ทะลุเวลามาเป็นพ่อค้าระหว่างมิติ

    ตอนที่ 37 ไปตลาดผี

             หลังออกจากร้านของผู้อาวุโสโจว พร้อมกับเงินจำนวนสองร้อยกว่าร้านจางหมิงก็มาเดินเตร็ดเตร่อยู่ในย่านที่มีร้านขายของเก่ามากมาย

             เขาเดินอยู่นานก็ไม่มีของถูกใจสาเหตุที่ต้องมาเดินนั้นก็เป็นเพราะมีกระดาษตกลงมาบนพื้นตอนที่เขากำลังจะเดินออกจากร้านของผู้อาวุโสโจวพอดี

             “ไม่มีอะไรที่นายต้องการเลยเหรอฉันเดินดูของเก่าพวกนี้จนเหนื่อยแล้วนะ” สิ้นเสียงโอดครวญอย่างแผ่วเบาของเขาก็มีเพียงแค่ความเงียบงัน ชายหนุ่มเดินไปแสกนจ่ายเงินค่าเชารถจักรยานไฟฟ้าสาธารณะ“ฉันขี้เกียจเดินแล้ว จะนั่งรถจักรยานไฟฟ้าไปก็แล้วกันถ้าร้านไหนมีของที่นายต้องการก็เตือนฉันผ่านแหวนหยกนี่นะ”แล้วเขาก็เปิดสวิทช์รถจักรยานไฟฟ้าแล้วก็บิดคันเร่งไปอย่างรวดเร็ว

             แต่ไม่ว่าเขาจะตระเวนไปตามตรอกซอกซอยไหนๆแหวนหยกของเขาก็ไม่มีปฏิกิริยาใดๆเลยสักนิดกระทั่งเที่ยงเขาจึงเอารถไปจอดเอาไว้ในจุดให้บริการจากนั้นก็เรียกแท็กซี่เพื่อให้ไปส่งที่ห้องเช่าของเขา

             ระหว่างทางเขาโทรหาคนคุ้นเคยเพื่อจะสั่งเนื้อหมูและให้พวกเขาหาเนื้ออย่างอื่นให้เขาด้วย“สวัสดีครับพี่ต้วน”

             “ว่าไงเสี่ยวจาง หายไปนานเลยนะยังสบายดีอยู่ใช่ไหม”

             จางหมิงที่เพิ่งกลายเป็นมหาเศรษฐีหมาดๆหัวเราะร่วนอย่างอารมณ์ดี“สบายดีสิครับพี่ต้วน ที่โทรหาพี่วันนี้เพราะมีออเดอร์ใหญ่มาให้พี่กับพี่เติ้งเลยนะ”

             “ไอ้โหยว!นายต้องการเนื้อหมูเท่าไหร่บอกมาได้เลยเสี่ยวจาง”

             “สามพันชั่งครับ แล้วก็ยังมีเนื้อวัวเนื้อแกะ เนื้อแพะแล้วก็เนื้อกระต่ายอีกอย่างละสามพันชั่งเช่นกันครับพี่ต้วน”

             “นะ นี่นายจะเอาไปเลี้ยงแขกที่ไหนเสี่ยวจางมันมากเกินไปแล้วนะ แล้วฉันจะจัดหาให้นายทันหรือเปล่าเนี่ย”

             “ผมให้เวลาพี่กับพี่เติ้งสามวันพอไหมครับเดี๋ยวจะโอนเงินส่วนหนึ่งเข้าบัญชีพี่ก่อน”ว่าแล้วเขาก็โอนเงินก้อนหนึ่งเข้าบัญชีพี่เติ้ง

             “ฮ่าๆๆ ถ้าสามวันพวกเราจัดการได้แน่นอนขอแค่โอนเงินมาพี่ชายคนนี้ของนายจัดการให้ได้ทุกอย่างอยู่แล้วเสี่ยวจาง”

             “ดีครับ อ้อเดี๋ยวผมส่งโลเคชั่นโกดังเก็บของไปให้ด้วยนะ พอได้เนื้อมาครบแล้วก็ขนไปที่โกดังได้เลย”

             “ไม่มีปัญหา นายนี่เป็นดาวนำโชคของฉันจริงๆอ้อๆ มีอีกเรื่องนึง นายยังจำอาจิ้งที่เหล่าเติ้งพูดถึงได้ไหมเสี่ยวจาง”

