“นักกีฬาบาสเกตบอลเหรอ”ฉินลู่ยิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆ
มองเพียงผิวเผินเขาอาจเป็นหมอประจำมหาวิทยาลัยธรรมดาคนหนึ่งแต่เบื้องหลังนั้นเขายังมีอีกหนึ่งตัวตน นั่นก็คือการเป็นนักฆ่า
ถ้ามีคนรู้เรื่องนี้เข้า ฉินลู่ก็อาจจะมีจุดจบที่โหดร้ายมากๆแน่ ว่าไหมล่ะ
อีกอย่าง การเป็นนักกีฬาบาสเกตบอลมันดีตรงไหน ต้องเหน็ดเหนื่อยกับการฝึกซ้อมทุกวันเพื่อเงินไม่กี่หยวนเท่านั้นและฉินลู่ก็ชู้ตแม่นทุกลูกอีกด้วย จึงยิ่งทำให้มันกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อเพราะขาดความท้าทาย...
ถ้าคนอื่นรับรู้ความคิดแบบนี้ของฉินลู่ คงจุกอกจนถึงขั้นกระอักเลือดแน่
พอกินข้าวเสร็จ ฉินลู่ก็กลับเข้าไปที่ห้องพยาบาลของมหาวิทยาลัยและนั่งอ่านนิยายที่เก้าอี้ในห้องทำงานตลอดทั้งบ่าย
จนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน
“เฮ้อ นั่งจนเมื่อยไปหมด...”ฉินลู่ยืดตัวบิดขี้เกียจ ก่อนลุกขึ้นยืนและถอดชุดกาวน์ออก
“นายเอาอะไรมาเมื่อยเนี่ย!”เซี่ยหลิงที่อยู่ใกล้ๆ พูดอย่างหงุดหงิด “คนไข้ที่มากันวันนี้ฉันก็เป็นคนตรวจดูอาการทั้งหมด นายแค่นั่งเฉยๆ ยังจะมาบ่นว่าเมื่อยอีก”
ฉินลู่ยิ้มพลางพูดตอบว่า “ก็เธอเป็นคนเลือกเองนี่ใครใช้ให้เธอมาเป็นผู้ช่วยของฉันล่ะ ถ้าเธอคิดจะเปลี่ยนใจตอนนี้ฉันก็จะไม่ห้ามหรือรั้งเธอไว้เลย กลับไปเรียนหนังสือของเธอเถอะ”
“เชอะ!” เซี่ยหลิงทำท่าทีกระฟัดกระเฟียดพร้อมกับกรอกตาใส่ฉินลู่หยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพาย ก่อนเปิดประตูเดินออกไป
เมื่อเซี่ยหลิงเปิดประตูออกเธอก็ถึงกับต้องสะดุ้ง
เพราะเห็นร่างสูงใหญ่ของหวังต้าเฉียงที่กำลังยืนอยู่ที่นอกประตู
เซี่ยหลิงก้าวถอยหลังไป 2-3 ก้าว ก่อนถามขึ้นว่า “นี่นาย นายคือ…? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า”
หวังต้าเฉียงส่ายหัวและตอบว่า “เปล่าหรอกฉันมาหาพี่ฉินน่ะ”
“พี่ฉินเหรอ” เซี่ยหลิงหันไปมองฉินลู่หนึ่งที จากนั้นก็ยิ้มและพูดต่อว่า “พี่ฉินของนายอยู่ข้างในน่ะ เข้าไปหาเขาสิ”
“ขอบคุณ”
“ไม่เป็นไร”
พูดจบ เซี่ยหลิงก็เดินออกไปทันที
หวังต้าเฉียงเดินเข้าห้องพยาบาลมาและพูดกระซิบกับฉินลู่อย่างคิดดีไม่ได้เลยว่า “พี่ฉินสาวสวยคนเมื่อกี้เด็ดเอาเรื่องเลยนะ หุ่นก็ดี เธอเป็นแฟนสาวของพี่เหรอ”
ฉินลู่กระแอมหนึ่งที ก่อนพูดว่า “ต้าเฉียงนายอย่าพูดเหลวไหลไป เธอแค่มาทำงานเป็นผู้ช่วยของฉันเท่านั้น”
“แล้วพี่ได้แอบถือโอกาสล่วงเกินเธอไปบ้างหรือยัง”หวังต้าเฉียงถูมือไปมาอย่างหื่นกาม
“ก็มีบ้าง...” ฉินลู่พูดได้เพียงครึ่งเดียวก็หยุดไปก่อนมองไปที่หวังต้าเฉียงอย่างสงสัยและพูดว่า “ฉันบอกนายไปแล้วนี่นาว่าให้รออีกสัก 2-3 วันค่อยกลับมาตรวจอีก?”
