วันเดตครั้งแรก
หลังจากเลือกเสื้อผ้าที่คิดว่าดูดีที่สุดได้แล้ว สายนทีก็รีบอาบน้ำแต่งตัวเพื่อมารอนรินทร์หน้าห้องสมุดตามนัดหมาย ในใจเต้นตึกตักเพราะเป็ครั้งแรกที่คนทั้งคู่จะเปลี่ยนสถานะจากรุ่นพี่รุ่นน้องมาเป็แฟนกัน
“พี่ มาถึงนานแล้วเหรอ” นรินทร์เอ่ยปากทักทาย วันนี้เขาสวมเสื้อผ้าไปรเวทดูสบาย ๆ ตามประสา หากแต่ดึงดูดสายตาของสายนทีได้เป็อย่างมาก
“เพิ่งเคยเห็นนายแต่งตัวแบบนี้ครั้งแรก” เขายิ้มให้คนตรงหน้า “ดูเหมาะกับนายดีนะ” คำชมที่ไม่มากไม่น้อยนั้นกลับทำให้นรินทร์รู้สึกเขินอายจนควบคุมฟีโรโมนของตนเองไม่อยู่
พลันคนรอบข้างที่เดินผ่านไปมาจึงหันขวับมองโอเมก้าอย่างเขาเป็ตาเดียว สายนทีเห็นดังนั้นจึงถอดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นที่สวมข้างนอกใส่ทับให้นรินทร์แม้ตัวเองจะไม่มีกลิ่นฟีโรโมนแต่วันนี้เขาก็อาบน้ำหอมมาไม่น้อย
ร่างบางจึงรู้สึกตัวว่าเผลอทำอะไรไม่ระวังตัวอีกแล้วพลางทำสายตามองสายนทีเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรดี
“พี่... ทำไมอยู่กับพี่ทีไร ผมควบคุมฟีโรโมนของตัวเองไม่ได้ทุกทีเลย” น้ำเสียงของเขาฟังดูแล้วเหมือนจนปัญญาแต่คำพูดนั้นกลับคล้ายคำสารภาพให้อีกฝ่ายรับรู้ได้เช่นกัน
คนเป็พี่อมยิ้ม ดวงตาสีน้ำเงินสั่นไหวเพราะรักข้างเดียวของเขากำลังสะท้อนความรู้สึกของตัวเองออกมา คิดพร่ำเพ้อในใจ นายชอบฉันเหมือนกันใช่ไหมล่ะ
“ปกติแล้วเป็แบบนี้ไหม” เขาถามเพราะปกติแล้วโอเมก้ามักจะไม่ปล่อยฟีโรโมนเวลาที่อยู่กับเบต้า
“ไม่เลย ผมเป็แบบนี้แค่ตอนอยู่กับพี่” นรินทร์อธิบายโดยไม่รู้ตัวว่าคำพูดแต่ละครั้งของเขาทำให้คนตรงหน้ารู้สึกเหมือนลอยล่องอยู่ในอากาศ “ตอนที่อยู่กับคณินก็ไม่เป็แบบนี้นะ ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ”
สายนทีเบือนหน้าหนีแล้วแอบอมยิ้มอยู่คนเดียว ก่อนจะบอกนรินทร์ว่า “ไปหาอะไรกินแล้วค่อยดูหนังกัน”
บรรยากาศรอบตัวสงบเงียบเพราะนักศึกษามักจะกลับบ้านหรือไม่ก็ไปเที่ยวที่อื่นในวันหยุดสุดสัปดาห์ นรินทร์จึงรู้สึกสบายใจที่ไม่ต้องพบคนเยอะมากมาย
บทสนทนาระหว่างทั้งสองคนยังคงเป็เื่ทั่วไปในชีวิตประจำวัน เวลาที่ฝ่ายหนึ่งพูด อีกฝ่ายจะคอยรับฟังอย่างตั้งใจ สายตาจ้องมองใบหน้าอย่างจดจ่อราวกับให้ความสำคัญกับคนตรงหน้าเพียงคนเดียว
