[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว

    43 ดักหน้า

    “ไม่คิดว่าจะเจอพวกแกที่นี่~!”


    เสียงร้องตะโกนเต็มไปด้วยความดีใจส่งออกมาจากแอชเชอร์ที่ทะลวงกระจกของชั้นที่ 5 เข้ามา กลุ่มคนสวมชุดเกราะสีดำเมื่อรู้ว่ามีคนของกองทัพรู้ถึงตัวตนของพวกมันต่างหันหน้ามองกันก่อนจะชักดาบ 


    “แกเป็นใคร ทำไมถึงรู้จักพวกเรา”


    “แลกกันตอบสิ บอกมาว่าแกจับคนไปไว้ที่ไหน”


    แอชเชอร์ถามเข้าประเด็นก่อนที่พวกชุดดำจะเงียบ ไม่มีการพูดจากใดๆเกิดขึ้น พวกมันทำเพียงชักดาบแล้วค่อยๆตีกรอบล้อมรอบตัวของเขาจนเกิดเป็นรูปแบบโจมตีขึ้นมา จากรูปแบบที่แอชเชอร์เห็นเป็นรูปแบบของกองทัพ เขาจึงคิดว่าพวกมันน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกองทัพอย่างแน่นอน เพียงแต่ชุดเกราะที่พวกมันสวมเป็นของเถื่อนที่ไม่มีการระบุตัวตนของผู้ใช้งาน


    “พลทหาร หน่วยไหนส่งแกมา”


    คำถามเต็มไปด้วยการข่มขู่ดังมาจากคนสวมชุดเกราะสีดำ แอชเชอร์ไม่รู้ว่าพวกมันรออะไรถึงได้มารวมตัวกันบริเวณนี้ แต่การรวมตัวของพวกมันยังไม่ได้คิดหนี ทำให้เขารู้ว่ามอนสเตอร์ที่พวกมันเรียกมาน่าจะมีจำนวนมากกว่านี้แน่นอน  การที่พวกมันอยู่ที่นี่ยังไม่หนียืนยันได้ว่าสิ่งที่ใช้ดึงดูดความสนใจทหารของกองทัพยังมีอยู่อีกมาก


    “พวกแกล่ะ มาจากหน่วยไหน ใครคือผู้บัญชาการของพวกแก”

    กริก~!


    เสียงพลิกข้อมือของคนทั้ง 10 ดังขึ้นพร้อมกันทำเอาแอชเชอร์รู้สึกใจสั่นเล็กน้อย การต่อสู้กับมนุษย์ในชีวิตก่อนสำหรับเขามีโอกาสน้อยมากเพราะส่วนใหญ่เขาจะสู้กับมอนสเตอร์ ตอนนี้เขากลับกำลังถูกล้อมด้วยคนทั้ง 10 ที่ดูเชี่ยวชาญเป็นอย่างมาก แม้แต่การเคลื่อนไหวเมื่อครู่ของพวกมันยังเกิดพร้อมกัน ทันทีที่เขากำลังสั่นพวกมันทั้ง 10 ก็กระโดดเข้ามาหาเขาพร้อมกันด้วยความรวดเร็วจนแอชเชอร์ใช้สกิลหลบหลีกเพื่อตอบสนอง แต่พวกมันกลับกระโดดเปลี่ยนทิศทางกระทันหัน ต่างคนต่างกระโดดไปยังทิศทางที่พวกมันต้องการไป ปล่อยให้แอชเชอร์ยืนอยู่บนชั้น 5 เพียงคนเดียวเท่านั้น


    “คิดจะหนีเหรอ”


