"ดูอะไรอยู่หรือคะ ว๊าย!" หญิงสาวสะดุดธรณีประตูเมื่อโดนวายุชนขณะที่กำลังหันหลังกลับมามองต้นเสียงบริเวณหัวเตียง เขาเหลือบเห็นเธอกำลังล้มลง โชคดีมือของเขาโอบคว้าเอวของเธอเอาไว้ได้ทัน ไม่งั้นอาจต้องมีคนนอนโรงพยาบาล
"คุณรุจี! มาได้อย่างไรครับนี่"
"ขอบคุณค่ะ พอคุณวรงค์ทราบข่าวจึงให้รุจีนำดอกไม้มาให้ค่ะ" รุจีหน้าแดงกล่ำและเอียงอายต่อหน้าวายุ
"ขอโทษครับ" วายุรีบประคองรุจีไปนั่งที่โซฟารับแขกในห้องพักฟื้น แต่ในใจเขากลับครุ่นคิด ถึงเสียงและย่างก้าวของรุจี เป็ไปไม่ได้เลยที่คนใส่รองเท้าส้นสูงจะพูดและเดินอ้อมมาอีกฟากของเตียงในเวลาไม่ถึงวินาที แต่มานึกอีกทีเขาอาจจะกำลังเพลินกับการชมวิวนอกห้องก็เป็ได้
"เสื้อคุณรุจีเปลื้อนกาแฟหมดเลย เดี๋ยวผมเช็ดให้นะครับ" วายุหยิบทิชชู่หน้าโต๊ะวางทีวี เพื่อจะเช็ดคราบกาแฟบนเสื้อบริเวณหน้าอกของรุจี
"น้องเอาอเมริกันเบรคฟาสท์ฝากค่ะ...!! พี่วายุทำอะไรน่ะ!" การะเกดถือกล่องข้าวเข้ามาในห้อง เธอเห็นวายุหยิบทิชชู่และกำลังเช็ดไปที่หน้าอกหน้าใจของหญิงสาวรายนี้ เธอไม่รอช้า ทิ้งกล่องข้าวแล้วเข้าไปกระชากแขนวายุออกจากหน้าอกหญิงสาวทันทีด้วยความหึงหวง
"เธอเป็ใคร มายุ่งอะไรกับพี่ชายของฉัน!!" การะเกดมองตาขวางใส่หญิงสาว แต่หญิงสาวกลับมีสีหน้านิ่งเฉย แววตามองมาที่เธออย่างเย้ยหยัน สร้างความไม่พอใจให้เธออย่างยิ่ง เธอจึงง้างมือและปรี่เข้ามาเพื่อจะตบสั่งสอน
"นี่เธอจะทำอะไรน่ะแม่การะเกด!!" เมฆเข้ามาในห้องพอดีและคว้ามือของการะเกดไว้ก่อนจะลากเธอไปนั่งโซฟาฝั่งประตูห้อง
"ผมต้องขอโทษคุณรุจีแทนน้องสาวด้วยนะครับ" เมฆยิ้มให้หญิงสาวและก้มหัวแสดงการขอโทษแทนน้องสาวผู้หัวร้อน
"ไม่เป็ไรค่ะ รุจีเข้าใจ นั้นรุจีขอตัวก่อนนะคะ" รุจีลุกขึ้นและเหลือบมองการะเกดด้วยหางตาก่อนออกจากห้อง
"พี่วายุคะ การะเกดไม่ได้..."