ความรู้สึกเก่า ๆ ใน่มอปลายพัดหวนกลับมาอีกครั้ง นรินทร์รู้สึกว่าสายนทียังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงรวมถึงความรู้สึกของเขาด้วยเช่นกัน
“พี่ยิ้มอะไรน่ะ เื่ที่ผมเล่ามันตลกเหรอ” เขาเอ่ยปากถามด้วยความสงสัย
“เปล่าสักหน่อย นายรู้ไหมว่าเราไม่ได้นั่งคุยกันแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว พี่แค่คิดถึง”
เขาไม่นึกมาก่อนเลยว่าจะได้เจอกับนรินทร์อีกครั้ง ทั้งยังไม่คิดด้วยว่าทั้งเขาและนรินทร์ได้พบเจอและห่างหายจากกันไปตั้งกี่รอบราวกับที่ผ่านมาไม่ใช่่เวลาที่เหมาะสม กลายเป็แค่คนที่เข้ามาในชีวิตและพัดผ่านไปเหมือนสายลม
สายนทียื่นกระดาษเช็ดปากให้เขาแล้วบอกว่า “วิปครีมเลอะแก้มแล้ว”
ร่างบางตาโตรีบหยิบกระดาษมาถูตรงแก้มด้วยความเขินอายที่ทำตัวสบายเกินไป เขามักจะเป็แบบนี้เวลาได้อยู่กับคนที่อยู่ด้วยแล้วสบายใจ
“ตรงนี้ ยังไม่ออกเลย” สายตาของรุ่นพี่มองอีกฝ่ายด้วยความเอ็นดู ครั้นเห็นว่าวิปครีมยังเลอะอยู่เหมือนเดิมจึงถามขึ้น “พี่เช็ดให้ได้ไหม”
“เอ่อ...” เขาลังเลไปครู่หนึ่ง “ยังเลอะอยู่เหรอ”
“อืม ตรงนี้น่ะ นายสับสนมือซ้ายมือขวาอยู่ใช่ไหม ไหนลองยกมือซ้ายดูหน่อย” คำพูดหยอกล้อของสายนทีทำให้ร่างบางเลิกคิ้วแล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้ สีหน้าบ่งบอกว่า “ผมไม่ใช่เด็กนะ ผมเช็ดตามที่บอกแล้ว ยังไม่ออกอีกเหรอ”
นรินทร์จึงยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดเพื่อให้สายนทีช่วยเหลือ ััแ่เบาของเขาค่อย ๆ ไล้ผ่านแก้มจนนรินทร์เหมือนกลั้นหายใจไปชั่วขณะพลันหลบดวงตาสีน้ำเงินที่ทอดมองอย่างหลงใหล
แก้มเนียนนุ่มแดงระเรื่อทำตัวไม่ถูกจนเผลอปล่อยฟีโรโมนบาง ๆ อีกรอบหนึ่งและครั้งนี้สายนทีก็จับได้อีกเช่นกันว่าเกิดสิ่งใดขึ้นเพราะสายตาของโอเมก้าที่นั่งอยู่ข้าง ๆ บ่งบอกความรู้สึกทุกอย่าง
“นรินทร์ นายนี่...” เขายกมือกุมหน้าเอาไว้แล้วถอนหายใจ คิดว่าถ้าตัวเองเป็อัลฟ่าจะอดทนกับความน่ารักของเขาได้ขนาดไหน พลางพูดว่า “รีบกินให้เสร็จแล้วไปดูหนังกันดีไหม”
“พี่อย่าล้อผมอย่างนี้สิ” นรินทร์เขินจนไม่รู้จะทำอย่างไร แต่ยิ่งออกอาการ ฟีโรโมนก็ยิ่งเข้มขึ้น เขาหยิบน้ำเปล่ามาดื่มแก้อายแล้วพยายามควบคุมอารมณ์ของตนเอง
“อย่าว่าพี่เข้าข้างตัวเองเลยนะ แต่ว่านายชอบพี่มากเลยใช่ไหม” คำถามของสายนทีโผล่ขึ้นมาไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว
ปรู๊ด!
