วันที่ 74 เกมส์แห่งสงคราม ณ สภาประชุมสุดยอดของเผ่ามนุษย์ในช่วงเช้าตรูของวัน
***ผู้นำหัวโขน [กัง]
“ข้อสรุปในแนวทางหลังจากนี้ พวกเราจะเน้นรับศึกที่ทิศใต้ก่อน ส่วนพวกภูติแสงนั้นจะให้กองทัพนาโตที่รอดชีวิตลอบเข้าไปในป่าเพื่อค้นหาเมืองเป้าหมายค่ะ”
“Zzz… อ๊ะ!? ได้ ทำตามแผนการนั้นได้เลย”
ประชุมสองวันติดนี่มันหนักไปจริง ๆ นั่นละ เลยทำให้เผลอหลับไประหว่างการประชุมอีกแล้ว
“และด้วยเหตุการณ์ที่ถูกโจมตีเมื่อวันก่อน เรา [ดิอ้อน] จึงขอเสนอให้พวกท่านช่วยพิจารณาทำลายคริสตัลแห่งชีวิตของพวกมนุษย์นกเดียวนี้”
บุรุษที่มีใบหน้าสุขุมเยือกเย็นและแผ่ความอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน คือผู้นำแห่งความศรัทธา [ดิอ้อน]
ในช่วงหนึ่งถึงสามวันที่ผ่านมานี้ มีการโจมตีเกิดขึ้นพร้อมกันทีเดียวหลายจุด และหนึ่งในนั้นก็คือเมืองแห่งเทพที่เขาดูแลอยู่
เหตุการณ์นั้นได้ทำให้เขามีมุมมองต่อพวกต่างเผ่าเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
“พวกที่โจมตีคือเผ่าภูติแสง ทำไมถึงต้องเอาไปลงที่เผ่ามนุษย์นกด้วยละท่านดิอ้อน? เจ้าพวกนั้นคือทาสแรงงานชั้นดีเลยนะครับ”
ผู้นำฝ่ายรัสเซียกล่าวคัดค้านการทำลายคริสตัลเผ่ามนุษย์นกที่พวกเรากำลังควบคุมเป็นตัวประกันเอาไว้อยู่
ผู้นำอเมริกาเองก็พยักหน้าเห็นด้วยกับคำค้านของผู้นักฝ่ายรัสเซีย
เหล่าคณะสภาผู้แทนหลายคนเองก็พยักหน้าเห็นด้วยตามเช่นกัน
ในตอนนั้นเองที่เลขาตั๋งส่งสายตาราวกับกำลังจ้องมองขยะสดไปทางพวกเขา
“ไอพวกทาสนก”
เธอพึมพำออกมาเบา ๆ เช่นนั้นก่อนที่จะหันกลับไปดำเนินจดบันทึกการประชุมต่อ
“เรียนทุกท่าน… แล้วท่านตอบได้มั้ยว่าพวกภูติตัวจิ๋วที่น่ารัก ทำไมถึงมีพลังอันร้ายกาจและเป็นภัยอันตรายได้ถึงเพียงนี้? แล้วท่านยังจะไว้ใจเก็บพวกต่างเผ่ามาเป็นทาสอีกหรือ? พวกมนุษย์นกมันทำอะไรได้บ้างนั้น พูดตามตรงงว่าพวกเราเองก็ยังไม่รู้แน่ชัดเช่นกันไม่ใช่หรือครับ? แถม--บลา บลา บลา~”
ดิอ้อนเริ่มพูดยืดยาวจนชวนง่วงนอน แถมช่วงนี้อากาศเองก็เริ่มเย็นน่านอนเสียด้วยสิ…
… Z zz
“---ดังนั้น ด้วยคะแนนเสียงข้างมาก และเหตุผลดังกล่าว พวกเราจึงควรทำลายและจัดการฆ่าพวกมันเดียวนี้ค่ะ ขอจบการประชุมเพียงเท่านี้นะคะ”
Zzz… อ๊ะ จบการประชุมแล้วหรือเนี่ย?
คุณเลขาตั๋งพูดปิดการประชุม ก่อนจะหันใบหน้าที่คล้ายจิ้งจอกมาทางผมด้วยรอยยิ้มที่สดใส
“สมกับเป็นท่านผู้นำของพวกเรา ช่างเด็ดขาดและไม่หลงไปกับมารยาหญิงของพวกมนุษย์นกเหล่านั้น ฉันภูมิใจในตัวท่านมากค่ะ! ”
เธอกล่าวเช่นนั้นออกมา
มารยาหญิง? หลงมัวเมา? ตอนที่ผมเผลอหลับไปนี่มีไปเผลอละเมออะไรแปลก ๆ ออกมาอย่างงั้นหรือเปล่าเนี่ย?
“พวกต่างเผ่าอาจจะมีความสามารถแปลก ๆ ซ่อนอยู่เหมือนที่พวกภูติแสงที่สร้างพายุได้ ยังไงการทำลายทิ้งตอนที่มีโอกาส ย่อมเป็นการตัดสินใจที่ดีกว่า ถึงจะดูโหดร้าย แต่สมกับเป็นท่านผู้นำ ช่างเด็จขาดยิ่งนักค่ะ! ”
โหดร้าย? ที่ผมไม่รู้เรื่องอะไรสักอย่างเลยนะ…
“เอาละคะ ถ้าอย่างงั้นมาเริ่มการกวาดล้างตามคำสั่งของท่านกันเถอะค่ะ”
“คำสั่ง…”
ผมลองแหย่เธอดูว่าผมเผลอละเมอสั่งบ้าอะไรออกไปกันแน่
“ใช่ค่ะ คำสั่งกวาดลล้างเผ่ามนุษย์นกตามข้อเสนอของดีอ้อนยังไงละคะ”
***พญาแห่งปักษา [ออกเซอร์]
“นี่คือที่ตั้งคริสตัลแห่งชีวิตของเผ่าสองแขน”
ผมกำลังจัดประชุมภายในห้องประชุมลับพร้อมกับเหล่าจ่าฝูงของเผ่าปักษา
“ข้อมูลไม่มีผิดพลาดแน่นะคะ? ”
“ไม่มีทางแน่นอนคาร์เนต เจ้าพวกสองแขนมันกลายเป็นทาสขนฟูของพวกเราอย่างโงหัวไม่ขึ้นเลยละ ฮึ ฮึ ฮึ”
อดที่จะยิ้มอย่างชั่วร้ายไม่ได้เลยแฮะ
แผนการนารีพิฆาตนั้นได้ผลอย่างน่าเหลือเชื่อ
หลังจากที่ลงทุนเปลี่ยนเพศ แล้วเข้าประโลมเหล่าระดับสูงของเผ่าสองแขน ในที่สุดพวกเราก็สามารถทำให้พวกมันยอมคายความลับเรื่องที่ตั้งของคริสตัลออกมาได้เป็นผลสำเร็จ
แต่ที่ตั้งของคริสตัลนั้นถูกคุ้มครองด้วยสิ่งก่อสร้างคอนกรีตขนาดยักษ์ แถมยังวางยามเข้มจนยากที่จะลอบเข้าไปได้
แต่ปัญหานั้นเดียวคงหาทางแก้ได้เองนั่นละ
“จะว่าไป ยัยคลอรีนที่ไปกับเจ้าฮีเลียมยังไม่กลับมาอีกหรือ? ”
“ยัยนั่นได้รับความนิยมมาก กว่าจะกลับคงดึกเลยนั่นละ--แค๊ก...”
