2
กระบองเพชรจ๋า ข้าขอโทษ
กำแพงตำหนักชินอ๋องฝั่งตะวันตก
ซู่ซู่ถูกทหารลากตัวไปทิ้งไว้ให้ทำงานร่วมกับเชลยจากชนเผ่าต่างๆที่ถูกเกณฑ์ตัวมาใช้แรงงานสร้างกำแพง พร้อมกับยืนคุมอยู่ไม่ไกล
ฝ่ามือเรียวที่ั้แ่เกิดมาไม่ได้จับต้องอะไรพรรค์นี้ค่อยๆยกอิฐก้อนใหญ่ไปวางไว้บนกำแพงทีละก้อนๆท่ามกลางแสงแดดอันแสนร้อนระอุที่สาดส่องลงมา ทำให้เหงื่อเม็ดเล็กๆเริ่มซึมออกมาตามใบหน้าหวาน
กระนั้นนางก็ไม่ได้แสดงท่าทีฮึดฮัดใดๆออกมา ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปอย่างเงียบๆ
เื่แค่นี้ทำไมนางจะทำไม่ได้!? ชินอ๋องนั่นอยากจะเห็นนางโวยวายร้องเต้นผางๆล่ะสิ
แต่ฝันไปเถอะ...
แรงบันดาลใจอะไรทำให้นางยกอิฐนี่ขึ้นน่ะหรือ!?
หึ! มันจะไปยากอะไรคิดว่ากำลังเอาอิฐนี่วางแหมะลงไปบนหัวฉินซิ่นซื่อคนโง่งมนั่นก็จบอีกอย่างแม้จะถูกเลี้ยงในวังหลวงแบบไข่ในหินใช่ว่าต้องเติบโตมาเป็คนอ่อนแอเสียหน่อย!
ความอ่อนแอมีไว้ใช้กับท่านพี่ชงเฉินคนเดียวก็พอแล้วที่เขาเรียกกันว่ามารยาหญิงยังไงล่ะ!!
ขณะเดียวกันร่างบางก็สอดส่ายสายตามองไปรอบๆตัวเผื่อว่าจะเจอทางหนีทีไล่
ทว่ามองไปทางไหนก็เจอแต่ทะเลทรายสีเหลืองที่กว้างสุดลูกหูลูกตาและมีเพียงต้นไม้ประหลาดสีเขียวเข้มที่มีหนามแหลมๆทั่วลำต้นขึ้นอยู่ประปราย
ถ้าจำมิผิดพวกมันน่าจะเรียกว่ากระบองเพชรกระมัง…
แต่ก็ไม่มีอะไรที่พอจะบ่งบอกได้เลยว่าทิศไหนเป็ทิศไหน...
อืม...เห็นทีคงต้องรอยามกลางคืนจะได้จับทิศเอาจากดวงดาว
แต่ความคิดอันบรรเจิดของซู่ซู่เป็อันต้องมลายหายไปเมื่อนึกได้ว่าตอนนี้อยู่ส่วนไหนของทะเลทรายอะไรก็ยังไม่รู้เลย...
ดูดาวไปก็ไม่มีประโยชน์!
นอกเสียจากต้องเข้าไปขโมยแผนที่จากตำหนักของชินอ๋อง…หมายถึงตำหนักที่เป็เรือนนอนน่ะซึ่งทำไม่ได้ในเร็วๆ นี้แน่นอน
คงต้องอดทนใช้ชีวิตแบบนี้ไปสักพักซู่ซู่คิดพลางได้แต่หวังอยู่ลึกๆ ในใจว่าฉินชงเฉินจะรู้และส่งคนมาช่วยนางโดยเร็วหลังจากเวลาผ่านไปจนกระทั่งเงาของดวงตะวันทอดอยู่เหนือศีรษะก็ได้ยินเสียงทหารที่ยืนคุมอยู่เอ่ยว่า
“พักได้!!” เหล่าเชลยต่างพากันยิ้มออกมาด้วยความดีใจ ก่อนจะเดินไปต่อแถวกันอย่างเป็ระเบียบเพื่อรอรับอาหารกับน้ำด้วยความสงบไร้ซึ่งการพูดคุยใดๆ ทั้งสิ้น
ทว่าซู่ซู่ที่กำลังจะเดินไปเข้าแถวด้วยกลับถูกจับแยกออกมาก่อนที่ทหารอีกนายจะเอาจานที่มีแต่เศษอาหารมายื่นให้นาง
“นี่คืออาหารของเ้า”
เศษข้าวแห้งๆกับผักเละๆ และเนื้อสัตว์เหี่ยวๆ
มารดามันเถอะ...นี่หรือคืออาหาร...