น้ำเปล่าที่นรินทร์ดื่มพุ่งหาสายนทีอย่างไม่ได้ตั้งใจจนพนักงานร้านกลั้นขำไว้แทบไม่อยู่ ในใจของพวกเขาคงคิดเหมือนกันว่าช่างเป็การออกเดตที่แปลกดี
“พี่!” น้ำเสียงใระคนปนขำ เขารีบหยิบกระดาษมาเช็ดเสื้อยืดของสายนทีพลางขอโทษขอโพยแกมบ่น “จู่ ๆ พี่ถามแบบนั้น ผมก็ทำตัวไม่ถูกสิครับ”
“หรือว่าไม่ใช่เหรอ ก็นรินทร์บอกพี่เองว่าเป็แบบนี้เวลาอยู่ด้วยกัน แล้วก็เป็แค่กับพี่” สายนทีแย้งอีกฝ่ายแล้วจับมือที่เอื้อมมาเช็ดเสื้อผ้า กระซิบบอก “พี่ชอบนรินทร์นะ”
ปิ๊ง!
ฟีโรโมนกลิ่นกุหลาบของนรินทร์ฟุ้งลอยอบอวลจนครูสาวที่ยืนรอน้ำปั่นหันมากระแอมไอ “เด็กน้อยพวกนี้ นี่ห้องสมุดนะ”
“อ๊ะ ขอโทษครับ ไม่ใช่อย่างที่อาจารย์คิดนะครับ” นรินทร์หันขวับมาทางเขาส่งสายตาขอความช่วยเหลือ “ทำยังไงดี”
สายนทีจึงหันไปอธิบายอาจารย์สาวให้เข้าใจอย่างถูกต้องก่อนจะบอกนรินทร์ว่า “ไม่ต้องห่วงนะ ไปดูหนังกันดีกว่า”
สีหน้าของเขาไม่เดือดเนื้อร้อนใจ นั่นก็เพราะไม่มีเื่อะไรที่ต้องกังวลจริง ๆ
ครั้นถูกแกล้งบ่อยเข้า นรินทร์เริ่มจะเข้าใจคำถามที่สายนทีเอ่ยถามเมื่อครู่แล้วยอมรับว่าการควบคุมฟีโรโมนไม่ได้เป็เพราะอะไร ระหว่างทางเดินไปที่โซนดูหนัง เขาจึงยอมรับความรู้สึกของตัวเอง กระซิบบอกคนข้าง ๆ ที่กำลังยิ้มร่าเริง “ผมชอบพี่”
ความสุขล้นปรี่ออกมาทางสีหน้าเ้าของดวงตาสีน้ำเงินโดยไม่รู้ตัว มือข้างหนึ่งยื่นออกมาหานรินทร์ “แฟนกันวันที่หนึ่ง ขอจับมือได้ไหม”
“ครับ” เขาตอบอย่างเขินอายแล้วยื่นมือน้อย ๆ ไปสอดประสานกับคนข้างกาย ััอบอุ่นนั้นเกาะกุมจนถึงหัวใจ กำแพงความห่างเหินเริ่มสลายหายไปทีละนิด แม้ว่าสายนทีจะเป็เบต้าแต่นรินทร์กลับยกเว้นเขาไว้คนหนึ่ง
หลังจากการเดตครั้งแรกสิ้นสุดลง สายนทีก็ไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ เขานัดวันเดตสุดสัปดาห์ครั้งที่สองกับนรินทร์อย่างรวดเร็ว แม้จะเป็การเดตในมหาวิทยาลัยที่แสนกว้างใหญ่ แต่นรินทร์ก็รับคำขอนั้นเป็อย่างดีเพราะรู้ว่าสายนทีตั้งใจที่จะใช้เวลาร่วมกันกับเขา ค่อย ๆ ใกล้ชิดเพื่อลดกำแพงที่ก่อในใจมาเนิ่นนาน
นรินทร์หวังว่าสักวันหนึ่ง เขาจะสามารถเชื่อใจสายนทีในฐานะแฟนคนพิเศษได้เหมือนกับที่วางใจเพื่อนสนิทที่สุดอย่างคณิน ไม่ใช่ว่าอัลฟ่าและเบต้าจะไม่ดีกันหมดเสียหน่อย ยกเว้นทั้งสองคนก็แล้วกัน