ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 4 บทที่ 118 ศึกประวัติศาสตร์ สู้กับชนชั้นสูง!

            การแข่งขันรอบที่สามกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

            เซี่ยวซิงอวี่และเซี่ยเวยอันยืนอยู่คนละมุมของเวที

            อันที่จริงในการประลองกับมู่หรงซินซินเมื่อครู่ เซี่ยเวยอันเกือบจะแพ้ไปแล้วเพียงแต่เขาอาศัยความสามารถในการคาดการณ์ของเนตรอสูรจึงพลิกกลับมาเอาชนะได้อย่างเฉียดฉิว

            หลังจากที่พลังกายและพลังวิญญาณถูกใช้ไปอย่างมหาศาลตามกฎการแข่งขัน เซี่ยเวยอันได้กินยาฟื้นฟูวิญญาณเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับมาแข็งแกร่งดังเดิม

            ใต้เวทีเซี่ยเหลียนแสดงสีหน้าผิดหวังและเสียใจ

            “ถ้าเซี่ยวซิงอวี่นั่นไม่ปรากฏตัวขึ้นมาพี่ชายฉันคงทำให้ค้างคาวกระดูกปีกอสูรพิการไปแล้ว!”

            สายตาของเซี่ยเหลียนจับจ้องไปที่เซี่ยวซิงอวี่พร้อมกับมีความเกลียดชังแฝงอยู่ในดวงตา

            “ถึงนายจะเป็นม้ามืดที่แข็งแกร่งที่สุดในการแข่งขันซูเปอร์โนวาปีนี้แต่เมื่อเจอกับพี่ชายฉัน นายก็คงทำได้แค่คุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาเท่านั้นแหละ!”

            ในสายตาของเซี่ยเหลียนเซี่ยเวยอันคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่

            “พี่สั่งสอนเขาให้หนักเลย!”

            เซี่ยเหลียนตะโกนเสียงดัง

            เซี่ยวซิงอวี่เหลือบมองเซี่ยเหลียนที่อยู่ใต้เวทีจากนั้นก็หันกลับไปสบตาเซี่ยเวยอันตรงหน้า

            ตามกฎการแข่งขัน ก่อนเริ่มการต่อสู้ทั้งสองฝ่ายจะต้องจับมือและทักทายกันกลางเวที เพื่อแสดงถึงมิตรภาพ

            เซี่ยวซิงอวี่และเซี่ยเวยอันเดินมากลางเวทีพร้อมกันและจับมือกัน

            ภายใต้เลนส์กล้อง สองหนุ่มหล่อทำให้สาวๆหลายคนกรีดร้องคลั่งไคล้

            ทั้งสองคนพูดด้วยเสียงเบา

            “เซี่ยวซิงอวี่ ถ้านายยอมแพ้เองสัตว์อสูรของนายก็จะไม่เจ็บตัวมากนัก ไม่อย่างนั้น...”

            เซี่ยเวยอันไม่ได้พูดจนจบแต่ในดวงตาของเนตรอสูรกลับมีประกายเย็นยะเยือก

            เซี่ยวซิงอวี่เปิดเนตรปีศาจแสงสีแดงฉานพุ่งทะลุวิญญาณของเซี่ยเวยอันในทันที!

            “สายตาน่ากลัวอะไรอย่างนี้!”

            เซี่ยเวยอันถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัวใบหน้าที่เคยสงบนิ่งกลับเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและประหลาดใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

            พลังอำนาจของเนตรปีศาจจะให้แค่เนตรอสูรมาเปรียบเทียบได้อย่างไร?

            เซี่ยวซิงอวี่ยิ้มอย่างมีเลศนัย

            “ฉันรู้ว่าน้องสาวนายกับมู่หรงซินซินมีเรื่องบาดหมางกัน”

            “โหดูเหมือนว่าพี่น้องตระกูลมู่หรงจะเล่าทุกอย่างให้นายฟังเลยนะดูท่าพวกนายคงสนิทกันมากสินะ~”

            “ฉันเห็นชัดเจนว่าเมื่อกี้นายคิดจะทำให้ค้างคาวกระดูกปีกอสูรพิการ”

            เซี่ยเวยอันยิ้มและพยักหน้าพร้อมโน้มตัวไปกระซิบข้างหูเซี่ยวซิงอวี่ด้วยริมฝีปากบางๆ

            “ใช่ฉันตั้งใจจะทำให้ค้างคาวกระดูกปีกอสูรพิการ แต่...”

            เซี่ยเวยอันหยุดชั่วครู่แล้วพูดด้วยน้ำเสียงท้าทายว่า “แล้วนายจะทำอะไรฉันได้ล่ะ?”

