รถเกวียนที่บรรทุกพวกเขาราวสิบหกคนใช้เวลาราว สามสัปดาห์จึงจะไปถึงที่หมาย
“ เนื่องจากเรามีคลาสที่แตกต่างกัน ดังนั้นฉันจึงไม่คิดว่าเราจะได้เจอกันบ่อยมากนักในอนาคต”
“ใช่มันก็จริง งั้นก็หวังว่าเราจะยังคงสามารถเจอหน้ากันได้ไม่ที่นี่ก็ที่อื่นนะพวก”
คนแปลกหน้าพวกนี่ที่ความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากขึ้นใน่สามสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงความผิดหวังออกมาในขณะที่มองหน้ากันและกัน
“ เฮ้ ซอนฮยอกทำให้ดีที่สุดหละฉันได้ยินมาว่าผู้ที่มีคลาส เป็ผู้ขับขี่ได้รับการปฏิบัติที่ดีที่สุด นอกเหนือจากพวกคลาสพิเศษเช่นอัศวินและนักเวท”
"ฮึก.. ฉันไม่มีแม้แต่ทักษะการขี่ม้าด้วยซ้ำ”
“ ถ้านายยังไม่มี นายก็ต้องเรียนรู้สิ! นายคิดว่าทหารม้าคนอื่นๆ เ่าั้เกิดมาบนหลังม้าหรือไงกัน?”
ในที่สุดคิม ซอน-ฮยอก ก็หัวเราะออกมา หลังจากได้รับการปลอบโยนจากคัง จอง-แท
“ โอเคครับพี่ ฉันหวังว่าพี่จะก้าวไปข้างหน้าและบรรลุเป้าหมายของพี่นะ”
"ตกลง. ฉันจะกลายเป็ คลาสระดับกลางและดูแลพวกนายทุกคนเอง”
ในขณะที่พวกเขากล่าวคำอำลากันนั้น ทหารคนหนึ่งซึ่งดูเหมือนจะเป็ผู้นำการเดินทางครั้งนี้เข้ามาจากระยะไกลและพาแต่ละคนออกไปทีละคนๆ
“เอาหละ มาทางนี้”
หลังจากนั้น คิม ซอน-ฮยอก ก็ถูกทหารอีกคนนำตัวไปยังเต็นท์หน่วยที่ได้รับมอบหมาย
“ นายเป็คนต่างโลกที่ชื่อเรียกว่า คิม ซอน-ฮยอกใช่หรือเปล่า??”
ชายคนหนึ่ง ถามแกมข่มขู่ทันทีที่คิม ซอน-ฮยอก ก้าวเข้าไปภายในเต็นท์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง
“ใช่ครับท่านผมชื่อ คิม-ซอนฮยอก!พร้อมกับก้าวออกมาข้างหน้า!”
