ต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】

    เล่มที่ 2 วิญญาณคู่ตื่นรู้ บทที่ 41 ยอมหักไม่ยอมงอ


            “กรี๊ด!”

            ซีโหลวรั่วเมิ่งกรีดร้องเลือดไหลออกมาจากไหล่ นางเจ็บปวดจนหน้าซีดขาว

            “หยุดนะ...ข้าบอกให้หยุด...” 

            สีเฟยเยียนเบิกตากว้างจนแทบบ้า!แต่นางกลัวซีโหลวรั่วเมิ่งจะบาดเจ็บจึงต้องหยุดอยู่นิ่งๆทำได้เพียงถลึงตาใส่จั๋วอวิ๋นเซียน ราวกับเป็นอสรพิษร้ายตัวหนึ่ง

            “หากเจ้ากล้าลงมืออีก ข้าก็จะแทงอีก!”

            เมื่อได้ยินคำขู่ของจั๋วอวิ๋นเซียนสีเฟยเยียนโมโหจนแทบขาดสติ “ไอ้ลูกสุนัขเจ้า...รังแกสตรีแล้วจะไปเก่งอะไร? ยังเป็นบุรุษอยู่หรือไม่?” 

            จั๋วอวิ๋นเซียนส่ายศีรษะ “ยังมิได้เป็น” 

            “……”

            ผู้คนรอบด้านเงียบกริบมีคนไม่น้อยที่พยายามกลั้นขำ

            หากคำนวณจากอายุของจั๋วอวิ๋นเซียนตอนนี้เขาอายุเพียงสิบสองถึงสิบสามปีเท่านั้น จึงยังไม่นับเป็นบุรุษเต็มตัวอีกทั้งยังมีบางคนที่คิดว่า ขอเพียงยังไม่เคยแตะต้องสตรีก็ไม่นับเป็นบุรุษที่แท้จริง...คำตอบของจั๋วอวิ๋นเซียนจึงไม่ผิดเลยแม้แต่น้อย

            สีเฟยเยียนไม่เข้าใจความคิดของบุรุษคิดว่าตัวเองถูกทำให้อับอาย แต่เพื่อความปลอดภัยของซีโหลวรั่วเมิ่งแล้วนางทำได้เพียงอดทนไว้ชั่วคราว

            “ไอ้สารเลว ถ้าเจ้ายอมปล่อยน้องหญิงรั่วเมิ่งไม่ว่าคำขออะไรข้าก็จะรับปากเจ้า” 

            สีเฟยเยียนพยายามอดกลั้นแต่จั๋วอวิ๋นเซียนกลับไม่สนใจ และกล่าวว่า “เจ้ามีอำนาจปล่อยตระกูลจั๋วไปหรือ?” 

            “ข้า...” 

            สีเฟยเยียนอยากจะรับปากแต่เรื่องนี้นางไม่สามารถตัดสินใจได้ “ไอ้สารเลวเจ้าเปลี่ยนคำขอเถอะ เรื่องนี้ข้ามิอาจตัดสินใจได้!”

            จั๋วอวิ๋นเซียนกล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “แล้วเจ้าตัดสินใจอะไรได้บ้าง?” 

            “ข้า...ข้า...” 

            สีเฟยเยียนขมวดคิ้วพลางครุ่นคิดและพบว่าตัวเองทำอะไรไม่ได้เลย

            ซีโหลวรั่วเมิ่งอ้าปากอยากจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดสุดท้ายนางทำได้เพียงกุมบาดแผลแล้วก้มหน้าอยู่เงียบๆ

            ……

            “จั๋วอวิ๋นเซียน เจ้ากำลังทำอะไร? ยังไม่รีบปล่อยคุณหนูซีโหลวอีก!”

            มีชายชราตะโกนเสียงดังแล้วค่อยๆก้าวออกมา ใบหน้าเผยความเคร่งขรึมโดยธรรมชาติ

            ผู้มาเยือนมิใช่ใครอื่นพวกเขาก็คือปู่รองของจั๋วอวิ๋นเซียนกับจั๋วอวี้หวั่น...จั๋วไท่หยวนรวมทั้งอารองกับอาสามของพวกเขาและยังมีผู้อาวุโสติดตามอยู่ด้านหลัง

            “พวกท่าน...ก็จะขวางทางข้าหรือ?” 