            เซี่ยวซิงอวี่ไม่รู้สึกโกรธแต่กลับพูดอย่างมีความหมายว่า “ฉันจะทำให้สัตว์อสูรของน้องสาวนายพิการ”

            “ฮ่าๆฉันเหมือนได้ยินเรื่องตลกที่สุดในโลกเลยนะเนี่ย”

            เซี่ยเวยอันยิ้มอยู่ครู่หนึ่งแล้วสายตาก็กลับมาเย็นชาอีกครั้ง “เซี่ยวซิงอวี่นายอย่าลืมนะว่าคู่ต่อสู้ของนายตอนนี้คือฉัน เว้นแต่นายจะโค่นฉันลงได้ไม่อย่างนั้นนายจะไม่มีทางแตะต้องน้องสาวฉันได้เลย”

            หากต้องการเผชิญหน้ากับเซี่ยเหลียนต้องโค่นเซี่ยเวยอันลงก่อน

            เซี่ยวซิงอวี่ไม่มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อยเขายิ้มอย่างสบายๆ และผ่อนคลาย

            “ต่อไปฉันจะทำให้น้องสาวนายได้เห็นกับตาว่าพี่ชายของเธอจะดูน่าสมเพชขนาดไหนบนเวที”

            “พูดจาโอ้อวดนักนะ”

            กรรมการเดินเข้ามาแยกทั้งสองคนออก

            ส่วนคำพูดที่รุนแรงที่ทั้งสองคนพูดใส่กันนั้นมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่รู้ ผู้ชมไม่ได้ยิน

            กรรมการประกาศว่า“การแข่งขันรอบที่สาม!”

            “สถาบันชิงหลง เซี่ยวซิงอวี่ VS สถาบันจูเชวี่ย เซี่ยเวยอัน!”

            “เริ่มการแข่งขัน!”

            กรรมการเป่านกหวีดเสียงการต่อสู้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการ

            “ยินดีต้อนรับพี่น้องทุกท่านที่รับชมการถ่ายทอดสดการแข่งขันครั้งนี้คือการแข่งขันซูเปอร์โนวารอบชิงชนะเลิศ รอบที่สาม!”

            “จนถึงตอนนี้พี่น้องตระกูลมู่หรงแห่งสถาบันชิงหลงได้พ่ายแพ้ติดต่อกัน สถานการณ์เข้าตาจน”

            “เซี่ยวซิงอวี่คือม้ามืดที่แข็งแกร่งที่สุดในปีนี้และยังเป็นความหวังสุดท้ายของสถาบันชิงหลง”

            “แม้ว่าความเป็นไปได้ที่จะพลิกกลับมาชนะสามคนติดดูไม่มากนักแต่เราก็ยังต้องให้กำลังใจเซี่ยวซิงอวี่!”

            บนอัฒจันทร์ผู้คนต่างถือว่าการต่อสู้ครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายพวกเขาแสดงความกระตือรือร้นอย่างเต็มที่ ตะโกนโห่ร้องอย่างบ้าคลั่งผลักดันบรรยากาศการแข่งขันให้ถึงจุดสูงสุด

            เซี่ยวซิงอวี่กระตุ้นพลังวิญญาณ

            “เฮยเฟิง ลุยเลย!”

            “โฮ่ง~”

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกกระโดดสูงพุ่งเข้าหาอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีคราม

            เป็นที่รู้กันดีว่าเพลิงนรกของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกสามารถเพิกเฉยต่อการป้องกันของศัตรูและสร้างความเสียหายที่แท้จริงให้กับศัตรูได้

            เซี่ยเวยอันไม่ประมาท ปล่อยพลังวิญญาณ

            อสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามสั่นสะเทือนหัวเสือดาวอ้าปากกว้าง เตรียมปล่อยกระแสวนโลหิต

            หลังจากการต่อสู้เมื่อครู่ผู้ชมทุกคนต่างรู้ดีว่ากระแสวนโลหิตสามารถดูดซับความเสียหายจากการโจมตีของศัตรูได้

            ฉัวะ~

            นี่คือเสียงเนื้อหนังถูกของมีคมบาด!

            เลือดสดๆ ซึมเปื้อนเวที

            พิธีกรตะโกนว่า“โอ้พระเจ้า! ไม่น่าเชื่อเลย! หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเร็วจริงๆปล่อยทักษะธาตุมืด กรงเล็บแห่งความเงียบงัน!”

            กรงเล็บแห่งความเงียบงันเป็นทักษะธาตุมืดที่ผู้ควบคุมสัตว์อสูรทุกคนต่างใฝ่ฝัน

            ทักษะนี้มีพลังโจมตีไม่สูงนักแต่มีผลลัพธ์ที่น่าทึ่งมาก

            ตราบใดที่ศัตรูถูกกรงเล็บแห่งความเงียบงันโจมตีศัตรูจะตกอยู่ในสภาวะถูกปิดผนึกเป็นเวลา 3 วินาที

            ภายใน 3 วินาทีนี้ศัตรูจะไม่สามารถปล่อยทักษะการต่อสู้ใดๆ ได้!