ขณะที่ คิม-ซอนฮยอก ทุบหน้าอกและะโตอบกลับเหมือนกับที่เขาได้รับการสอนในระหว่างการฝึกขั้นพื้นฐานทหารในโลกเก่านั้นชายคนนั้นก็ขมวดคิ้ว ดูเหมือนจะมีบางอย่างที่เขาไม่ชอบ
“ ทำไมชาวต่างโลก ทุกคนถึงมีชื่อแบบนั้นกัน? ออกเสียงยากและฟังดูไม่ไพเราะหูเลย"
เมื่อ คิม-ซอนฮยอก โดนมองก็ไม่สบายใจกับการโดนล้อชื่อที่ไม่คาดคิดนั้น แต่ชายคนนั้นยังคงแสดงสีหน้าไม่พอใจ
“ ไอ่หนู ที่นี่ไม่มีใครที่จะให้การดูแลนายเป็พิเศษกับนายเพียงเพราะว่านายเป็ชาวต่างโลกหรอกนะ หน่วยทหารม้าไม่ใช่สนามเด็กเล่น ดังนั้นนายจะต้องฝึกตามทุกคนให้ทันราวกับว่าชีวิตของนายขึ้นอยู่กับมัน”
อ่า มันช่างเป็ความคิดเห็นที่เต็มไปด้วยความมุ่งร้ายต่อชาวต่างโลก จริงๆแหะ
“ ตอนนี้ฉันเตือนนายแล้ว ว่าอย่าอวดดีในทักษะหรือคลาสของนายทหารผู้ขี่ม้า ตัวจริงเป็ผู้ชายแท้ๆ ที่ของปลอมอย่างนายเทียบไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
ดูเหมือนว่าเขาไม่พอใจที่ชาวต่างโลก ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยใช้ทักษะของพวกเขา
อย่างไรก็ตาม คิม ซอน-ฮยอก ก็รู้สึกเกลียดมันเช่นกันเขาถูกกวาดต้อนเข้ามาในโลกนี้และถูกเกณฑ์เข้ารับราชการทหาร ดังนั้นไม่มีทางที่เขาจะไม่รู้สึกต่อต้านเลย
“ ฉันจะจับตาดูนายไว้”
ชายคนนั้นไล่ คิม ซอน-ฮยอก ออกจากเต็นท์ทหารโดยไม่มีคำพูดใด ๆสักคำเดียว
ั้แ่ต้นจนจบ ทหารที่นำเขาเข้าไปยังเต็นท์ คนแรกกำลังรอเขาอยู่ด้านนอก
“ที่พักค่ายทหารอยู่ทางนี้”
คิมซอนฮยอก ยังคิดไม่ออกว่าเกิดอะไรขึ้น ชายที่ไม่พอใจในเต็นท์ดูเหมือนจะเป็ผู้บัญชาการทหารม้าแต่ตอนนี้ทั้งเขาและทหารที่นำทางเขาไม่ได้ให้คำอธิบายใดๆเลย
“ ฉันเป็เพียงไกด์นำทางนายเท่านั้น ฉันไม่ใช่ทหารม้าเพราะฉะนั้นเข้าไป และจงพึ่งตัวของนายเอง”
คิม ซอนฮยอก สามารถรับรู้ได้ถึงความเกลียดชังต่อชาวต่างโลกจากน้ำเสียงที่แข็งทื่อเล็กน้อยของทหารเขาถอนหายใจและรู้สึกว่าชีวิตที่กำลังจะมาถึงตอนนี้จะไม่ง่ายเลยสักนิด
“ทำงาน ให้หนักหละ”
จากนั้นทหารก็หายตัวไป และ คิม ซอน-ฮยอก ก็ถูกทิ้งไว้ตามลำพังหน้าที่พักค่ายทหารขนาดใหญ่ใครก็ตามที่ถูกนำตัวมาทิ้งลงที่นี่เพียงลำพังโดยไม่มีคำอธิบายใดๆเลย ก็จะลังเลไม่รู้ว่าควรทำอะไรต่อไปดีแต่นี่ไม่ใช่สำหรับ คิม ซอน-ฮยอก ผู้ซึ่งใกล้จะสิ้นสุดการเกณฑ์ทหารแล้ว
‘เดียวก็ต้องเจอกับพิธีรับน้องใหม่ ของไอ่พวกทหารเ่าั้สินะ’’
ด้วยการหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ เขาเปิดประตูที่พักค่ายทหารและเข้าไป
“ ไอ่บ้านี่ มันใครกันว่ะ”
ความกล้าหาญของ คิม ซอน-ฮยอก อยู่ได้ไม่นานสายตาที่จ้องมองเขาเมื่อประตูเปิดออกนั้นอันตรายเกินกว่าที่เขาจะคาดคิดไว้ ความสูง190 ซม. และมีรอยแผลเป็จากการต่อสู้ทั่วร่างกายทหารที่อยู่ตรงหน้าเขาอาจถูกเข้าใจผิดคิดว่าเป็อาชญากรในโลกเก่าได้อย่างง่ายดาย
“ เ้าเด็กหน้าตาเหมือน*กีแชงคนนี้คิดว่ามันเป็ใครถึงกล้าเข้ามาที่นี่ว่ะ??”