บุรุษกระดูก.. ไม่สิ [สตรีกระดูก แคลเซียม] ตอบกลับมาด้วยรอยยิ้มอมโรคที่ดูน่าเป็นห่วง
“และนี่...แค๊ก คือ...อั๊ก.. อาวุธที่เรียกว่าปืน…”
เธอพูดด้วยใบหน้าที่ซีดเซียวพร้อมกับเอาอาวุธของเผ่าสองแขนมาวางเรียงบนโต๊ะ
ด้วยความสามารถในการล่อลวงของเขา จึงทำให้สุดท้ายได้อาวุธอันร้ายกาจที่เรียกว่า [ปืน] ของเผ่าสองแขนจำนวนสี่กระบอกมาครอบครอง
ที่เหลือมีเพียงเอามันไปวิจัยและดัดแปลงให้เผ่าของเราใช้งานได้คล่องขึ้น กองทัพของพวกเราก็จะมีความสามารถทัดเทียมกับพวกมันแล้ว
ฮึ ฮึ ฮึ เวลาแห่งการแก้แค้นใกล้เข้ามา---
ในช่วงเวลานั้นเองที่รู้สึกว่าเวลารอบตัวได้หยุดนิ่งลง
รู้สึกว่าอะไรบางอย่างที่เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายได้หลุดขาดจากออกไป
ความหนาวเย็นได้แผ่ซ่านไปตัวร่าง พร้อมกับความรู้สึกและลางสังหรณ์ที่เลวร้าย
ในตอนนั้นพวกเราทุกคนในสถานที่นี้ต่างรู้สึกได้ในทันทีว่า---
“เกิดอะไรขึ้นกับคริสตัลแห่งชีวิต? ”
---ว่าพวกเราจะไม่สามารถเกิดใหม่ได้อีกต่อไปแล้ว
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้สิบนาที
***อัศวินสีแดง [โซเดียม]
ทิวทัศน์ของบ้านเกิดที่คุ้นเคยได้ปรากฏขึ้นสู่สายตาอีกครั้ง
“กลับมาเกิดใหม่เป็นรอบที่สอง… หรือรอบที่สามแล้วหว่า? ”
เราตั้งคำถามกับตัวเองเช่นนั้น
เนื่องจากเอรีสเพื่อนต่างเผ่าของเรา ได้มาบอกความจริงอันเลวร้ายของผลกระทบจากระเบิดที่เรียกว่า [นิวเคลียร์] ให้ฟัง ว่ามันจะมีรังสีอะไรสักอย่างมาทำร้ายร่างกายจนพิการในภายหลัง พวกเราเลยชิงฆ่าตัวกันก่อนในวันที่ 73 ณ ช่วงเช้าตรูของวัน
และนั่นจึงเป็นสาเหตุที่รังหลวงของพวกเรา มีประชากรนับแสนที่ทยอยกันเกิดใหม่มารวมตัวกันอยู่อย่างหนาแน่นคับคั่ง
เราหันกลับไปดูคริสตัลแห่งชีวิตของเผ่าพวกเรา
ที่เหนือคริสตัลแห่งชีวิตยังคงมีเครื่องจักรกลอันน่ารังเกียจหนีบขนาบข้างคริสตัลเอาไว้อยู่เช่นเดิม
พวกเรายังจะต้องกลายเป็นทาสของพวกมันไปอีกนานแค่ไหนกันนะ?
แต่ก่อนที่จะได้ทันบินออกไปจากรังเพื่อเตรียมตัวรับคำสั่งใหม่จากท่านจ่าฝูงออกเซอร์ ก็บังเอิญเหลือบไปเห็นร่างของไฮเจนที่มีขนสีขาวทั้งตัวก่อน
แวะไปทักทายมันตามธรรมเนียมก่อนแล้วกัน
“สวัสดีไฮ--- นี่แกติดใจเพศหญิงขนาดนั้นเลยเรอะ? ”
“กรี๊ด!? เจ้าโซเดียมคนลามก! ”
“แล้วใครใช้ให้แกมาทำพิธีกรรมเลือกเพศที่ใจกลางห้องโถงกันละฟะ? ”
“ข้า... ฉันกลัวลืมนะ”
ไฮเจนพูดด้วยใบหน้าของสตรีที่มีดวงตาคมเหมือนแมวไปทางอื่น
ท่าทางกับวิธีการพูดจาของแกกลายเป็นผู้หญิงเต็มตัวแล้วนะเฮ้ย…
“... เอาเถอะ ยังไงแผนนารีพิฆาตก็ยังไม่ถูกสั่งยกเลิกไป---”
“นั่นไฮเจนกับโซเดียมจริง ๆ ด้วย~”