            ย้อนเวลากลับไปหนึ่งวินาทีก่อนหน้านี้

            ในขณะที่อสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามกำลังจะปล่อยกระแสวนโลหิตกรงเล็บแห่งความเงียบงันของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกก็ฉีกกระชากใบหน้าของมัน!

            กรงเล็บแห่งความเงียบงันโจมตีโดนเป้าหมายทำให้อสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามตกอยู่ในสภาวะถูกปิดผนึกเป็นเวลา 3วินาที

            “เฮยเฟิง พันธนาการเพลิงนรก!”

            “บรู้ว!”

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกคำรามอย่างดุร้ายโซ่เพลิงนรกที่พันรอบตัวมันถูกปล่อยออกทันทีพันธนาการร่างของอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีคราม

            รวดเร็วราวกับฟ้าแลบ!

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกพุ่งเข้าหาขาทั้งสี่ตรึงอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามไว้ แล้วกระโดดขึ้นไปบนฟ้าอย่างแรง!

            สายตาของผู้ชมทุกคนต้องแหงนมองท้องฟ้า

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกมีพลังกระโดดที่น่าสะพรึงกลัวมันอุ้มอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีคราม ขึ้นไปบนอากาศเหนือสนามกีฬา สูงจากเวทีอย่างน้อย 30เมตร!

            วินาทีต่อมาเปลวเพลิงเพลิงนรกก็ลุกโชนบนร่างของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกมันอุ้มอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีคราม แล้วดิ่งพสุธาลงมาอย่างบ้าคลั่ง!

            ในสายตาของผู้ชมท้องฟ้าก็เหมือนมีอุกกาบาตเพลิงดิ่งลงมา กระแสลมรอบๆ ส่งเสียงหวีดหวิวอากาศบิดเบี้ยวผิดรูปไปหมด!

            ตูม~

            ลูกไฟสีดำขนาดมหึมาพุ่งชนกลางเวทีก่อให้เกิดคลื่นไฟสูงหลายชั้น และมีเห็ดเพลิงขนาดใหญ่ผุดขึ้นมา

            เมื่อควันไฟจางลงอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามก็ล้มตะแคงอยู่บนพื้น ผิวหนังถูกเผาไหม้เป็นบริเวณกว้างใบหน้าของหัวเสือดาวเละเทะจนจำไม่ได้...

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกยืนนิ่งอยู่ข้างเซี่ยวซิงอวี่ดวงตาที่ดุดันแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งและเหยียดหยามแบบที่ราชันหมาป่าเท่านั้นจะแสดงออกมาได้

            ผู้ชมเงียบไปสามวินาทีจากนั้นก็ส่งเสียงเชียร์ดังกึกก้อง

            พิธีกรยิ่งตื่นเต้นมากขึ้นถือไมโครโฟนกรีดร้อง

            “นี่คือการปะทะกันในรอบแรกเซี่ยวซิงอวี่ออกตัวได้ดีกว่า และเป็นฝ่ายได้เปรียบ!”

            “เพลิงนรกสามารถสร้างความเสียหายที่แท้จริงได้ซึ่งสามารถเพิกเฉยต่อโล่ป้องกันของอสูรเปลวเพลิงทมิฬสีครามได้!”

            “ผลของกรงเล็บแห่งความเงียบงันสามารถขัดขวางการปล่อยกระแสวนโลหิตได้!”

            “ทุกคนโปรดจดจำชื่อของเด็กหนุ่มคนนี้ให้ขึ้นใจเขาคือม้ามืดที่แข็งแกร่งที่สุดของการแข่งขันปีนี้...”

            พิธีกรพูดเน้นทีละคำ:“เซี่ยว! ซิง! อวี่!”

            บนอัฒจันทร์การถกเถียงก็เริ่มขึ้นอย่างดุเดือด

            “ไอ้หนุ่มนี่แม่งเจ๋งว่ะเริ่มต้นการต่อสู้กับเซี่ยเวยอันก็เป็นฝ่ายได้เปรียบเลย!”

            “กรงเล็บแห่งความเงียบงันของหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกนี่มันโกงชัดๆ!”

            “ถ้าเซี่ยวซิงอวี่สามารถเอาชนะเซี่ยเวยอันได้จริงๆก็ไม่ต่างอะไรกับการสร้างตำนานเลยนะ?”

            “ไม่ต้องสงสัยเลยไอ้หนุ่มนี่กลายเป็นตำนานไปแล้ว!”

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน