ถุงมือฟ้าประทาน

ตอนที่208 คุกเข่าและขอโทษ

โจไม่เข้าไปห้ามทั้งคู่ สำหรับเขาปาร์ตี้ยิ่งมีเรื่องสนุกสิยิ่งดี ไม่งั้นจะเรียกว่างานครื้นเครงได้ยังไง

เจมส์สั่งให้ทอยนำถุงมือและถุงเท้ามาให้ เนื่องจากเขาไม่เก่งเรื่องขับเจ็ตสกี ต่อให้จะเกิดหรือเติบโตที่พัทยา ทว่าฐานะค่อนข้างธรรมดาจะเอาเงินที่ไหนขับเจ็ตสกี

ส่วนเม้าท์ดูจากลักษณะแล้วก็คงเคยขับอยู่ แต่ว่าไม่ใช่มืออาชีพ แค่ไก่กาตัวหนึ่งแต่อย่างใดก็ตามเพื่อความปลอดภัย กันไว้หน่อยก็ดี

ถุงเท้าและถุงมือไม่นานจึงมาถึง A-B-C-D ตั้งแต่การแข่งรถในสนาม M&M เจมส์ก็ไม่เคยหยิบเอามาใช้งานอีกเลย เพราะพวกมันค่อนข้างน่ารำคาญ

“เห็นธงที่ลอยอยู่ตรงทุ่นนั่นไหม ใครขับไปถึงหยิบธงนั่นก่อนแล้วขับกลับมาขึ้นฝั่งได้ก่อน ถือว่าเป็นผู้ชนะ” โจอธิบายคร่าวๆ

ธงที่ลอยอยู่เหนือน้ำใช่ว่าถูกทำมาเพื่อเจมส์และเม้าท์ เพียงแต่มันอยู่ตรงนั้นตั้งแต่แรก เป็นกีฬาให้คนรวย ไฮโซที่มาร่วมงานได้สนุกสนาน

แต่ตอนนี้ธงดังกล่าวกลายเป็นของล้ำค่าขึ้นไปอีก กลายเป็นตัวตัดสินที่มีราคาแพง

......

“นี่ๆ คิดว่าใครจะชนะน่ะ”

“ไม่รู้สิ แต่ฉันว่าผู้ชายที่ใส่ถุงมือสีดำนั่นหน่วยก้านดีมาก ไม่แน่อาจเป็นเขาที่ชนะ”

“ยังไม่แน่หรอก ต่อให้เขามีร่างกายที่สูงและหล่อ กีฬาทางน้ำก็ไม่ได้ใช้ส่วนนี้เป็นตัวตัดสินสักหน่อย บางทีชายคนนั้นที่ตัวเล็กกว่าอาจจะชนะก็ได้”

นักธุรกิจที่อยู่ในชุดสบายๆ เริ่มวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการแข่งขัน

“งั้นก็...มาเดิมพันกันเถอะ เดี๋ยวฉันเป็นเจ้ามือเอง” หนึ่งในนั้นมีพวกหัวใส หวังทำธุรกิจขนาดเล็กได้เงินเป็นกอบเป็นกำ

“เอาสิ”

“มาเลยมาเลย จะแทงข้างใครดีนะ”

เจมส์เห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง แน่นอนว่าเขาไม่พลาดโอกาสทำเงิน จึงสั่งให้ทอยแทงข้างตัวเอง

เจ็ตสกีที่ถูกนำมาใช้งานเป็นของโจ

พวกมันถูกตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนแข่ง ดังนั้นเรื่องโกงคงเป็นเรื่องยาก

“หึ จะถอนตัวตอนนี้ยังทันนะ ไม่งั้นนายได้เสียทุกอย่างแน่” เม้าท์ยังคิดว่าตัวเองเหนือกว่า ด้วยฐานะหนึ่งในผู้ถือหุ้นบริษัท Skk ย่อมทำตัวกร่างเป็นธรรมดา

“บอกตัวเองดีกว่าไหม ไม่งั้นหุ้นกะโหลกกะลานั่นอาจกลายเป็นของผม” เจมส์เริ่มสวมถุงมือ หันไปเย้ยหยันอีกฝ่ายพลางหัวเราะ