*กีแซง (Gisaeng: Kisaeng: 기생) นางคณิกาในประวัติศาสตร์เกาหลีที่เชี่ยวชาญศิลปะแขนงต่างๆได้แก่ ขับร้อง ร่ายรำ ดนตรี เขียนอักษรและแต่งโคลงกลอน(อาจรวมเย็บปักถักร้อยและวิชาแพทย์เข้าไปด้วย)บทบาทของกีแซงคือการให้ความบันเทิงแก่บุรุษชนชั้นสูงโดย "ขายศิลปะไม่ขายเรือนร่าง" คล้ายเกอิชาของญี่ปุ่น*
เขาไม่เคยคิดว่าตัวเองจะถูกมองไปในทางนั้นแต่พบว่าเสียงที่เป็ธรรมชาติของเขาเหมือนกับผู้หญิง เขาก็ถอดถอนใจออกมา
“ ฉัน...ฉันเป็คนที่ถูกรับสมัครเข้ามาคนใหม่”
“ โอ..โฮ นายเป็ชาวต่างโลก ชื่อคิมที่จะมาถึงในวันนี้สินะ”
"ยินดีที่ได้รู้จัก.ดีใจมากที่ได้รู้จัก ฉันรอนายมาหลายวันแล้ว”
“อ่ามันช่างคุ้มค่าแก่การรอคอยไม่คิดว่าจะมีคนสวยแบบนี้เข้ามา”
คิม ซอน-ฮยอก สะดุดถอยหลังอีกครั้งกับคำพูดแปลกๆของเ้าั์ตรงหน้าเขา
“อึกก!!”
เ้าั์ที่ดูเหมือนว่าจะก่อปัญหาได้ทุกที่ทิ้งเขาไว้ตามลำพัง โดยไม่อธิบายคำพูดอะไรเมื่อกี้เพิ่มเติมเลยสักนิด
และเมื่อถึงเวลาเย็น คิม ซอน-ฮยอก ก็นอนลงอย่างเงียบ ๆบนเตียงที่ว่างเปล่า
เขาเบิกตากว้างในความมืด เขานอนไม่หลับ มันเป็ความรู้สึกที่แตกต่างจากความสิ้นหวังที่เขารู้สึกเมื่อเขาได้รับหมายเลขเตียงสำหรับการนอนของเขา คราวนี้เขาสั่นกลัวอย่างเห็นได้ชัด เพราะมันอยู่ใกล้เจอั์ตัญหากลับนั้น
‘เขาจะไม่ะโทับฉันในตอนที่ฉัน นอนหลับใช่ไหม?.’
คำพูดของเ้าั์นั้น โดยเฉพาะคำว่า "สวย"ดังขึ้นในหัวของเขา รู้สึกเหมือนมีบางอย่างที่แย่มากๆและเขาจะเสียใจไปตลอดชีวิตถ้าเกิดเขาเข้านอนขึ้นมาอย่างไรก็ตามความเหนื่อยล้าจากการเดินทางก็กดลงบนเปลือกตาของเขาและในไม่ช้าเขาก็ผล็อยหลับไป
“เห้ย..เห้ย!!”
สติของเขาที่กำลังอยู่ในความฝัน ค่อยๆถูกกระตุ้นด้วยเสียงดังข้างนอก
“ ไอ่เ้านี้ มันหลับจริงๆเหรอ??”
“ มันโง่ หรือ มันกล้ากันแน่ว่ะ?”
เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้ คิม ซอนฮยอก ตระหนักถึงสถานการณ์ที่เขาอยู่ ใน่เวลาสั้นๆเขาก็ตื่นขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“ เชี่ย.. ”
เขาตรวจดูกางเกงตัวเองโดยไม่รู้ตัว และถอนหายใจด้วยความโล่งอก
“ อั๊ก!”
ในขณะนั้น คิม ซอน-ฮยอก ราวกับมองเห็นดวงดาวรอบหัวตัวเอง และ ครู่ต่อมาเขารู้สึกเ็ปราวกับว่าท้องของเขาถูกฉีกออกเป็ชิ้นๆ
“ ลุกขึ้นได้แล้วไอ้เวร ถึงเวลาสำหรับพิธีรับน้องใหม่”
“ ทำไมพวกแกไม่ทำก่อนหน้านี้ฟ่ะ? นี่มันกลางดึกนะเว้ย…”
คิมซอนฮยอกพูดอย่างไม่เต็มใจ และ ตัวเขาแข็งทื่อจากความเ็ปอย่างกะทันหันนี้
"อะไรนะ? นายไม่ได้ยินหรือ? ฉันไม่ได้เข้าใจผิดใช่มั้ย? ไอ้นี่พยายามบ่นเพราะเหนื่อยเหรอ??”
“ เราปล่อยให้นายอยู่คนเดียวในตอนกลางวันเพราะข้างในอากาศมันร้อนไอ่เวร ตอนนี้แหล่ะไม่ใช่เวลาสมบูรณ์แบบเหรอ? สำหรับการรับน้องของแก?”
เ้าั์ที่ดูน่ากลัวจ้องมองมาที่เขาด้วยการแสดงออกที่น่าขันบนใบหน้าของพวกเขา
เชี่ยเอ้ย ปวดหัวชิปหาย
คิม ซอนฮยอก ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางที่บิดเบี้ยว
“ เราจะทำยังไงกับไอ่เวรนี่ดี เพื่อให้มันมีฉายาแปลกๆแพร่ออกไป”
“ เราควรผูกมันไว้กับม้าแล้ววิ่งไปสักสองสามชั่วโมงดีมั้ย??”
“ หรือบางทีเราอาจจะแขวนมันคว่ำลง เหมือนคนงี่เง่าก่อนหน้าก็ได้นะ?”
“ คนงี่เง่าที่ถูกแขวนตอนนั้น คือข้าเองไอ่ลูกกระหรี่เอ๊ย”
“ โอ้นั่นแกเหรอ? ดูเหมือนเด็กคนนั้นจะเติบโตเป็ผู้ใหญ่แล้วสินะ”
ใน่เวลาสั้น ๆ ที่คิม ซอน-ฮยอก เริ่มกำลังจะควบคุมตัวเองได้แล้ว อีกด้านหนึ่งได้เริ่มการถกเถียงกันอย่างดุเดือดว่าจะทำยังไงกับเขาดีแต่ก็ไม่มีคำแนะนำใดที่เขาได้ยินแล้วรู้สึกดีต่อจิตใจของเขาเลย
“ โอเคตัดสินใจได้แล้ว”
คิม ซอนฮยอก พลันกลืนน้ำลายแห้ง ไม่อยากรู้ว่าพวกมันตัดสินใจเป็อย่างไงบ้างหรือ ได้อะไรกันแน่..
"เลือก."
“ ให้เลือกคนตรงนี้ ที่นายคิดว่าอ่อนแอ่ในความคิดของนายมา…”
ไม่ว่าเขาจะชอบหรือไม่ชอบ คิม ซอน-ฮยอก ก็ต้องใช้อนาคตอันใกล้กับพวกคนเถื่อนเหล่านี้และไม่สามารถหลีกเลี่ยงพิธีรับน้องใหม่นี้ได้เขาเลือกที่จะยอมรับชะตากรรมและตอบสนอง
“ พวกแกพูดบ้าอะไร? ให้ฉันเลือก..."