             จางหมิงมองออกไปนอกหน้าต่างแต่ใบหน้ายังคงเปื้อนรอยยิ้มเสมอ “จำได้สิครับพี่ต้วน”

             “นั่นแหละๆพวกเขาจดทะเบียนสมรสกันเรียบร้อยแล้วนะ ตอนนี้อาจิ้งน่ะท้องได้สองเดือนแล้วนะ”

             “โอ้!ผมกำลังจะมีหลานเพิ่มอีกคนเหรอครับ”

             “ใครว่าอีกคนล่ะสองคนต่างหากอาจิ้งตั้งท้องแฝดชายหญิงเชียวนะ ฉันล่ะอิจฉาเหล่าเติ้งจริงๆ”

             “อิจฉาก็หาคนรักสักคนสิครับพี่ต้วน”

             “เหอะๆไม่ล่ะแค่ที่อยู่รอบตัวฉันเวลานี้ก็น่าปวดหัวจะตายอยู่แล้ว ฉันยังอยากมีชีวิตเป็นของตัวเองไปอีกสักสิบปี”แค่แม่กับย่าและพี่สาวน้องสาวของเขาก็วุ่นวายมากพอแล้วเขายังไม่อยากวุ่นไปมากกว่านี้จริงๆ

             จางหมิงหัวเราะเบาๆ“ผมก็คิดเหมือนพี่ต้วนครับ เราต้องใช้ชีวิตวัยหนุ่มของเราให้คุ้มค่าพี่ว่าไหมครับ”

             “ใช่เลย นายพูดถูกเสี่ยวจางวัยหนุ่มของฉันยังใช้ไม่คุ้มค่าเลย ได้เงินจากการขายเนื้อให้นายนี่แหละฉันจะลาพักร้อนไปเที่ยวสักเดือน ให้พ่อกับแม่มาขายแทน”พูดออกไปแล้วก็หันซ้ายแลขวาเมื่อไม่เห็นพ่อกับแม่อยู่แถวนี้เขาก็แอบยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์

             “เป็นความคิดที่ดีครับพี่ต้วน”

             “อืม นายเองก็ใช้ชีวิตให้ดีนะเสี่ยวจางฉันคงต้องวางแล้วจะได้รีบโทรหาเหล่าเติ้ง”

             “ได้ครับพี่ต้วน อีกสามวันเจอกันนะครับ”

            “ได้ๆๆ อีกสามวันเจอกัน”

             

            พอกลับมาถึงห้องเช่า จางหมิงก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูยอดเงินในบัญชีอีกครั้งพอดูซ้ำหลายๆครั้ง เขาก็มั่นใจว่าตอนนี้เขารวยแล้วจริงๆ

            “คงต้องหาซื้อของเพิ่มสินะแล้วก็ซื้อไปเผื่อส่วนที่ต้องบริจาคด้วย พี่สาวจางน่าจะชอบนะที่ฉันจะทำความดีเพื่อเธอ”

            พอสิ้นเสียงของเขา ก็มีกระดาษแผ่นหนึ่งลอยละลิ่วจากเพดานห้องตกลงมาบนเตียงนอนที่เขานอนอยู่“หืม ตลาดผีอย่างนั้นเหรอ ที่นั่นต้องไปเวลากลางคืน อืม ตอนนี้กี่โมงแล้วนะ”เขาก้มลงดูเวลาที่หน้าจอโทรศัพท์ ก็เห็นว่าเป็นเวลาห้าโมงเกือบจะหกโมงเย็นแล้ว“นั่งแท็กซี่ไปก็น่าจะทัน” ว่าแล้วก็รีบดีดตัวลุกออกจากเตียงนอนทันที

            “แต่เดี๋ยวนะ ตลาดผีต้องไปช่วงตีสามนี่”ชายหนุ่มหยุดยืนอยู่หน้าเตียงเพื่อใคร่ครวญและวางแผนการเดินทาง“ก่อนอื่นต้องเตรียมไฟฉายไปด้วย อืม คงต้องไปหาห้องพักตั้งแต่หัวค่ำวันนี้มันเป็นวันอะไร” เขาก้มลงดูที่หน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง “อ่า วันพุธคนเยอะแน่ๆ แต่ไม่เป็นไรวันนี้น่าจะมีของดีที่สุดแล้ว”