วายุนิ่งเงียบ แต่สีหน้าแสดงออกอย่างชัดเจนต่อพฤติกรรมของน้องสาว เมฆอธิบายให้การะเกดฟังว่า หญิงสาวรายนั้นชื่อรุจี เธอเป็เลขาคนใหม่ของคุณอาวรงค์
"พี่ครับ วันนี้เราไปเที่ยวทะเลกันดีไหมครับ" เมฆเอ่ยปากชวนพี่ชายที่กำลังนั่งมองน้องสาวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ใช่ค่ะ พี่เมฆพูดถูก" การะเกดพูดปัดหนีความผิดที่ทำให้พี่ชายต้องเสียหน้า
"กลับบ้านดีกว่าไหม" วายุส่ายหน้ากับข้อเสนอของเมฆ เมฆตื้อและคะยั้นคะยอร้องขอพี่ชายั้แ่หน้าประตูห้องจนไปถึงหน้าโรงพยาบาล เขาพยายามเปลี่ยนใจพี่ชายให้ไปเที่ยวทะเลให้ได้
"ไปก็ไป แกนี่เหมือนตอนนั้นไม่มีผิด แต่ไม่ค้างคืนนะ" วายุตอบแบบไม่เต็มใจเท่าไรนัก
ระหว่างที่ทั้งสามกำลังเดินทางไปทะเลโดยมียศเป็คนขับ วายุครุ่นคิด ถึงกลิ่นกายหอมรัญจวนจากตัวรุจีมาตลอดทาง เขารู้สึกว่า นอกจากครั้งแรกที่ได้เจอหญิงสาวในห้องทำงานของอาวรงค์แล้ว เหมือนว่าเคยได้กลิ่นนี้จากที่ไหนมาก่อน เขาพยายามคิดอยู่นานแต่ก็คิดไม่ออกเสียที
""แม่หญิงนางนั้นไม่ธรรมดาใช่ไหมล่ะ""
"ท่านอย่ากวนผมได้ไหมครับ ผมรู้สึกสงสัยอะไรบางอย่าง"
"พี่สงสัยอะไรหรือคะ" การะเกดถามวายุอย่างมึนงง
"เอ่อ...เปล่าค่ะ...พี่แค่สงสัยว่าเมื่อไรเราจะถึงทะเล"
"ถึงแล้วครับทุกคน" ยศเรียกทั้งสามให้มองที่กระจกหน้ารถ หาดทรายสีขาว ทะเลสีน้ำเงิน ท้องฟ้าสีคราม ดูแล้วช่างเหมาะกับการพักผ่อนอย่างยิ่ง เมื่อลงจากรถทั้งหมดเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าในโรงแรมและลงไปเล่นน้ำที่ชายหาดทันที เว้นเพียงวายุคนเดียวที่นอนพักอยู่บนเตียงอาบแดด
"มาเล่นน้ำด้วยกันค่ะพี่วายุ" การะเกดเดินขึ้นมาจากทะเลและพยายามดึงแขนวายุให้มาเล่นน้ำเป็เพื่อน จริง ๆ แล้วเธอเป็ผู้หญิงที่สวยและมีเสน่ห์อยู่ในตัว เธอใส่ชุดว่ายน้ำสีเขียวสดใส ผิวเนื้อของเธอขาวละเอียดช่างน่าทะนุถนอม เป็ที่ถูกตาต้องใจของชายหนุ่มที่เล่นน้ำอยู่บริเวณนั้น เพียงแต่ว่าเสน่ห์ของเธอไม่อาจสั่นคลอนจิตใจของวายุลงได้เลย เขาส่ายหน้าปฏิเสธและขอนอนพักผ่อนตรงนี้
""เ้ากำลังนึกถึงนางผู้นั้นอยู่รึ""
"ไม่ใช่อย่างที่ท่านคิดนะครับ"
""ข้ารู้ แต่บางครั้งการอยากรู้ย่อมนำภัยมาสู่ตัว""
ในขณะที่วายุกำลังครุ่นคิดอยู่ เขาเหลือบไปเห็นชายหนุ่มหลายคนบนหาดกำลังเดินตามกันออกไปทางฝั่งซ้าย ลักษณะเหมือนทุกคนถูกมนต์สะกด เขาลุกขึ้นนั่งและมองอย่างตั้งใจ สิ่งนั้นที่สะกดเหล่าชายหนุ่มกำลังเดินเข้ามาหาเขาและหยุดอยู่ต่อหน้า
"สวัสดีค่ะคุณวายุ เจอกันอีกแล้วนะคะ" น้ำเสียงหวานบาดหูและกลิ่นหอมเย้ายวนใจ จะเป็ใครไปไม่ได้เลยนอกจากรุจีเลขาของวรงค์
วายุประหลาดใจพอสมควรกับการมาของรุจี "เอ่อ...คุณรุ.."