“ ฉันกำลังบอกว่า ฉัน้าให้นายเลือกคนที่อ่อนแอที่สุด…”
‘เลือกมาทำอะไรฟ่ะ หรือว่าจะ..??’
“ สงสัยไอ้บ้านี้ยังไม่กลับมาได้สติแหะ ฉันบอกว่าเลือกคนที่นายอยากจะสู้ด้วยยังไงหละ!”
คิมซอนฮยอกตระหนักดีว่าเ้าั์ที่ะโใส่เขาหมายถึงอะไร
“ นายคิดว่าเรามีระบบแปลกแบบนั้นที่นี่งั้นหรอ? กรมทหารม้าที่น่าภาคภูมิใจของเราไม่มีประเพณีขยะเช่นนี้”
อ่า นั้นสินะแบบนั้นมันฟังดูแย่พอสมควรแหะ…
เมื่อกลืนคำพูดเ่าั้ คิม ซอนฮยอก มองไปรอบ ๆ อย่างระมัดระวังและเลือกคนหนึ่งออกมา
“นาย…”
คิม ฮยอน-ซอก สุ่มเลือกบุคคลพวกเขาทั้งหมดตัวใหญ่อย่างกับั์ และ ดูน่ากลัวดังนั้นจึงไม่สำคัญว่าเขาจะเลือกใคร
“ เมื่อกี้ไอ้นั่นเลือกฉันใช่มั้ย?”
“ ว้าวเขามีสายตาที่ดีนี่ เขาเลือกคนที่กระจอกที่สุดในหมู่พวกเราได้อย่างไง? จอห์นสัน นายว่ามั้ย?”
"ไม่มีทาง. เห็นได้ชัดว่าใคร ๆก็บอกได้ว่า แฮนเซน กระจอกที่สุดในที่นี่”
แฮนเซน ทหารม้าที่เลือกโดยคิม ซอน-ฮยอก ขณะที่คนอื่น ๆ รอบตัวเขากำลังหัวเราะเยาะเขาอยู่
“ นั่นเป็ความจริงงั้นเหรอ? แกเลือกฉันเพราะฉันดูกระจอกอ่อนแอ จริงหรือเปล่า??”
ปฏิกิริยาของ แฮนเซน เป็เหมือนสัตว์เดรัจฉานที่มีกล้ามเนื้อใหญ่โตคิม ซอน-ฮยอก ปิดปากเงียบและเริ่มปรงกับชะตากรรมของเขา
‘ทำไมกูต้องมาเจอเชี่ยไรแบบนี้ว่ะ’
"ไอ่เวรเอ้ย แกตายได้แล้ว”
ทันทีที่ แฮนเซน พูดทหารม้าคนอื่น ๆ ก็เคลียร์เตียงและตั้งพื้นที่ตรงกลางที่พักค่ายทหารคิม ซอน-ฮยอก พยายามที่จะเพิกเฉยต่อผู้ชายเหล่านี้ที่พยายามยกเตียงราวกับว่าพวกเขาไม่มีอะไรทำกันแล้ว
“ไม่ต้องห่วงหรอกเ้าเด็กใหม่ถ้านายตายจะดูแลศพนายให้ดีเอง!”
ไม่ๆๆ นั่นเป็เื่ที่น่ากังวลยิ่งกว่าอีก
คิม ซอน-ฮยอก พยายามไม่นึกถึงคำพูดเหมือนกับ "ให้ความช่วยเหลือ"ของผู้ชายที่ดูเหมือนจะอันตรายที่สุดในกลุ่มที่น่ากลัวคนนี้ถึงกระนั้นเมื่อพิจารณาว่าเขาไม่ได้ตัวสั่นเพราะความกลัว ดูเหมือนว่าการฝึกก่อนหน้านี้ของเขาจะมีประโยชน์เหมือนกันดูเหมือนว่าผู้ฝึกสอนอ้างว่าเขาจะช่วยให้ทุกคนปรับตัวเข้ากับโลกใหม่นี้ไม่ได้มีไว้เพื่อการแสดงเท่านั้นสินะ
"ย๊า.....!"
