วิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน

    บทที่ 10 เคลียร์ใจ 2/3

    หลังจากที่ซินซินส่งน้องของตัวเองเขานอนและแน่ใจว่าเขานอนหลับดีแล้วซินซินก็เดินออกจากห้องนอนของน้องเขาและเดินเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัวเตรียมจะออกไปข้างนอก


     

    หลังจากที่เขาอาบน้ำเสร็จ ซินซินก็เดินไปยังโต๊ะเครื่องสำอางโต๊ะเดียวภายในห้อง

    หลังจากที่เช็ดตัวจนแห้งดีแล้วเขาเริ่มใช้เครื่องสำอางแต่ละชิ้นประโคมลงบนหน้า

    ตัวเองตามลำดับ จนใบหน้าของเขาประหนึ่งนักแสดงสาวสุดสวย บวกกับวิกผมและเสื้อผ้าผู้หญิงที่เขาเลือกใส่ มันก็ทำให้เขาแทบจะกลายเป็นคนละคน


     

    เมื่อเขาแต่งตัวและตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเองดีแล้ว ซินซินก็เดินออกจากห้อง โดยปิดประตูห้องอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังที่จะไปปลุกเอคโค่ของเขาก่อนที่จะเห็นว่าแท็กซี่ที่เขาเรียกไว้ได้มารออยู่แล้ว


     

    ตลอดทางที่นั่งอยู่แท็กซี่ ซินซินได้มองออกไปนอกหน้าต่างรถ ที่แสดงภาพวิวทิวทัศน์ของรัฐซิตี้ในยามค่ำคืนด้วยแววตาที่โศกเศร้า ก่อนที่แท็กซี่จะจอดลงที่อพาร์ทเมนต์รายวันแห่งหนึ่งที่เขานัดกับลูกค้าไว้


     

    ตลอดระยะเวลาที่นั่งอยู่บนแท็กซี่จวบจนถึงการเดินก่อนจะถึงห้อง ใบหน้าที่โศกเศร้าก็หยุดลงอยู่แค่หน้าห้องนั้นก่อนที่เขาจะปรับอารมณ์ของตัวเองอยู่นานและแสดงสีหน้าที่สดใสออกมา


     

    “ซินดี้ที่นัดไว้มาแล้วนะคะ”


     

    เสียงร่าเริงและใบหน้าที่สดใสของซินซินได้กล่าวทักทายลูกค้าของเขาพร้อมกับเปิดประตูเขา ก่อนที่ใบหน้าที่สดใสนั้นจะแข็งข้างอยู่อย่างนั้นเมื่อเห็นว่าลูกค้าที่เขานัดไว้ เป็นใบหน้าที่เขาคุ้นเคย


     

    “อิน”


     

    “นี้รู้ชื่อผมด้วยเหรอครับ? หรือว่าผมเคยเรียกใช้บริการคุณแล้ว ผมลืมไปได้ยังไงกัน…ช่างเถอะครับคุณจะเอาเครื่องดื่มอะไรไหมเดียวผมสั่งให้”


     

    อินที่นอนรออยู่บนเตียงภายในห้องเมื่อเห็นการมาถึงของหญิงสาวที่เขานัดไว้ก็รู้สึกแปลกใจที่เธอรู้จักชื่อของตัวเอง ก่อนที่จะไม่สนใจและใช้มือตบไปยังที่ว่างบนเตียงเพื่อเป็นสัญญาณให้หญิงสาวมานั่งบนเตียง พร้อมกับหยิบป้ายเมนูที่แสดงเมนูอาหารและเครื่องดื่มต่างๆ ขึ้นมาดู


     

    ซินซินที่กำลังตกใจกับชายตรงหน้าของตน แต่เมื่อเห็นว่าเขาจำตัวเองไม่ได้ซินซินก็ถอนหายใจอย่างโล่งอกออกมาเล็กน้อยไม่ทันให้อินได้สังเกต ก่อนที่จะเดินไปนั่งข้างๆ เขาอย่าเก๋ๆ กังๆ แต่กลับถูกอินใช้แขนโอบรัดตัวเขาไว้แน่และเปิดเมนูให้ดูด้วยกัน


     

    “ทำไมตัวเกร็งจังเลยครับ ตื่นเต้นอะไรอย่างงั้นเหรอ ถ้ารู้ชื่อผมก็แปลว่าเราต้องเคยใช้บริการกันแล้วหนิ”


     

    “คะ?”


     

    เมื่ออินชวนหญิงสาวข้างๆ เขาคุย ก็ได้ใช้แขนที่โอบหญิงสาวอยู่ลูบไปที่แขนของหญิงสาวคนนั้น จนทำให้เธอตกใจและรีบตอบรับออกมาด้วยเสียงที่ใหญ่เล็กน้อยคล้ายกับผู้ชาย


     

    “ไม่ต้องตื่นเต้นนะครับ สั่งน้ำอะไรมากินก่อนก็ได้จะได้ผ่อนคลายลง…ผมชอบโกโก้แก้วใหญ่แล้วคุณล่ะ”


     

    “นะ..น้ำส้มค่ะ”


     

    ซินซินที่รู้ตัวว่าตัวเองเผลอส่งเสียงที่เป็นผู้ชายออกไป เมื่อเธอตั้งสติได้ก็บีบเสียงของตัวเองให้เล็กลง และตอบอินออกไป ก่อนจะเห็นว่าแสดงสีหน้าพึงพอใจและหยิบโทรศัพบนหัวเตียงขึ้นมาเพื่อสั่งน้ำที่เขาและซินซินเลือก


     

    “ห้อง434 เอาน้ำส้มกับโกโก้แก้วใหญ่แก้วนึงครับ”


     

    หลังจากที่อินสั่งน้ำเสร็จแล้วและได้ยินเสียงตอบรับจากพนักงานปลายสาย เขาก็วางสายนั้นลงและหันไปยิ้มให้กับหญิงสาวข้างตน ก่อนที่จะเอามือลูบไปที่ใบหน้าของหญิงสาวอย่างทะนุถนอม


     

    “น่ารักจริงๆ เลยนะ เป็นไปได้ยังไงที่ผมเคยใช้บริการคุณแล้วจะจำคุณไม่ได้”


     

    “อ่า..อย่านะคะ”


     

    ซินซินที่โดนลูบไล้อยู่บนใบหน้า ก็ทำให้เขามีความรู้สึกประหลาดบางอย่างจนส่งเสียงประหลาดๆ ออกมาและรีบพละตัวออกห่างจากอิน


     

    แต่นั้นก็ไม่ได้ทำให้อินล้มเลิกความตั้งใจของเขา เขาค่อยๆ ขยับตัวเขาไปใกล้หญิงสาวอีกครั้ง พร้อมกับใช้แขนของเขาโอบกอดหญิงสาวไว้และใช้มืออีกข้างหนึ่งลูบไล้ไปที่ส่วนต่างๆ ของเธอ


     

    “ไม่นะคะ”


     

    เสียงร้องห้ามของหญิงสาวยิ่งทำให้อินยิ้มออกมาอย่างชอบใจ และลูบไล้เธอมากขึ้นไปอีกพร้อมกับเพลิดเพลินกับอารมณ์ที่เธอแสดงออกมา ก่อนที่จะเห็นว่าการกระทำของเขาจะเธอเริ่มมีน้ำตาไหลออกมา เขาจึงหยุดมือลง

    “ฉันขอโทษนะ ฉันไม่แกล้งนายแล้ว…นายทิ้งเบอร์ไว้ให้ฉันแล้วรีบกลับบ้านไปแต่งตัวเถอะ ฟินน์มันอยากชวนนายไปกินเลี้ยงที่บ้านด้วย”


     

    “ฮะ?”


