ั้แ่รับสามพี่น้องแซ่เสี่ยวมาช่วย งานในมือของเหอหลี่น่าก็ถือว่าเบาขึ้นมาก แต่ฮั่วเฉินซีกลับยุ่งอยู่กับการทำเครื่องดื่มโดยไม่มีเวลาได้หยุดพัก เพราะั้แ่คาเฟเปิดตัวเครื่องดื่มที่ทำลาเต้อาร์ตเป็รูปหงส์ ลูกค้าที่เข้ามาสั่งเครื่องดื่มก็จะระบุให้เขาทำเครื่องดื่มรูปหงส์ให้ทันที
เหอหลี่น่าถือถาดขนมออกมาจัดใส่ตู้ “ที่รักคะ ฉันคิดว่าต่อไปคุณต้องยุ่งขึ้นอีกมากแน่ๆ เลยค่ะ”
“ทำไมผมต้องยุ่งขึ้นด้วยล่ะครับ” ฮั่วเฉินซีเดินมาหาคนรัก “ที่แท้ขนมที่คุณบอกจะทำออกมาขายคู่กับเครื่องดื่มหงส์คือเอแคลร์หงส์นี่เอง คุณคิดเมนูนี้ออกได้ยังไงเนี่ย”
“ตอนที่ฉันยังเรียนมหาวิทยาลัย ฉันเคยเล่าให้คุณฟังแล้วนี่คะว่าฉันเคยทำงานพิเศษในร้านเบเกอร์รีตำแหน่งผู้ช่วยทำขนม ร้านนั้นมีเ้าของเป็คนต่างชาติ เ้าของร้านบอกว่าที่ประเทศของเธอเด็กๆ ชอบทานเอแคลร์หงส์มาก เธอก็เลยสอนให้ฉันทำโดยไม่หวงวิชาเลยล่ะค่ะ ก็เหมือนกับขนมปังอบหลายๆ อย่างที่ฉันทำ เ้าของร้านก็เป็คนสอนให้ฉันทั้งนั้น น่าเสียดายที่ฉันทำงานอยู่ที่นั่นได้ไม่นานก็ต้องลาออกเพราะฉันต้องเร่งทำโปรเจคสำหรับจบการศึกษา ไม่อย่างนั้นฉันคงได้เรียนทำขนมกับเ้าของร้านได้หลายอย่างกว่านี้”
“เ้าของร้านใจดีกับคุณมากเลยนะ มีไม่มากนักหรอกที่จะมีใครยอมบอกสูตรลับความอร่อยของตัวเองให้คนอื่นรู้”
“พี่เ้าของร้านใจดีกับฉันมากจริงๆ แถมเธอยังให้เงินค่าจ้างฉันมากกว่าคนอื่นด้วยนะคะ เธอบอกว่าเวลาที่เธอเห็นฉัน เธอจะนึกถึงอดีตที่เธอก็หาเงินส่งตัวเองเรียนมหาวิทยาลัยเหมือนกัน” เหอหลี่น่าคีบเอแคลร์ใส่จานก่อนจะตัดเป็ชิ้นเล็กแล้วป้อนให้คนรัก “คุณลองชิมดูสิคะว่ารสชาติโอเคเปล่า”
ฮั่วเฉินซีชิมเอแคลร์เข้าไป แต่ดูเหมือนจะไม่พอ เขาตักเอแคลร์ส่วนที่เหลือเข้าปากคำโต “อร่อย! รสชาติกำลังดี ไม่หวานเกินไปแล้วก็ไม่เลี่ยนด้วย”
“คุณว่าเราจัดเป็เมนูคู่รักดีไหมคะ ขายเครื่องดื่มหงส์คู่กับลาเต้หงส์ ถ้าเป็คู่รักมาซื้อก็ขายในราคาลดพิเศษ”
“ร้านนี้ผมยกให้คุณเป็คนตัดสินใจอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นคุณอยากทำอะไรหรืออยากจัดโปรโมชันแบบไหน ผมตามใจคุณทั้งหมด”
“ถึงอย่างนั้นฉันก็ยังต้องถามความเห็นจากคุณก่อนอยู่ดี เพราะฉันมีทั้งเสี่ยวอวี๋กับเสี่ยวจูที่ช่วยทำขนม แต่คุณชงเครื่องดื่มอยู่คนเดียว ฉันกลัวว่าคุณจะเหนื่อยเกินไป”
“พูดอย่างนี้แล้วผมก็รู้สึกหมดแรงขึ้นมาจริงๆ” ฮั่วเฉินซีส่งสายตากรุ้มกริ่ม “คุณช่วยชาร์จแบตให้ผมหน่อยสิ เดี๋ยวตอนบ่ายผมไม่มีแรงทำเครื่องดื่มให้ลูกค้านะ”