"นั่งตรงนี้ก่อนครับคุณรุจี นี่น้ำครับ" เมฆโผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ ชวนรุจีนั่งลงและหยิบน้ำมาให้อย่างรวดเร็ว ยังไม่ทันที่วายุจะตอบกลับ
"วันนี้คุณรุจีแต่ตัวสวยจังครับ" เมฆเอ่ยปากชมรุจีจนออกหน้าออกตา ถ้าไม่ชมก็แปลกเพราะรุจีเธอเป็สาวสวยผิวเหลืองละเอียด ในตาคม รูปร่างของเธอหากเทียบกันแล้วแทบไม่ต่างอะไรกับนางแบบระดับประเทศ หรืออาจจะดีกว่าเสียด้วยซ้ำ จะเรียกว่าสมบูรณ์แบบก็ไม่ผิดอะไร
"แล้วคุณรุจีมาที่นี่ได้ยังงัยครับ" เมฆชวนรุจีพูดคุยต่อ
"คุณวรงค์ให้รุจีพาลูกค้าวีไอพีของบริษัทมาเที่ยวที่นี่ค่ะ" รุจีตอบกลับเมฆแต่สายตาของเธอกลับมองไปที่วายุตลอดเวลา
"ขอนั่งด้วยคนนะคะ" การะเกดดึงโต๊ะวางของที่กั้นกลางระหว่างรุจีและวายุออก แล้วเอาเก้าอี้ชายหาดของเธอเข้าไปแทรกแทนที่ เธอมองหน้ารุจีด้วยสีหน้าไม่พอใจแต่ด้วยความเกรงใจต่อพี่ชายทั้งสอง เลยไม่กล้าแสดงออกมามากนัก
ทั้งหมดนั่งคุยกันตามปกติ รุจีโทรสั่งอาหารซีฟู้ดในโรงแรมและให้นำมาส่งที่หน้าหาด ในระหว่างทานอาหารกันอยู่ จู่ ๆ เมฆ การะเกดและยศก็เกิดอาการแปลก ๆ เหมือนท้องใส้ไม่ปกติ ทั้งสามจึงขอตัวไปเข้าห้องน้ำทันที ปล่อยให้วายุและรุจีอยู่ตามลำพัง ทั้งสองพูดคุยและนั่งทานอาหารต่อตามปกติ แต่สายตาของรุจียังคงจับจ้องวายุตลอดเวลา เธอรู้สึกพึงพอใจในตัวชายหนุ่มคนนี้แบบไม่เคยเป็มาก่อน อีกทั้งเขาไม่มีทีท่าจะสนใจในเสน่ห์ของเธอเลยแม้แต่น้อย มันยิ่งทำให้เธออยากเอาชนะ
"เราไปเดินเล่นกันไหมคะ" รุจียิ้มและเอ่ยปากชวนวายุ
"ก็ดีครับ"
ทั้งสองเดินเล่นบนชายหาด พูดคุยกันตามประสาหนุ่มสาว วายุเอ่ยถามรุจีว่าทำไมถึงมาทำงานที่บริษัทแห่งนี้ รุจีเล่าว่า เธอมีหนี้บุญคุณกับวรงค์ แต่ก่อนที่บ้านของเธอมีฐานะดีพอสมควร พ่อของเธอทำงานเป็วิศวกรระดับประเทศ แต่แล้วโชคชะตากลับพลิกผัน ด้วยความไว้ใจเครือญาติ พ่อออกแบบอาคารแห่งหนึ่งในกรุงเทพและให้ผู้รับเหมาทั้งหมดซึ่งเป็ญาติได้สัมปทานก่อสร้างโครงการนี้ แต่แล้วอาคารดังกล่าวเมื่อสร้างเสร็จกลับถล่มลงมาทำให้พ่อต้องรับผิดชอบทั้งหมด ่นั้นเธอยังเด็ก พ่อติดคุก ส่วนแม่ไม่มีเงิน เลยต้องไปขออาศัยอยู่บ้านญาติในสลัม วันหนึ่งเธอพบวรงค์โดยบังเอ็ญ เหมือนถูกชะตา วรงค์เลยช่วยพ่อของเธอให้ออกจากคุกและพาเธอมาอยู่ที่บ้าน
"ขอโทษนะคะที่รุจีเล่าเสียยืดยาว คุณวายุคงเบื่อแย่" รุจีปาดน้ำตา
"ไม่เลยครับ ดีซะอีก ผมจะได้รู้จักคุณอามากขึ้น"
"ขอบคุณนะคะที่คุณวายุรับฟัง ปกติรุจีเก็บเื่นี้ไว้ตลอด ไม่เคยบอกใคร"
"เป็เกียรติของผมครับที่ได้รับฟัง" ทั้งสองสบตาและเดินพูดคุยกันจนมองเห็น เมฆ การะเกด และยศที่กำลังเดินกลับมาจากห้องน้ำในโรงแรม
"ขอบคุณอีกครั้งค่ะ" รุจีบรรจงหอมไปที่แก้มของชายหนุ่มและเดินจากไป
"อ๊ะะะะ!!" วายุกุมหน้าอกและทรุดลงกับพื้น รู้สึกเหมือนมีอะไรดึงร่างและิญญาของเขาให้แยกออกจากกัน เขามองไปที่ทุกคน พยายามยกมือเพื่อขอความช่วยเหลือ ภาพที่มองเห็นเริ่มเลือนลางลงเรื่อย ๆ ก่อนจะหมดสติเขาได้ยินเสียงอะไรบางอย่างก้องกระทบโสตประสาท
"ข้าขอได้ไหมเพคะท่านพี่"
"ได้สิน้องหญิง เมื่องานจบ เ้าจะได้ในสิ่งที่้า..."
โปรดติดตามตอนต่อไป