เม้าท์ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความโกรธ

อิงฟ้าไม่สามารถให้กำลังใจคนใดคนหนึ่งได้ หล่อนทำได้เพียงยืนมองห่างๆ และหวังว่าเรื่องจะจบลงสวยๆ

พวกเขาขึ้นไปนั่งบนเจ็ตสกี ในท่าเตรียมพร้อมทันใดนั้นผู้หญิงนุ่งบิกินี่ตัวสีขาวก็ให้สัญญาณ เจมส์พุ่งออกไปก่อนเป็นคนแรก อาศัยข้อได้เปรียบนั้นทิ้งห่างคู่แข่งได้ไม่ยาก

เม้าท์ถึงกับตื่นตกใจ ไม่คิดเลยว่าเจมส์จะออกตัวได้เร็วแบบนั้น

สำหรับเจมส์ต่อให้ขับไม่เป็นหรือนานครั้งจะได้ขับ ทว่าเขาก็ค่อนข้างชินชากับกระแสคลื่นและลมในทะเล ผิดกับเม้าท์ที่ไม่มีข้อได้เปรียบใดๆ ที่จะนำไปสู่ความชนะ

ธงที่ถูกปักไว้บนทุ่นมีอยู่ด้วยกันสองอัน

เจมส์หยิบหนึ่งในนั้นแล้วหันหัวเจ็ตสกีกลับเข้าฝั่ง ปล่อยให้คู่แข่งตกใจกลัวจนหน้าซีด

“มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง!” เม้าท์กัดริมฝีปากแน่น รีบคว้าธงที่ยังเหลืออยู่หนึ่งผืน หวังเร่งเครื่องตอนกลับแต่อนิจจา เมื่อหันหัวเจ็ตสกีกลับไปเตรียมเข้าฝั่ง คู่แข่งก็ไปถึงฝั่งเรียบร้อยแล้ว

เม้าท์เจ็บใจหนัก จังหวะหันหัวเจ็ตสกีกลับด้วยความไม่ระวังจึงเผลอตกน้ำ โชคดีที่สวมใส่เสื้อชูชีพ เขาจึงไม่เป็นอะไรมาก

.........

“บ้าเอ้ย กลายเป็นว่าชายเจ้าของถุงมือดำชนะ!”

“ชิ เสียเงินไปฟรีๆ เลย รู้งี้น่าจะแทงข้างชายสวมถุงมือดำ”

“ไอ้กระจอกเอ้ย ขับไม่เป็นเสือกทำเท่อยากแข่ง น่าสมเพชชะมัด”

“ฮ่าฮ่า สมน้ำหน้ากับพวกคุณที่วางเดิมพันผิดคน”

ทอยหัวเราะชอบใจลูกหลานคนรวย แล้วหอบเงินเดิมพันกลับมา

พวกเขาไม่สามารถทำอะไรได้ การแข่งครั้งนี้เป็นไปอย่างยุติธรรม ถึงจะเสียดายเงินที่ต้องเสียแต่ไม่มีใครกล้าโวยวาย เพราะเจ้าของงานไม่ใช่คนธรรมดา

เม้าท์ขับเจ็ตสกีมาจอด จากนั้นเดินลงมาแล้วโยนเสื้อชูชีพไว้บนพื้น ในสภาพร่างกายเปียกปอน เขาเหมือนกับสุนัขที่กำลังหนาวสั่น

“โจบอกให้คนของคุณหาผ้าให้เขาหน่อยสิ ดูสิตัวสั่นเป็นลูกแมวเลย” เจมส์แนะนำ

“นี่แก! ดูถูกกันใช่ไหม” เม้าท์เสียหน้าพอแล้ว ครั้นถูกยั่วยุอีกก็ทนไม่ไหว ต้องการเข้าไปอัดระบายความโกรธ

แต่อย่างใดก็ตามเขาถูกกันไว้ด้วยคนของโจ ทำให้ไม่สามารถทุบตีเจมส์ได้

“นี่นาย การแข่งขันครั้งนี้เป็นไปอย่างยุติธรรม รับไม่ได้งั้นเหรอถึงอยากจะใช้กำลัง ฉันเองก็ไม่ได้ชื่นชอบหรอกนะ เพียงแต่ถ้าหากนายอยากนักเดี๋ยวฉันจะจัดให้ก็ได้” โจพูดเสียงแข็ง สำหรับลูกหลานคนรวยที่คุ้นเคยกับตัวตนของเขา มองออกได้ไม่ยากว่าเขากำลังโกรธ