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงอันไพเราะคุ้นหูดังแทรกขึ้นมา
ผู้ที่ปรากฏตัวอย่างไม่คาดคิดคือเปอร์ไซด์ สุดยอดสาวน่ารักที่ติดอันดับสาวงามของเผ่าพวกเรานั่นเอง
ขนสีแดงสลับขาวของเธอยังดูสวยงามไม่เปลี่ยนเลย
“เปอร์ไซด์! กลับมาตอนไหนกันเนี่ย!? ”
“เปอร์ไซด์…”
พวกเราสองคนต่างส่งเสียงทักเธอขึ้นมาพร้อมกัน
แต่ดูเหมือนว่าน้ำเสียงของเจ้าไฮเจนจะดูสับสนบางอย่างอยู่
มันจ้องมาทางเราทีหนึ่ง ก่อนจะสลับหันไปมองทางเปอร์ไซด์ แล้วส่งเสียงดัง “ฮึ! ” ใส่เราทีหนึ่ง
มันเป็นบ้าอะไรของมันฟะ
“กลับมาตั้งนานแล้วละ แต่รังกลับว่างเปล่าโล่งโจ้ง~ ตอนแรกนึกว่าทิ้งรังกันไปแล้วเสียอีก คิดถึงทุกคนจัง~”
เปอร์ไซด์พูดด้วยรอยยิ้มของนางฟ้า
ที่เราต่อสู้ก็เพื่อปกป้องรอยยิ้มนี้นี่ละ
“ฮะ ฮะ ฮะ นั่นสินะ มันเกิดหลายเรื่องในช่วงที่เธอไม่อยู่ละนะ”
“นี่ นี่ แล้วปล่อยให้ไอนั่นบีบคริสตัลเอาไว้มันจะดีเรอะ? แล้วทำไมถึงมีพวกสองแขนยืนเรียงเป็นตับอยู่ข้างบนแบบนั้นละ? ”
“... หมายถึงเจ้าพวก---”
เราหันหลังกลับไปที่คริสตัลเพื่อที่จะอธิบายให้เปอร์ไซด์ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น
แต่ภาพที่ปรากฏตรงหน้านั้น กลับมีบางอย่างผิดปกติไปจากทุกที
เผ่าสองแขนที่ปกติมักเมาหัวราน้ำอยู่ในห้องพักบนต้นไม้โลก กลับออกมายืนเรียงอยู่บนเปลือกที่คล้ายกับระเบียงแทน
พวกมันออกมายืนเรียงแถวด้วยใบหน้าที่ไร้ซึ่งอารมณ์รวมกว่าหนึ่งหมื่นคน แถมยังมาพร้อมกับอาวุธร้าย
เครื่องจักรที่ขนาบข้างคริสตัลเองก็ส่งเสียงดังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ควันสีดำและกลิ่นน้ำมันที่ฉุนจมูกลอยคลุ้งจนปกคลุมไปทั่วผ้าเพดานเถาวัลย์
ลางสังหรณ์ที่เลวร้ายได้โลดแล่นไปทั่วร่างกายของเรา
“ทุกคน หนี--”
แต่ก่อนที่เราจะได้ทันพูดอะไรออกไป เจ้าเครื่องจักรนั้นก็ส่งเสียงเสียดลมคำรามลั่น
*เพล๊ง*
และตามมาด้วยเสียงของอะไรบางอย่างที่พังทลายลงมา
ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน
***พญาแห่งปักษา [ออกเซอร์]
“เมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้น? ”
“ไม่รู้เหมือนกัน…”
ผมตอบคาร์เนตกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เป็นกังวล
*บรึ๊ม! *
“เหวอ!? ”
ในตอนนั้นเองที่มีเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้นไปทั่วอาคาร
เพดานแผ่นเรียบที่เป็นสิ่งก่อสร้างของเผ่าสองแขนได้พังทะลายลงมา
*บรึ๊ม! * *บรึ๊ม! * *บรึ๊ม! *
เสียงระเบิดยังคงดังต่อเนื่องรัวไม่หยุด
“รีบหนีออกจาก--”
*บรึ๊ม! *
แคลเซียมที่พยายามจะเปิดหน้าต่างด้านข้างบินหนีออกไปนั้น ได้ถูกระเบิดเป่าจนกระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยไปต่อหน้าต่อตา