แฮนเซน ที่โกรธแค้นพุ่งเข้ามาพร้อมกับเสียงคำรามที่ไร้มนุษยธรรมมันเป็เพียงการต่อสู้ที่ธรรมดามาก โดยอาศัยขนาดและความแข็งแกร่งของร่างกายของเขาแต่มันก็คุกคาม คิม ซอน-ฮยอก ที่มีขนาดเล็กกว่าได้
.
มือที่ยื่นออกมาของ แฮนเซน เข้าหาราวกับจะคว้าเอวของเขาการตอบสนอง คิม ซอนฮยอก รีบบิดไปด้านข้างของเขาและเตะออกไปมันเป็เทคนิคการต่อสู้แบบประชิดตัวขั้นพื้นฐานที่สุดที่เรียนรู้ระหว่างการฝึก แต่ดูเหมือนคู่ต่อสู้ของเขาจะยอมให้ตัวเองถูกโจมตีได้อย่างง่ายดาย
“อั๊ก!”
หลังจากสิ้นเสียงครวญครางอย่างรวดเร็ว แฮนเซน ก็เหวี่ยงแขนของเขาจะรวบเอวของเขาอีกครั้งด้วยใบหน้าที่บิดเบี้ยวราวกับปีศาจไม่คาดคิดว่าการโจมตีจะดำเนินต่อไปทันที คิม ซอนฮยอก ไม่สามารถถอยหนีหรือทันตั้งตัวได้และถูกจับได้ในที่สุด
“ฉันจะฆ่าแก!”
แรงมหาศาลของ แฮนเซน กอดลงที่เอวของเขาจากด้านหลังทำให้ลมตีออกจากร่างของเขา
“ อั๊ก”
คิมซอนฮยอกไม่สามารถตอบโต้ได้ด้วยแขนทั้งสองข้างของเขา
ไม่ เขายังมีทางหนึ่ง คิม ซอนฮยอก ด้วยการดิ้นรนในการจับของแฮนเซน เขาจึงกระแทกศีรษะของเขาไปด้านหลังโดนหน้าของแฮนเซน
พลั๊ก.. แตก!
เมื่อถูกศีรษะกระแทก แฮนเซน ก็กรีดร้องและจับจมูกของเขา ในขณะเดียวกันคิมซอนฮยอก ก็หนีจากการจับกุมและเตะออกไปทันที
"ฮะ?"
ทุกที่ที่ คิมซอน – ฮยอก เตะ จะโดนลงในจุดกล่องดวงใจของ แฮนเซน ทั้งหมด(โดนเตะไข่)แฮนเซน ซึ่งพยายามโจมตีอีกครั้งแม้จะมีเืกำเดาไหล เมือโดนเตะไปอีกสองครั้งเขาก็แข็งตัวทันทีพร้อมกับอ้าปากค้างด้วยเหตุนี้เขาจึงทรุดตัวลงมีฟองที่ปากของเขา
“มะ ไม่ ไม่ได้ตั้งใจนะ…”
คิม ซอนอยอก พยายามอธิบายว่ามันเป็แค่อุบัติเหตุแต่พวกทหารม้าที่ดูอยู่ จ้องมาที่เขาราวกับว่าเขาเป็ปีศาจที่โหดสุดในโลก
“ เอ่อ! มันคงไม่แตกหรอกเหรอ? ฟังดูเหมือนมีบางอย่างถูกบดขยี้งั้นแหล่ะ”
“ ชั้นว่าไอ่เด็กหน้าสวยนั้น มันตั้งใจเตะไปตรงนั้นแน่ๆ”
เหล่าทหารม้ามีสีหน้าลังเลเมื่อมองดู แฮนเซน และเริ่มถอยหลังออกมากุมไข่ตัวเอวอย่างหวาดกลัว
“ ไม่ว่าในกรณีใด แฮนเซนก็แพ้ไอ้นั่นแล้ว”
“ชิ.. นี่มันเป็ความอัปยศของหน่วยทหารม้าของเราช่างอัปยศยิ่งนัก"
“ถึงจะผิดหวังแค่ไหนแต่ต่อจากนี้เราก็ต้องอยู่ด้วยกันกับเขาแล้ว ”
คิมซอนฮยอก ไม่สามารถเพลิดเพลินไปกับชัยชนะที่กะทันหัน และ ไม่คาดคิดได้คิมซอน-ฮยอก รู้สึกโล่งใจเมื่อได้ยินคำบ่นที่ราวกับกลัวเขานั้นได้
.