อิงฟ้ารีบเข้ามาดึงเม้าท์ เพราะกลัวว่าจะสร้างปัญหากับคนไปทั่ว

เจมส์หัวเราะมุมปาก หลังจากดื่มน้ำเล็กน้อยเขาเอ่ยขึ้นว่า “เอาล่ะ เรามาเซ็นสัญญาการซื้อขายหุ้นกันเถอะ ในเมื่อคุณแพ้ก็ต้องให้หุ้นกับผม”

“หึ! ประสาทหรือเปล่า ใครบอกว่าฉันสัญญา ฉันไม่ได้พูดแบบนั้นเลยสักคำ” เม้าท์ไม่ยอมรับ ใครกันจะบ้ามอบหุ้นให้ตรงๆ นั่นเป็นหุ้นมูลค่าหลายสิบล้านเชียวนะ ไม่ใช่ลูกชิ้นบาทสองบาท

“จะไม่ทำตามคำพูดสินะ” เจมส์อมยิ้มเล็กน้อย

“ทำตาม? ทำไมฉันถึงต้องทำตาม เพราะต่อให้ฉันชนะก็ไม่แน่เสมอไปว่าจะได้อะไรจากนาย จริงไหมละ” เม้าท์พูดจาแดกดันเอาตัวเองถูกเป็นว่า

“ก็ได้ หุ้นราคาถูกนั่นไม่เอาก็ได้ แต่นายต้องคุกเข่าขอโทษฉัน ฟังดูเข้าท่าไหมพ่อคนเก่ง” เจมส์แบมือว่า

“อะไรนะ? จะให้ฉันคุกเข่า ฝันไปเถอะ ให้ฉันคุกเข่าต่อหน้าหมายังดีกว่าอีก!” เม้าท์เบ้ปาก ในฐานะลูกหลานคนรวย ทำไมถึงต้องมาคุกเข่าให้สวะด้วย แบบนั้นมันเสียศักดิ์ศรีเกินไป

“งานวันนี้ฉันเป็นคนจัด นายไม่ทำตามกฏนี่คิดดีแล้วใช่ไหม” โจที่นั่งอยู่กับดาราสาวสองคนกล่าว นัยน์ตาคู่นั้นแสดงถึงความไม่พอใจเม้าท์เป็นอย่างยิ่ง

ทุกคนหันไปมองเม้าท์กัน ดูว่าเขาจะพูดอะไรต่อ

ในฐานะนักธุรกิจและลูกหลานคนรวย พวกเขามีการติดต่อกันเสมอ ดังนั้นถ้าหากมีใครบางคนได้สร้างปัญหากับคนที่เหนือกว่า ทุกฝ่ายจะตัดหางกับคนๆ นั้น ไม่ร่วมธุรกิจในอนาคต ไม่ก็แคนเซิลงานที่กำลังมีร่วมกันเพื่อรักษาผลประโยชน์กับคนที่ใหญ่กว่า

อิงฟ้าลูกสาวของบริษัท Skk รู้ถึงข้อนี้ดี ดังนั้นหล่อนจึงต้องการบอกเม้าท์ แค่ขอโทษ คุกเข่าต่อหน้าเจมส์มันจะไปยากอะไร

ทว่าหล่อนยังไม่ทันพูด เม้าท์โพล่งขึ้นว่า “คิดว่าฉันจะสนหรือไง ด้วยกลุ่มธุรกิจ Skk ไม่เห็นต้องพึ่งใครหน้าไหน!”

อิงฟ้าได้ฟังก็ยิ่งโกรธ จึงตบหน้าเพื่อระบายความโกรธที่อัดอั้นมานาน

“อิงฟ้า...” เม้าท์ตกอยู่ในอาการมึนงง “ทำไมเธอถึงได้ตบฉัน เกิดอะไรขึ้นกับเธอ...”