ที่ด้านนอกของอาคารนั้น กำลังถูกถมเต็มพื้นที่ไปด้วยอาวุธร้ายของเผ่าสองแขนกับกองกำลังของพวกมัน
สวนสนามหญ้ากว้างสำหรับใช้รับแขก ได้ถูกย้อมด้วยทะเลเลือดกับซากศพของพวกเราชาวปักษา
และหนึ่งในกองซากศพที่ถับถมสูงนั้น มีร่างของคลอรีนกับฮีเลียมกองสุมเอาไว้รวมอยู่ด้วย
ใบหน้าของคลอรีน สตรีที่ว่ากันว่าสวยงามอันดับหนึ่งของเผ่า ได้ถูกทำให้พังป่นปี้จนแทบดูไม่ได้
แถมร่างของเธอยังอยู่ในสภาพที่ถูกถลกขนออกอย่างโหดร้ายทารุณ
ส่วนร่างของฮีเลียมที่เป็นยอดนักรบนั้น มีสภาพที่ถูกย่างสดจนผิวไหม้เกรียม
ทั่วทั้งร่างของเขามีร่องรอยและบาดแผลจำนวนมาก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคงต่อสู้ดิ้นรนอย่างหนักก่อนถูกสังหารลงอย่างโหดร้าย
“ท่านออกเซอร์ค่ะ นี่มัน---”
“หลบก่อน--”
ในระหว่างที่คิดวิเคราะห์สถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างน่าตกใจนี้ สัญชาตญาณของผมก็ได้กรีดร้องดังลั่นขึ้นมา
แต่ทว่าไม่มีใครในที่นี้ที่สามารถขยับตัวได้ตามสัญชาตญาณ
ระเบิดลูกใหญ่ได้ถูกทิ้งลงมา ทะลุผ่านหน้าต่าง และตกลงมาที่ใจกลางของห้องประชุมบนชั้นสองของอาคาร
แรงลมที่แตกตัวออกจากการระเบิดนั้น ได้ฉีกกระชากร่างที่งดงามของเทพพญากรณ์ [คาร์เนต] จนเป็นเนื้อบดจนดูไม่ออกว่าอดีตคือสตรีที่สวมงามติดอันดับของเผ่า
ร่างของคอบเปอร์กับฟอสฟอรัสที่เป็นหนึ่งในจ่าฝูงเองก็มีสภาพไม่ต่างไปจากเธอเช่นกัน
แน่นอนว่ารวมถึงตัวผมเองด้วย…
ผู้นำจ่าฝูงสูงสุด พญาแห่งปักษา [ออกเซอร์] ได้ถูกแรงระเบิดนั้นเฉือนเอาหัวหลุดออกจากร่างไปแล้ว
สำนึกคิดนี้คือแรงเฮือกสุดท้ายที่ผมสามารถทำได้
ที่ข้างนอกอาคารนั้นมีเสียงสังหารดังขึ้นต่อเนื่องไม่หยุด
พวกเผ่าสองแขนเข้าโจมตีพวกเราโดยไม่มีคำเตือนและไร้ซึ่งความเมตตา
“---”
อยากกรีดร้องออกไป
ทุกคนกำลังจะตาย
เผ่าของพวกเรากำลังจะตาย
และตัวผมเองก็กำลังจะตาย
อยากจะพุ่งตัวออกไปสังหารพวกเผ่าสองแขนเพื่อปกป้องเผ่าในฐานะจ่าฝูงที่ทุกคนเลือกขึ้นมา แต่กลับไม่สามารถทำเช่นนั้นได้
เพราะว่าผมกำลังจะตาย...
พวกเราพ่ายแพ้แล้ว
ผมมันช่างโง่เขล่านัก ที่คิดว่าแผนนารีพิฆาตนี้จะทำได้สำเร็จ
พวกมันเอาความรู้ เอาทุกสิ่งทุกอย่างไปจากพวกเรา รวมไปถึงตั้งใจที่จะแย่งชีวิตไปจากพวกเรามาตั้งแต่แรกแล้ว…
ไม่นะ… ภาพตรงหน้าเริ่มมืดลง...
ผมรู้สึกได้ ว่าการตายครั้งนี้ คือการตายของจริง
มันไม่เหมือนกับทุกครั้งที่จะมีเส้นสายใยวิญญาณบางอย่าง มาคอยรั้งเอาไว้ให้อยู่ในโลกนี้ต่อไป
ผมรู้สึกได้ถึงความว่างเปล่าอันไร้ที่สิ้นสุดอย่างชัดเจน
นี่คือความตาย
ผม… จ่าฝูงของเผ่าผู้นี้… กำลังจะตาย…
จ่าฝูง… ผู้ที่ไม่สามารถปกป้องใครได้---
ผม...
