บทที่ 5: แพทย์หญิงอัจฉริยะกับชีพจรมรณะ
รุ่งอรุณแห่งวันที่สี่มาเยือน
บรรยากาศในสำนักกายาทองคำวันนี้แตกต่างไปจากวันก่อนๆ ไม่มีแรงกดดันจากไอเย็น ไม่มีเปลวเพลิงที่ร้อนระอุ และไม่มีจิตสังหารที่แฝงเร้นในเงามืด แต่กลับมี "กลิ่นหอม" ลอยอบอวลไปทั่วขุนเขา เป็กลิ่นหอมอ่อนๆ ของสมุนไพรนานาชนิด ทั้งโสมพันปี บัวหิมะ และตัวยาหายากที่ทำให้ผู้ได้กลิ่นรู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปร่า ทว่าสำหรับศิษย์บางคนที่มีธาตุไม่ถูกกันกลับรู้สึกวิงเวียนศีรษะ
ที่ลานหน้าเรือนรับรอง ร่างเล็กของหญิงสาวผู้หนึ่งยืนสงบนิ่งอยู่
นางสวมชุดสีเขียวอ่อนดุจใบไม้ผลิ ใบหน้าจิ้มลิ้มน่ารักดูไร้พิษสง สะพายน้ำเต้าใบใหญ่ไว้ด้านหลัง ดูเผินๆ เหมือนเด็กสาวชาวบ้านที่มาเก็บสมุนไพร ทว่าดวงตาภายใต้แพขนตายาวนั้นกลับฉายแวว "กระหายใคร่รู้" ที่ลึกล้ำและน่าขนลุก
นางคือ "มู่หลิง" อัจฉริยะแห่งหอโอสถทิพย์ ผู้ได้รับฉายาว่า "ธิดาโอสถเทวะ" ว่าที่คู่หมั้นคนที่สี่ นางไม่ได้มาพร้อมผู้ติดตามนับร้อยเหมือนคนอื่น นางมาเพียงลำพัง ขี่นกกระเรียนขาวตัวใหญ่ลงมาจอดอย่างเงียบเชียบ
"ท่านพ่อ... นางมาทำไมแต่เช้า?" หลงเฟยที่เพิ่งตื่นเดินขยี้ตาออกมาที่ระเบียง โดยมีหลงป้าเทียนยืนคุมเชิงอยู่ข้างๆ
"ระวังตัวด้วยเฟยเอ๋อ" หลงป้าเทียนกระซิบเสียงเครียด "ในบรรดาคู่หมั้นทั้งหก แม่นางมู่ผู้นี้น่ากลัวที่สุดในสายตาพ่อ นางไม่ได้ฆ่าคนด้วยดาบ แต่ยาพิษและเข็มเงินของนางปลิดชีพจอมยุทธ์ระดับสูงมานักต่อนักแล้ว"
มู่หลิงเงยหน้าขึ้นมองสองพ่อลูก นางยิ้มบางๆ แต่รอยยิ้มนั้นไปไม่ถึงดวงตา "คารวะท่านลุงหลง และ... คนไข้ของข้า"
"คนไข้?" หลงเฟยเลิกคิ้ว
"ใช่ ข้าไม่ได้มาเพื่อถอนหมั้น หรือมาเพื่อประลอง" มู่หลิงเดินตรงเข้ามา ประตูเรือนที่ลงกลอนไว้ถูกเถาวัลย์ที่งอกมาจากไหนไม่รู้เลื้อยเข้าไปปลดล็อคอย่างง่ายดาย
นางเดินเข้ามาประชิดตัวหลงเฟย แล้วจ้องหน้าเขาเขม็งเหมือนกำลังส่องดูเชื้อโรค "ข้าสงสัยมาตลอด... สายเืของเ้าสำนักกายาทองคำนั้นแข็งแกร่งดุจสัตว์ประหลาด เหตุใดบุตรชายจึงกลายเป็ขยะได้? ในทางทฤษฎีการแพทย์ มันมีความเป็ไปได้เพียง 1 ในล้าน... ข้าจึงอยากรู้ว่า 'โครงสร้าง' ข้างในของเ้า มันพังทลายในรูปแบบไหน"
หลงเฟยลอบกลืนน้ำลาย ‘ยัยนี่... เห็นข้าเป็หนูทดลองรึไง’
"แม่นางมู่ ข้าสบายดี ไม่จำเป็ต้อง..."