            จั๋วอวิ๋นเซียนเอียงตัวไปด้านข้างเล็กน้อยกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา เหมือนคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าของเขามิใช่ญาติมิตรหากแต่เป็นคนแปลกหน้าที่เต็มไปด้วยเจตนาชั่วช้า

            จั๋วไท่หยวนขมวดคิ้วแน่นกล่าวด้วยความโมโห “ไอ้เด็กสารเลว เจ้ารู้หรือไม่ว่าตัวเองกำลังทำอะไรลงไป? ถ้าเจ้าทำร้ายคุณหนูซีโหลว ไม่เพียงเจ้าที่จะต้องตาย ตระกูลจั๋วของเราจะต้องซวยไปด้วย...เจ้ากำลังสร้างหายนะให้ตระกูล!รีบปล่อยคุณหนูซีโหลวเสีย!”

            ใบหน้าของชายชราในเวลานี้ไม่เหมือนกับใบหน้าที่เปี่ยมด้วยความเมตตายามปกติแต่แฝงด้วยความเย็นชาไร้เยื่อใย บางที...นี่อาจจะเป็นใบหน้าที่แท้จริงของชายชรา

            จั๋วอวิ๋นเซียนไม่พูดไม่จาถึงแม้เขาจะเตรียมใจมาแล้ว แต่เมื่อเผชิญหน้ากับชายชราที่กลายเป็นคนแปลกหน้าในใจของเขาก็รู้สึกทั้งโกรธและผิดหวัง

            จั๋วอวี้หวั่นกล่าวด้วยความโศกเศร้า “ปู่รอง เหตุใดท่านถึงพูดกับน้องชายเช่นนี้ตระกูลซีโหลวเป็นหมาป่าทะเยอทะยาน คิดจะแย่งชิงกิจการของตระกูลจั๋วพวกเขายังสมคบคิดกับคนนอกใส่ร้ายท่านพ่อ...ในฐานะที่ปู่รองเป็นผู้อาวุโสเพียงคนเดียวของตระกูลควรลุกขึ้นมาทวงความยุติธรรมให้พวกเรามิใช่หรือ?” 

            “หุบปากเสีย!”

            จั๋วไท่หยวนสะบัดมือพลางกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ “แย่งชิงกิจการตระกูลจั๋วอะไรกัน? ข้ายังไม่ตายเสียหน่อยตระกูลจั๋วมิได้มีเพียงจั๋วฟู่ไห่คนเดียว!”

            “เหอะ...ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้...” 

            จั๋วอวี้หวั่นหัวเราะเยาะตัวเองด้วยความเจ็บปวดใจ

            ลุงเยี่ยนเดินเข้ามาตบไหล่คุณหนูเขาถอนหายใจเบาๆ เดิมทีนี่ก็เป็นเรื่องของตระกูลจั๋ว เขาไม่รู้จะเอ่ยปากอย่างไร

            “พอได้แล้ว ปล่อยตัวคุณหนูซีโหลวก่อน!”

            เมื่อจั๋วไท่หยวนเห็นจั๋วอวิ๋นเซียนไม่ขยับก็ก้าวเข้าไปชิงตัวคนเขาเชื่อว่าหากเขาลงมือเอง กับแค่เด็กรุ่นเยาว์คนหนึ่งจะทำอะไรได้!

            ทว่าจั๋วอวิ๋นเซียนใช้กระบี่จ่อคอของซีโหลวรั่วเมิ่งอีกครั้ง “ถ้าก้าวเข้ามาอีกก้าวหนึ่ง ข้าจะตัดศีรษะของนางเสีย...” 

            “เจ้ากล้าหรือ!”

            จั๋วไท่หยวนคิดว่าจั๋วอวิ๋นเซียนกำลังขู่ตนจึงพุ่งเข้าไปจับอีกฝ่าย

            “ฟุบ!”

            กระบี่กรีดไปที่คออีกหนึ่งแผลจั๋วไท่หยวนรีบหยุดวิ่งทันที เขามองไปทางจั๋วอวิ๋นเซียนด้วยสายตาโมโหและยากจะเชื่อ

            ระดับกำเนิดปราณแล้วอย่างไร?

            ขอแค่มิอาจสังหารหรือจับจั๋วอวิ๋นเซียนได้ในกระบวนท่าเดียวเขาก็สามารถฟันคอซีโหลวรั่วเมิ่งได้

            เมื่อมองซีโหลวรั่วเมิ่งที่ตอนนี้เต็มไปด้วยบาดแผลเลือดอาบท่วมตัว ไม่เหลือความหยิ่งทะนงกับความสูงส่งของคุณหนูตระกูลใหญ่อีกแล้ว

            จั๋วอวิ๋นเซียนปรับลมหายใจแล้วกล่าวว่า “พวกเจ้าอย่าบีบบังคับข้า ข้ายังฝึกกระบี่ได้ไม่นานเวลาตกใจมือของข้าอาจจะสั่นได้” 

            “เจ้าเจ้าเจ้า...อย่าทำอะไรบ้าๆ!” 