หวังต้าเฉียงหัวเราะอย่างมีเล่ห์นัยก่อนไปนั่งลงบนเก้าอี้ที่อยู่ตรงข้ามฉินลู่ พร้อมกับพูดว่า “ที่ผมมาไม่ใช่เพราะเรื่องนั้นหรอก”
“แล้วนายมาหาฉันทำไมล่ะ” ฉินลู่แปลกใจ
หวังต้าเฉียงยื่นนิ้วออกมาชี้ฉินลู่และพูดว่า “พี่ฉินผมจะพาพี่ออกไปทำเรื่องสนุกๆ !”
“ออกไปทำเรื่องสนุกงั้นเหรอ” ฉินลู่แปลกใจกว่าเดิม “ไปกับนายมันน่าสนุกตรงไหน อีกอย่างนายคิดอะไรถึงจะมาพาฉันออกไปเที่ยวเนี่ย”
“ก็แค่อยากจะขอบคุณที่พี่ฉินช่วยรักษาให้ผมจนหายเลยอยากพาพี่ไปผ่อนคลายสักหน่อย เป็นการขอบคุณน่ะครับ” หวังต้าเฉียงไม่มีทางบอกความจริงกับฉินลู่อยู่แล้วว่านี่เป็นภารกิจจากโค้ชทีมบาสมหาวิทยาลัยที่สั่งเขามาอีกที
ฉินลู่มองหวังต้าเฉียงด้วยสายตาไม่ชอบมาพากลและจู่ๆ ก็โพล่งออกมาว่า “นายบอกว่าจะแนะนำเพื่อนสนิทของแฟนนายให้ฉันเป็นการตอบแทนไม่ใช่เหรอ ทำไมจะไม่รักษาคำพูดงั้นเหรอ”
“เอ่อ พี่ฉินยังจำเรื่องนี้ได้สินะ...”หวังต้าเฉียงเกาหัวแกรกๆ อย่างทำตัวไม่ถูกและพูดว่า “ผมไม่ได้คิดจะผิดคำพูดหรอก ถ้าเราว่างตรงกันแล้วผมจะรีบพามาแนะนำให้พี่รู้จักเลย ส่วนเรื่องที่จะพาพี่ออกไปวันนี้มันไม่ได้รวมอยู่ในเงื่อนไขการตอบแทนข้อนั้น”
ฉินลู่มองหวังต้าเฉียงตั้งแต่หัวจรดเท้าและพูดว่า“นายจะต้องมีแผนอะไรแน่ๆ”
“หา?” หวังต้าเฉียงเริ่มลุกลี้ลุกลนและพูดต่อว่า “เปล่าครับ เปล่าเลยผมก็แค่อยากพาพี่ออกไปผ่อนคลายเฉยๆ”
“จริงเหรอ...” ฉินลู่มองหวังต้าเฉียงด้วยสีหน้าที่เหมือนจะยิ้มก็มิเชิงจากนั้นก็พยักหน้าพูดว่า “เอาเถอะ ฉันจะออกไปกับนายก็ได้ จะได้รู้กันว่านายมีแผนอะไรอยู่กันแน่”
“ไม่มีแผนอะไรเลยครับ ไม่มีจริงๆ” หวังต้าเฉียงพูดยืนยัน
พอล็อกประตูห้องพยาบาลเรียบร้อยแล้วฉินลู่ก็เดินตามหวังต้าเฉียงออกไปที่นอกรั้วมหาวิทยาลัย ขึ้นรถโฟล์คสวาเกนซานตาน่าไป
“ต้าเฉียงไม่รู้เลยนะว่านายมีรถด้วย ใช้ได้เลยนี่” ฉินลู่นั่งที่ตำแหน่งข้างคนขับหันไปพูดแซวหวังต้าเฉียง
“นี่คือรถที่พ่อซื้อให้ตอนผมสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้น่ะครับผมจะได้ไม่ต้องเดินเหมือนแต่ก่อน” หวังต้าเฉียงพูดพลางสตาร์ทเครื่องยนต์เหยียบคันเร่ง และขับไปยังใจกลางเมือง
“นายจะพาฉันไปไหน” ฉินลู่ยิ้มพลางถาม