"ข้าทำงานเท่ากับคนอื่นก็ต้องได้กินเหมือนคนอื่นสิ!" ซู่ซู่แย้งด้วยความไม่พอใจพลางปรายตามองไปยังเหล่าแรงงานที่นั่งกินข้าวแดงแข็งๆ กับอะไรสักอย่างที่นางไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยท่าทางเอร็ดอร่อย
นี่มันไม่ยุติธรรม!
เชลยพวกนั้นยังได้กินข้าวแต่ข้ากลับได้สิ่งที่ดูแย่เกินกว่าจะเป็อาหารสัตว์ด้วยซ้ำ!!
“นี่เป็คำสั่งของท่านแม่ทัพ!”ทหารนายนั้นกล่าว แม้ลึกๆ จะรู้สึกเห็นใจสตรีตรงหน้าไม่น้อย
"ข้าไม่กิน!" ซู่ซู่พูดพลางปัดจานทิ้งแล้วเดินกลับไปก่อกำแพงต่ออย่างไม่ยี่หระแม้รู้ว่าต้องทนหิวจนท้องกิ่วก็ตาม โดยมีเหล่าเชลยมองตามตาปริบๆซึ่งคนที่เอาเศษอาหารมาให้ก็ไม่ได้ว่ากระไร นอกจากไปรายงานท่านอ๋อง...
ให้มันรู้ไปสิ! ว่าคนอย่างท่านหญิงซู่ซู่ไม่ใช่พวกที่จะมายอมอะไรง่ายๆยิ่งกับคนโง่งมเช่นชินอ๋อง ไม่มีวัน!
หมับ! สักพักก็มีทหารสองนายเข้ามาจับแขนของนางแล้วเตรียมจะลากไปที่อื่น
“จะพาข้าไปไหนอีก!?”
“ท่านแม่ทัพมีคำสั่งให้นำตัวเ้าไปตักน้ำมาใส่ถังรวม” หนึ่งในนั้นทวนคำสั่งของฉินซิ่นซื่อให้ซู่ซู่ฟัง พร้อมกับยัดถังไม้ใบเล็กๆใส่มือของนาง
ตักน้ำก็ดีข้าจะได้รู้ว่ามีแหล่งน้ำอยู่ตรงไหน
ก่อนที่พวกมันจะพาตัวนางเดินฝ่าแสงแดดกับผืนทรายแสนร้อนระอุทั้งยังขรุขระไปที่ไหนสักแห่ง ซู่ซู่จึงแอบเหลียวหลังไปมองตำหนักของชินอ๋องก็พบว่ามีอาณาบริเวณกว้างใหญ่กว่าที่คิด เช่นนั้นต้องค่อยๆสืบแล้วล่ะว่าส่วนไหนมีไว้ทำอะไร
เมื่อมาถึงแอ่งน้ำใหญ่กลางทะเลทรายที่มีต้นมะพร้าวขึ้นอยู่รอบๆทว่าไม่มีลูกสักต้น! ทหารทั้งสองนายก็พยักพเยิดให้ซู่ซู่เดินไปตักน้ำตรงนั้น
จังหวะที่ก้มลงตักน้ำซู่ซู่ก็ใช้มือวักน้ำใสๆ ขึ้นมาชำระใบหน้าตนเองเพื่อคลายร้อนและดื่มดับกระหายก่อนจะตักน้ำใส่ถังไม้เล็กๆเพื่อเอาไปเทใส่ถังใหญ่สามใบที่เป็ถังรวมสำหรับใช้ในตำหนัก
…หลังจากเทียวไปเทียวมาตามเส้นทางเดิมอยู่หลายสิบรอบโดยที่แม้จะเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด มือก็แตก ซ้ำยังถูกรองเท้ากัดจนเป็แผลแต่ซู่ซู่นั้นก็เลือกที่จะข่มอารมณ์ไว้ จึงไม่ปริปากบ่นสักคำ กระทั่งเมื่อเวลาผ่านไปเกือบสองชั่วยามซู่ซู่ก็ตักน้ำจากถังใบเล็กมาใส่ถังใบใหญ่จนเต็มทุกใบ
ยังไม่ทันจะได้พักหายใจนางกลับโดนลากไปที่อื่นอีกแล้ว!