            จั๋วไท่หยวนรีบถอยหลังเขาไม่กล้ายั่วโมโหจั๋วอวิ๋นเซียนอีก

            เมื่อเห็นท่าทางน่าสงสารของซีโหลวรั่วเมิ่งสีเฟยเยียนจึงถลึงตามองจั๋วไท่หยวน “ไอ้แก่ถ้าน้องหญิงรั่วเมิ่งเป็นอะไรไป ข้าไม่ปล่อยพวกเจ้าไปแน่!”

            “เจ้า...ข้าจะไม่เอาความเด็กน้อยอย่างเจ้าก็ได้ เหอะ!”

            จั๋วไท่หยวนก็ร้อนใจเช่นกันเขาโมโหจนเคราสั่น แต่ไม่กล้าทำอะไรสีเฟยเยียนถ้าพูดไปแล้วเรื่องเหล่านี้ล้วนเป็นฝีมือของตระกูลซีโหลวทั้งนั้น

            จั๋วอวิ๋นเซียนให้พี่สาวปิดแผลให้ซีโหลวรั่วเมิ่งจากนั้นหันไปถามกับจั๋วไท่หยวน “ผู้อาวุโสทุกท่านเมื่อครู่ไม่ยอมปรากฏตัวตอนนี้ปรากฏตัวแล้ว...บอกมาเถอะ พวกท่านคิดจะทำอะไร?” 

            อารองจั๋วกล่าวดุด่า “จั๋วฟู่ไห่เป็นผู้นำตระกูลจั๋ว แต่ไม่สนใจความปลอดภัยของตระกูลสมคบคิดกับปีศาจทำร้ายเผ่าพันธุ์เดียวกัน...เขาไม่มีคุณสมบัติเป็นผู้นำตระกูลแล้ว” 

            “แล้วอย่างไรต่อ!”

            จั๋วอวิ๋นเซียนไม่ได้ใส่ใจกลับกันจั๋วอวี้หวั่นกับลุงเยี่ยนล้วนเผยสีหน้าน่าเกลียด

            อาสามจั๋วกล่าวต่อว่า “จั๋วฟู่ไห่ไม่มีคุณสมบัติรับตำแหน่งผู้นำตระกูลแล้วพวกเขาจึงต้องเปลี่ยนตำแหน่งผู้นำตระกูล...จั๋วอวี้หวั่นเจ้ายังไม่รีบมอบป้ายผู้นำตระกูลกับหยกวิญญาณกระเรียนมาอีก” 

            “ฝันไปเถอะ!”

            จั๋วอวี้หวั่นเค้นเสียง “เรื่องของบิดาข้ายังไม่ได้ถูกตัดสิน พวกเจ้าสองครอบครัวเป็นแค่ตระกูลรองมีคุณสมบัติอะไรมาเปลี่ยนผู้นำตระกูล? อีกทั้ง...ต่อให้ท่านพ่อสละตำแหน่งผู้นำตระกูลก็ควรให้เชื้อสายของเขาอย่างจั๋วอวิ๋นเซียนเป็นผู้สืบทอด” 

            “คำพูดของคุณหนูใหญ่จั๋วมิถูกต้องนัก! จั๋วอวิ๋นเซียนยังไม่บรรลุนิติภาวะเรื่องในตระกูลต้องให้ผู้อาวุโสเป็นคนจัดการแทน” 

            ทันใดนั้นมีเงาสองร่างบินลงมาจากฟ้าร่อนลงในจวนพวกเขาก็คือซีโหลวเหวินอวี่กับเจ้าเมือง เสิ่นว่านโหลว

            “ท่านพ่อ!”

            “ท่านลุงเสิ่น ในที่สุดพวกท่านก็มา!”