“ยังมีหน้ามาถามอีก ถ้าหากจะลงนรกก็ลงไปคนเดียว อย่าลากฉันกับครอบครัวลงไปด้วย!”

“เธอกลัวเหรอ? บ้าหรือเปล่า ทำไมถึงต้องกลัว”

อิงฟ้าแทบอยากจะเอาทรายในหาดอุดปากชายหน้าโง่

นี่เขาไม่รู้ตัวหรือว่ากำลังทำอะไรอยู่

คำพูดไร้ราคามันจะทำให้ธุรกิจ Skk พังทลาย จากนั้นอาณาจักรที่แม่เพียรสร้างมาเองกับมือจะสลายหายไป

“คุณเจมส์ คุณโจต้องขอโทษแทนเขาด้วยนะคะ หวังว่าคุณจะให้อภัยและปล่อยบริษัท Skk ไป” อิงฟ้าไม่ใช่คนปากแข็งหรือดื้อด้านพอที่จะไม่เข้าใจสถานการณ์ ดังนั้นก่อนที่มันจะแย่ไปกว่านี้ ตัองปรับความเข้าใจกับเขาก่อน

เจมส์ตอบด้วยรอยยิ้ม “ผมอภัยให้คุณได้อยู่แล้ว”

“ขอบคุณนะคะ...”

“แต่ว่า...เขาต้องคุกเข่าขอโทษผม เรื่องทุกอย่างก็จะจบ โอเคไหม ง่ายแค่นี้เอง”

“ได้ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว” อิงฟ้าพยักหน้ารับ แล้วหันกลับไปหาผู้ถือหุ้นเจ้าปัญหา

“ไม่! ฉันไม่มีทางคุกเข่าขอโทษมันเด็ดขาด” เม้าท์ปฏิเสธเสียงแข็ง

อิงฟ้าได้ฟังก็ยิ่งโกรธ ผู้ชายคนนี้จะทำในแม่และเธอเป็นบ้า เขาอยากให้เธอล้มละลายหรือไง ทำไมถึงไม่เข้าใจอะไรเลย

ระหว่างนั้นชายในชุดสูทหลายคนเดินเข้ามา พวกเขาเป็นคนของโจ

เม้าท์เห็นท่าไม่ดี รีบวิ่งฝ่าวงล้อมออกไป บอดี้การ์ดมากฝีมือรีบวิ่งตาม อาศัยจำนวนมากกว่าเข้าโรมรัน

แต่อย่างใดก็ตามเม้าท์ถือว่าวิ่งได้ค่อนข้างเร็ว หากเขาแข่งอย่างอื่นที่ไม่ใช่เจ็ตสกีบางทีอาจชนะ และสุดท้ายต่อให้วิ่งเร็วแค่ไหนต่อหน้าบอดี้การ์ดที่ถูกฝึก เขาถูกนำตัวกลับมา

เม้าท์ถูกจับกดลงให้คุกเข่า

สำหรับลูกหลานคนรวยที่อยู่ในงานไม่เพียงไม่ห้าม ทุกคนเอาแต่หัวเราะชอบใจ สนุกสนานไปกับการแสดง

“ในเมื่อหมอนี่ไม่ขอโทษนาย แถมก่อนหน้านี้ยังบอกอีกว่าคุกเข่าให้สุนัขยังดีกว่า งั้นก็เอาสุนัขมาให้เขา” โจโบกมือ ถามหาสุนัขในงานปาร์ตี้

ไม่นานสุนัขพันธุ์ชิวาวาถูกนำออกมา มันเป็นของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในชุดบิกินี่สีแดงสด หล่อนมีผิวขาว บั้นท้ายกลมกลึง เดินทีนึกว่าแผ่นดินไหว หน้าอกขนาดใหญ่คู่นั้นเคลื่อนไหวคล้อยตาม เรียกได้ว่าสร้างความฮือฮาได้ไม่น้อย

“นี่ค่ะ น้องเบบี้ รีบทำความเคารพน้องซะสิ” หล่อนวางสุนัขไว้บนพื้นทราย ก่อนจะหันไปขยิบตาให้เจมส์

คล้ายกับเรื่องถุงมือฟ้าประทาน ที่คุณอ่าน