อ๋องบ้านั่นจะไม่ยอมให้ข้าพักเลยหรืออย่างไร!?
“จะต้องไปไหนอีก?”
“โรงซักผ้า”
เข้าใจคิดวิธีลงโทษดีนี่นา...มือของข้าที่เต็มไปด้วยรอยแตกของิัเช่นนี้ยามถูกกับน้ำซักผ้านั่นก็คงแสบสันไม่น้อย
“จริงๆ แล้ว ใกล้ๆค่ายใหญ่ก็มีแม่น้ำนะ...”
“นั่นสิ...มิเข้าใจว่าเหตุใดต้องให้คุมตัวนางไปตักกลางทะเลทรายด้วย...”
เสียงทหารสองนายซุบซิบกันขณะพานางไปโรงซักผ้าสำหรับพวกเขาตำหนักอ๋องก็คือค่ายใหญ่ แต่นั่นก็ดังพอที่จะให้ซู่ซู่ได้ยิน
ฝากไว้ก่อนเถิด!!!ฉินซิ่นซื่อ!!
งานที่โรงซักผ้าไม่ได้ถือว่าหนักหนาสาหัสอะไรมากนอกจากความแสบที่ซู่ซู่เตรียมใจไว้แล้วว่าต้องพบเจอกับมันจะมีก็แต่กลิ่นเหงื่อที่ติดมากับชุดของเหล่าทหารเท่านั้น ซึ่งกลิ่นของพวกมันเกินบรรยายจริงๆ
แต่นางก็ไม่ได้ว่ากระไรนั่งซักผ้าเพียงลำพังอย่างสบายอารมณ์ เพราะอย่างน้อยโรงซักผ้าก็เป็ที่ร่มมีเก้าอี้ให้พักก้น
พลันสายตาของนางได้เหลือบไปเห็นแปรงขนอันเล็กๆที่มีด้ามจับเป็ไม้ ซึ่งเอาไว้ขัดเสื้อผ้าวางอยู่ใกล้ๆ จึงแอบหยิบมาใส่ในอกเสื้อของตนด้วยหวังจะนำมันไปใช้ทำอะไรบางอย่าง
สักพักก็มีทหารนำเศษอาหารแบบเดิมมายื่นให้
“นี่คือข้าวเย็นของเ้า!”
“ข้าไม่กิน!!”
ซู่ซู่ยังคงยืนกรานปฏิเสธที่จะยอมกินมันถึงจะรู้สึกหิวมากก็ตาม...ซ้ำยังเอ่ยทิ้งท้ายอย่างชัดถ้อยชัดคำ
“ไปบอกท่านอ๋องของพวกเ้าด้วยว่าถ้ายังจะทรงพระเมตตากรุณาประทานเศษขยะพรรค์นี้มาให้ข้าอีกล่ะก็...ไม่ต้องให้ทหารลำบากเอามาหรอก เพราะ...ข้า! ไม่! กิน!”
หลังจากทหารผู้นั้นจากไปร่างบางจึงหันกลับมาสนใจกับงานตรงหน้าต่อ แม้ภายนอกนางจะดูนิ่งสงบทว่าภายในกลับเต็มไปด้วยโทสะที่อัดอั้นไว้ แต่ก็ต้องอดทนไม่แสดงมันออกมา
ฟึ่บๆๆๆซู่ซู่ออกแรงขยี้ผ้าด้วยความโมโหโดยคิดว่าเป็ใบหน้าของชินอ๋อง
ไอ้ชินอ๋องไอ้ฉินซิ่นซื่อผู้โง่งมและสมควรตาย เ้ากล้าดีอย่างไรมาทำกับข้าเช่นนี้
ไอ้คนป่าเถื่อน…ตายเสียเถิด!!!!