“น้องๆ อยู่กันเยอะแยะ คุณไม่อายบ้างหรือไง” เหอหลี่น่าใช้มือผลักหน้าคนรักออกไปเบาๆ
“ผมไม่อายอยู่แล้ว อีกอย่างเราสองคนเป็แฟนกัน แล้วถ้าเราจะแสดงความรักมันผิดตรงไหน” ฮั่วเฉินซียื่นหน้าเข้าไปหอมแก้มคนรักตอนที่เธอเผลอ “ชาร์จแบตเรียบร้อย คราวนี้ผมทำงานได้จนถึงเย็นเลยล่ะ”
เสี่ยวจูที่เตรียมจะเดินเข้ามาเช็ดโต๊ะทำความสะอาดก็เห็นภาพแสนหวานของคู่รัก เธอยิ้มเขินก่อนจะแสร้งยกมือขึ้นปิดตา “ขอโทษทีนะคะ ฉันไม่คิดว่าพวกพี่กำลังถ่ายทอดพลังแห่งรักกันอยู่”
“เสี่ยวจู ฉันว่าเธอชักจะกวนเก่งเหมือนเ้านายของเธอเข้าไปทุกที” เหอหลี่น่าแสร้งหันไปดุคนรักเพื่อกลบความเขิน “คุณดูผลงานของคุณสิคะ จากเด็กสาวเรียบร้อยขี้อาย ตอนนี้คุณทำให้เสี่ยวจูกลายเป็คนแบบคุณไปแล้ว”
“คุณกำลังจะบอกว่าเสี่ยวจูน่ารักเหมือนผมใช่ไหมล่ะ” ฮั่วเฉินซียืดอกรับอย่างพอใจ “เื่นั้นมันแน่นอนอยู่แล้ว ไม่ใช่แค่เสี่ยวจูนะครับ ต่อไปผมยังจะสอนเสี่ยวอวี๋กับเสี่ยวตงให้ทำตัวน่ารักแบบผมเหมือนกัน”
เหอหลี่น่าทนฟังไม่ไหวจนต้องเปลี่ยนเื่ “ฉันไม่พูดเื่ไร้สาระกับคุณแล้ว ฉันถามจริงๆ นะว่าคุณจะเหนื่อยเกินไปไหมถ้าเราจะเปิดตัวเมนูคู่รัก”
“คุณไม่ต้องกังวลเื่นั้นหรอก ตอนนี้ผมอาจจะเหนื่อยสักหน่อย แต่ต่อไปงานผมคงเบาลงกว่านี้มาก ผมตั้งใจว่าจะสอนให้เสี่ยวตงทำเครื่องดื่มไปพร้อมกับผม ผมจะสอนเขาั้แ่การเลือกเมล็ด การคั่ว การสกัดกาแฟไปจนถึงการชงเครื่องดื่มชนิดต่างๆ รวมถึงการทำลาเต้อาร์ตด้วย อีกอย่างพี่อันนาเพิ่งมาบอกว่าเธอสั่งซื้อเครื่องชงกาแฟมาเพิ่มอีกครั้งหนึ่ง เสี่ยวตงเป็คนเรียนรู้งานได้เร็วอยู่แล้ว คิดว่าสอนไม่นานเขาก็จะชงเครื่องดื่มให้ลูกค้าได้เองแล้วล่ะครับ”
เสี่ยวตงถามอย่างดีใจ “พี่เฉินซี! พี่จะสอนให้ผมชงเครื่องดื่มแล้วก็จะสอนให้ผมทำลาเต้อาร์ตให้ได้เหมือนพี่จริงเหรอครับ”
“อืม...ฉันตั้งใจไว้อย่างนั้นล่ะ พอสอนให้นายเสร็จ หลังจากนั้นฉันถึงจะสอนให้เสี่ยวอวี๋กับเสี่ยวจู ส่วนนายก็ต้องไปเรียนทำขนมกับพี่นาน่าด้วย คุณป้าลูซี่เคยบอกไว้ไม่ว่าคนดูแลร้านจะเปลี่ยนเป็ใคร แต่พวกนายคือกำลังหลักของที่นี่ เพราะฉะนั้นพวกนายทั้งสามคนจะต้องเรียนรู้งานให้ครบทุกอย่าง เวลามีเหตุสุดวิสัยงานในร้านจะได้ไม่สะดุด”
“พวกเราจะตั้งใจทำงานให้ดีเลยครับ” เสี่ยวตงรีบบอก
“ไปทำงานต่อเถอะ รอให้เครื่องชงกาแฟตัวใหม่มาส่งฉันถึงจะเริ่มสอน”
เสียงกระดิ่งที่แขวนอยู่หน้าประตูดังขึ้น เสี่ยวตงรีบเดินไปรับลูกค้า “สวัสดีครับคุณลูกค้า จะเลือกที่นั่งก่อนหรือจะเลือกเครื่องดื่มก่อนดีครับ”