    การต่อสู้สำหรับพวกสวมชุดเกราะสีดำคงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับพวกมัน ดูท่าการรอคอยอย่างใจจดจ่อของที่ใช้ชั้น 5 ของตึกแห่งนี้เป็นที่กำบังจะมีแผนบางอย่าง เมื่อแผนของพวกมันถูกพบจึงยกเลิกสิ่งที่จะทำเลือกที่จะหนีแทนการลงมือต่อไป นับว่าเป็นกลุ่มที่น่ากลัวมากเพราะเขายังไม่รู้ถึงแผนการที่พวกมันต้องการจะทำ แต่เลือกที่จะหนีแทนเพื่อไม่ให้แอชเชอร์ได้รู้ถึงแผนการ พวกมันเลือกที่จะตัดชิ้นเนื้อเล็กๆเพื่อไม่ให้ชิ้นเนื้อใหญ่ถูกพบ


    [แจ้งเตือน ชายทั้ง 10 คนออกห่างจากระยะการตรวจจับแล้ว โฮสต์ต้องการให้แกะรอยหรือไม่]


    แอชเชอร์มองจ้องผ่านรูกระจกที่ตัวเองกระโดดเข้ามา ปรากฎว่าเขาไม่เห็นการเคลื่อนไหวใดๆของคนสวมชุดเกราะสีดำเลยสักนิด พวกมันล้วนหายไปอย่างรวดเร็วจากทิศทางที่แยกย้ายกันไป อย่างไรก็ตามเขากลับไม่คิดตามเนื่องจากว่ายานของพวกมันยังคงอยู่ที่เดิม การจะหาตัวพวกมันไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่จับใคร เพียงแค่ไปให้ถึงตำแหน่งยานรบของพวกมันก็พอ


    “ระบบ หากฉันใช้งานความสามารถชุดเกราะเต็มกำลังพร้อมกับใช้งานสกิลกระโดดสูง ฉันสามารถไปถึงตำแหน่งของยานรบได้ไหม”


    [ไม่สามารถทำได้ ความสูงของการกระโดดยังไม่เพียงพอ แนะนำให้โฮสต์ใช้ความสูงของตึกเข้าช่วย ห่างออกไป 10 เมตรมีตึกที่สูงพอจะช่วยให้โฮสต์ขึ้นไปยังยานรบได้]


    “ดี แบบนี้สิดี”


    แอชเชอร์ฉีกยิ้มกว้าง แม้ระบบจะไม่อำนวยความสะดวกจนถึงที่สุดอย่างที่เขาต้องการ มันกลับช่วยเขาได้เยอะมาก ถึงจะไม่สามารถสร้างแผนที่ระบุศัตรูขึ้นมาให้เขามอง มันกลับบอกตำแหน่งสิ่งที่เขาอยากรู้ รวมถึงคำนวณสิ่งที่เขาต้องการเพื่อรองรับเส้นทางที่เขาต้องการทำ แอชเชอร์ที่ได้ยินเสียงของระบบที่พยายามคำนวณการกระโดดของเขาซ้ำนี้เองนั้น เขาก็ได้ขึ้นมาถึงดาดฟ้าของตึงสูง 11 ชั้นได้ในที่สุด เพียงแต่เขาไม่ได้หันมองไปยังจุดที่ยานรบบินอยู่ สาเหตุที่เขาไม่มองดูก็เพราะกลัวว่ามันจะรู้ตัวแล้วบินหนีไป เขาจึงขึ้นมาด้านบนตึกแกล้งทำเป็นมองหาพวกที่วิ่งหนีจากเขาไป


    “หัวหน้า มีคนของกองทัพสังเกตเห็นพวกเราแล้ว”


    ชายที่นั่งอยู่บนยานรบมองจ้องไปบนหน้าจอที่กำลังแสดงจุดสัญญาณคนของมันที่กำลังหลบซ่อนตัว พลางมองจ้องไปยังแอชเชอร์ที่ยืนอยู่บนดาดฟ้า ภารกิจของพวกมันนับว่าเป็นความลับมาก การปรากฎตัวต่อหน้าผู้คนถือได้ว่าภารกิจล้มเหลวทันที ดังนั้นมันจึงรอให้คนที่กระจายหนีกลับขึ้นมาบนยาน


    “มีคนเดียวใช่ไหม”


    “ใช่แล้วหัวหน้า มันเข้ามาถามพวกเราเลยว่าเราทำงานให้ใคร แล้วจับตัวคนไปซ่อนไว้ที่ไหน”


    “แสดงว่ามันรู้จักเรามานานแล้ว พวกแกไม่ต้องทำอะไร ยกเลิกภารกิจทั้งหมด ฉันจะขับยานไปรับแต่ก่อนอื่น เราต้องทำให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครเห็นเรา”


    ติ๊ด~!


    แผงคอนโซนควบคุมยานบินโผล่ออกมาจากพื้นดินพร้อมกับหน้าจอพิเศษแสดงผลการล็อกเป้าเตรียมยิง กระทั้งปืนเจาะเกราะใต้ท้องยานบินเตรียมพร้อม ยานรบก็เริ่มเปลี่ยนองศาการบินเพื่อที่จะเล็งเป้าไปยังแอชเชอร์ คนของกองทัพที่รู้ถึงตัวตนของพวกมัน


    [แจ้งเตือน โฮสต์กำลังถูกล็อกเป้า]


    “หากฉันกระโดดขึ้นไปมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่จะถูกยิง”


    [100 %]


    “ตรวจสอบได้ไหมว่าการยิงจะทะลวงเข้าบริเวณไหน”


    [โอกาสยินถูกขา 15 % โอกาสยิงถูกกลางลำตัว 75 % โอกาสยิงถูกหัว 10 %]


    “โอกาสตายมีน้อย ได้การล่ะ”


    แอชเชอร์เริ่มเปิดใช้งานสกิลวิ่งเร็วก่อนที่เขาจะวิ่งวนบนดาดฟ้าสร้างความตกใจให้กับคนที่อยู่บนยานรอบไม่น้อยเพราะมันไม่รู้ว่าแอชเชอร์กำลังทำอะไร มันจึงพยายามล็อกเป้าเขาให้ได้แต่แล้ว ร่างของแอชเชอร์ที่มันพยายามจะล็อกเป้ากลับกระโดดมายังตำแหน่งยานของมันที่บินอยู่บนท้องฟ้าสร้างความตกใจให้มันไม่น้อย


    ติ๊ดติ๊ด~!


    เสียงแจ้งเตือนดังกลบอาการตกใจ ชายที่ล็อกเป้าแอชเชอร์ได้จึงลั่นไกส่งกระสุนเจาะเกราะออกไปทันที แอชเชอร์ที่พุ่งตัวขึ้นมาบนฟ้านี้เขาก็ได้ใช้งานสกิลพลิกตัวกลางอากาศตามคำสั่งของระบบที่กำลังบอกวิถีของกระสุน ทันทีที่เขาพลิกตัวหลบขาขวาของเขาก็ถูกกระสุนเจาะทะลวงชุดเกราะเข้าไปจนเกิดเป็นรูใหญ่เท่ากำปั้น 


    ระหว่างที่ความเจ็บปวดกำลังวิ่งพล่านไปทั่วร่างกายนี้เองนั้น แอชเชอร์ได้สั่งให้ระบบนำฟอสเอนเนอร์จี้ออกมารักษาบาดแผล พร้อมกับตัวของเขาตั้งดาบและมีดเปิดใช้งานสกิลลำแสงอาวุธจนมีน้ำแข็งเกาะอาวุธทั้งสองข้าง 


    ทันทีที่ระยะของเขาเข้าใกล้ยานเหาะ อาวุธทั้งสองในมือก็ถูกตวัดฟาดฟันเกิดเป็นลำแสงพุ่งเข้าชนใต้ท้องยานบิน ด้วยการโจมตีของแอชเชอร์ที่เกิดขึ้นผ่านสกิล ทำเอาใต้ท้องยานถูกทะลวงเข้าไปพร้อมกับตัวเขาที่ลอดผ่านตัวยานที่ถูกฟันจนเกิดเป็นรู


    ตึง โครม~!