จนไม่กี่อึดใจผ้าก็กลับมาสะอาดท่ามกลางความตกตะลึงของทหารที่นั่งเฝ้า กระทั่งเมื่อพระอาทิตย์ลาลับขอบฟ้าอาภรณ์ทั้งหมดก็ถูกซักและตากเรียบร้อย ด้วยฝีมือของท่านหญิงซู่ซู่ที่ดูเหมือนคนทำอะไรไม่เป็
แต่งานของนางยังไม่หมดแค่นั้นแทนที่จะได้นอนพักก็ยังถูกลากมาคอกม้าที่มีอาชาพันธุ์ดีสีน้ำตาลของชินอ๋องอยู่ในนั้นสามตัว
แม้แต่งานยิบย่อยพวกนี้ก็...
จำไว้เลยนะชินอ๋อง!
ทุกอย่างที่ท่านกับข้า...ข้าจดไว้ในหัวหมดแล้ว!!
เมื่อถึงเวลาข้าจะตอบแทนท่านอย่างสาสมแน่นอน!!
ซู่ซู่คิดด้วยความหมั่นไส้และรำคาญ
“เอาหญ้าใส่ในรางให้หมด” ทหารในเครื่องแบบสีกากีกล่าวตามที่ชินอ๋องสั่งซึ่งซู่ซู่ก็ทำตามอย่างว่าง่ายพร้อมกับเกิดความคิดขึ้นมาว่าหากนางสามารถผูกมิตรกับอาชาของอ๋องหน้าโง่ผู้นี้ได้คงดีไม่น้อยจะได้ใช้ประโยชน์จากพวกมันได้...
“ฮี้~~” ซู่ซู่พยายามเลียนแบบเสียงม้าทำให้ทหารสองนายที่ยืนคุมอยู่หลุดขำออกมา ส่วนเหล่าม้าหาได้สนใจนางไม่ทำให้ซู่ซู่ออกอาการเซ็งเล็กน้อย...
หลังจากให้หญ้าม้าเสร็จนางก็ถูกลากมายังคอกม้าข้างๆ ที่ยังว่างอยู่และมีเศษฟางอยู่ในนั้นเต็มไปหมด ก่อนที่ทหารคนเดิมจะเอ่ยว่า
“นี่คือที่นอนของเ้า!”
จากนั้นมันกับเพื่อนอีกคนก็พากันนั่งเฝ้าอยู่หน้าคอกซู่ซู่จึงแสร้งทำเป็ว่าหลับแล้ว ทั้งที่มีแผนอยู่ในใจว่าจะไปทำสิ่งใด
ในเมื่อยังไม่มีอาหารตกถึงท้อง...นางก็ยังนอนไม่ได้!!!!
ตกดึกคืนนั้นซู่ซู่ได้แอบลุกขึ้นมาพลางกวาดตามองไปรอบๆ ตัว เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดอยู่แล้วนอกจากอาชาสามตัวที่กำลังหลับอยู่ ร่างบางจึงค่อยๆย่องออกจากคอกม้าท่ามกลางอากาศหนาวเย็นของทะเลทรายที่ผิดกับตอนกลางวันซึ่งร้อนจนแทบจะย่างสดคนทั้งเป็!!
อาภรณ์ยาวที่สวมใส่อยู่ถูกกระชับให้แน่นขึ้นก่อนที่นางจะเดินออกไปนอกเขตตำหนักของชินอ๋องอย่างรวดเร็วพร้อมกับถือหินแหลมคมก้อนหนึ่งที่เจอปะปนอยู่กับเศษฟางติดมือไปด้วย
เพราะเริ่มจะชินกับโซ่ตรวนที่ถูกสวมอยู่ทุกย่างก้าวของนางจึงไม่มีปัญหา อย่างที่บอกว่าถึงจะถูกเลี้ยงดูทะนุถนอมใช่ว่าจะต้องเติบโตมาเป็คนเปราะบาง ปรับตัวยากเสียหน่อย!