“ฉันยังไม่เลือกทั้งที่นั่งและยังไม่เลือกเครื่องดื่ม แต่ฉันขอพบบาริสต้าสุดหล่อของนายก่อนได้ไหม”
เสี่ยวตงยิ้มค้างก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็ปกติ “เอ่อ...คุณลูกค้าจะพบบาริสต้าของเราทำไมเหรอครับ หรือก่อนหน้านี้คุณไม่ถูกใจเครื่องดื่มของเรา ถ้าอย่างนั้นคุณลูกค้าสนใจจะรับเป็ส่วนลดหรือจะให้เรารับผิดชอบด้วยการทำเครื่องดื่มแก้วใหม่ให้ดีครับ คุณลูกค้าบอกมาได้เลยนะครับไม่ต้องเกรงใจ เพราะมันเป็กฎของร้านที่ต้องรับผิดชอบความพึงพอใจของลูกค้าอยู่แล้ว”
“เ้าเด็กคนนี้เหมือนพี่ไม่มีผิด ตอนนั้นพี่ก็เป็แบบนี้เปี๊ยบเลย” จางฟานเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าเคาน์เตอร์ “พี่ชาย! เสี่ยวฟานมารายงานตัวแล้วครับผม”
ฮั่วเฉินซียื่นเครื่องดื่มให้คนที่ยืนอยู่ตรงหน้า “อเมริกาโนเย็นคั่วกลาง เป็เมล็ดกาแฟที่ปลูกบนเกาะนี้ นายลองชิมดู”
“พี่รู้ได้ยังไงว่าผมกำลังอยากดื่มกาแฟอยู่พอดี” จางฟานดูดกาแฟเข้าไปอึกใหญ่ “รสชาติดีมากเลยครับ กลิ่นกาแฟก็หอมมากด้วย เป็รสชาติสำหรับคนรักกาแฟชัดๆ”
“ทานคู่กับครัวซองต์อัลมอนด์สิคะ อัลมอนด์ก็เป็ผลิตผลจากเกาะเหมือนกันค่ะ” เหอหลี่น่าวางจานขนมให้จางฟาน “คุณคงเป็คุณจางฟานใช่ไหมคะ”
“สวัสดีครับพี่สะใภ้ ผมจางฟานครับ” จางฟานยัดครัวซองต์เข้าปากไปทั้งชิ้นโดยไม่พูดอะไร จากนั้นเขาก็กินขนมที่อยู่ในจานจนหมด “ขนมอบของพี่สะใภ้อร่อยมากเลยครับ”
“ถ้าชอบก็มาทานได้ทุกวันนะคะ” เหอหลี่น่าเก็บจานเปล่าแล้วเดินเข้าไปหลังร้าน
จางฟานยิ้มทะเล้นให้ฮั่วเฉินซี “เธอให้ผมเรียกว่าพี่สะใภ้โดยไม่ปฏิเสธสักคำ ดูท่าความรักของพี่คงไปได้สวยเลยสินะ”
“ซองแดงหนักๆ ที่นายเคยพูดถึงอย่าลืมเตรียมไว้ด้วยล่ะ” ฮั่วเฉินซียิ้มกว้าง “รับรองว่านายต้องได้ใช้มันแน่”
“หมั่นไส้คนมีความรัก” จางฟานยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มไปอีกหลายอึก “เอาความขมตัดลงไปค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย”
“อย่าเพิ่งพูดไร้สาระ นายบินมารับงานที่นี่แล้วใครดูแลงานทางโน้น ไม่ใช่พอกลับไปข้อมูลของเราถูกแฮกไปหมดแล้วนะ”
“พี่กำลังพูดถึงฮั่วกรุ๊ปใช่ไหม” จางฟานเอามือกุมท้องพร้อมหัวเราะเสียงดัง “พี่ไม่รู้อะไร ั้แ่วันแรกที่พี่ขึ้นเครื่องมา ฮั่วเฉินหยวนว่าจ้างแฮกเกอร์ต่างประเทศให้มาโจมตีไฟร์วอลล์เพื่อเจาะระบบของเราจริงๆ แต่ผมกับพี่มันระดับไหนแล้ว อีกอย่างรุ่นน้องในบริษัทของเราก็ไม่ใช่ธรรมดา ทุกครั้งที่พวกเขาโจมตีมา เราก็จะปล่อยไวรัสของเราออกไปเหมือนกัน ทีแรกก็มีแฮกเกอร์หลายคนที่อยากลองของ แต่พอพวกเขารู้ว่าไฟร์วอลล์นั้นเป็พี่กับผมที่เขียนขึ้น
หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้ารับงานจากฮั่วเฉินหยวนอีก แต่ผมกับน้องๆ ไม่หยุดแค่นั้น ก็อย่างที่บอก ทุกครั้งที่พวกเขาพยายามจะเข้ามาเจาะระบบ พวกเราก็จะปล่อยไวรัสออกไปทำลายระบบของฮั่วกรุ๊ปเหมือนกัน จนตอนนี้ฮั่วเฉินหยวนไม่กล้าส่งใครมากวนเราอีก
ความจริงแล้วไม่ใช่แค่เื่ไวรัสโจมตีที่ฮั่วเฉินหยวนกลัวจนไม่กล้ามาหาเื่เรา เพราะไม่รู้มีใครเอาข่าวไปบอกว่าพี่เป็เ้าของบริษัทแล้วพี่ยังเป็คนเขียนโครงการเครือข่ายอัจฉริยะของภาครัฐตัวจริง ประธานฮั่วกับผู้ถือหุ้นอยากเชิญพี่กลับไปสอบถาม ฮั่วเฉินหยวนกับคุณพ่อของพี่ก็เลยยุ่งอยู่กับการชี้แจงต่อท่านประธานและผู้ถือหุ้นว่าข่าวลือพวกนั้นไม่เป็ความจริง
เพราะถ้าท่านประธานฮั่วหรือก็คือคุณปู่ของพี่รู้ว่าพี่ถูกตัดสัมพันธ์แล้วยังถูกไล่ออกจากบ้านเพราะคุณพ่อของพี่ขโมยโครงการเครือข่ายอัจฉริยะไปให้ฮั่วเฉินหยวน พี่ลองคิดดูสิว่าท่านประธานฮั่วจะจัดการกับพวกเขายังไง ตอนนี้สองพ่อลูกก็เลยยุ่งอยู่กับการสร้างหลักฐานเท็จเพื่อเอาไปยืนยันว่าโครงการเครือข่ายอัจฉริยะเป็ของฮั่วเฉินหยวน พวกเขาก็เลยไม่มีเวลาว่างมายุ่งกับเราน่ะสิ”
ฮั่วเฉินซีได้ยินว่าคุณปู่ถามถึงก็ไม่ได้รู้สึกดีใจ เพราะคนอย่างคุณปู่มักจะมองถึงแต่ผลประโยชน์ ที่ท่านถามถึงเขาก็เพราะคิดว่าถ้าเครือข่ายอัจฉริยะเป็ของเขา คุณปู่ก็จะให้เขาเป็ผู้รับผิดชอบหลักของโครงการโดยอ้างว่าเขาเป็คนของตระกูลฮั่ว เขาจะต้องสร้างชื่อเสียงให้กับตระกูลฮั่ว อีกอย่างเขาไม่เชื่อหรอกว่าเื่ที่เขาถูกคุณพ่อตัดสัมพันธ์แล้วไล่ออกจากบ้านคุณปู่จะไม่รู้ ที่ท่านทำไม่รู้ไม่ชี้คงคิดว่าโครงการเครือข่ายอัจฉริยะเป็ของฮั่วเฉินหยวนเหมือนกัน
จางฟานเห็นฮั่วเฉินซียังนิ่งเขาจึงถาม “พี่คิดว่าคุณปู่ของพี่จะรู้เื่ที่พี่ถูกขโมยโครงการไปไหม พี่คิดว่าถ้าเขารู้เขาจะทำยังไง เขาจะเรียกพี่กลับไปเป็ผู้ถือหุ้นหรือจะเรียกพี่กลับไปฝึกเพื่อเตรียมเป็ผู้สืบทอดฮั่วกรุ๊ปต่อหรือเปล่า”
“คนที่ผ่านโลกมานานอย่างเขาจะไม่รู้อะไรเลยได้ยังไง แต่ที่ยังไม่พูดอะไรออกมาก็เพื่อจะเตรียมทางออกไว้ให้ตัวเองเท่านั้น” ฮั่วเฉินหยวนหัวเราะในลำคอ “อีกอย่างเขาก็ไม่เคยยอมรับแม่ของฉัน แล้วนายคิดว่าเขายังอยากให้ฉันกลับไปเป็ผู้สืบทอดอยู่เหรอ”