     

    ซินซินที่เพิ่งโดนชายหนุ่มลวนลามไป อยู่ดีๆ เขาก็พูดในสิ่งที่ซินซินไม่เข้าใจขึ้นมา

    จนเขามองไปที่อินด้วยสีหน้างุนงงพร้อมกับน้ำตาที่ยังไหลอยู่ ก่อนที่เขาจะเริ่มขยับเข้ามาใกล้ๆ อีกครั้ง


     

    “หรือว่านายจะอนุญาตให้ผมทำต่อได้อย่างนั้นหรอครับ…ซินซิน”


     

    “นี่นายจำฉันได้อย่างนั้นเหรอ!…ไม่สิ นายรู้ได้ยังไงกันว่าฉันทำงานที่นี่”


     

    “ปกติฉันชอบส่องเว็บบริการพวกนี้อยู่แล้วแต่ไม่เคยมีโอกาสได้ใช้หรอกนะ

    แต่ตั้งแต่ที่เห็นนายฉันก็จำได้ว่านายอยู่บนเว็บนั้นด้วย..ถึงจะแต่งหน้าซะสวยเลยก็เถอะ”


     

    “ไอ้บ้าเอ๊ย…ที่แท้นายก็รู้อยู่แล้วนี่ว่า ละ…แล้วนายยังจะมาลวนลามฉันอีกสันดานยังไม่เปลี่ยนเลย นายมันแกล้งฉันตั้งแต่เด็กจนโต”


     

    ซินซินที่พึ่งเข้าใจเจตนาของอินก็โวยวายออกมาด้วยความไม่พอใจ แต่ปฏิกิริยาของอินนั้นกับยิ้มให้เขาพร้อมกับส่งเสียงหัวเราะออกมา


     

    “สมัยก่อนพอฉันนึกไปตอนนั้นฉันก็รังแกนายจริงๆ นั่นแหละ แต่นายจะเอามารวมกับตอนนี้ไม่ได้หรอกนะ เพราะตอนนั้นนายเอาคืนฉันไปแล้ว”


     

    อินที่พูดขึ้นมาพร้อมกับจิ้มไปที่หน้าอกของตัวเองก็ทำให้ซินซินนึกถึงการบาดเจ็บที่อินเคยได้รับมาเพราะเขา ซินซินก็ได้เปลี่ยนสีหน้าที่ไม่พอใจของตัวเองเป็นความรู้สึกผิดขึ้นมา…แต่นั้นยิ่งทำให้อินที่เห็นใบหน้านั้นยิ่งรู้สึกดีใจขึ้นไปอีก


     

    “รู้สึกผิดอย่างนั้นหรอครับ…ดีแล้วดีแล้วถ้าเห็นผมก็อย่าลืมนึกถึง การกระทำของคุณที่เคยทำให้ผมเจ็บไว้แล้วกัน ผมจะใช้ความรู้สึกผิดของคุณที่มีมาเอาเปรียบคุณให้ได้มากที่สุด…คอยดูเถอะครับ”


     

    “เห้อ…ว่าแต่ที่นายพูดก่อนหน้านี้ ฟินน์เขาชวนฉันไปกินเลี้ยงที่บ้านอย่างงั้นหรอ”


     

    “อืม นายทิ้งเบอร์โทรไว้ละกันจะได้โทรตามนายต่อหน้ามัน ฟินน์มันจะได้ไม่ต้องสงสัยว่าฉันไปชวนนายได้ยังไง”


     

    “อย่างงั้นก็ได้ขอบคุณมากนะ เดี๋ยวฉันรีบกลับไปแต่งตัวใหม่”


     

    ซินซินที่ตกลงกับอินได้แล้ว ก็หยิบกระเป๋าถือของตัวเองพร้อมกับลุกขึ้น จัดแจงเสื้อผ้าที่โดนอินกลั่นแกล้งจนยับไปหมดให้ดูเรียบร้อย ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป…แต่ก็โดนอินทักขึ้นมาก่อน


     