แม้จะถูกทหารที่กำลังลาดตระเวนเห็นแต่ก็ไม่มีผู้ใดเข้ามายุ่งกับนางเพราะเป็คำสั่งของท่านแม่ทัพที่บอกให้ทำเพียงจับตาดูนักโทษผู้นี้เอาไว้ซู่ซู่จึงเดินออกไปได้อย่างสบายใจก่อนจะตรงไปหาต้นไม้หน้าตาประหลาดสีเขียวที่มีหนามแหลมเต็มไปหมดหรือกระบองเพชรซึ่งนางได้หมายตาเอาไว้ั้แ่คราแรก
เมื่อซู่ซู่เข้าไปดูใกล้ๆก็พบว่าหนามนั้นก็ไม่ได้ยาวและแข็งอะไรมากมาย ทั้งลำต้นเขียวแก่ของมันก็ดูอวบทั้งยังฉ่ำน้ำน่าจะเอามาเป็อาหารประทังชีวิตได้
ฟึ่บๆๆแปรงที่ร่างบางลงทุนขโมยออกมาจากโรงซักผ้าถูกนำมาขัดลงไปที่ลำต้นของกระบองเพชรเพื่อลดทอนความคมของหนาม
ก่อนที่นางจะดึงแขนเสื้อขึ้นมาปิดฝ่ามือเรียวเพื่อช่วยบรรเทาความเ็ปจากการที่ถูกหนามตำแล้วคว้าไปยังกิ่งของต้นกระบองเพชรที่ยื่นออกมาพร้อมกับออกแรงหักเต็มที่
แต่มันช่างแข็งเหลือเกิน...
ปึก!หลังจากออกแรงโยกไปมาหลายสิบที ในที่สุดก็หักออกมาได้
“เฮ้อ...” ซู่ซู่ถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความเหนื่อย แล้วทรุดตัวนั่งบนพื้นทราย พร้อมกับตั้งก้อนกิ่งอวบๆ ลงที่พื้นพลางพยายามเพ่งดูหน้าตาของมันท่ามกลางแสงจันทร์ก็เห็นว่าตรงใจกลางนั้นมีลักษณะเป็สีเขียวอ่อนๆและดูเหมือนเนื้อแตงกวา แสดงว่าต้องกินได้แน่นอน!
จากนั้นจึงควักหินที่เตรียมไว้ออกมากรีดใส่เปลือกหนาๆของมัน
"เหนียวชะมัด"ร่างบางบ่นอุบอิบ ก่อนจะใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีกดปลายหินลงไปอีกในที่สุดเปลือกหนาก็เริ่มแยกออกจากกันเล็กน้อย
เพราะความโมโหหิว ซู่ซู่จึงโยนหินในมือทิ้งแล้วใช้สองมือจับเปลือกไม้แล้วฉีกพวกมันให้แยกออกจากกันโดยไม่สนใจหนามเล็กๆที่ทิ่มแทงเข้าไปในนิ้วและฝ่ามือของนางแม้แต่น้อยด้วยวันนี้มือของนางผ่านทั้งความเจ็บความแสบมาจนทำให้ตอนนี้เหลือเพียงความด้านชาเลยไม่รู้สึกเ็ปอันใด ตรงข้ามกับิัที่แตกและตอนนี้มีเืไหลออกมาซิบๆ
เมื่อแหกเปลือกกระบองเพชรออกจากกันได้แล้วนางก็ยกก้อนเนื้อสีเขียวเนียนฉ่ำน้ำขึ้นมากัดกินด้วยความกระหาย...
ัักรุบกรอบจากเนื้อฉ่ำน้ำและรสชาติจืดชืดเหมือนแตงกวาปนกับกลิ่นคาวปะแล่มๆ จากของเหลวสีแดงที่ไหลออกมาจากมือของนางทำให้ซู่ซู่รู้สึกว่า
อืม...ก็ไม่เลว...
กระบองเพชรเคลือบเืก็อร่อยดี...
อย่างน้อยตอนนี้นางก็มีทางเลือกมากกว่าการที่จะต้องอดอยากเพราะไม่ยอมกินเศษอาหารบ้านั่นแล้ว!!
