Chapter 6
ปะป๊าถามหาลูกสะใภ้
หลังจากผ่านคืนเมื่อวานมาต้องตามก็มีท่าทีแปลกออกไปอย่างเห็นได้ชัด หากจะย้อนความไปยังเหตุการณ์ดังกล่าวหลังจากเสร็จภารกิจ ก็เป็ผมเองครับที่เป็ฝ่ายเริ่มพูดเื่อยากจีบอีกคนแบบจริงจัง
“เื่จีบ พูดจริงนะ..ให้โอกาสกันสักหน่อยไม่ได้เหรอ?”
“ก..ก็บอกแล้วไงว่าถ้าแค่อยากเอา ก็ไว้ค่อยนัดกันก็ได้” ตามพูดโดยไม่มองหน้าผมสักนิด ไม่รู้ทำไมเหมือนกันแต่มีเหรอที่ผมจะยอมง่าย ๆ
“แล้วถ้าไม่ใช่แค่อยากเอากันล่ะเธอจะว่าไง?” พออีกคนได้ยินกลับนั่งเงียบไปเลยนี่เขากำลังคิดอะไรอยู่กันแน่นะ
“หาววว˜ ง่วงจังวุ้ย..รีบไปอาบน้ำแล้วมานอนดีกว่าพรุ่งนี้ต้องรีบไปร้านแต่เช้าอีก” แล้วสุดท้ายคุณเชฟก็เปลี่ยนเื่คุยหน้าตาเฉยทำเป็บ่นว่าง่วงนอนแล้วตีเนียนขอตัวไปอาบน้ำนอนเสียอย่างนั้น
ยิ่งคิดถึงเื่เมื่อคืนผมก็ยิ่งหงุดหงิดใจ แถมคนต้นเื่ยังมานั่งอยู่ข้าง ๆ ผมอีก เพราะผมเป็คนอาสาจะพาเขามาส่งที่ร้านเองนี่แหละ ฮึ่ย! เมื่อเช้านะพอเ้าตัวตื่นขึ้นมาก็ทำเป็ไม่รู้สี่รู้แปดเดินมาปลุกผมแล้วลากออกจากโซฟา ซึ่งเมื่อคืนเขาเป็คนไล่ให้ผมออกไปนอนนอกห้องทั้งที่นั่นเป็ห้องของผมแท้ ๆ
“จะกินอะไรไหม? จะได้ไปทำให้” คนข้าง ๆ เอ่ยขึ้นหลังจากรถจอดสนิทอยู่ที่หน้า Plaisir des gourmands Cafe
“อะไรก็ได้” ผมตอบอีกคนน้ำเสียงราบเรียบคุณเชฟจึงลงจากรถแล้วตรงไปเปิดประตูร้าน ซึ่งผมก็ตัดสินใจลงรถตามไปติด ๆ ก็แหมต่อให้ผมจะงอนเขาอยู่แต่ยังไงผมอยากอยู่ใกล้เขาอยู่ดีอะ
ภายในร้านยังคงไม่มีพนักงานมาทำงาน เนื่องจากเวลาเปิดร้านจริง ๆ คือ 10 โมงเช้านู่นแหละ แต่คุณเชฟก็ดันอ้างว่าตัวเองต้องมาเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำเค้กให้ลูกค้าที่ออเดอร์ไว้เมื่อวันก็เลยต้องรีบมาแต่เช้า
ผมเดินตามเขาเข้ามาในครัวของตัวร้าน ซึ่งภายในนั้นมีพวกอุปกรณ์เบเกอรี่เช่นเตาอบแล้วก็เครื่องอะไรอีกไม่รู้ซึ่งน่าจะเอาไว้ใช้ทำขนมนั่นแหละ
“งั้นกินครัวซองง่าย ๆ แล้วกันนะ..ส่วนกาแฟที่ดริปกับเมล็ดอยู่ตรงนู่นทำเองได้นะ” ต้องตามว่าพลางเปิดตู้เย็นแล้วหยิบแป้งครัวซองที่ยังไม่ได้อบออกมานำใส่เตา ก่อนจะหันไปหยิบเอาพวกวัตถุดิบสำหรับทำไส้ด้านในออกมาวางบนโต๊ะ
"ทำครัวซองอะไรเหรอ?" ผมถามเขาพลางค่อย ๆ ตีเนียนขยับเข้าไปใกล้คุณเชฟ
“แฮมชีส” ต้องตามว่าขณะกำลังเตรียมพวกแฮม ชีส และผักสลัดสำหรับกินคู่กันอีกนิดหน่อย
หมับ!