    “ฉันเพิ่งสั่งน้ำไป รอน้ำมาส่งก่อนสิ ถึงฉันจะชอบกินน้ำหวานแต่ให้กินสองแก้วก็ไม่ไหวหรอกนะ แล้วยิ่งเป็นน้ำส้มด้วย”


     

    “อย่าไปกินเลยมันมียาสลบอยู่ ทางที่ดีรีบไปเถอะ”



     

     

     


     

    “นายกินเบียร์ไหม..ฉันจะสั่งของให้มาส่ง”


     

    อินที่กำลังนั้งรอพร้อมกับฟินน์และลีออน เมื่อเห็นซินซินเดินมาพร้อมกับแอคโค่ก็ถามเขาออกไป


     

    “ฉันพอกินได้อยู่”


     

    “แล้วน้องของนายล่ะจะกินอะไร”

    “อะไรก็ได้ที่มีไม่แอลกอฮอล์ แล้วก็ดูของกินของเด็กมาด้วยนะ น้องฉันไม่กินเผ็ดไม่กินผัก”


     

    “ฮ่าฮ่าฮ่า”


     

    ทันทีที่ลีออนที่ได้ยินคำพูดของซินซิน เขาก็หัวเราะลั่นออกมาพร้อมกับตบไปที่หลังของอิน ก่อนที่จะโดนอินมองกลับด้วยสายตาที่ไม่พอใจ ทำให้ซินซินที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกงงขึ้นมา


     

    “กินเหมือนอินเลยน่ะ ไม่ผักไม่เผ็ด…อินนายสั่งของนายซ่ำอีกชุดหนึ่งให้เอคโค่เลยก็ได้นะ”


     

    ฟินน์ที่เห็นซินซินทำหน้างงงอยู่ก็ช่วยตอบออกไป ก่อนที่ทุกคนจะนั่งรอให้อาหารที่อินสั่งไปมาส่ง


     

    ไม่นานหลังจากที่ทั้งห้าคนนั่งรอกัน อาหารและเครื่องดื่มที่สั่งไว้ก็มาส่ง ฟินน์ที่เห็นอินเดินลงไปเอาอาหารก็ได้ไปหยิบแก้วและจานชามมาเตรียมรอไว้ จนอินเดินกลับขึ้นมาพร้อมถุงพะรุงพะรัง


     

    เขาได้แจกเบียร์ให้กับลีออนและซินซินคนละขวดก่อนที่จะหยิบน้ำผลไม้กล่องใหญ่ไปให้กับฟินน์และเอคโค่ที่นั่งอยู่


     

    เมื่อขนมและอาหารถูกจัดว่างจนครบแต่ละคนก็เริ่มกินอาหารตรงนะ โดยในขณะที่กำลังกินอาหารอยู่ลีออนก็พยายามจ้องมองไปที่ซินซินเพื่อรอให้เขากินเบียร์แก้วแรก และเมื่อซินซินยกแก้วน้ำขึ้นดื่มจนหมดก็รีบถามสิ่งที่เขาอยากรู้ออกมา


     

    “เห้ย ทำไมนายออกมาอยู่กะน้องสองคนล่ะ ครอบครัวนายก็มีฐานะดีไม่ใช่หรอ”


     

    “ลีออน!”


     

    ฟินน์ที่ไม่พอใจลีออนที่ถามเรื่องส่วนตัวซินซินขึ้นมาก็พยายามจะห้ามปรามเขา แต่ซินซินก็ยกมือขึ้นมาห้ามไว้ก่อน เพื่อบอกว่าไม่เป็นไร


     

    “นายสัญญาได้ไหมว่าจะไม่ขำ”


     

    ซินซินที่เริ่มมีอาการมึนเมาหลังจากกินไปแก้วเดียว ก็ไม่ได้มีสีหน้าที่ลำบากใจที่จะเล่าออกมาเลยแต่เขาก็ยื่นคำขาดไปที่ลีออนก่อน


     