            เมื่อเห็นบิดากับเจ้าเมืองปรากฏตัวซีโหลวรั่วเมิ่งกับสีเฟยเยียนล้วนดีใจ สายตากลับมามั่นคงอีกครั้งพวกนางเชื่อว่าขอเพียงซีโหลวเหวินอวี่กับเสิ่นว่านโหลวปรากฏตัวพวกนางก็ไม่มีอันตรายแล้ว

            ……

            จั๋วอวี้หวั่นจำผู้มาเยือนได้จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา “กฎวิถีเซียนกล่าวว่าข้าราชการมิอาจยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างตระกูลได้ คนนอกก็มิอาจยุ่งเกี่ยวกับเรื่องภายในตระกูลได้เรื่องของตระกูลจั๋วเรา ยังไม่ถึงขั้นให้ตระกูลซีโหลวกับจวนเจ้าเมืองสอดมือยุ่ง!”

            เสิ่นว่านโหลวยิ้มไม่พูดไม่จาเขาเพียงยืนมองอยู่ด้านข้าง

            ซีโหลวเหวินอวี่เห็นอาการบาดเจ็บของบุตรสาวก็อดขมวดคิ้วด้วยสีหน้ามืดมนไม่ได้

            เดิมทีเขาคิดว่าด้านนอกมีกองทัพเกราะทมิฬกดดันภายในมีจั๋วไท่หยวนกับป้าเหลยหลิงช่วยเหลือเพียงพอจะจัดการกับพวกจั๋วอวี้หวั่นแล้วคิดไม่ถึงว่าสถานการณ์จะถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งควบคุมหากไม่ใช่บุตรสาวกับเหลียนเว่ยฉีส่งข่าวมา เขาคงไม่กล้าเชื่อว่าแผนการของตัวเองเกิดข้อบกพร่องขึ้นและจั๋วอวิ๋นเซียนก็คือข้อบกพร่องนั้น

            ผู้นำตระกูลจั๋วซ่อนไพ่ตายไว้ได้ลึกยิ่งนัก!

            “ข้าน้อยไร้ความสามารถ ผู้นำโปรดลงโทษ” 

            ป้าเหลยหลิงเดินมาด้านข้างซีโหลวเหวินอวี่นางก้มหน้ายอมรับผิด

            “ไม่เป็นไร” 

            ซีโหลวเหวินอวี่โบกมือหันไปกล่าวกับจั๋วอวี้หวั่น “คุณหนูจั๋วใครบอกว่านี่เป็นเรื่องของตระกูลจั๋ว? บุตรสาวของข้าซีโหลวรั่วเมิ่งแต่งงานกับจั๋วอวิ๋นเซียนแล้วตามกฎหมาย รั่วเมิ่งคือฮูหยินตระกูลจั๋ว พวกข้าจึงมีสิทธิ์ยุ่งเรื่องตระกูลจั๋ว” 

            “พะ...พวกเจ้ามันต่ำช้า!”

            จั๋วอวี้หวั่นโมโหจนตัวสั่นเกลียดตัวเองที่มิอาจฟันอีกฝ่ายเป็นสองท่อนได้น่าเสียดายที่อีกฝ่ายมียอดฝีมือระดับกำเนิดปราณสองคน นางไร้ซึ่งความหวังแล้ว

            คิดไม่ถึงว่าจั๋วอวิ๋นเซียนจะกล่าวว่า “หากนางตายตระกูลซีโหลวก็จะไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลจั๋วแล้วใช่หรือไม่? หรือก็คือ ตระกูลซีโหลวจะไม่มีคุณสมบัติมายุ่งเกี่ยวใช่หรือไม่?” 

            “เหลวไหล!”

            ซีโหลวเหวินอวี่ยกมือขึ้นใช้พลังฟ้าดินไร้ลักษณ์กดดันไปทางจั๋วอวิ๋นเซียน

            “เจ้าลองดูได้” 

            จั๋วอวิ๋นเซียนตัวสั่นใบหน้าซีดขาว และกระอักเลือดออกมา...แต่เขายังคงไม่ยอมถอย ค่อยๆใช้กระบี่แทงที่คอของซีโหลวรั่วเมิ่งเหมือนบนโลกนี้ไม่มีเรื่องใดสามารถสั่นคลอนการตัดสินใจและเจตนาของเขาได้

            ใช่แล้วอย่าได้สงสัยในการตัดสินใจของผู้มุ่งสู่วิถีจั๋วอวิ๋นเซียนในตอนนี้ไม่สนใจความเป็นตายอีกแล้ว

            จิตใจมั่นคงดุจเหล็กกล้ายอมหักไม่ยอมงอ!

            ……

                       

             

             

    คล้ายกับเรื่องต่อต้านเซียนสวรรค์ 【จบแล้ว】 ที่คุณอ่าน