“ฟอด! ฟอด! เฮ้ออ ชื่นใจจัง” ผมอาศัยจังหวะที่อีกคนเผลอเข้าไปสวมกอดที่ด้านหลังพร้อมกับฝังจมูกลงบนแก้มซ้านขวาของเ้าตัวทันที
“จิ๊! ไอ้โย! ทำบ้าอะไรของมึงเนี่ย!” คุณเชฟหันมาโวยหน้าดุ
“ก็หอมแก้มไง คิดว่าจูบเหรอ..หืม?” ได้ทีผมก็รีบตอบอีกคนแบบกวนประสาทไว้ก่อน
“กูรู้..แต่มันใช่เวลาไหม! ถ้าในมือกูถือมีดอยู่แล้วเกิดใแทงมึงตายขึ้นมาจะว่ายังไง ฮะ!?” คุณเธอยังคงโวยผมต่อ
“รู้หรอกน่าว่าเธอไม่ทำ”
“ยังจะมาย้อนอีก เดี๋ยวแม่ก็แทงดับตรงนี้ซะหรอก” ต้องตามว่าก่อนจะทำทีเป็เอื้อมมือไปคว้ามีดแต่ผมไวกว่าหยิบหนีเ้าตัวได้ทันแล้วส่งยิ้มไปให้อีกแมท
“นี่ยังไม่หายงอนเธอเลยนะ ที่เธอไม่ยอมตกลงโยให้จีบเธอน่ะ” ผมแกล้งแขวะเขาโดยวนกลับเข้าประเด็นเดิมจากเมื่อคืนเพราะหวังจะได้รับคำตอบจากอีกคน
“งอนเงินอะไร..ไม่ง้อวุ้ย!” เ้าตัวหันกลับช็อตฟิวส์แล้วหันกลับไปทำมื้อเช้าต่อเล่นซะผมอยากจะอุ้มพากลับคอนโดไปซ้ำอีกสักรอบสองรอบ
“ถ้าเธอไม่ตอบ..โยจะโมเมว่าเธอเป็แฟนโยละนะ” คราวนี้ผมจึงเล่นลูกไม้มัวเมาว่าเขาเป็แฟนซะเลย
“แฟนบ้าอะไร! มึงอย่ามั่วนะ!” ตามคาดครับอีกคนส่วนกลับทันควัน ผมงี้หลุดหัวเราะร่วนเพราะเอ็นดูอีกคนที่มีท่าทีเลิ่กลั่ก
“งั้นจะยอมให้จีบไหมล่ะ?” คราวนี้ผมกลับนึกสนุกอยากเล่นมุกถามเร็วตอบเร็วขึ้นมาอีก
“ไม่ให้จีบ” เขาตอบ
“จะจีบ” ผมว่าสวนอย่างไวขึ้น
“ไม่ให้จีบโว้ย!” เขาตอบโวยเสียงดัง
“เออ..งั้นไม่จีบ” ผมว่าสวนเร็วขึ้นอีก
“เออ!!” เขาเริ่มโอนอ่อนจนดูเข้าทาง
“งั้นจีบ” ผมบิดกลับมาให้เร็วขึ้นอีก
“เออ! อ..ไอ้เชี่ยโย!” สำเร็จ!! ฮ่าา
“สรุปให้จีบแล้วนะ” คราวนี้ผมว่าย้อนคำตอบเดิมที่เขาเออออโดยสรุปเอาเองว่าอีกคนยอมให้ผมจีบด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม ส่วนเ้าตัวที่กำลังอึ้งกับคำตอบก็ถึงกับกลอกตามองบนแล้วหันมาค้อนใส่ผม
“มึงแม่ง!” เ้าตัวเดินหนีกลายเป็ฝ่ายงอนตุ๊บป่องไปเสียเองผมจึงเดินตามพลางเข้าไปกอดเขาอีกครั้งแล้วจูบลงที่หลังคอเบา ๆ แล้วจึงเอ่ยประโยคขอโอกาสจากเ้าตัวด้วยน้ำเสียงจริงจังไม่ติดเล่น
“ขอโยพิสูจน์ตัวเองให้เธอเห็นได้หรือเปล่า โยจะไม่ทำให้เธอเสียใจเลย..สัญญา”