    “แน่นอนอยู่แล้ว การแยกจากครอบครัวเป็นเรื่องเศร้าจะตาย มีอะไรให้ต้องขำล่ะ”


     

    “ก็ตั้งแต่เกิดเรื่องก่อการร้ายครั้งนั้นขึ้น ฉันก็คอยถามตัวเองตลอด

    ว่าสิ่งที่ฉันเชื่อมาตั้งแต่เด็กมันเป็นเรื่องที่ผิดหรือเปล่า เพราะมันทำให้มีคนตายมากมายเพียงเพราะคนๆ เดียว แต่เมื่อฉันเลือกตั้งคำถามกับมันก็มีเรื่องให้สงสัยขึ้นมาตลอดเวลา จนกระทั่งฉันเริ่มอ่านข่าวและบทความต่างๆ มากขึ้น


     

    ฉันไม่เชื่อนะว่าบทความพวกนั้นจะเป็นจริงหรือเปล่า แต่อย่างน้อยมันก็ทำให้ฉันได้ตั้งคำถามกับอดุลและตั้งแต่นั้นมาฉันก็เริ่มไม่ยอมที่จะไปอ่านหนังสือเกี่ยวกับความดีของอดุล ที่ปู่ฉันบังคับให้อ่านทุกสัปดาห์


     

    แต่เมื่อทำอย่างงั้นบ่อยเข้า ฉันก็รับทะเลาะกับปู่และแม่…ทั้งหมดนี้ ที่ฉันเริ่มตั้งคำถามยังไงก็ต้องยกความดีความชอบให้กับฟินน์นะ ถ้าไม่เจอคนที่แสนดีอย่างเธอที่เป็นคนของไลท์เดน ฉันก็คงไม่เริ่มตั้งคำถาม”


     

    อยู่ดีๆ ซินซินที่กำลังเล่าเรื่องราวชีวิตของเขา ก็แวะมาพูดถึงฟินน์พร้อมกับยิ้มให้เขาอย่างคนที่ตกหลุมรัก


     

    “ไม่ๆ มันก็ยังมีเรื่องที่นายไม่ยอมตั้งคำถามอยู่ เช่นจริงๆ ฟินน์เป็นผู้ชาย”



     

    อินที่เห็นท่าทีของซินซินก็พูดแซะเขาขึ้นมา พร้อมกับกำลังพยายามกั้นขำกับลีออน

    แต่ในขณะที่อินพูดขึ้นมานั้น ซินซินก็กระดกดื่มเบียร์ไปอีกแก้วหนึ่งก่อนที่จะเริ่มเล่าต่อ ทั้งอย่างนั้น


     

    “ฉันเริ่มคิดว่าที่ผ่านมาฉันโดนครอบครัวยัดเยียดแนวคิดบางอย่างจนทำสิ่งผิดพลาดในชีวิตไปหรือเปล่า และฉันไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับเอคโค่น้องของฉันที่ตอนนั้นยังเด็กมาก ฉันพยายามทุกวิถีทางที่จะคอยบอกให้ตั้งคำถามกับสิ่งที่แม่และปู่สอนเขาระหว่างที่เติบโตมา แต่จุดแตกหักมันก็เริ่มจากตอนที่แม่ของฉัน ท้อง!”


     

    อยู่ดีซินซินก็ตะโกนคำว่าท้องออกมาอย่างไม่พอใจ ก่อนที่จะยกเบียร์กินอีกแก้วนึง โดยที่อินคอยเติมให้อยู่ตลอดพร้อมกับรอยยิ้มๆ ประหลาดๆ ของเขา


     

    “ใช่แล้วล่ะ เธอท้อง ท้องหลังจากพ่อของฉันตายไปสาม-สี่ปีแล้วเนี่ยนะ! พอท้องของแม่เริ่มใหญ่จนสังเกตได้ ฉันก็ถามไปว่า แม่ท้องได้ยังไง…


     