จางฟานเบิกตากว้างอย่างใ “แสดงว่าคุณปู่ฮั่วรู้เื่ทุกอย่าง แต่เขารอแค่ว่าระหว่างพี่กับฮั่วเฉินหยวนจะเป็ใครที่ชนะ ถึงตอนนั้นเขาค่อยเลือกที่จะยืนอยู่ข้างคนชนะใช่ไหม โอ้โห! โลกของคนรวยมันเข้าใจยากจริงๆ เพื่อรักษาทรัพย์สมบัติและชื่อเสียง เขาถึงกับไม่สนใจว่าพี่น้องจะเกลียดกัน โชคดีแล้วที่ผมเป็เด็กกำพร้า”
“พูดอย่างนี้ฉันก็อิจฉานายขึ้นมาจริงๆ ให้ฉันโตมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ายังดีกว่าให้ฉันเติบโตมาท่ามกลางคนใจดำพวกนั้นซะอีก” ฮั่วเฉินซียิ้มพลางส่ายหน้า “ไม่ต้องไปพูดถึงพวกเขาแล้ว ว่าแต่นายเตรียมข้อมูลมาพร้อมแล้วใช่ไหม ฉันจะเข้าประชุมกับนายด้วย”
“พี่พูดจริงเหรอ?” จางฟานถามอย่างดีใจ
“ถึงเวลาที่เราสองคนต้องเอาหน้าหล่อๆ ของเราออกไปให้คนเห็นสักที ฉันคิดว่าโครงการเครือข่ายอัจฉริยะของประเทศเราอาจเปิดประมูลเร็วๆ นี้ เพราะฉะนั้นการทำงานกับประเทศ S ในครั้งนี้จะเป็โปรไฟล์ที่ดีของเรา”
“ถ้าอย่างนั้นพี่ก็ต้องกลับก่อนกำหนด แล้วพี่สะใภ้ล่ะ”
“เื่นั้นฉันจะให้เธอตัดสินใจเอง และฉันก็เชื่อว่าเธอต้องเข้าใจว่าทำไมฉันถึงต้องกลับก่อนกำหนด”
“พี่จะทนแยกจากพี่สะใภ้ได้จริงเหรอ พวกพี่เพิ่งคบกันได้ไม่นานเองนะ” จางฟานสังเกตคู่สนทนา “ผมกลัวว่าถ้าความสัมพันธ์ยังไม่ดีพอ ความห่างของระยะทางและความห่างของเวลาจะทำให้ความรักของพวกพี่เปลี่ยนไป”
“ฉันเชื่อว่าเื่นี้จะไม่กระทบกับความสัมพันธ์ของเรา”
“ถ้าพี่มั่นใจอย่างนั้นก็ตามใจ บอกตามตรงว่าผมชอบเวลาที่พี่อยู่กับพี่สะใภ้นะ” จางฟานยิ้ม “เพราะมันทำให้ผมรู้สึกได้เลยว่าพี่กำลังมีความสุขจริงๆ”
ฮั่วเฉินซีทำกาแฟให้ลูกค้าโดยไม่ได้พูดอะไร แต่รอยยิ้มที่ปรากฏบนใบหน้าทำให้จางฟานรับรู้ได้ว่าพี่ชายคนนี้กำลังมีความสุขมากจริงๆ
10 p.m.
‘ฉันแอบฟังถึงได้รู้ว่าเฉินซีไม่เคยได้รับความรักจากใครเลย ไม่ว่าจะเป็คุณปู่ คุณพ่อ หรือแม้แต่น้องชาย ตอนเด็กเขาต้องโดดเดี่ยวมากขนาดไหนนะ แต่ไม่เป็ไร ตอนนี้เขามีฉันแล้ว ฉันจะไม่ทิ้งเขาและฉันจะไม่ยอมให้ใครมารังแกเขา ถึงแม้การหลบมาอยู่ประเทศ S จะทำให้เราสองคนใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่ฉันคิดว่าการได้กลับไปเผชิญกับความจริงจะทำให้ฉันกับเฉินซีใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขมากกว่า เพราะฉะนั้นขอแค่เขาเอ่ยปาก ฉันก็พร้อมที่จะเก็บของแล้วบินกลับประเทศ C เพื่อร่วมฝ่าฟันปัญหาไปพร้อมกับเขา และที่สำคัญฉันอยากขอบคุณเสี่ยวฟาน เพราะถ้าไม่ได้เพื่อนที่ดีอย่างเสี่ยวฟาน ที่รักของฉันต้องโดดเดี่ยวกว่านี้แน่’