    เสียงกระทบทางเดินในยานบินดังระงมไปทั่วยาน คนที่นั่งอยู่ด้านบนต่างกัดฟันเพราะตอนนี้ยานของมันถูกเปิดเผยตัวแล้ว แม้ระบบล่องหนจะยังคงอยู่ก็ตาม บริเวณที่ถูกทะลวงเข้ามานั้นกลับถูกทำลายระบบล่องหนจนทุกคนที่อยู่เบื้องล่างมองเห็นบางส่วนของยานรน จนรู้ว่าตำแหน่งนี้มียานลอยอยู่


    “นั่นมันอะไรกัน”


    เหล่าทหารและพี่เลี้ยงที่กำลังต่อสู้กับมอนสเตอร์ พวกเขาที่ได้ยินเสียงระเบิดจากบนฟ้าล้วนหันมองจ้องไปตามสัญชาตญาณ ทันใดนั้นพวกเขาก็พบว่ามีบางอย่างกำลังลอยอยู่บนนั้นด้วยขนาดของมันพอเหมาะกับรูบนเพด้านที่ถูกระเบิดเข้ามา


    “รีบรายงานกลับไปยัง….ครืด~!”


    ระบบสื่อสารที่กำลังเปิดใช้งานถูกรบกวนในทันที แม้ตำแหน่งของพวกเขาและยานบินปริศนาจะอยู่ห่างกันออกไปไกล พวกเขากลับถูกปิดกั้นการสื่อสาร ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น อุปกรณ์สื่อสารภายในเมืองแห่งนี้ล้วนแล้วถูกรบกวน ทางเดียวที่พวกเขาจะรายงานหน่วยได้คือส่งคนออกไปจากสถานที่แห่งนี้


    “หมายเลข 7 นายไปส่งข่าว”


    “รับทราบ~!”


    การสั่งการเริ่มขึ้นอย่างรวดเร็วไม่มีอะไรตกหล่น หลังจากที่รู้ว่ามอนสเตอร์เหล่านี้มีมนุษย์เป็นตัวการนำพาพวกมันมา ทางทหารก็เริ่มจัดรูปแบบการต่อสู้ นอกจากพวกเขาจะฆ่ามอนสเตอร์แล้วจะต้องเข้าไปใกล้ยานรบที่กำลังบินอยู่บนท้องฟ้าด้วย


    “หมายเลข 2 เราต้องการอาวุธหนัก”


    “ขอเวลา 5 นาที~!”


    “เปิดทาง” 


    ทุกคนเปิดทางให้กับหมายเลข 2 ได้วิ่งไปยังจุดจอดรถ บนรถพวกเขาพกอาวุธหนักที่สามารถยิงยานรบลงมาได้ นับว่าภารกิจเร่งด่วนครั้งนี้ พวกเขาพลาดไปที่ไม่ให้คนนำอาวุธหนักติดตัวมาในตอนแรก สาเหตุที่ไม่พกมาก็เพราะว่ามันหนัก อีกอย่างพวกเขาคิดว่าเหตุการณ์นี้เป็นฝีมือมอนสเตอร์จึงไม่จำเป็นต้องใช้งานมัน


    “ระบบ แน่ใจนะว่าข้างในมีคนอยู่”


    [ยืนยัน ด้านหลังประตูมีมนุษย์พลังต่อสู้ 750 อยู่ 1 คนเขากำลังเตรียมตัวจัดการกับผู้ที่คิดจะบุกรุกเข้าไปในห้อง]


    “ขอบคุณที่บอก”


    ปึง~!


    แอชเชอร์ใช้เท้าเตะเข้าไปยังประตู ด้วยพลังของชุดเกราะทำให้ประตูพังเสียหาย ทันทีที่เขาพังประตูเข้าไปลำแสงดาบจากสกิลก็ได้พุ่งสวนกลับออกมาด้วยความรวดเร็ว ดีที่เขาหลบอยู่ด้านข้างจึงไม่ได้รับความเสียหาย


    [แจ้งเตือน ตรวจพบพลังงานความเข้มข้นสูง กรุณาออกจากสถานที่แห่งนี้โดยเร็ว]


    “หมายความว่ายังไง”


