึ้นอย่างมั่นใจ
มารฟ้าคำรามพยักหน้าอย่างเย็นชาและกล่าวว่า “ ถ้าหากพวกเจ้าสามารถทำลายตระกูลหนานได้สำเร็จข้าจะมีรางวัลให้กับพวกเจ้าอย่างงาม ข้าจะทำให้พวกมันรู้ว่ากองกำลังที่แข็งแกร่งที่สุดก็คือตำหนักมารสวรรค์ไม่ใช่ตระกูลหนานอย่างพวกมัน ข้าจะขยี้แสงแห่งความหวังของพวกมันให้มอดดับลงไปเอง ”
มารอสูรหยินฮูและมารอสูรฟ้าราตรีตื่นเต้นขึ้นมา จากนั้นทั้งสองก็รีบขอตัวเพื่อไปเตรียมกำลังพลเพื่อไปทำลายตระกูลหนาน
เพียงไม่นานเรือบินของตำหนักมารสวรรค์จำนวนหนึ่งก็มุ่งหน้าสู่โลกเกอเทียน
ณ โลกเกอเทียน
หนานหมิงนั่งพักผ่อนอยู่ที่คฤหาสน์ส่วนตัว เขาได้รับแจ้งจากสายลับของเขาที่แฝงตัวไปอยู่ในกลุ่มของตำหนักมารสวรรค์ว่าตอนนี้มารฟ้าคำรามได้ส่งยอดฝีมือจำนวนหนึ่งมุ่งหน้ามายังโลกเกอเทียนเพื่อที่จะสังหารตระกูลหนานเพื่อประกาศให้ทุกๆคนรู้ว่าตำหนักมารสวรรค์นั่นแข็งแกร่งที่สุด
“ ดูท่าแผนการณ์นี้จะเป็นไปได้ด้วยดีเลยแหะ ” หนานหมิงพึมพำเบาๆ
แผนการณ์ของหนานหมิงนั่นง่ายมากเพียงแค่เขาประกาศว่าตระกูลหนานมาถึงแล้วและทำให้ตำหนักมารสวรรค์จะต้องส่งกองกำลังจำนวนหนึ่งมุ่งหน้ามาหาตระกูลหนานเพื่อกำจัดพวกเขาทิ้ง
สำหรับตำหนักมารสวรรค์แล้วตระกูลหนานถือว่าเป็นศัตรูที่ต้องกำจัดทิ้งเพื่อประกาศให้รู้ว่าตำหนักมารสวรรค์แข็งแกร่งและทรงพลังมากแค่ไหน และถ้าหากสามารถทำลายตระกูลหนานได้ก็จะทำให้กองกำลังในเส้นทางจิวหยางทั้งหมดยอมสยบต่อตำหนักมารสวรรค์ เพราะถ้าหากตระกูลหนานยังไม่สามารถเอาชนะได้แล้วพวกเขาที่อ่อนแอกว่าตระกูลหนานจะสามารถเอาชนะตำหนักมารสวรรค์ได้อย่างไร?!