            ไม่นานจางหมิงก็สะพายกระเป๋าเป้คู่ใจของเขาเดินออกจากห้องพัก

            “อ้าว จะไปไหนเหรอเสี่ยวจาง”พี่เหม่ยเจ้าของห้องเช่าร้องถามมาจากหลังเคาน์เตอร์

            “ไปหาอะไรกินนิดหน่อยครับพี่เหม่ยไปก่อนนะครับ”

            “จ้าๆ รีบร้อนแบบนี้ต้องนัดสาวเอาไว้แน่ๆ”

            จางหมิงหน้าแดงขึ้นมา ก่อนจะรีบตอบออกไป“ไม่มีหรอกครับพี่เหม่ย ไปก่อนนะครับเดี๋ยวจะไม่ทันแล้ว”ชายหนุ่มรีบเดินออกจากตึกห้องเช่าทันที เพราะถ้าขืนคุยกับพี่เหม่ยต่อล่ะก็ไม่มีทางจบบทสนทนาง่ายๆแน่นอน

            เมื่อเดินออกมาที่ถนน รออยู่ครู่เดียวรถแท็กซี่ก็มาชายหนุ่มก้าวขึ้นรถ “ไปถนนวงแหวนที่ห้าครับ”

            “นายจะไปเที่ยวตลาดผีสินะวันนี้เป็นวันพุธคนเยอะหน่อยนะ อาจจะไม่ได้ของดีติดมือกลับมาสักเท่าไหร่”คนขับเป็นชายวัยฉกรรจ์เอ่ยออกมาอย่างรู้ตื้นลึกหนาบาง เพราะเขาก็เคยคลุกคลีอยู่ในวงการนี้มาเหมือนกันแม้ตอนนี้จะไม่ได้อยู่ในวงการแล้วก็ตาม

            “ใช่แล้วครับผมยังไม่เคยไปเที่ยวที่นั่นเลยสักครั้ง พี่ชายมีคำแนะนำอะไรไหมครับ”

            “ไม่มีหรอกแค่อยากจะเตือนให้นายทำตามกฎของตลาดผีให้ดีก็เท่านั้น”

            “กฎของตลาดผีผมถามคนที่รู้จักมาแล้ว รับรองไม่ทำผิดกฎแน่นอนครับ”ว่าแล้วเขาก็ชูไฟฉายให้อีกฝ่ายได้ดูว่าเขาเตรียมพร้อมมากแค่ไหน

            “หึหึดูท่านายคงจะพอมีความรู้อยู่บ้างสินะ เอาเถอะถือว่าไปเปิดหูเปิดตาก็แล้วกันอย่าจ่ายเงินในสิ่งที่แพงเกินไปเข้าใจไหม”

            “ผมจะจำเอาไว้ครับพี่ชาย”

             

            ใช้เวลาเดินทางเกือบสองชั่วโมงจางหมิงก็มาถึงถนนวงแหวนที่ห้าทางฝั่งตะวันออกของปักกิ่ง

            เขาได้ห้องพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งที่ใกล้กับตลาดผีราคาของมันค่อนข้างแพงทีเดียวแต่คนที่มีเงินหลายร้อยล้านอย่างเขาก็เริ่มจะไม่ถือสาราคาของที่พักพวกนี้แล้วล่ะ

            บรรยากาศยามค่ำคืนคึกคักพอสมควร จางหมิงนอนพักเอาแรงไปหลายชั่วโมงพอได้ยินเสียงปลุกจากโทรศัพท์เขารีบเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าล้างตา

            จากนั้นก็สะพายกระเป๋าเดินออกจากโรงแรมไปที่ตลาดผีที่อยู่ไม่ไกลเท่าไหร่นัก

            ระหว่างทางเขาเห็นคนมากมายเดินมุ่งหน้าไปยังจุดหมายเดียวกันกับเขาต่างคนต่างก็เดินเงียบๆไม่ค่อยคุยกัน และถึงจะคุยกันก็จะใช้เสียงเบากว่าปกติ

            จนกระทั่งเข้าไปในตลาดผีได้แล้วนั่นแหละจางหมิงจึงได้เห็นว่าจากที่เห็นคนมากมายด้านนอกตลาดแต่พอมาเจอคลื่นมนุษย์ข้างในตลาดผีเข้า ถึงกับทำเขาอ้าปากค้างไปอึดใจใหญ่เลย

            “ตีสามแล้วนะ พวกคุณไม่หลับไม่นอนกันหรือไงแล้วผมจะหาของที่ต้องการเจอไหมเนี่ย”เขาพึมพำเสียงแผ่วแต่มันเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกของเขาอย่างเปี่ยมล้น

