หมื่นโอสถกลืนสวรรค์

    บทที่ 28 ถนนด้านหลังของเมือง

    บทที่ 28 ถนนด้านหลังของเมือง หลินซานเดินอยู่บนถนนที่เงียบงันท่ามกลางถนนเส้นหลังของเมืองหลอมนภาบริเวณนี้แทบจะไร้ซึ่งผู้คน มีเพียงแค่แสงไฟริบหรี่ที่ประดับอยู่ตามทางบางส่วนเท่านั้น เมืองหลอมนภาแห่งนี้บริเวณด้านหลังของเมืองมันก็มีส่วนที่เรียกว่าเป็นเขตอันตรายอยู่ โดยสิ่งที่เรียกว่าเขตอันตรายมันก็อันตรายเฉพาะเพียงแค่ในตอนยามราตรีเท่านั้นเพราะว่าย่านย่านนั้นผู้คนภายในเมืองหน้าต่างล่วงรู้อยู่แล้วว่าจะมีเหล่าพวกโจรที่มักจะชอบดักปล้นผู้คนออกอาละวาดอยู่ โดยเหล่ามือปราบของเมืองหลอมนภาก็ไม่สามารถจับตัวมันได้และไม่สามารถทำอันใดได้คนทั่วไปก็มองว่ามันเป็นโจรธรรมดาแต่สำหรับหลินซานที่เขาเกิดและเติบโตภายในตระกูลหลิน เขารู้ดีที่สุดว่าเหล่าโจรพวกนั้นที่มันคอยดักปล้นผู้คนมันไม่ใช่โจรธรรมดาไม่เช่นนั้นเหล่ามือปราบก็คงจะเล่นงานพวกมันไปแล้วแต่ว่าเหล่าโจรพวกนั้นมันเป็นคนของตระกูลเกา ตระกูลเกามันไม่ใช่ตระกูลที่ดีมากมายอันใดนักเบื้องหน้าก็เป็นขุนนางผู้จงรักภักดีแก่ราชวงศ์แต่ตัวตนที่แท้จริงของพวกมันไม่ใช่ พวกตระกูลเกามันทำกิจการผิดกฎหมายมากมายทั้งการค้าขายของเถื่อนทางการลักลอบปล้นชิงโอสถจากร้านยาหลายๆร้านและนำไปขายที่อื่นๆเพื่อนำเงินหมุนเวียนกลับมาที่ตระกูลของมัน แต่ว่าเรื่องราวนี้ก็ถูกปิดเอาไว้โดยที่ไม่ให้คนของเชื้อพระวงศ์ล่วงรู้เลยแม้แต่คนเดียวการที่จะสามารถปิดข่าวทุกอย่างได้หมดเช่นนี้มันก็เป็นเพราะว่าอำนาจของตระกูลเกาเท่านั้นถึงจะสามารถทำได้ ผู้นำตระกูลคนปัจจุบันเป็นถึงแม่ทัพใหญ่แห่งเมืองหลอมนภามีผู้ใดหรือจะกล้าทั้งความเก่งกาจในด้านกลยุทธ์ทั้งอำนาจและความดีที่สร้างให้แก่จักรวรรดิหลอมนภามาด้วยเพียงแค่นี้ก็ทำให้ผู้คนนั้นเกรงกลัวและก็ไม่กล้าเปิดปากแล้วถ้าขุนนางชั้นผู้น้อยไปทูลเรื่องนี้ต่อหน้าของจักรพรรดิ ถ้าเมื่อลองเปรียบเทียบน้ำหนักของการพูดคุยดูแล้วจักรพรรดิของจักรวรรดิหลอมนภาก็คงจะเชื่อแม่ทัพใหญ่ที่เป็นทหารคู่จักรวรรดิมาหลายสิบปีมากกว่าขุนนางชั้นผู้น้อยอย่างแน่นอน เพราะว่าเป็นแบบนี้เลยไม่มีผู้ใดกล้าเปิดปากแล้วพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยสักคน เพราะว่าพวกมันก็ต่างเกรงกลัวความผิดและเกรงกลัวอำนาจของตระกูลเกาที่ตอนนี้มีใหญ่โตคับเมืองหลอมนภาแห่งนี้ ถ้าขุนนางชั้นล่างที่รักความซื่อสัตย์อยากจะต่อกรกับพวกมันมีซัก 10 ชีวิตก็คงจะไม่พอ อย่างไรภายในยุคสมัยนี้อำนาจและเงินทองก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สูงส่งและนี่เองก็เป็นอีกการกระทำหนึ่งของพวกมันที่พวกมันมักจะกระทำเพื่อหมุนเวียนเงินของพวกมันเข้าพวกมันเอง การดักปล้นผู้คนเมืองหลอมนภาเป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีบุคคลภายนอกนั้นเดินเข้าออกอยู่ตลอดเวลาแน่นอนว่าย่อมมีเหล่าเศรษฐีจากเมืองต่างๆเดินทางมาอยู่แล้วถ้าดักปล้นก็คงจะได้ซักหลายร้อยตำลึง ในการกระทำของเขาในครั้งนี้เขาไม่ได้ทำตัวเป็นวีรบุรุษเพื่อที่จะขจัดโจรชั่วแต่ว่าเขาทำเพื่อจุดประสงค์ของตนเองทั้งนั้น หลินซานต้องการแก้แค้นแล้วนี่เองก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้ตัวเขาจะสามารถแก้แค้นคนตระกูลเกาได้ บนถนนอันเงียบงันด้านหลังของเมืองหลอมนภา ตอนนี้บนถนนเส้นนี้ไร้ซึ่งผู้คนไม่ว่ามองจากมุมไหนก็ไม่มีแม้แต่เงาผู้คนที่อยู่ในบริเวณนี้เลยร่างของหลินซานปกปิดตัวตนด้วยผ้าคลุมผืนเก่าๆได้ค่อยๆเดินผ่านถนนเส้นนั้น ปัก!!! ปัก!!! ปัก!!! ปลายของไม้เท้าทั้งสองข้างลงสัมผัสไปกับพื้นพร้อมกับเดินไปบริเวณด้านหน้า หลินซานเดินผ่านถนนที่เงียบงานมาสักพักตอนนี้บรรยากาศรอบข้างของเขามันเริ่มเปลี่ยนไปแล้วเสียงบางอย่างดังขึ้นมาอย่างแผ่วเบาจากภายในความมืดประสาทสัมผัสการรับรู้ของเขาที่มันดีกว่าคนปกติทั่วไปมีหรือว่าจะไม่สามารถล่วงรู้ได้ ทั้งเสียงฝีเท้าทั้งเสียงลมหายใจทั้งเสียงกระซิบกระซาบที่มันเบาราวกับว่าแทบจะไร้ซึ่งเสียง แต่เขาก็ยังสามารถจับสัมผัสมันได้มันเป็นเพราะว่าสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความเงียบด้วยเขาเลยมีสมาธิและทำให้ขอบเขตการรับรู้ของเขามันเพิ่มพูนมากขึ้นตึก!!! ตึก!!!! เสียงฝีเท้าดังขึ้นมาด้านหน้าร่างของชายที่มีร่างกายสูงใหญ่ย่างกายเข้ามาขวางหน้าของหลินซานเอาไว้ มันเป็นบุรุษวัยฉกรรจ์ที่มีร่างกายกำยำสูงใหญ่มองความสูงแล้วน่าจะอยู่สักประมาณ 8 ฉื่อ (184เซ็นติเมตร)ด้วยความสูงระดับนี้มันสูงกว่าหลินซานประมาณนึง โดยตัวของหลินซานก็ได้หยุดนิ่งเขาใช้ดวงตาของตัวเองมองขึ้นไปบริเวณใบหน้าของมัน ชายผู้นี้เป็นชายฉกรรจ์ร่างกายสูงใหญ่กำยำทั่วทั้งร่างกายของมันมีมัดกล้ามประดับอยู่อย่างประปรายใบหน้าเหี้ยมเกรียมและดูเหี้ยมโหดเป็นอย่างมาก ดวงตาของมาแสดงความไม่เป็นมิตรออกมาอย่างชัดเจนพร้อมกับใช้ดวงตาที่แสนจะเต็มไปด้วยจิตสังหารคู่นั้นจ้องมองลงมาที่เขา