แม้จะมีรูปลักษณ์ภายนอกจะดูสงบ แต่พวกทหารม้าก็ใเมื่อเห็น แฮนเซน พ่ายแพ้แฮนเซน รู้วิธีการต่อสู้ แม้ว่ารูปแบบการทะเลาะวิวาทของเขาจะเรียบง่ายและไม่ซับซ้อนด้วยขนาดและความดุร้ายของเขาการต่อสู้ตามปกติจะจบลงด้วยการที่คู่ต่อสู้ของเขากรีดร้องด้วยความเ็ปขณะที่เขารัดซี่โครงของพวกเขาในอ้อมกอดแต่อย่างไรก็ตามการรับน้องใหม่ที่ผอมแห้งแรงน้อยคนนั้นสามารถเอาชนะเขาได้
“ ถ้าเขา้าจริงๆ เขาคงจะงัดมือของแฮนเซนออกจากกันได้ท้ายที่สุดแล้วการคว้าแขนของแฮนเซน ไม่ได้เปิดโอกาสให้คู่ต่อสู้ของเขาดึงศีรษะกลับมาเช่นนั้น”
“ คุณบอกว่าไอ่ผอมแห้งแรงน้อยนั้น แข็งแรงกว่า แฮนเซนงั้นหรอ?”
“ คุณไม่สามารถตัดสินชาวต่างโลกคนอื่นๆได้ เพียงแค่รูปลักษณ์ภายนอก”
มันถูกเรียกว่า ค่าสเตตัส หรือเปล่า? แหล่งที่มาของความแข็งแกร่งของชาวต่างโลกนั้นแตกต่างจากคนอย่างเราที่แข็งแกร่งขึ้นจากการฝึกฝน
“ ใช่ ฉันกำลังบอกว่าเขาไม่ใช่คนที่อ่อนแอเลย”
““ความมุ่งมั่นนั้น ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน”
ความคิดของชายคนนี้ถูกเพียงครึ่งเดียว ทหารม้าคนอื่นๆ ราวกับได้ยินบางอย่างที่ไร้สาระสุดๆ
จากนั้นพวกเขาก็เริ่มพูดคุยกับ คิม ซอน-ฮยอก อย่างจริงใจหลังจากที่เขาชนะการต่อสู้
“ นายไม่เคยขี่ม้ามาก่อนเลยอย่างงั้นเหรอ?”
“ แล้วทำไมนายถึงถูกมอบหมายมาให้หน่วยทหารม้าหละ?”
“ เป็เพราะคลาสใหม่ของฉันคือ…ผู้ขับขี่หนะ ’”
คิม ซอนฮยอก ละเว้นคำว่า ‘ั’ เพราะไม่ว่าสถานการณ์จะเป็อย่างไรเขาก็ยังคงเป็ผู้ขับขี่อยู่ดี
...........................................................................................................................................................................
ติดตามผลงานได้ที่แฟนเพจ มือใหม่หัดแปล
@NEWHUDTranslate
https://web.facebook.com/NEWHUDTranslate