"ยื่นมือมา" มู่หลิงสั่งเสียงเรียบ แต่แฝงอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน
หลงเฟยรู้ดีว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้ หากเขาขัดขืน นางอาจจะใช้วิธีรุนแรงกว่านี้ เช่นวางยาสลบแล้วผ่าเขาดูทั้งเป็ เขาจึงค่อยๆ ยื่นข้อมือซ้ายออกไป
‘เอาล่ะหลงเฟย... ถึงเวลาแสดงละครบทใหญ่ที่สุดในชีวิต วิชาควบคุมอวัยวะขั้นสูงสุด... ทำงาน!’
วินาทีที่นิ้วเรียวงามของมู่หลิงแตะลงบนชีพจรข้อมือของหลงเฟย ภายในร่างกายของชายหนุ่มเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลและรวดเร็ว
หัวใจัาที่เต้นตุบๆ ด้วยพลังทำลายล้าง ถูกเขาสั่งการให้ "จำศีล" ชั่วคราว อัตราการเต้นลดลงเหลือเพียงแ่เบา เส้นลมปราณที่กว้างใหญ่ดุจแม่น้ำฮวงโห ถูกเขาบีบให้หดลีบจนเหลือขนาดเท่าเส้นด้าย พลังวัตรมหาศาลถูกกักเก็บและซ่อนไว้ในจุดตันเถียนส่วนลึกที่สุด แล้วสร้าง "ม่านพลังลวงตา" ขึ้นมาปกปิด
สีหน้าของมู่หลิงเปลี่ยนไปทันทีที่จับชีพจร คิ้วเรียวของนางขมวดมุ่น
"แปลก..." นางพึมพำ "ชีพจรเต้นสับสน เดี๋ยวหยุดเดี๋ยวเดิน... เส้นลมปราณตีบตันจนแทบไม่เหลือทางเดินของเืลม... นี่เ้ามีชีวิตอยู่มาจนป่านนี้ได้อย่างไร?"
หลงเฟยแสร้งทำหน้าเศร้า "ข้าก็ไม่รู้... ท่านพ่อต้องหาโสมพันปีมาให้ข้ากินทุกเดือนเพื่อยื้อชีวิต"
"โสมพันปีช่วยไม่ได้หรอก อาการแบบนี้มัน..." มู่หลิงยังไม่ปักใจเชื่อ นางส่ง "ปราณโอสถ" สายหนึ่งเข้าไปในร่างของหลงเฟย
นี่คือจุดอันตรายที่สุด! ปราณของนางเปรียบเสมือนกล้องส่องทางไกลที่จะวิ่งไปสำรวจอวัยวะภายใน หากมันไปเจอก้อนพลังที่หลงเฟยซ่อนไว้ ความลับจะแตกทันที!
หลงเฟยต้องใช้สมาธิขั้นสูง เขาบังคับให้ปราณของมู่หลิงวิ่งไปตามเส้นทางที่เขากำหนด หลอกล่อให้นางวนเวียนอยู่แค่จุดที่เสียหาย (ที่เขาสร้างขึ้นหลอกๆ)
"อึก!" หลงเฟยแกล้งกระอักออกมา แสร้งทำเป็เ็ปเมื่อปราณของนางวิ่งผ่านจุดสำคัญ
มู่หลิงรีบถอนพลังกลับ "ขออภัย ข้าลืมไปว่าเ้าเปราะบางเพียงนี้"
นางถอยหลังออกมาสองก้าว มองหลงเฟยด้วยสายตาที่เป็ประกายยิ่งกว่าเดิม ไม่ใช่ความดูถูก แต่เป็ความตื่นเต้นของนักวิจัยที่ค้นพบสปีชีส์ใหม่
"มหัศจรรย์... ข้าเคยวินิจฉัยมาทั่วหล้า แต่ไม่เคยเจอชีพจรแบบนี้ มันคือ 'ชีพจรเก้ามรณะตัดิญญา' ในตำนานชัดๆ!"
"ชีพจรเก้ามรณะ?" หลงป้าเทียนหน้าตื่น "มันคืออะไรแม่นางมู่? รักษาได้หรือไม่?"