หลินซานสงบนิ่งตัวของเขาใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองมันกลับไปเช่นเดียวกันตอนนี้แม้ว่ามีคู่ต่อสู้ร่างกายใหญ่โตมาอยู่ตรงหน้าของเขาแต่เขากลับไม่สะทกสะท้านเลยสักนิด ตึก!! ตึก!! ตึก!! ตึก!! ตึก!! เสียงฝีเท้าอีกมากมายดังขึ้นอย่างเป็นระยะร่างของกลุ่มคนจำนวนหนึ่งได้เดินออกมาจากมุมมืดต่างๆภายในสถานที่แห่งนี้หลินซานกวาดสายตาอันเย็นชาของตนเองจ้องมองไปที่พวกมัน พวกมันปรากฏกายออกมาแล้วล้อมตัวของเขาเอาไว้ทางด้านซ้ายและขวารวมไปถึงด้านหลังด้วย กลุ่มคนพวกนี้ส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นชายฉกรรจ์ที่มีวัยอยู่น่าจะสักประมาณ 20 ไปปลายหรือไม่ก็ 30 แต่งกายด้วยชุดสีดำสนิทไม่มีอันใดโดดเด่นใบหน้าของพวกมันไม่ได้ปกปิดตนเองแต่มองดูแล้วก็น่าจะเป็นพวกเดนมนุษย์หรือว่านักโทษเพราะว่าตัวเขาและคาดการณ์จากใบหน้าของพวกมันที่เต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดผิดจากคนทั่วไป ใบหน้าของผู้คนนั้นจะแยกแยะกันได้อย่างชัดเจน หลินซานแม้ว่าจะเป็นภายในความมืดเช่นนี้แต่ดวงตาของเขาก็ยังคงเห็นใบหน้าของพวกมันอย่างชัดเจน โดยใบหน้าของพวกมันมีส่วนประกอบหลายอย่างที่บ่งบอกว่าพวกมันไม่ใช่คนดีทั้งรอยยิ้มทั้งดวงตาที่จ้องมองมาทุกๆอย่าง แถมยังมีท่าทางที่คุกคามแล้วก็ออกมาพร้อมกับภายในมือของพวกมันที่มีอาวุธมากมายถือประดับเอาไว้ รอยยิ้มที่มุมปากแสยะขึ้นพร้อมกับจ้องมองเหยื่อที่อยู่ตรงกลางวงล้อมของพวกมันหลินซานตัวของเขาไม่สะทกสะท้านเลยสักนิดดวงตากวาดมองเหล่าคนที่มาล้อมรอบกายของเขา ตอนนี้ดวงตาของเขากำลังจ้องมองแล้วนับจำนวนของพวกมันจากสายตาของตัวเองอยู่คนพวกนี้ไม่ได้ทำให้เขาหวาดกลัวเลยสักนิดแต่เขากำลังนับจำนวนของพวกมันว่ามีถึง 10 คนหรือเปล่า เมื่อลองนับจำนวนจากตรงนี้แล้วสรุปได้ว่าตัวของมันมีทั้งหมด 11 คน “ 11 คนอย่างงั้นรึ~ ” หลินซานพึมพำกับตัวเองพร้อมกับก้มใบหน้าต่ำลงเล็กน้อยในขณะที่พวกมันกำลังล้อมรอบตัวอยู่เรากลุ่มคนพวกนี้ก็ได้เริ่มสนทนากัน“ หัวหน้าขอรับเจ้านี่มันจะมีเงินให้พวกเรานั้นปล้นจริงๆงั้นรึ? ดูสิขอรับผ้าคลุมของมันก็เป็นผ้าคลุมเก่าๆที่ดูขาดลุ่ยไปหมดแถมมีไม้เท้าประคองร่างกายอีกไม่ใช่ว่าเป็นพวกขอทานอย่างงั้นหรือครับ ” คนผู้หนึ่งที่มันยืนอยู่บริเวณด้านหลังของหลินซานมันได้ตะโกนส่งเสียงถามหัวหน้าของมันที่อยู่ด้านหน้าร่างกายสูงใหญ่ด้านหน้าพลันขมวดคิ้วทั้งสองข้างเข้าหากันพร้อมกับแสดงใบหน้าที่มันจริงจังออกมามากกว่าเดิม