เจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain)

    บทที่ 28: เรื่องราวในวัยเด็ก (Childhood Side Story)

    ยูโตะรู้สึกคุ้นเคยกับใบหน้าของสึบากิเป็นอย่างมาก แม้ว่าในความเป็นจริงเขาอาจจะเคยเห็นหน้ากันมาบ้างแล้วก็ตาม แต่ใบหน้าของเธอนั้นช่างละม้ายคล้ายกับใบหน้าของหญิงสาวที่เขามักจะฝันเห็นเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นใบหน้างามที่ผ่องใสราวกับไข่มุก ดวงตากลมโตสีเขียวมรกต หรือผมสีขาวลาเวนเดอร์ยาวสลวยไว้ทรงฮิเมะคัทที่ปล่อยปอยผมยาวไว้ด้านหน้าทั้งสองข้าง ทุกอย่างช่างดูคลับคล้ายจนแทบจะราวกับเป็นคนๆ เดียวกันโดยปกตินั้น ยูโตะมักจะกลับมาถึงบ้านและรีบเดินขึ้นไปเขียนข่าวต่อที่ห้องนอน ก่อนที่ยูกินะจะแวะเข้ามาสั่งเครื่องดื่มและนั่งพิมพ์งานในร้านเป็นการฆ่าเวลารอรับสึบากิเดินทางกลับหอพักไปด้วยกัน แต่ก็มีบางวันที่เขากลับมาถึงบ้าน และได้เจอกับพวกเธอทั้งสองพี่น้องโดยบังเอิญ บ้างก็เจอแต่ยูกินะที่กำลังนั่งรอสึบากิอยู่ในร้านแต่ด้วยสภาพแวดล้อมรอบตัวเขาที่เต็มไปด้วยมรสุมงาน จึงทำให้เขานั้นไม่เคยได้เข้าไปพูดคุย หรือทำความรู้จักกับพวกเธอทั้งสองมาก่อนเลยแม้แต่ครั้งเดียว ต่างจากคานาเมะ น้องสาวของเขาที่มักจะพูดคุยกับพวกเธอทั้งสองอย่างสนิทสนมราวกับเป็นคนกันเองแต่ถึงกระนั้น ยูโตะกลับมีความรู้สึกผูกพันธ์กับเด็กสาวที่ชื่อสึบากิอย่างน่าประหลาด เขารู้สึกผูกพันธ์กับเธอคนนั้นเหลือเกิน ราวกับว่าเธอคือแฟนสาวคนรักที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขา ทั้งๆ ที่เขากับเธอนั้นไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลยใช่ว่าทั้งสองจะไม่เคยเจอหน้ากันซะทีเดียว ยูโตะกับสึบากิเคยเจอกันครั้งแรกที่สวนสาธารณะอุเอโนะในเทศกาลชมซากุระ ซึ่งในตอนนั้น ยูโตะเรียนอยู่ชั้นมัธยมปลาย และสึบากิอยู่ชั้นประถม“พ่อขา แม่ขา พี่ขา อยู่ไหนกันคะ”สึบากิในวัยประถมที่อยู่ๆ ก็เกิดพลัดหลงขึ้นมา เดินถามหาพ่อแม่กับพี่สาวด้วยความไร้เดียงสา บรรยากาศโดยรอบที่เต็มไปด้วยผู้คนแปลกหน้านั้นชวนให้รู้สึกแทบจะหวาดกลัวเมื่ออยู่ตัวคนเดียว สักพัก สึบากิก็ยืนร้องไห้งอแงอยู่ริมทางเดิน โดยมีไม่มีใครสนใจเลยแม้แต่คนเดียว“เป็นอะไรไปเหรอหนู”มีเด็กหนุ่มในเครื่องแบบกาคุรันคนหนึ่งเดินเข้าไปถามสึบากิด้วยน้ำเสียงที่แสดงถึงความอ่อนโยน เด็กหนุ่มคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็นยูโตะในสมัยมัธยมปลาย“หนูหาพ่อแม่กับพี่สาวค่ะ แต่ก็หาไม่เจอ”“แสดงว่าหนูหลงทางมาอย่างงั้นหล่ะสินะ”สึบากิพยักหน้าเพียงเล็กน้อยเป็นการยืนยันในคำตอบ ก่อนที่จะจูงมือพาสึบากิตามหาพ่อแม่กับพี่สาวของเด็ก หลังจากที่เดินตามหามาได้สักระยะนึงแล้ว แต่ก็ยังไม่เจอพ่อแม่กับพี่สาวของเด็กสักที“สึบากิจัง สึบากิจังอยู่ไหน”“พี่ขา” เสียงสวรรค์นั้นดังขึ้น ยูโตะรีบจูงมือพาสึบากิไปที่ต้นตอของน้ำเสียงนั่น จนได้มาเจอกับยูกินะ พี่สาวของสึบากิในสมัยมัธยมต้นที่อยู่ในเครื่องแบบกะลาสีแขนสั้นโทนขาวน้ำเงินกับโบว์แดงยูกินะกับสึบากิรีบวิ่งเข้ากอดกันอย่างแนบแน่น “ค่อยยังชั่วหน่อย นึกว่าจะหายไปซะแล้ว”“พี่ขาหนูกลัว ฮือ~” สึบากิกอดพี่สาวพลางร้องไห้โฮด้วยความหวาดกลัวสักพัก เซ็นเคียวกับนิชิโกะ สองผู้เป็นบุพการีก็วิ่งเข้ามาหาสึบากิด้วยความเป็นห่วง“ขอบคุณมากนะครับ ที่ช่วยตามหาลูกสาวให้ผม ขอบคุณจริงๆ”“ขอบคุณมากจริงๆ นะคะ แล้วก็ขอโทษที่ทำให้คุณต้องเดือดร้อน”เซ็นเคียวกับนิชิโกะต่างก็โค้งคำนับให้ยูโตะเป็นการขอบคุณและขอโทษกันยกใหญ่“ไม่เป็นไรครับ งั้นถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวก่อนนะครับ” ยูโตะกล่าวคำร่ำลา ก่อนที่จะโค้งคำนับและรีบเดินจากไป โดยที่ทั้งสองฝ่ายต่างก็ไม่รู้จักกัน“พี่ชาย” คานาเมะ น้องสาวของยูโตะที่อยู่ในเครื่องแบบนักเรียนมัธยมปลายโรงเรียนเดียวกันกับผู้เป็นพี่ชาย รีบวิ่งมาหาเขาด้วยความเป็นห่วง“หายไปไหนมาคะพี่ หนูตามหาแทบแย่แหน่ะ”“โทษทีนะ เผอิญว่าพี่ไปเจอเด็กหลงทาง ก็เลยไปช่วยตามหาพ่อแม่ของเด็กมาหน่ะ”ยูโตะลูบหัวของคานาเมะด้วยความเอ็นดู ก่อนที่จะเดินชมดอกซากุระด้วยกันสองพี่น้อง และแล้ว ภาพก็ตัดมาที่ปัจจุบัน ยูโตะใกล้จะถึงเมืองเกียวโตอย่างเต็มทีแล้ว ยูโตะรีบมุ่งหน้าไปยังบ้านคฤหาสน์ตระกูลมัทสึไดระด้วยความรวดเร็ว แม้ว่าเขาจะไม่รู้จักสึบากิมาก่อน แต่เขาก็รู้สึกว่าเธอเป็นเหมือนกับหัวใจเพียงดวงเดียวที่เขาอยากจะถวายวิญญาณเข้าปกป้องอย่างสุดชีวิต และจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาทำร้ายเธอเป็นอันขาดภายในบ้านคฤหาสน์ที่กว้างใหญ่ และหรูหรา ร่างงามของสึบากิถูกมัดไว้กับต้นเสาไอโอนิคภายในบ้าน“ปล่อยลูกสาวฉันเถอะ ท่านเทศมนตรีเกนยะ อย่าทำร้ายลูกสาวฉันเลย”นิชิโกะพยายามตะโกนวิงวอนขอความเมตตาจากเทศมนตรีเกนยะด้วยน้ำเสียงที่ราวกับหัวใจแทบสลาย แต่เขากลับทำเป็นไม่สนใจใยดี ที่มุมปากบนใบหน้าที่เหี่ยวย่นนิดๆ นั้นพลางแสยะยิ้มออกมาด้วยความโฉดชั่วราวกับอสูรร้าย สีหน้าของเขานั้นนิ่งเฉยราวกับไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย“คิดว่าจะปลิดชีวิตข้าได้หรือ” นางเทวีอสูรฯ ในร่างสึบากิกล่าวท้าทายนักพรตโซเคนด้วยน้ำเสียงที่เย้ยหยัน“นางเทวีอสูรฯ ถ้าแน่จริงก็อย่าเอาแต่สิงคนอยู่ ออกมาสู้กันเลยดีกว่า”นักพรตโซเคนกล่าวเชิงคำสั่ง และท้าทายในเวลาเดียวกัน“ข้าจะสิงมัน เจ้าจะทำไม ถ้าคิดจะปลิดชีวิตข้า นังเจ้าหญิงโอริฮิเมะต้องตาย...”