“ผมจะพาพี่ไปอาบน้ำที่โรงนวดเหรอหั่ว”หวังต้าเฉียงขับรถไปพลาง พูดตอบฉินลู่ไปพลาง
“โรงนวดเหรอหั่ว?” ฉินลู่เกาหัวด้วยความสงสัย
เพราะปกติฉินลู่ไม่ได้ไปโรงนวดหรือสถานบันเทิงอะไรพวกนี้เลยจึงไม่รู้จักว่าอะไรคือโรงนวดเหรอหั่ว
“แค่อาบน้ำ มันจะไปสนุกอะไร”
“การไปอาบน้ำก็มีอะไรให้ทำมากมายเยอะแยะเลยล่ะ!” หวังต้าเฉียงทำหน้าเหมือนว่าตัวเองไปบ่อย พลางหัวเราะและพูดกับฉินลู่ว่า “พอถึงเวลา พี่ก็ค่อยๆ ดื่มด่ำกับมันเอาเองเถอะ”
ฉินลู่ขมวดคิ้ว “คงไม่ใช่สถานที่ทำเรื่องไม่ดีหรอกนะ?”
“คิดอะไรของพี่อยู่ พี่ฉินมากสุดก็แค่นวดเท่านั้นแหละ จะได้ผ่อนคลายร่างกายสักหน่อย มันจะไปมีเรื่องอย่างว่าได้อย่างไร” หวังต้าเฉียงโบกมือไปมา
ยังมีอีกเรื่องที่เขาเก็บไว้ในใจไม่ได้พูดออกมาโรงนวดเหรอหั่วนี้เป็นสถานที่ที่โค้ชบอกให้เขาพาฉินลู่มาและครั้งนี้ก็มีโค้ชจากชมรมในเมืองจิงเฉิงกับโค้ชจากชมรมอื่นๆที่ต้องการจะมาทดสอบความสามารถด้านอื่นๆ ของฉินลู่อีกด้วย เพราะฉะนั้นจะให้เขาเลือกไปสถานที่อโคจรแบบนั้นได้อย่างไร
หวังต้าเฉียงล้วงมือถือออกจากกระเป๋าตรงอกเสื้อและเปิดใช้งานGPS
“ปลายทางของคุณคือโรงนวดเหรอหั่ว เริ่มทำการนำทาง...”
ขับตามการนำทางของระบบ GPS ได้ไม่ถึง 20 นาที ก็มาถึงจุดหมายปลายทางแล้ว
หวังต้าเฉียงกับฉินลู่ที่ลงจากรถและเงยหน้าขึ้นมาต่างรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
“โห ช่างเป็นโรงนวดที่หรูหราชะมัดต้าเฉียง นายลงทุนเกินไปแล้ว”ฉินลู่มองหวังต้าเฉียงและพูดด้วยน้ำเสียงกึ่งล้อเล่นกึ่งจริงจัง
หวังต้าเฉียงผายมือออกอย่างคนใจกว้างและพูดตามน้ำว่า“พี่ฉินพี่เต็มที่ได้เลยนะ ผมจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดเอง”
“งั้นก็ดีเลย!” ฉินลู่หัวเราะพร้อมกับตบบ่าของหวังต้าเฉียงเบาๆ แล้วเดินเข้าโรงนวดไป
หวังต้าเฉียงเดินตามหลังฉินลู่ รักษาระยะห่างไว้ประมาณ2-3 ก้าว จากนั้นเขาก็หยิบมือถือขึ้นมา ทำการพิมพ์ข้อความส่งออกไป “โค้ชครับ ผมกับพี่ฉินมาถึงกันแล้ว ครั้งนี้โค้ชช่างลงทุนเสียจริงเพื่อที่จะโน้มน้าวให้พี่ฉินยอมเข้าทีมบาสถึงกับยอมพาพวกเรามาสถานที่ที่โอ่อ่าขนาดนี้เลย”