ดวงตาของมันจ้องมองชายด้านหน้าของมัน “ เฮ้ย!!! เจ้าน่ะมีทรัพย์สินอันใดก็วางเอาไว้ตรงนี้ให้หมดแล้วก็เดินไปซะ ” ชายร่างกายสูงใหญ่กำยำที่อยู่ด้านหน้ามันได้เปล่งเสียงเข้มออกมาพร้อมกับแสดงใบหน้าขึงขังราวกับว่ากำลังจะข่มขู่หลินซานทั้งท่าทางและรูปร่างที่ใหญ่โตไม่ว่าเป็นผู้ใดถ้าโดนขู่เช่นนี้มันก็คงจะแสดงท่าทางหวาดกลัวออกมาแล้ว แต่หลินซานแตกต่างออกไปตอนนี้เขากลับแสดงท่าทางที่ราบเรียบสงบนิ่งราวกับว่าตัวเองนั้นไม่ได้โดนข่มขู่เมื่อเห็นเป้าหมายของมันที่อยู่ด้านหน้าทำท่าทางนิ่งใส่ชายร่างกายสูงใหญ่กำยำมันก็ได้กัดฟันแน่น “ ไม่ได้ยินข้าหรือไง!!!  ” มันได้เร่งเสียงขึ้นอย่างรวดเร็วโดยน้ำเสียงของมันเต็มไปด้วยความฉุนเฉียว โดยท่าทางฉุนเฉียวของมันก็เริ่มแสดงออกมาจากท่าทางและใบหน้ามากขึ้นอีกระดับ“ หัวหน้าใจเย็นก่อนขอรับมันหูหนวกหรือเปล่า.. ” ลูกน้องคนเดิมมันได้ส่งเสียงเตือนออกมาเมื่อเห็นว่าหัวหน้าของมันเริ่มแสดงท่าทางฉุนเฉียว ชายหน้ากายสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหน้าของหลินซานเมื่อมันได้ยินเสียงของลูกน้องของมันเก่าเตือนออกมาเช่นนั้นมันก็ดึงสติของตนเองกลับมาถ้ายามสงบเปลวเพลิงที่อยู่ภายในจิตใจ ดวงตาของมันปรายสายตาไปมองทางลูกน้องที่อยู่ทางด้านซ้ายของมันแล้วก็ใช้สายตาสั่งการคนผู้นั้นเป็นคนร่างกายผอมสูงมันสวมใส่ชุดผ้าบางๆธรรมดาธรรมดาภายในมือนั้นมีไม้ที่มีขนาดเท่ากับหนึ่งแขนถือเอาไว้ เมื่อคนผู้นั้นมองเห็นสายตาของหัวหน้าของมันที่สั่งการมามันก็ได้พยักหน้าแล้วเดินเข้าไปหาหลินซานอย่างรวดเร็ว ตึก!! ตึก!! ตึก!! มันเดินเข้าไปอยู่ตรงใกล้ๆร่างของหลินซานก่อนที่จะยื่นมือของตนเองออกไปมือซ้ายของมันยื่นตรงไปพร้อมกับจะคว้าจับร่างของหลินซานจากทางด้านข้าง “ เจ้านี่อวดดีเสียจริง~ ”ในขณะที่มันยื่นมือไปด้านหน้ามีสิ่งหนึ่งที่มันไม่คาดคิดเกิดขึ้น ฟิ้ว!!! ขมับ!! มือของมันได้ถูกหยุดเอาไว้หลินซานได้ใช้มือของตนเองยกขึ้นมาแล้วคว้าจับเข้าที่ข้อมือของมันก่อนที่มันจะมาสัมผัสเข้าที่ร่างกายของเขาสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เหล่ากลุ่มโจรที่อยู่รอบกายของเขาแสดงใบหน้าตกตะลึงออกมา คนผู้นั้นพยายามจะดึงมือของตนเองออกแต่ว่ามันก็ไม่สามารถทำได้ใช้แรงทั้งหมดของมันออกแรงดึงมือของมันกลับมาแต่ว่ามือของหลินซานก็ตว้าจับข้อมือเขามันเอาไว้แน่นโดยที่ไม่คิดจะปล่อยแล้วเขาก็เริ่มออกแรงบีบมากขึ้นเรื่อยๆ“ !!! ”ก๊อก!!! จบตอน