            ถึงจะพูดแบบนั้นแต่เขาก็ไม่คิดย่อท้อมือที่ถือกระบอกไฟฉายขนาดเล็กก็กดเปิดสวิทช์ แล้วก็เดินตามคนอื่นไปเรื่อยๆ

            จนกระทั่งเดินมาจุดหนึ่งที่เป็นมุมอับสายตาทั้งที่ตลาดผีแห่งนี้มันก็มืดอยู่แล้ว

            สาเหตุที่จางหมิงสังเกตเห็นก็เป็นเพราะแหวนหยกของเขาร้อนขึ้นมาจนเขาต้องหยุดเดินนั่นเอง

            เขาเดินเข้าไปในตรอกเล็กๆแล้วก็พบว่ามีคนนำของมาขายแค่คนเดียวเท่านั้นแต่ถึงจะเป็นมุมอับสายตาก็ยังมีคนแวะเวียนมาเรื่อยๆราวกับจะรู้ดีว่าพ่อค้าคนนี้มีของดีมาขาย

            “ของสิ่งนี้ราคาเท่าไหร่”เสียงชายวัยกลางคนเอ่ยถามเจ้าของร้านเสียงเบา มือของเขาก็ส่องไฟฉายไปยังตะกร้าทั้งสามใบที่วางกับพื้นไปด้วย

            “ก้อนละหนึ่งหมื่นหยวน”เจ้าของร้านก็เอ่ยตอบกลับมาเสียงเบาเช่นกัน

            ชายวัยกลางคนได้แต่ส่ายหน้าเขาคิดว่ามันแพงเกินไปสำหรับหินที่ไม่รู้แน่ชัดว่าเอาไปทำประโยชน์อะไรได้บ้าง“เงินไม่พอ คงซื้อแค่กำไลหินวงนี้เท่านั้น ครั้งหน้าจะมาอีกไหม”

            “ครั้งต่อไปไม่ได้มาหรอกเพราะต้องไปหาของมาเพิ่มตอนนี้ก็เหลือไม่กี่อย่างแล้ว” เจ้าของร้านตอบออกมาอย่างเป็นกันเอง

            จางหมิงที่ยืนฟังอยู่ห่างๆรวมกับคนอื่นอีกสามสี่คนก็รู้ได้ทันทีว่าคนทั้งสองต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีแต่พวกเขาก็ไม่ได้คิดจะเอ่ยแทรกบทสนทนา ยังคงรักษากฎของที่นี่ได้อย่างดี

            เขารอจนกระทั่งทุกคนเข้าไปเลือกซื้อของจากร้านและจากไปแล้วจึงได้เดินเข้าไปหาเจ้าของร้าน “ผมสนใจหินในตะกร้าของคุณครับ”

            เจ้าของร้านเงยหน้าขึ้นมาแล้วก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็นแล้วก็ได้ยกตะกร้าใบใหญ่ขึ้นมาอย่างง่ายดาย “สนใจก้อนไหนเลือกดูได้เลยน้องชาย”

            จางหมิงยื่นมือออกไปหยิบก้อนหินหน้าตาประหลาดขึ้นมาและแหวนหยกที่เขาสวมอยู่ก็ร้อนยิ่งกว่าเดิมแสดงว่าเป็นเจ้าหินหน้าตาประหลาดพวกนี้สินะ

            บางก้อนก็เล็กบางก้อนก็ใหญ่หลังจากที่ลองชั่งน้ำหนักในมือดูแล้วก็ค่อนข้างมีน้ำหนักทีเดียวเขาไล่สายตาดูที่แขนเล็กที่มีแต่หนังหุ้มกระดูกของเจ้าของร้านแล้วก็เบือนสายตาไปมองของอย่างอื่นก่อนจะทำทีเป็นหยิบเข็มกลัดดอกไม้ขึ้นมาดูอย่างสนใจ

            “นี่เป็นเข็มกลัดที่ได้มาจากซากเรืออับปางใต้ทะเลลึกประวัติของมันสุดๆไปเลยล่ะ” คนขายเอ่ยอย่างมีลับลมคมในยิ่งพูดด้วยเสียงที่ไม่ต่างจากการกระซิบด้วยแล้ว ก็ยิ่งน่ากลัวเข้าไปใหญ่