“....-////-....” เขาไม่ตอบ หากแต่พอสังเกตดี ๆ กลับพบว่าที่ใบหูของเ้าตัวกำลังแดงก่ำ ผมรู้ได้ทันทีว่าคนตรงหน้ากำลังรู้สึกเขินแต่พยายามไม่แสดงออกมา ดูแล้วช่างน่ารักน่าฟัดจนอยากจะฟัดเขาให้หนำใจมันตรงนี้เลย
หลังจากทำมื้อเช้าให้ไอ้บ้านั่นเสร็จผมก็รีบจัดใส่กล่องพร้อมกับกาแฟแล้วรีบไล่ให้มันออกไปจากร้านโดยเร็ว ซึ่งผมให้เหตุผลว่า้าใช้สมาธิในการเตรียมของและทำขนมแน่นอนไอ้โยก็ดูไม่อยากไป แต่สุดท้ายยอมกลับไปแต่โดยดี แต่ก็มิวายบอกกับผมว่าจะส่งข้อความมาหาให้ตอบกลับด้วยแถมก่อนจะไปยังวิ่งมาจูบผมหน้าตาเฉยอีก
“ไปสักที -////-” ครับตอนนี้ผมโคตรจะว้าวุ่นสุด ๆ ไปเลย
ยิ่งตอนที่ไอ้หมอนั่นพูดว่า ‘ขอพิสูจน์ตัวเอง’ ทำเอาหัวใจผมเต้นโครมครามจนนึกว่ามันจะะเิออกไปอยู่รอมร่อ
ด้วยความที่เมื่อคืนพอถูกโยมันพูดใส่แบบนั้น ยอมรับเลยครับว่าผมไปไม่เป็จริง ๆ เลยได้แต่ทำเป็ง่วงนอนแล้วไล่ให้อีกคนไปนอนข้างนอกห้อง เพื่อที่จะได้ไม่ต้องรู้สึกว้าวุ่นใจแต่โยมันก็ยังไม่ลดละความพยายามกลับใช้มุกเล่นแง่จนผมเผลอหลุดปากพูดในสิ่งที่เ้าตัว้าออกไปได้ยินจนได้
*****
“หืมหื้มหืมหื้ม˜”
“ฮัมเพลงแต่เช้าเลยนะคะคุณโย..มีเื่อะไรดี ๆ หรือเปล่าคะเนี่ย” ป้าสมรแม่บ้านเก่าแก่ของที่บ้านเดินเข้ามาถามพร้อมกับรับถุงขนมในมือที่ซื้อมาจากร้านของตามติดมือกลับมาฝากป๊าม๊าและคนในบ้านด้วย
“ความลับครับ” ผมว่าพลางยิ้มให้ป้าเขาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะนำขนมที่ซื้อมาให้กับป้าเขาเพื่อเอาไปแจกจ่ายให้คนงาน คนสวน และยื่นถุงขนมอีกถุงที่เป็ส่วนของป๊าม๊า โดยกำชับว่าให้เก็บไว้พวกท่านเพื่อไว้กินคู่กับชาร้อนยามบ่าย
“มาแล้วเหรอลูก?” หม่าม๊าที่เพิ่งเดินออกมาจากในครัวรีบเข้ามากอดผมด้วยความคิดถึง ซึ่งผมเองก็ไม่ต่างกันเพราะถึงผมจะกลับมาอยู่ไทยนานแล้วแต่ก็นาน ๆ ทีถึงจะกลับมาหาท่านบ้าง เนื่องจาก่นี้ผมต้องเรียนรู้งานกับเตชินและปะป๊าทำให้ส่วนใหญ่จะนอนอยู่ที่คอนโด
“คิดถึงหม่าม๊าจังเลยครับ” ผมบอกคิดถึงแล้วกระชับกอดคนเป็แม่ให้แน่นขึ้นเพื่อบรรเทาความคิดถึง ซึ่งแม่ผมเองก็กอดตอบแบบเดียวกัน
“คิดถึงก็กลับมานอนที่บ้านบ่อย ๆ สิลูก..ม๊าเหงานะรู้ไหม?”