“ถ้าหากนังเจ้าหญิงโอริฮิเมะตาย ทั้งบ้านเมืองต้องพบกับความพินาศ” เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าบรรดาผู้คนจึงพากันแตกตื่นกันยกใหญ่“ท่านเทวีอสูรฯ อิซานามิ อย่าทำร้ายลูกสาวข้าน้อยเลย ปล่อยลูกสาวข้าน้อยไปเถอะ เมตตาลูกสาวข้าน้อยเถอะ”นิชิโกะพยายามตะโกนวิงวอนขอความเมตตาจากนางเทวีอสูรฯ ที่กำลังสิงอยู่ในร่างงามของสึบากิ พลางร้องไห้สะอื้นราวกับหัวใจแทบสลาย เข่านั้นแทบทรุดลงกับพื้นในทันที แต่นางก็ยังคงไม่สนใจใยดี ดวงตาคู่งามสีเขียวมรกตนั้นพลางมองไปที่นักพรตโซเคนด้วยสายตาที่ท้าทายนักพรตโซเคนหยิบถั่วเซ็ทสึบุนมาเมะขึ้นมาเป็นกำ และทำการร่ายเวทย์บนถั่วเหลืองก่อนที่จะปาใส่ร่างงามของสึบากิจนกรีดร้องออกมาเสียงดังสนั่น นิชิโกะตะโกนขานชื่อสึบากิเสียงดังสนั่นกึกก้องไปทั่วบริเวณภายในบ้านด้วยสีหน้าที่ราวกับมีอาการตกใจอย่างสุดขีด“พลังเวทย์กระจอกๆ ของเจ้า ทำอะไรข้าไม่ได้หรอก”นักพรตโซเคนเริ่มมีอาการเลือดขึ้นหน้าเมื่อถูกกล่าวเย้ยหยันใส่ จึงหยิบถั่วเซ็ทสึบุนมาเมะขึ้นมาเป็นสองกำ ก่อนที่จะทำการร่ายเวทย์บนถั่วเหลืองและปาใส่ร่างงามของสึบากิ เธอกรีดร้องออกมาเสียงดังสนั่นก่อนที่จะแน่นิ่งไป เทศมนตรีเกนยะยิ้มหัวเราะร่ากันยกใหญ่ด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยความชั่วร้ายอย่างเต็มขั้น เสียงหัวเราะนั้นช่างราวกับจอมมารอสูร“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” นักพรตโซเคนหัวเราะร่าด้วยความสะใจ“หมดฤทธิ์แล้ว นางเทวีอสูรฯ”เทศมนตรีเกนยะยังคงยิ้มหัวเราะด้วยความสะใจ ใบหน้าโหดที่อยู่ในขณะที่กำลังยิ้มหัวเราะนั้น แสดงออกถึงความชั่วร้ายที่แม้แต่จอมมารอสูรยังต้องสยบ“ยูกินะ นางเทวีอสูรฯ ไปแล้วเหรอ”“น่าจะออกไปแล้ว”“ฮ่า ฮ่า ฮ่า...” นักพรตโซเคนเดินหัวเราะร่าเข้าไปหาร่างงามของสึบากิที่ถูกเทวีอสูรฯ เข้าสิงร่าง“นางเทวีอสูรฯ ฤทธิ์มีแค่นี้เองเหรอ”ทันใดนั้น ดวงตาสีเขียวมรกตก็ได้ลืมตาตื่นขึ้นในลักษณะของดวงตาอสูร ทันทีที่มองไปที่ร่างของนักพรตโซเคนที่อยู่ตรงหน้า ร่างของนักพรตโซเคนก็กระเด็น และลอยกระแทกเข้ากับต้นเสาไอโอนิคภายในบ้านจนเสียงดังสนั่น พร้อมกับกลุ่มควันที่ลอยฟุ้งออกมาในวงกว้าง

    คล้ายกับเรื่องเจ้าหญิงฮิเมรากิ กับไข่มุกแห่งภูผา (Himeragi Princess and The Pearl of Mountain) ที่คุณอ่าน