สำหรับยอดฝีมือที่หนานหมิงส่งเข้าไปในตำหนักมารสวรรค์ก็เป็นหุ่นเชิดของเหมาอี้กัง ทำให้แม้ว่าหุ่นเชิดตัวนั้นจะกลายเป็นอสูรแต่ก็ยังเป็นหุ่นเชิดอยู่ดี ทำให้สามารถล้วงข้อมูลต่างๆของตำหนักมารสวรรค์ได้ และตอนนี้คนของหนานหมิงจำนวนหนึ่งก็ได้ลอบเข้าไปในโลกเทียนจูที่ตำหนักมารสวรรค์ครอบครองอยู่
หนานหมิงได้วางแผนเอาไว้แล้วว่าจะสังหารพวกมันทั้งหมดในคราวเดียว สำหรับพวกตำหนักมารสวรรค์หนานหมิงไม่คิดที่จะปล่อยมันเอาไว้แม้แต่ตัวเดียว เพราะพวกมันอาจจะสร้างปัญหาขึ้นมาได้ โดยที่ทันทีที่ทางนี้เริ่มการต่อสู้ ตระกูลหนานที่แฝงตัวอยู่ในโลกเทียนจูก็จะโจมตีตำหนักมารสวรรค์ที่นั้นทันที
สำหรับข่าวที่ตระกูลหนานอยู่ที่โลกเกอเทียน ก็ทำให้กองกำลังจำนวนมากที่ต้องการที่จะต่อสู้กับตำหนักมารสวรรค์มารวมตัวกันที่โลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็นสี่ผู้ปกครองที่เหลือหรือสำนักเซียนเพลิงครามที่หลบหนีไปก็ได้มารวมตัวกันที่นี้ทั้งหมด
แม้ว่ากองกำลังทั้งหลายจะส่งยอดฝีมือมาไม่ได้เยอะมาก แต่เมื่อมารวมกันแล้วทำให้กลายเป็นกองทัพที่แข็งแกร่งและมีจำนวนมหาศาลในทันที
เซียนศักดิ์สิทธิ์นับร้อย เซียนทองคำหลายพันคน เซียนนภาหลายหมื่นคน
ด้วยจำนวนขนาดนี้ก็เพียงพอที่จะทำให้เส้นทางจิวหยางสั่นสะเทือนแล้ว แต่กองกำลังทั้งหลายรู้ดีว่ายอดฝีมือที่พวกเขาส่งมานั้นเทียบไม่ได้กับตระกูลหนานและตำหนักมารสวรรค์เลยด้วยซ้ำ
เพราะพวกเขาสามารถส่งยอดฝีมือระดับเซียนนิรันดร์ที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าเซียนศักดิ์สิทธิ์เข้าร่วมการต่อสู้ได้ แต่ต่อให้แข็งแกร่งมากแค่ไหนพลังกายหรือพลังวิญญาณก็ยังมีวันหมด พวกเขาจึงต้องการที่จะใช้คนจำนวนมากต่อสู้กับพวกตำหนักมารสวรรค์
หนานหมิงเองก็ไม่ได้ปฏิเสธความหวังดีของกองกำลังทั้งหลาย เพราะเขาก็ได้วางแผนที่จะให้ยอดฝีมือของกองกำลังทั้งหลายปิดล้อมไม่ให้พวกตำหนักมารสวรรค์หลบหนีไปได้ เพราะแบบนี้เขาจึงคิดว่ายิ่งยอดฝีมือเยอะมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีประโยชน์มากขึ้น
สำหรับที่พักของกองกำลังทั้งหมด ก็ตั้งอยู่ไม่ห่างจากเมืองที่ตระกูลหนานพัก ทำให้เมืองเล็กๆแห่งนี้กลายเป็นแหล่งรวมพลของยอดฝีมือจำนวนมาก
ซึ่งหนานหมิงได้ออกกฏเอาไว้ว่าถ้าหากกองกำลังไหนสร้างปัญหาขึ้นมาต่อให้เป็นผู้ปกครองเขต พวกเขาก็จะถูกขับไล่ออกจากโลกทันที
ด้วยการที่เป็นตระกูลหนานออกคำสั่ง ทำให้กองกำลังทั้งหมดไม่กล้าที่จะสร้างปัญหาขึ้นมา และต่อให้พวกเขามีความกล้ามากแค่ไหน พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะแสดงออกมาต่อหน้าจริงๆ
