ตอนที่ 12 พี่ชายที่แสนดีต้องลำบาก (2)
อวี๋จือรุ่นไม่มีความสงสัยเขาก้าวเดินเข้ามา มองตัวอักษรตัวใหญ่พลางขมวดคิ้ว นี้คือตัวอักษร ‘พาน’ สำหรับผู้เริ่มเรียนอย่างเจียวเจียวถือว่ายากสักหน่อย เขาแอบคิดอยู่ในใจ เขาหยิบพู่กันด้านข้างขึ้นมา เอ่ย “อาจารย์ไม่ได้เขียนแบบคัดตัวอักษรของเส้นขีดให้เ้าหรือ” ่แรกเพียงเส้นขีด ‘หนึ่ง’ เขายังต้องฝึกตั้งหลายวัน
อวี๋เจียวกะพริบตาปริบเอ่ย “ท่านอาจารย์คนเดียวต้องสอนพวกเรานักเรียนห้าคน เกรงว่าคงจะลืมไปแล้ว พี่รองท่านช่วยข้าเขียนสักตัวเถิด”
พู่กันในมืออวี๋จือรุ่นหยุดชะงัก ไม่ได้เอ่ยถามอันใดอีก เหลือบมองหมึกเข้มด้านข้างที่ถูกฝนเอาไว้แล้ว เขียนพร้อมเอ่ยกับอวี๋เจียว “นี่คือตัวอักษรพาน ส่วนใหญ่เป็แซ่สกุล ยามขยับพู่กันเขียนอักษรนั้นใช้มือขวาจับพู่กัน นิ้วหัวแม่มือใช้กด นิ้วชี้ใช้ดัน นิ้วกลางใช้ตวัด นิ้วนางใช้ต้าน นิ้วก้อยใช้ประคอง นิ้วทั้งห้าทำหน้าที่ของตนเองจึงจะเขียนตัวอักษรที่ดีออกมาได้ เวลาเขียนตัวอักษรต้องเขียนตามลำดับจากซ้ายไปขวาจากบนลงล่าง”
ตั้งใจเขียนตัวอักษรพาน เขายกพู่กันในมือขึ้นมา ยกขึ้นมาในแนวตั้งให้อวี๋เจียวดู “ดูสิ นี่คือพู่กันขนกระต่ายดำ ทำมาจากขนหลังคอที่ดีที่สุดของกระต่ายป่า ปลายพู่กันโค้งมนเต็มแน่นมีความยืดหยุ่นเหมาะสม เมื่อห้อยลงมาจะรวบเข้าด้วยกันโดยธรรมชาติ แหลมดุจกรวยคมดุจมีด เหมาะสำหรับเขียนตัวอักษรแนวตั้งและสี่เหลี่ยม ยังมีหมึก” เอ่ยพลางชี้ไปที่ตัวอักษรพานที่เขียนเสร็จเรียบร้อย “หมึกต้องฝนให้เข้ม แต่ระดับความเข้มต้องพอดี ข้นเกินไปจะเหมือนใช้โคลนเขียนอักษร จางเกินไปจะทำให้คราบน้ำปรากฏขึ้นบนกระดาษ ดูสิ นี่คือจางเกินไป”
เอ่ยตามตรง เดิมอวี๋เจียวนั้นไม่ชอบปัญญาชน อ่านนิยายชอบอ่านแนวโเี้อำมหิต ดูละครชอบแนววรยุทธ์สูงส่งที่เรียกว่าจอมยุทธ์ มองเห็นภาพตรงหน้า นางพลันค้นพบว่าพี่ชายคนนี้ของตนนั้นหล่อมาก ยามเขียนอักษรนั้นสายตาแข็งแกร่งและเด็ดเดี่ยวดุจสายรุ้ง ไหนเลยจะมีความอ่อนแอและโบราณคร่ำครึของปัญญาชนแม้เพียงนิด เป็เพราะนางไม่เข้าใจปัญญาชน หรือว่าพี่ชายของตนนั้นแตกต่างจากผู้อื่นกันแน่
ไม่รู้ว่าน้องสาวที่อยู่ด้านข้างเริ่มเกิดความบ้าผู้ชายขึ้นมาแล้ว อวี๋จือรุ่นจับมือน้องสาวฝนหมึกเสร็จแล้ว จับพู่กันให้มั่น จากนั้นหยิบกระดาษมาหนึ่งแผ่น เขียนตัวอักษรหนึ่งหนึ่งตัวอย่างชำนาญ “ย้อนปลายพู่กันเพื่อเริ่ม กลางเคลื่อนปลายพู่กัน ตวัดกลับคืนเพื่อเก็บปลายพู่กัน” เก็บพู่กันในมือ พี่ชายที่แสนดีกลายเป็คู่ซือลา[1]ทันใด “คืนนี้เขียนอักษรตัวนี้ห้าแผ่น พรุ่งนี้เ้าให้สาวใช้ของเ้าเอาไปส่งที่เรือนหน้า”
“อืม ข้าจะตั้งใจฝึกเ้าค่ะ”
เห็นน้องสาวว่านอนสอนง่ายแบบนี้ อวี๋จือรุ่นจึงรู้ชื่นใจและเ็ปอยู่ในใจ “เจียวเจียว อย่าว่าพี่รองเข้มงวด เ้าต้องเข้าใจหลักอดทนต่อความทุกข์ยากเพื่อเป็คนที่เหนือกว่าผู้ใด” สิ่งที่ไม่กล้าเอ่ยก็คือ ขอเพียงอดทนอีกไม่กี่ปี พี่ชายจะต้องหาครอบครัวที่ดีให้กับเ้า
รอจนอวี๋จือรุ่นกลับไปแล้ว อวี๋เจียวนั่งอยู่ตรงข้ามกับตำแหน่งที่อวี๋จือรุ่นนั่งเมื่อสักครู่ หยิบพู่กันขนกระต่ายดำขึ้นมา มองขนที่อัดแน่น นางครุ่นคิดเอ่ยถาม “เซียงฉี่ นี่คือพู่กันที่อี๋เหนียงเก็บไว้ให้หรือ” นางเคยได้ยินถึงพู่กันขนกระต่ายดำ เพราะมีเพียงขนหลังคอของกระต่ายป่าเท่านั้นจึงจะนำมาทำได้ ดังนั้นราคาจึงสูง คาดไม่ถึงว่าในมือของอี๋เหนียงจะมีสิ่งของแบบนี้อยู่ด้วย
“ไม่ใช่เ้าค่ะ ของของอี๋เหนียงถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของทั้งหมดเลยเ้าค่ะ นี่คือพู่กันที่นายน้อยรองให้เต๋อลี่นำมาให้เมื่อเช้าเ้าค่ะ” นึกถึงนายน้อยรองที่คำนึงถึงความสัมพันธ์พี่ชายน้องสาวเซียงฉี่จึงยิ้มออกมา
“ที่แท้เป็พี่รองนี่เอง...” พู่กันขนกระต่ายดำ หมึกซงเยียน[2] อีกฝ่ายยอมทำได้ทุกอย่าง เพื่อน้องสาวอย่างนาง
เชิงอรรถ
^ คู่ซือลา หมายถึง ก็อตซิลลา^ หมึกซงเยียน เป็นหมึกที่ได้มาจากเถ้าเขม่าจากการเผาไหม้ของไม้สน