บนชั้น 2 ของโรงนวดเร่อหั่วที่อยู่ห่างจากโรงนวดเหรอหั่วออกไปถึง20 กิโลเมตรชายวัยกลางคนหัวโล้นอยู่ในห้องโถงใหญ่มองอ่านข้อความบนจอมือถือและรู้สึกงุนงงกับสิ่งที่เพิ่งได้อ่านไป
“ที่นี่ก็ไม่ได้แพงอะไรนี่นาแล้วมันโอ่อ่าอย่างไรกัน”
มีคนสวมชุดอาบน้ำหลายคนนั่งอยู่รอบๆชายวัยกลางคนหัวโล้น พอเห็นว่ามือถือของเขาดังขึ้นก็กรูกันเข้ามาอย่างตื่นเต้น “เหล่าหันเด็กมีพรสวรรค์คนนั้นมาถึงแล้วใช่ไหม”
ชายวัยกลางคนหัวโล้นพยักหน้าและพูดว่า “ใช่เด็กในทีมของฉันส่งข้อความมา บอกว่าพวกเขามาถึงที่ชั้นล่างแล้ว”
“งั้นก็ดีเลย คลิปที่นายถ่ายมาฉันดูวนไปตั้งหลายรอบ ฉันอยากได้ตัวเขามาอยู่ในทีมมากจนใจจะขาดแล้ว” ชายวัยกลางคนคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยสีหน้าชื่นบานใจ “คนมีพรสวรรค์แบบนี้ฉันจะทำให้เขาหยุดความคิดที่อยากจะเป็นหมอเอง ทำให้เขาเข้ามาอยู่ในวงการบาสเกตบอล กลายเป็นดาวเด่นที่เปล่งประกาย”
ชายวัยกลางคนที่อยู่ข้างๆ พูดแทรกขึ้นมาว่า “เราตกลงกันแล้วนี่ว่าจะค่อยๆ เข้าไปคุยกับฉินลู่ทีละคน และมีเวลาให้คนละ 20 นาทีถ้าใครพูดให้เขาใจอ่อนได้ คนนั้นก็ได้เขาเข้าทีมไป! ต้องทำตามกฏสิ!”
“ต้องให้นายบอกด้วยเหรอพวกเราเป็นโค้ชมืออาชีพ แน่นอนว่าต้องรักษากฎอยู่แล้ว”
“ตกลงตามนี้เลย ฉันจะเป็นคนแรกเอง!”
“นายมีสิทธิ์อะไรมาขอเป็นคนแรกทีมบาส CBA ถือว่าตัวเองเป็นทีมบาสอยู่ทีมเดียวหรืออย่างไรดิวิชั่น 1 อย่างพวกเราไม่ใช่ทีมบาสงั้นเหรอ”
“ไม่เอาน่า ฉันมาจากเทียนจินเลยนะคนที่เดินทางมาไกลถือเป็นแขก ให้ฉันเป็นคนแรกเถอะ...”
“เหลวไหล!ฉินลู่เป็นคนเมืองจิงเฉิงเหมือนเรา จะให้นายไปคุยเป็นคนแรกได้อย่างไร นายคุยเป็นคนสุดท้ายแล้วกัน!”
“นี่ๆๆ ตอนแรกที่ตกลงกันไว้มันไม่ใช่แบบนี้นี่นา...”
“ฉันเห็นด้วยกับเขานะนายมาจากที่อื่น นายสมควรเป็นคนสุดท้าย...”
“...”
โค้ชทีมบาสที่ปกติทั้งเคร่งขรึมและดูน่าเกรงขามแต่ในวันนี้กลับมาทะเลาะกันเหมือนเป็นพ่อบ้านที่ไปซื้อของในตลาด
ชายวัยกลางคนหัวโล้นเห็นโค้ชคนอื่นๆทะเลาะกันก็ถึงกับปวดขมับ เขาส่ายหัวไปมาแล้วเดินออกจากห้องโถงมายืนอยู่ตรงทางเดินด้านนอกเพื่อรอรับหวังต้าเฉียงกับฉินลู่
“เอ๋? ไหนว่าถึงแล้วไม่ใช่เหรอทำไมยังไม่เข้ามากันอีกล่ะ”
ชายวัยกลางคนแปลกใจจึงเอามือลูบผมบนหัวตัวเอง...