หนานหมิงได้เรียกประชุมผู้นำกองกำลังทั้งหมดให้มาร่วมประชุมกัน
ภายในห้องประชุมหลัก
ผู้นำกองกำลังกว่าร้อยกองกำลังก็ได้เข้าร่วมประชุม พวกเขานั่งตามที่ที่ถูกจัดเตรียมเอาไว้ให้
เมื่อหนานหมิงมาถึง ผู้นำทั้งหมดก็ยืนขึ้นและแสดงความเคารพทันที แม้ว่าหนานหมิงจะอายุยังน้อยแต่ทุกๆคนรู้ดีว่าเขาแข็งแกร่งมากกว่าทุกๆคนในห้องประชุมแห่งนี้เสียอีก
“ คาระวะคุณชายหนาน ”
ยอดฝีมือทั้งหลายทักทายหนานหมิงด้วยความเคารพ
หนานหมิงพยักหน้าและบอกให้ทุกๆคนนั่งลงได้
หนานหมิงกวาดสายตามองดูทุกๆคนในห้องก่อนที่จะกล่าวขึ้นว่า “ ที่ข้าเรียกทุกๆคนมาที่นี้ก็เพื่อที่จะวางแผนในการจัดการกับพวกตำหนักมารสวรรค์ ”
ผู้นำทั้งหมดพยักหน้า พวกเขารู้ดีว่าเป้าหมายของพวกเขาคือการทำลายตำหนักมารสวรรค์
“ สำหรับการต่อสู้กับตำหนักมารสวรรค์ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตระกูลหนานเอง ส่วนพวกท่านให้นำคนทั้งหมดเฝ้าระวังกำลังเสริมของตำหนักมารสวรรค์ก็พอ ” หนานหมิงกล่าวขึ้น
“ ไม่ได้หรอกคุณชายหนาน ” จิวหยางซู ผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลจิวรีบขัดขึ้นมาทันที
คนอื่นๆพากันมองไปยังผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลจิวด้วยความสงสัย
“ มีอะไรหรือผู้อาวุโสจิวหยางซู? ” หนานหมิงถามขึ้น
“ ที่พวกเราตระกูลจิวมาที่นี้ก็เพื่อสังหารพวกสารเลวตำหนักมารสวรรค์ ข้าไม่ต้องการที่จะอยู่เฉยๆแบบนี้ คุณชายหนานได้โปรดส่งข้าและตระกูลจิวไปยังสนามรบเพื่อสังหารพวกสารเลวนั้นด้วยเถอะ ” จิวหยางซูกล่าวด้วยท่าทีจริงจัง
หนานหมิงและคนอื่นมองไปยังจิวหยางซูด้วยความเคารพ
จากนั้นผู้อาวุโสใหญ่ของตระกูลจางรวมไปถึงผู้ปกครองอีกสองแห่งและกองกำลังทั้งหมดพากันขอร้องให้หนานหมิงส่งพวกเขาไปสังหารตำหนักมารสวรรค์ แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้แข็งแกร่งแต่พวกเขาก็มีใจที่พร้อมที่จะสังหารพวกมัน
หนานหมิงมองเห็นถึงความมุ่นมั่นและตั้งใจของผู้นำทั้งหลาย เขาก็ยิ้มและกล่าวขึ้นว่า “ เช่นนั้นข้าจะให้พวกท่านสังหารพวกสารเลวตำหนักมารสวรรค์ที่กำลังจะมาถึงที่นี้ในไม่ช้า ”
เมื่อเห็นว่าหนานหมิงยอมรับ จิวหยางซูและคนอื่นๆจึงถอนหายใจและตื่นเต้นขึ้นมา
“ คุณชายหนานแล้วพวกมันจะมาถึงที่นี้เมื่อไหร่งั้นหรือ? ” ผู้อาวุโสของเผ่าอสูรฟ้าถามขึ้น ผู้อาวุโสท่านนี้เป็นบรรพชนของเผ่าอสูรฟ้าและมีความแข็งแกร่งในระดับเซียนศักดิ์สิทธิ์ขั้นกลางที่แข็งแกร่งและมีชื่อเสียงอย่างมาก
