ถังบรรจุน้ำขนาดใหญ่สาดลงบนตัวของชางไห่จนเธอต้องสะดุ้งตื่นด้วยความหนาวเย็น ภาพเบื้องหน้าคือเฉินเซี่ยยืนมือไขว้หลังจ้องมองนางด้วยสายตาอันเรียบเฉย ชางไห่เรียกสติกลับมาและพยายามพยุงตัวลุกขึ้นมาจากเตียง
“หวังเฉนเซี่ย นี่ท่านกำลังทำอะไร?”
“ก็ปลุกเจ้าขึ้นมาทำงานน่ะสิ”
“ทำงาน?”
“ใช่ ทำงาน คิดหรอว่าเจ้าจะได้นั่งกินนอนกินสบายๆเหมือนเเต่ก่อน ลุกขึ้นและตามข้ามา”
“เอ่อ คุณชายขอรับ เวลานี้คุณหนูหลี่ร่างกายอ่อนแอ ข้าเกรงว่านางจะ……”
“จริงเจ้าค่ะคุณชาย หากคุณชายมีงานหลิงหลิงอาสาทำแทนคุณหนูเองเจ้าค่ะ”
“หมิงคัง..ข้าชักไม่เเน่ใจแล้วว่าเจ้าเป็นคนของใครกันแน่ ส่วนเจ้าหลิงๆ แผลที่นางทำร้ายเจ้าหายดีแล้วอย่างนั้นหรือ”
“แต่คุณชายเจ้าค่ะ..ข้าว่า……”
“พอแล้วหลิงๆไม่ต้องพูดอะไรแล้ว ข้าจะไปทำเอง ข้าทำไหว เเต่ข้าขอเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน เดี๋ยวข้าตามไป”
“ไม่ต้อง! เสียงเวลา!” ชางไห่มองดูสภาพตัวเองที่เปียกไปทั้งตัวก็อดสงสารตัวเองไม่ได้ เเต่ก็ได้เเค่คิดเพราะตอนนี้ชีวิตนางไม่ใช่ของนางแล้ว หลิงหลิงพยายามจะดึงมือของชางไห่ไว้ เเต่เฉินเซี่ยหันมาเสียก่อนนางจึงจำใจต้องถอยมือกลับ เฉินเซี่ยพาชางไห่มาที่บึงเถาวัลย์ เขาก้มมองน้ำในบึงแล้วยิ้ม ซึ่งเเตกต่างกับชางไห่มากที่นางชะโงกมองลงไปในน้ำ ตัวนางกลับเกิดอาการกลัวขึ้นมาเพราะในตอนเด็กๆแม่นางเสี่ยงชีวิตไปช่วยนางจนต้องจมน้ำตาย
“เป็นอะไร หน้าซีดอย่างนั้นหรือ?”
“ท่านพาข้ามาที่นี่ทำไม?”
“ข้าทำลูกแก้วตกลงไปในนี้ เจ้าช่วยลงไปเก็บในข้าที” ชางไห่มองหน้าเฉินเซี่ยสลับกับบ่อน้ำที่มีน้ำเกือบจะล้นบ่อ เเน่นอนว่าจิ้งจอกไม่ถูกกับน้ำอยู่แล้ว ยิ่งมีปมเรื่องแม่อีก มันจึงยิ่งทำให้นางกลัวน้ำเพิ่มเป็นสองเท่า
“ทำไม…จะไม่ทำอย่างงั้นหรือ”
“เฉินเซี่ย ท่านก็รู้ว่าเผ่าจิ้งจอกไม่ถูกกับน้ำ เเต่ท่านเผ่ามังกร…ท่านอยู่กับน้ำมาทั้งชีวิต เรื่องเเค่นี้ท่าน….”
“ข้ารู้ว่าข้าสามารถลงไปเก็บเองได้ เพียงไม่กี่พริบตาข้าก็หาเจอ เเต่ข้าอยากให้ทาสของข้าลงไปเก็บมาให้ เจ้าติดตรงไหนอย่างนั้นหรอ?”
“ทาส…ของท่านอย่างนั้นหรือ?”
“ใช่ เจ้าเป็นทาสของข้า หรือเรียกง่ายๆว่าเป็นคนใช้ของข้า เจ้าลืมรึไงว่าข้าเป็นผู้ที่ช่วยชีวิตเจ้าให้หลุดพ้นจากความตาย จำไม่ได้รึไง?”
“แต่ถ้าข้าลงไปเก็บลูกแก้วให้ท่าน ข้าก็มีสิทธิ์ที่จะตายอีกรอบ ท่านก็รู้ใช่ไหม”
“ข้ารู้…แล้วยังไง?”
“เฉินเซี่ย…ทำไมท่านถึงใจร้ายกับข้าขนาดนี้”
“แล้วตอนที่เจ้าใจร้ายกับข้าล่ะ เจ้าไม่นึกถึงมันบ้างเลยรึไง เจ้าทำลายหลุมศพม่านเฉว ฉีกหน้าข้าต่อหน้านมากมาย บังคับข้าให้แต่งงานกับเจ้าโดยการใช้ยาเสน่ห์บ้าๆมาหลอกให้ข้าดื่ม เหตุใดเจ้าไม่นึกถึงมันบ้าง!!”