“โยซื้อ Opéra Cake ที่ป๊ากับม๊าชอบมาฝากด้วยนะครับ” ว่าแล้วผมก็ปล่อยกอดจากหม่าม๊าแล้วหันไปทางป้าสมรที่ยังคงยืนยิ้มอยู่ไม่ไกลแล้วขอถุงขนมที่ฝากไว้มายื่นให้คนเป็แม่อย่างภาคภูมิใจ
“จริงเหรอ? ว่าแต่อร่อยแน่หรือลูก..เค้กนี่จะทำให้อร่อยมันยากมากนะ..ต้องเป็คนมีฝีมือจริง ๆ” หม่าม๊ารับถุงขนมมาพลางมองไปยังถุงขนมซึ่งด้านในมีเค้กหน้าตาน่าทานอยู่ 2 ชิ้นด้วยความไม่แน่ใจ
“ร้านนี้โยรับประกันเลยครับ..ว่าอร่อย ชัว!” ผมยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ป้าหมอนครับ ผมรบกวนเอาไปใส่จานให้หน่อยครับ..ขอชาดาร์จีลิงให้ม๊าด้วยนะครับ” ผมหันไปบอกกับป้าหมอนเพื่อให้เขานำมันไปจัดใส่จานมาให้หม่าม๊าทานคู่กับชาตัวโปรด
“หืมม ดูน่าทานนะเนี่ย” พอขนมกับชามาเสิร์ฟ หม่าม๊าก็เอ่ยปากชมหน้าตาของขนมทันที
“ใช่ครับม๊า เมื่อวานโยก็ซื้อไปแจกพนักงานด้วยนะ” ผมว่าแล้วยกจานขนมส่งให้หม่าม๊าได้ลองชิมดูสักคำ ท่านใช้ปลายช้อนกดลงไปยังเนื้อขนมเบา ๆ ให้ Chocolate Ganache ที่เคลือบอยู่ด้านหน้าแตกออกเล็กน้อย ทำให้เห็นชั้นเลเยอร์ที่มีทั้ง Sponge และ Coffee Buttercream ก่อนที่ท่านจะนำเข้าปากเพื่อชิมรสชาติ
“หื้มม อร่อยนะเนี่ย..ซื้อมาจากไหนเหรอลูก?” หม่าม๊าตาลุกวาวเมื่อได้ััถึงรสชาติสไตล์ฝรั่งเศสแท้ แล้วจึงหันมาถามผมด้วยความสนอกสนใจ
“ร้านเปิดใหม่แถวออฟฟิศครับม๊า..เป็ร้านของลูกพี่ลูกน้อง เตชินครับ” ผมตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ
“จริงเหรอ..ทำไมเตชินไม่เล่าให้ม๊าฟังบ้างเลยล่ะเนี่ย?” ท่านบ่นพึมพำแต่ก็ยังตักขนมเข้าปากไม่หยุด
“งานคงยุ่งน่ะครับ เขาเป็เลขาฯให้ทั้งผมกับป๊าเลยนะ”
“คุยอะไรกันอยู่สองแม่ลูก?” ระหว่างที่ผมกับหม่าม๊ากำลังพูดคุยกันอยู่นั้นเอง ปะป๊าที่เพิ่งลงมาจากชั้น 2 ก็เอ่ยถามพลางเดินตรงมายังผมกับม๊าซึ่งกำลังนั่งกินขนมอยู่ด้วยกัน
“ลูกชายคุณซื้อ Opéra Cake มาฝากค่ะ ตอนแรกฉันก็ไม่กล้าทานเพราะกลัวว่ามันจะไม่อร่อย..แต่ผิดคาดเลยค่ะ” หม่าม๊ารีบพรีเซนต์ขนมดังกล่าวให้ปะป๊าฟังทันที