สำหรับข้อมูลที่หนานหมิงได้มา ผู้นำทั้งหลายไม่่มีใครกังขา เพราะพวกเขารู้ดีว่าสายของตระกูลหนานนั้นแข็งแกร่งและยอดเยี่ยมกว่าที่พวกเขาจินตนาการแน่ๆ
“ พวกมันจะมาถึงที่นี้อีกประมาณสี่ถึงห้าวัน ขอให้พวกท่านเตรียมตัวให้พร้อมด้วย ” หนานหมิงกล่าวขึ้น
สี่ถึงห้าวัน เป็นช่วงเวลาที่ไม่สั้นและไม่นานเกินไป
“ เข้าใจแล้วคุณชายหนานพวกเราจะเตรียมตัวให้พร้อมกับสงครามที่กำลังจะมาถึง ” จิวหยางซูกล่าว
หลังจากนั้นหนาหมิงและผู้นำทั้งหลายก็พูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะแยกย้ายกันไป
สำหรับแผนที่แท้จริง หนานหมิงไม่คิดที่จะบอกผู้นำเหล่านี้เพราะเขาไม่รู้ว่าผู้นำเหล่านี้จะมีสายลับของพวกมันอยู่หรือเปล่า เพราะฉะนั้นถ้าหากต้องการที่จะเก็บแผนเอาไว้ก็ต้องห้ามบอกกับคนอื่นยกเว้นคนของเขาเอง
จากนั้นหลู่เซียงก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของหนานหมิง
“ เจ้าคอยเฝ้าดูกองกำลังเหล่านี้ให้ดีข้าไม่รู้ว่าพวกมันจะเป็นสายให้พวกตำหนักมารสวรรค์หรือเปล่า ” หนานหมิงกล่าวขึ้น
“ เรื่องนั้นข้าได้สั่งให้คนของพวกเราเฝ้าดูพวกเขาอย่างใกล้ชิดแล้วขอรับนายท่าน ” หลู่เซียงตอบด้วยรอยยิ้ม
หนานหมิงพยักหน้าและกล่าวว่า “ แล้วพวกเหว่ยฉานไปถึงไหนแล้ว? ”
“ ตอนนี้พวกเหว่ยฉานได้ลอบอยู่ที่โลกเทียนจูแล้วขอรับ ขอเพียงแค่พวกเราออกคำสั่ง พวกเขาก็พร้อมที่จะบุกไปยังฐานที่มั่นของพวกตำหนักมารสวรรค์ในทันที ” หลู่เซียงกล่าวขึ้น
หนานหมิงครุ่นคิดและกล่าวว่า “ ทันทีที่เริ่มการต่อสู้ ให้พวกเหว่ยฉานสังหารมารฟ้าคำรามให้ได้ ไม่ว่าจะต้องแลกด้วยสิ่งใดก็ตาม เพราะถ้าหากสังหารมารฟ้าคำราม พวกลูกน้องของพวกมันก็จะไม่เป็นปัญหาสำหรับพวกเราอีกต่อไป ”
ในตำราที่ตระกูลจิวมอบให้ ขอเพียงแค่กักขังหรือสังหารมารฟ้าคำรามได้ก็จะทำให้พวกมารอสูรอ่อนแอลงอย่างมาก เพียงแต่มารฟ้าคำรามนับว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดไม่สามารถสังหารมันได้ง่ายๆ เพราะขอเพียงแค่มีชิ้นส่วนของร่างกายของมันเล็กๆอยู่ มันก็จะสามารถฟื้นฟูร่างกายกลับมาเป็นเหมือนเดิม
เพราะแบบนี้ในอดีตตระกูลเฟิงที่แข็งแกร่งจึงไม่สามารถสังหารมารฟ้าคำรามได้ ทำได้เพียงแค่กักขังไม่ให้มันออกมาเท่านั้น
สำหรับหนานหมิงแล้วแม้ว่าเขาจะไม่สามารถสังหารมารฟ้าคำรามได้แต่เขาก็พอที่จะมีสมบัติที่ใช้ในการกักขังพวกมันเอาไว้
ซึ่งสมบัติชิ้นนี้เป็นสมบัติที่่เขาได้รับจากตัวละครที่เขาอัญเชิญมา ซึ่งสมบัติชิ้นนี้จะสะกดและกักขังสิ่งชั่วร้ายเท่านั้น ซึ่งมารฟ้าคำรามก็นับว่าเป็นหนึ่งในสิ่งชั่วร้าย และสมบัติชิ้นนี้ก็ถูกมอบให้กับเหว่ยฉานแล้ว ซึ่งสมบัติชิ้นนี้ก็คือเจดีย์เก้าสวรรค์