“แล้วถ้าข้าจะบอกว่าสิ่งที่ท่านพูดมาทั้งหมด ข้าไม่รู้เรื่อง และข้าก็ไม่ได้เป็นคนทำเรื่องพวกนั้น ท่านจะเชื่อข้าไหม”
“เจ้าไม่มีสิทธิ์มาพูดจาไร้สาระกับข้า ข้าบอกให้เจ้าทำอะไรเจ้าก็ต้องทำ ลงไป!!” เฉินเซี่ยมั่นใจว่านางไม่มีวันจมน้ำตายแน่ๆเพราะก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นนางลงไปเล่นน้ำในสระบัวเพื่อยั่วยวนเขามาก่อน ท่าทางของนางนั้นเหมือนเป็นอันหนึ่งอันเดียวพริ้วไหวไปกับสายน้ำ ฉะนั้นนางไม่มีวันจมน้ำในบ่อนี้แน่ๆ ชางไห่สิ้นหวังที่จะต่อรอง ถึงแม้ว่านางจะรู้อยู่ในใจว่านางว่ายน้ำไม่เป็นและนางก็กลัวน้ำมากๆ แต่สุดท้ายแล้วนางก็ต้องจำใจ ลงไปในบ่อนั้นตามคำสั่งของเฉินเซี่ยอยู่ดี
“เฉินเซี่ย ข้าขอร้องให้ข้าทำอย่างอื่นได้ไหม ข้ากลัวจริงๆ แม่ข้าตายก็เพราะจมน้ำตาย ข้าขอร้องท่านเถอะ”
“อย่าพูดจาเหลวไหล!! ท่านอาเหมยอิงยังมีชีวิตอยู่ นี่เจ้าไม่ยอมทำตามคำสั่งข้าถึงขั้นต้องแช่งให้เเม่ตัวเองตายเลยหรือ เจ้านี่มันเนรคุณจริงๆ!!”
“นางไม่ใช่…..”
“เจ้าจะลงไปดีๆหรือให้ข้าจับเจ้าโยนลงไป!!” แม้ว่าชางไห่จะน้ำตาไหลอาบหน้า เเต่เฉินเซี่ยก็ไม่มีทีท่าว่าจะสงสารนางเลย ซ้ำยังบอกให้รีบกระโจนลงไปตายเสียอีก ชางไห่กลืนน้ำตาลงคอและหันไปมองเฉินเซี่ยอีกครั้ง ในใจของนางคิดว่าเขาคงอยากให้นางตายจริงๆ ชางไห่ตัดสินใจกระโดดลงบ่อไปโดนไม่ลังเล ทว่าเมื่อลงไปอยู่ใต้น้ำ ภาพเหตุการณ์ของแม่นางก็ลอยเข้ามาในหัว ทำให้อาการกลัวน้ำของนางกำเริบขึ้นมาอีกครั้ง ชางไห่พยายามดิ้นตีน้ำอย่างแรงเพื่อขอความช่วยเหลือ ทว่าเฉินเซี่ยคิดว่าเป็นมารยาที่นางจะหลอกล่อให้เขาเชื่อ เขาจึงได้เเต่ยืนมองนางอยู่แบบนั้น ชางไห่ไร้ตัวช่วยอื่นจนกระทั่งหมดแรงตัวนางค่อยๆจมลงเรื่อย จังหวะนั้นหมิงคังรีบแปลงกายเป็นมังกรลงไปช่วยนางขึ้นมาได้ทันพอดี
“คุณหนูหลี่ คุณหนูหลี่!!”
“อะเเค่กๆๆ อะเเค่กๆ เฮ้อ..เฮือก!! ท่านแม่!!..หมิงคัง?”
“ข้าเองขอรับ คุณหนูเป็นอย่างไรบ้างขอรับ?”
“เห็นชัดๆว่านางยังไม่ตาย วันนี้ข้าเหนื่อยละ พอเเค่นี้ละกัน หลิงๆพานางไปเปลี่ยนเสื้อผ้า หมิงคัง..เจ้าตามข้ามา!” เฉินเซี่ยไม่แม้จะหันมามองนางด้วยซ้ำ เขาเดินผ่านนางไปอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น ในขณะที่อีกฝ่ายเกือบจมน้ำตายไปแล้ว หลิงหลิงรีบนำเสื้อมาห่มให้ชางไห่และประคองกลับไปที่จวนทันที เฉินเซี่ยแยกตัวออกจากชางไห่เพื่อไปเล่นน้ำในสระบัว ในขณะนั้นหมิงคังก็ได้พูดปริศนาอะไรบางอย่างขึ้นทำให้เฉินเซี่ยต้องคิดตาม
“กลับดำเป็นขาว ความผิดเม็ดทรายพัดผ่านเข้าตา ความดีเท่าภูเขามิอาจเทียบเคียง”
“เจ้าพูดอะไรหมิงคัง?”
“ข้าเพียงเเค่อ่านบทกวีเท่านั้นขอรับคุณชาย” หวังเฉินเซี่ย นำกวีของหมิงคังมาคิด เขาจึงได้คิดถึงเหตุการณ์ในวันนี้ ชางไห่ผู้นี้กลัวน้ำไม่เหมือนคนก่อนและที่สำคัญแววตาคู่นั้นมันชั่งคุ้นเคยซะเหลือเกิน แต่เฉินเซี่ยก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้นเพราะชางไห่คนนี้แตกต่างจากชางไห่คนก่อนมากจริงๆ ในทางกลับกันมันก็อาจจะเป็นอีกหนึ่งมารยาของนางก็ได้ เฉินเซี่ยความคิดสับสนหาข้อสรุปไม่เจอ เขาจึงเริ่มคิดวิธีพิสูจน์ตัวตนของชางไห่ทันทีว่าสรุปแล้วนางสูญเสียความทรงจำจริงๆหรือนางเป็นอะไรกันแน่นั่นเอง