***อัศวินสีแดง [โซเดียม]
คริสตัลแห่งชีวิตได้พังลงมาต่อหน้าพวกเรา
ร่างเนื้อผู้ที่กำลังเกิดใหม่นั้น ได้แตกออกเป็นละอองแสง พร้อมกับร่างไร้วิญญาณที่ตกลงมากองเป็นเศษเนื้อแน่นิ่งไปในทันที
ห้องโถงแห่งชีวิตที่เคยสุกสว่างไปด้วยแสงอันเจิดจ้าของผู้กำเนิดใหม่ ได้หยุดลงไปอย่างถาวรแล้ว
พวกเราไม่สามารถเกิดใหม่ได้อีกต่อไปแล้ว
“รีบหนีเร็ว! ”
สัญชาตญาณของเรากำลังกรีดร้องลั่น
มันเตือนเราว่าพวกสองแขนไม่หยุดเพียงแค่นี้แน่นอน
เสียงระเบิดได้ดังกังวาลไปทั่วอีกครั้ง พร้อมกับเปลวไฟที่ลุกท่วมไปทั่วทั้งรัง
พวกนักรบของเผ่าสองแขนเริ่มยิงอาวุธสังหารลงมาจากยอดต้นไม้โลก โดยไม่มีการร้องเตือนพวกเราใด ๆ
เหล่าผู้คนที่ตามสถานการณ์ไม่ทัน ต่างถูกสังหารโหดอย่างไร้ซึ่งหนทางโต้ตอบ
นี่คือการสังหมู่ ไม่ใช่การทำสงครามแล้ว!
“ไฮเจน! ”
“เหวอ!? ”
เรารีบกางปีกออก แล้วพุ่งเข้าไปพลักเจ้าไฮเจนจนกระเด็น
กระสุนสังหารของเผ่าสองแขนได้ยิงทะลุหัวไหลขวาของเราจนเลือดสาดกระเซ็นออกมา แทนที่จะเป็นยิงเข้าใส่ไฮเจน
“โซเดียม! ”
“อึ๊ก… เปอร์ไซด์ ไฮเจน พวกแกรีบหนีไปก่อนเลย! ”
เราหันไปมองดูเหล่าคนที่รอดชีวิต
ลูกน้องภายในฝูงของเราที่อยู่ในห้องโถงคริสตัล ณ ตอนนี้ มีประมาณห้าพันคนได้ และที่เหลืออีกหมื่นกว่าคน คือชาวบ้านหรือไม่ก็คนจากฝูงอื่น
“หน่วยโซเดียม จงแสดงพลังเฮือกสุดท้ายของนักล่าให้พวกมันได้เห็น! จงปกป้องพลเมืองของพวกเราด้วยชีวิตนี้จะหาไม่! ”
เราคงไม่รอดแล้วละ... ปีกแบบนี้คงบินหนีไม่ไหวแล้ว...
แต่อย่างน้อย เราจักขอต่อสู้จนกว่าชีวิตนี้จะหาไม่!
เพื่อปกป้องรอยยิ้มของเปอร์ไซด์และปกป้อง [เพื่อน] ของเรา เจ้าไฮเจน
เราจะขอต่อสู้จนตัวตายที่นี่ นี่จะเป็นการต่อสู้ครั้งสุดท้ายของเรา [อัศวินสีแดง โซเดียม] ผู้นี้!
ก็คิดว่าจะต่อสู้จนตัวตายอยู่หรอกนะ…
“ไม่ได้นะ พวกนายต่างหากที่ต้องหนีไป”
เปอร์ไซด์บินเข้ามาขวางหน้าพวกเรา และพร้อมกับพูดเรื่องที่น่าเหลือเชื่อออกมาว่า
“เดียวเจ้าพวกนี้ หนูจะจัดการให้ราบเป็นหน้ากองเอง เปอร์ไซด์ โมโหแล้ว! ”
ก่อนที่จะบินพุ่งทะยานไปหาศัตรูราวกับประกายสายฟ้า