    แอชเชอร์วิ่งเข้าไปในห้องควบคุมก่อนที่เขาจะทุบกำปั้นไปยังแผงควบคุม  หลังจากรู้ว่าอีกฝ่ายทำลายกระจกพุ่งตัวหนีไปแล้วพร้อมกับเปิดใช้งานระบบทำลายตัวเองของยานที่กำลังเร่งการทำงานให้เกินขีดจำกัด ตอนนี้ความร้อนในยานกำลังเพิ่มขึ้นสูงจนหลายอย่างหลอมละลาย


    [เป้าหมายบินออกจากระยะตรวจสอบแล้ว แจ้งเตือนอีกครั้งกรุณาออกจากยานรบในอีก 10 วินาที]


    “ปิดระบบทำลายตัวเองของยานได้ไหม”


    [แจ้งเตือนระบบไม่สามารถทำได้ กรุณาออกจากยานบินในอีก 6 วินาที]


    แอชเชอร์ถอนหายใจ ดูเหมือนว่าเขาจะคว้าน้ำเหลวในการหาเบาะแสพี่สาวในครั้งนี้  เขาจึงคิดที่จะวิ่งชนกระจกของยานบินออกไป ต่อให้เขาจะอยู่สูงด้วยชุดเกราะที่สวมใส่จะทำให้เขาถึงพื้นโดยปลอดภัยด้วยไอพ่นด้านหลัง  แม้ชุดเกราะจะไม่สามารถบินได้มันกลับช่วยชะลอความเร็วในการตกของเขา 


    ทันใดนั้นเองเขาก็ได้ยินเสียงไอพ่นบางอย่างจึงชะโงกหน้าออกไปดูด้านนอกจนพบว่ามีชายสวมชุดเกราะสีดำกำลังบินด้วยระบบชุดเกราะเพื่อเข้าไปในรูที่พวกมันทะลวงเข้ามา อีกไม่กี่วินาทีพวกมันจะผ่านตำแหน่งยานบินของเขาไป ดูเหมือนว่าแผนการของพวกมันจะเตรียมตัวมาอย่างดี ถึงขั้นปรับแต่งให้ชุดเกราะบินได้เพื่อหลบหนี


    “ระบบ นับถอยหลังการทำลายตัวเองของยานรบ”


    [ 5 ]


    [ 4 ]


     การนับถอยหลังดังขึ้นเรื่อยๆ ส่วนแอชเชอร์ถอยกลับมาตั้งหลักติดกับประตูทางเข้าห้องควบคุม เมื่อเวลาใกล้เข้าสู่ 1 วินาทีที่ยานระเบิด ร่างของแอชเชอร์ก็ได้เปิดใช้งานสกิลระเบิดฝีเท้าพุ่งออกไปจากยานรบด้วยความรวดเร็ว แต่การพุ่งของเขาไม่ได้พุ่งเพื่อลงจอด เขาพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้าเพื่อดักหน้าพวกชุดดำที่กำลังบินหนี


    บรึ้ม~!


    เสียงระเบิดดังกึกก้องไปทั่วฟ้าสร้างความตกใจให้กับทุกๆคนที่หันมอง ทันใดนั้นคนของกองทัพก็พบเข้ากับชายสวมชุดเกราะสีดำสิบคนบินผ่านจุดที่ยานรบระเบิดไป แต่ทันใดนั้นกลับมีชุดเกราะร่างหนึ่งพุ่งออกมาจากเปลวไฟของยานที่ระเบิดเข้าไปกอดร่างๆหนึ่งที่กำลังบินหนี ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะร่วงตกลงมาจากท้องฟ้า ท่ามกลางความสงสัยของทหารที่ไม่รู้ว่าคนที่อยู่ในชุดเกราะเป็นใครในกลุ่มของพวกเขา เนื่องจากชุดเกราะที่ทุกคนสวมใส่ไม่ใช่ชุดเกราะประจำตัว มันจึงใช้หมายเลขชุดเดียวกันทั้งหมด


    “ใคร~!”





     




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]1-1 ย้อนเวลามากับระบบใส่เดี่ยว ที่คุณอ่าน