“อร่อยใช่ไหมล่ะ..หม่าม๊าทานจนเกลี้ยงเลยนะ ฮ่า ๆ” ผมที่เห็นหม่าม๊าพูดพรีเซนต์ขนมซะดิบดีจึงรีบเอ่ยปากแซวท่านเนื่องจากตอนนี้มันได้อันตรธานหายวับลงไปอยู่ในท้องหม่าม๊าเรียบร้อยแล้ว ท่านจึงทำหน้าเขินน้อย ๆ ก่อนที่ผมจะขอให้ป้าสมรยกส่วนของปะป๊ามาเสิร์ฟบ้าง
“อืม! อร่อยใช้ได้เลยนะเนี่ย..เหมือนกับร้านที่เราเคยไปกินกันสมัยอยู่ฝรั่งเศสเลยเนอะคุณ” กระทั่งปะป๊าผมยังเอ่ยปากชมกับหม่าม๊าว่าขนมนี่อร่อยจริง ๆ เนื่องจากท่านไม่ค่อยชอบทานของหวานจึงมีเพียง Opéra Cake ที่เป็ขนมแทนใจของพวกท่านที่เคยกินกันเมื่อสมัยเดทกันแรก ๆ
“อืม..ว่าแต่เรียนรู้งานกับเ้าชินเป็ไงบ้าง ไม่ติดอะไรใช่ไหม?” ปะป๊าเป็ฝ่ายถามเกี่ยวกับเื่งานของผมที่เตชินเป็คนคอยสอนให้ใน่นี้
“ก็ดีครับ ส่วนงานที่มีปัญหา..ผมให้คุณวีณาแถมออฟชั่นเสริมให้ลูกค้าที่จองคอนโดล่าสุดไปแล้วครับ” ผมตอบพร้อมกับชี้แจงแนวทางแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเหมาะสม
“ดี..ทำได้ดีมาก แล้วทำงานกับทุกคนในออฟฟิศเป็ไงบ้างเข้าขากันดีใช่ไหม?”
“ไม่มีที่ติเลยป๊า ทุกคนเป็กันเองมากทำงานมืออาชีพสุด ๆ” ผมตอบกลับโดยมิวายเอ่ยปากชมพนักงานในทีมเพื่อที่พวกเขาจะได้มีความดีความชอบและเพิ่มความน่าไว้ใจมากยิ่งขึ้น
“เออ..แล้วเมื่อไรแกจะหาลูกสะใภ้ให้ป๊าสักทีล่ะ..ฮะ? รอมานานแล้วนะ” จู่ ๆ ปะป๊าก็มาเวฉีกเปลี่ยนมาถามเื่ส่วนตัวทำเอาผมที่กำลังจิบชาหอม ๆ ถึงกับสำลักพรวด
“ค่อย ๆ ดื่มสิลูก..ดูสิเนี่ยเลอะหมดแล้ว” หม่าม๊ารีบเข้ามาดูผมพลางหยิบทิชชูมาซับชาที่หกให้ แต่ก็มิวายหัวเราะคิกคักตามไปด้วย
“แค่ก ๆ ก็ป๊าอะสิครับ..ถามอะไรก็ไม่รู้อ่าา” ผมหันไปฟ้องคนเป็แม่เสียงอ้อน
“ป๊าก็แค่อยากรู้เอง..ว่าเมื่อไรแกจะหาลูกสะใภ้มาให้ป๊าสักที” แหม! ดูทำท่าเข้า..คุณวาชิตทำเป็พูดลอยหน้าลอยตาก่อนจะยกแก้วน้ำชาขึ้นมาจิบทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“คุณก็ไปแกล้งลูก..ว่าแต่ม๊าเองก็อยากอุ้มหลานแล้วนะโยก็รีบหารีบแต่งสักทีเถอะน่า” หม่าม๊าเสริมพลางขำคิกคักชอบใจ
“โหม๊าา!” ไอ้เราก็นึกว่าคุณสุนิตาจะเข้าข้างไหงกลับพูดว่าอยากอุ้มหลานขึ้นมาอีกคนละเนี่ย
โปรดติดตามตอนต่อไป..
--ต้องไปรีบพาสะใภ้ไปเจอแล้วไหมคะคุณบอส--