            แต่จางหมิงที่เคยชินกับเงาร่างสีดำที่คอยติดตามเขาแทบตลอดเวลาแล้วกลับรู้สึกสนใจเข็มกลัดดอกไม้ที่ทำจากอัญมณีหลายชนิด“เข็มกลัดนี่ราคาเท่าไหร่ครับ”

            คนขายชูสองนิ้วออกมาแล้วก็ตามมาด้วยการบอกราคา “สองพันหยวนเท่านั้น”

            จางหมิงเลิกคิ้วอย่างสงสัยของดีขนาดนี้ทั้งยังบอกประวัติอันน่าค้นหาให้ฟังจนเขาอยากจะตามสืบดูเรื่องราวที่แท้จริงแล้วมาบอกว่าราคาแค่สองพันหยวนเท่านั้น เขายังเชื่อถือได้อยู่หรือเปล่า

            แต่พอคิดดีๆแล้วก็เลิกคิดวุ่นวายที่ตลาดผีแห่งนี้คนขายจะตั้งราคาสินค้าอย่างไรก็ได้ ถ้าพอใจก็ซื้อไม่พอใจก็จากไปก็แค่นั้น

            “งั้นผมเอาเข็มกลัดนี่ก็แล้วกัน ส่วนหินหน้าตาประหลาดพวกนี้...”

            เห็นว่าลูกค้าสนใจแต่น่าจะติดที่ราคาพ่อค้าก็เผยความลับของหินพวกนี้ออกมา “นี่เป็นหินอุกกาบาตเลยนะครับคุณลูกค้าถึงจะก้อนเล็กจากที่คุณเคยเห็นมาแต่นี่ของจริงเลยนะครับ ผมเพิ่งได้มาเมื่อวานนี้เอง”

            จางหมิงพิจารณาหินที่คนขายบอกว่าเป็นหินอุกกาบาตอีกครั้งแล้วก็รู้สึกว่าสายตาที่เหมือนจะดีเป็นพิเศษในบางครั้งของเขา จะเห็นอะไรบางอย่างอยู่บนผิวของมัน

            เขาไม่เสียเวลาคิดนาน“ถ้าอย่างนั้นผมเอาหมดทั้งสามตะกร้าเลยครับ”

            “โอ้! นายจะซื้อทั้งหมดเลยใช่ไหมน้องชายมันมีทั้งหมด 172 ก้อนเลยนะ”พ่อค้าร่างผอมแห้งแต่มีพละกำลังมหาศาลรีบเปลี่ยนคำเรียกหาทันทีอย่างสนิทสนม

            “ครับ ผมจะซื้อทั้งหมด”พูดออกไปแล้วเขาก็ล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาเพื่อเตรียมสแกนจ่ายค่าสินค้า

            “ได้ๆๆ ถ้าอย่างนั้นนายก็ยกตะกร้าไปได้เลย”เขาหยิบโทรศัพท์ออกมาแล้วยื่นให้ลูกค้าหนุ่มอายุน้อยสแกนจ่ายเงิน

            จางหมิงเองก็สแกนจ่ายอย่างรวดเร็ว“ถ้ามีหินพวกนี้อีกเอามาเยอะๆนะครับ ผมจะมาซื้อกับคุณ”

            “ดะ ได้สิแต่ก็ยังไม่แน่ใจนะว่าจะหาได้หรือเปล่า เพราะคนที่เอามาขายให้ฉันน่ะเขาพบพวกมันอยู่บนเทือกเขาสูง กว่าจะหาเจอก็เสี่ยงอันตรายพอสมควรเลยล่ะ”พูดแล้วเขาก็ยกตะกร้าทั้งสามใบออกมาวางไว้ตรงหน้าของลูกค้าหนุ่ม

            จางหมิงมองพ่อค้าร่างผอมที่ยกตะกร้าราวกับมันเป็นของไร้น้ำหนักเขาก็ได้แต่อึ้งและก็อึ้งหนักเข้าไปอีก เมื่ออีกฝ่ายรีบเก็บร้านแล้วก็เดินออกไปจากตรอกแห่งนั้นอย่างรวดเร็ว

            “โอ้! แบบนี้ก็ได้เหรอ” 

    คล้ายกับเรื่องทะลุเวลามาเป็นพ่อค้าระหว่างมิติ ที่คุณอ่าน

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    หวนคืนมรรคา วิถีสู่สวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.57M 5024
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    อภินิหาร ทายาทมังกรจอมราชันย์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.38M 1499
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663