มู่หลิงส่ายหน้าช้าๆ "ตามตำรากล่าวว่า ผู้มีชีพจรนี้ จะไม่สามารถสะสมลมปราณได้ ร่างกายจะค่อยๆ เสื่อมถอย และมักจะอายุสั้นไม่เกิน 20 ปี... แต่เ้ารอดมาได้ถึง 18 ปี ก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว"
หลงเฟยแอบถอนหายใจโล่งอกในใจ ‘เยี่ยม! โกหกเนียนจนได้โรคใหม่มาประดับตัว สบายล่ะคราวนี้ นางคงรังเกียจคนใกล้ตายและขอถอนหมั้นแน่’
"เช่นนั้น..." หลงเฟยทำเสียงเศร้า "ข้าคงไม่คู่ควรกับอัจฉริยะอย่างท่าน ข้ายินดียกเลิกสัญญาหมั้น..."
"ไม่!" มู่หลิงสวนขึ้นทันควัน ดวงตาเป็ประกายวาววับ
"หือ?" หลงเฟยชะงัก
"ข้าจะไม่ถอนหมั้นเด็ดขาด!" มู่หลิงประกาศก้อง นางเดินวนรอบตัวหลงเฟยพร้อมหยิบสมุดบันทึกเล่มเล็กออกมาจดรัวๆ "เคสหายากขนาดนี้ ข้าจะปล่อยให้หลุดมือไปได้อย่างไร? ข้าจะรักษาเ้า! ข้าจะใช้ความรู้ทั้งหมดของหอโอสถทิพย์ เปลี่ยนชีพจรขยะของเ้าให้กลับมาใช้งานได้!"
"หา!?" หลงเฟยและหลงป้าเทียนอุทานพร้อมกัน (แต่ด้วยความรู้สึกที่ต่างกันสิ้นเชิง พ่อดีใจ ลูกแทบทรุด)
"ข้าจะอยู่ที่นี่" มู่หลิงชี้ไปที่เรือนข้างๆ "เริ่มั้แ่พรุ่งนี้ ข้าจะปรุงยาสูตรพิเศษให้เ้ากินวันละ 3 เวลา และจะฝังเข็มเปิดจุดชีพจรเ้าทุกวัน จนกว่าเ้าจะหาย... หรือไม่ก็ตายคาเข็มข้า"
นางหันมายิ้มหวานให้หลงเฟย "ไม่ต้องห่วงนะ ว่าที่สามี... ข้าจะไม่ยอมให้เ้าตายง่ายๆ หรอก อย่างน้อยก็จนกว่าข้าจะวิจัยเ้าเสร็จ"
พูดจบนางก็เดินจากไปพร้อมกับนกกระเรียน เพื่อเตรียมอุปกรณ์ปรุงยา ทิ้งให้หลงเฟยยืนแข็งทื่อเป็หิน
หลงป้าเทียนตบไหล่ลูกชายด้วยความปลื้มปิติ "เฟยเอ๋อ! ์เมตตาเ้าแล้ว! ได้หมอเทวดามารักษา เ้าอาจจะมีโอกาสฝึกยุทธ์ได้!"
หลงเฟยยิ้มแห้งๆ ‘์เมตตากับผีน่ะสิ! ถ้านางฝังเข็มข้าทุกวัน ข้าต้องคอยเกร็งพลังหลบเข็มนางตลอดเวลา แล้วข้าจะได้นอนตอนไหนเนี่ย!’
ภารกิจไล่คู่หมั้นคนที่ 4... ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง แถมยังได้ "หมอประจำตัว" ที่น่ารำคาญที่สุดมาเกาะติดแจ
และในขณะที่หลงเฟยกำลังปวดหัวกับชะตากรรม สายลมกรรโชกแรงก็พัดวูบมาจากทิศตะวันออก พร้อมกับเสียงคำรามของสัตว์ร้ายที่ทำให้ศิษย์ทั้งสำนักเข่าอ่อน
"โฮก!!!"
เสียงั? ไม่ใช่... เสียงสัตว์อสูรระดับราชันย์!
"อย่าบอกนะว่า..." หลงเฟยมองขึ้นไปบนฟ้า
เงาขนาดมหึมาบดบังแสงอาทิตย์ สัตว์อสูรที่มีรูปร่างคล้ายสิงโตแต่มีปีกและเกล็ดักำลังร่อนลงมา บนหลังของมันมีสตรีร่างเล็กผิวสีแทน สวมชุดหนังสัตว์ที่ดูดิบเถื่อนและทรงพลังนั่งอยู่
"จ้าวจิง" องค์หญิงเผ่าสัตว์อสูร... มาถึงแล้ว! และนางไม่ได้มาเพื่อคุย หรือมารักษา... นางมาเพื่อ "เลือกพ่อพันธุ์" ที่แข็งแกร่งที่สุด!