พอกินเนื้อกระบองเพชรที่อยู่ตรงหน้าหมดร่างบางก็รวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลือหักกิ่งต้นกระบองเพชรที่เหลือออกมาแล้วลงมือปอกเปลือกก่อนจะซุกเนื้อไว้ในอกเสื้อเพื่อใช้เป็เสบียงสำหรับวันอื่นๆด้วยความเพลิดเพลิน
ทว่าในขณะเดียวกัน…
ปัง!
"ไอ้พวกต้นกระบองเพชรนั่นมีอะไรดี!?"ฉินซิ่นซื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็าพลางตบโต๊ะเสียงดังด้วยความโมโห
วันนี้พอได้รับรายงานจากฉางกงทหารคนสนิทว่านางอวดดีไม่ยอมกินอาหารที่เขาจัดไว้ให้ แล้วยังทำงานต่อได้ตามปกติโดยที่ไม่บ่นหรือแสดงสีหน้าใดๆออกมา มีเพียงความเรียบเฉย ฉินซิ่นซื่อก็โมโหแล้วที่ทุกอย่างผิดแผนไปหมดด้วยเขาคิดว่านางจะต้องโวยวายดิ้นทุรนทุรายสุดท้ายต้องบากหน้ามาขอร้องเขาไม่ก็น้ำตาไหลออกมาอย่างท้อแท้แต่นี่แค่บอกว่าไม่กินแล้วยังไปทำนั่นทำนี่ได้ตามปกติราวกับว่าไม่รู้สึกอะไร...
ตกตอนกลางคืนเขาจึงปล่อยให้นางเดินออกไปไหนมาไหนได้ตามใจชอบ เพราะนึกว่าซู่ซู่จะไปร้องขออาหารที่โรงครัวแต่ที่ไหนได้...กลับได้รับรายงานจากทหารว่านักโทษของเขาไปดันทุรังแกะกระบองเพชรกินอยู่นอกกำแพงตำหนักจนตอนนี้เืไหลเต็มมือไปหมด!!
นั่นทำให้โทสะที่มียิ่งพลุ่งพล่านมากขึ้นกว่าเดิม!!!!
สตรีผู้นี้บ้าไปแล้ว!!
“อวดดียิ่ง...นางคิดจะเล่นาประสาทกับข้างั้นหรือ!?”ร่างสูงยังคงพูดด้วยน้ำเสียงเ็า ก่อนจะออกคำสั่งว่า
“ทหาร!!! เอาตัวนักโทษกลับไปขังที่คอกม้าแล้วตัดต้นกระบองเพชรแถวนี้ทิ้งให้หมด!! เผาด้วยอย่าให้เหลือแม้แต่ซาก!!!”
“ขอรับ!” ทหารที่มารายงานรับคำแล้วรีบออกไปทิ้งให้ท่านแม่ทัพของตนนั่งครุ่นคิดอยู่คนเดียว
แค่ยอมลดตัวกินๆของพวกนั้นเข้าไปมันจะอะไรนักหนา หรือว่าวิธีลงโทษของข้ายังเบาเกินไป...
เช่นนั้นอีกไม่นานเ้าก็จะได้รู้ ว่าคนอย่างข้าทำอะไรได้มากกว่าที่เ้าคิด!
ไม่กี่อึดใจต่อมา ซู่ซู่ที่กำลังสนุกสนานกับการปอกกระบองเพชรก็ถูกลากกลับไปขังในคอกม้าพร้อมกับมองดูแหล่งอาหารของนางถูกตัดและใช้คบเพลิงเผาทิ้งต่อหน้าต่อตาด้วยสีหน้าเรียบเฉย...
ทั้งที่ในใจกรีดร้องจะเป็จะตายจนอยากร้องไห้หลั่งน้ำตาออกมาให้รู้แล้วรู้รอด
มารดามันเถอะ!! แม้แต่กระบองเพชรท่านก็ยังทำกับมันได้ลงคอ!!
ข้าขอสาปแช่งให้ห้องนอนท่านโดนไฟเผาแล้วตัวท่านโดนไฟคลอก!!
จะได้รู้ว่าความรู้สึกตอนถูกเผาเป็อย่างไร!!
ฮือ...กระบองเพชรจ๋า ข้าขอโทษพวกเ้าไม่น่าต้องมาเดือดร้อนเพราะข้าเลย