    แต่แม่กลับบอกว่าพ่อฝากมันไว้หลังจากที่เขาตาย ทันทีที่ได้ยินคำนั้นฉันก็อึ้งไปเลย ครอบครัวเราก็รู้อยู่ว่าถูกสอนมาให้ไม่เข้าโรงพยาบาลของพวกไลท์เดน พ่อฉันไม่มีทางที่จะไปฝากสเปิร์มให้กับโรงพยาบาลเด็ดขาด…


     

    แต่พวกนายรู้อะไรไหม ขณะที่ฉันกำลังโกรธอยู่ โกรธสุดๆ ที่แม่ไม่ยอมบอกความจริง เมื่อหันไปมองปู่ของฉัน ดันเจอเขานั่งเหงื่อตกอยู่พร้อมกับมองไปที่แม่ของฉัน


     

    ในหัวของฉันมันก็คิดขึ้นมาทันทีเลยว่า ทำไมแม่ถึงท้องทั้งๆ ที่อยู่กันแค่ในครอบครัวเท่านั้น…และในที่สุดพวกเขาก็ยอมรับมัน ฉันไม่อยากจะคิดเลยว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดภายในครอบครัวที่สูงส่งของฉันจริงๆ


     

    ฉันที่เสียใจมากเลยได้พาเอคโค่ออกมาจากครอบครัวนั้น”


     

    ซินซินที่ระบายทุกอย่างออกมาจมหมด เขาก็มีน้ำตาไหลออกมาด้วยความโศกเศร้า พร้อมกับกระดกแก้วเบียร์ขึ้นไปจนหมดต่อ


     

    ตอนนี้ ซินซินคิดไม่ออกเลยว่าเขาควรจะรู้สึกยังไงดี ที่ได้ระบายเรื่องของเขาออกไป เขาควรจะมีความสุขที่มีคนมาฟังเรื่องของเขาหรือเปล่า แต่ความคิดนั้นก็ต้องหมดไป เพราะอินได้รินเบียร์ใส่แก้วให้เขาอีกครั้ง โดยที่พยายามก้มหน้าหลบตาของเขาอยู่


     

    ซินซินที่เห็นว่าอินพยายามหลบหน้าของเขาก็ได้ก้มลงไปมองดูถึงสีหน้าของอิน

    ก่อนจะพบว่าเขาพยายามกลั้นขำอยู่และเมื่อหันไปทางลีออนที่สัญญากับเขาว่าจะไม่ขำ ซินซินก็เห็นเขานอนฟุบไปกับพื้นและพยายามกั้นเสียงขำของตัวเองออกมาเช่นกัน


     

    ซินซินรีบทิ้งตัวไปข้างหลังทันที พร้อมกับเอามือปิดหน้าของตัวเองด้วยควา

    มอับอาย คงมีเพียงฟินน์เท่านั้นที่มองเขาด้วยสายตาสงสาร ก่อนที่จะส่ายหัวให้กับพฤติกรรมของอินและลีออน


     

    “เรื่องเศร้าขนาดนี้พวกนายอุตส่าห์ขำกันอีกนะ”


     

    ฟินน์ที่เห็นว่ามีอาหารและเครื่องดืมเริ่มหมดแล้ว เขาก็ลุกเก็บจานชามทั้งหมดก่อนที่จะไปยืนล้างจานชามจนเสร็จ


     

    “ฉันกลับก่อนนะฟินน์”


     

    อยู่ดีๆ ซินซินที่นอนเอามือปิดหน้าอยู่ก็ลุกขึ้นมาอย่างโซเซพร้อมกับบอกลาฟินน์


     

    “นายจะกลับบ้านสภาพนี้หรออีกอย่างเอคโค่ก็หลับไปแล้วนะ นอนที่นี่ก็ได้เดี๋ยวฉันไปเอาผ้าห่มที่ไม่ได้ใช้มาให้”


     

    “ก็ได้ ก็ได้”


     

    เมื่อฟินน์ได้ยินเสียงตอบรับอย่างนั้น เขาก็รีบเดินไปหาอินเพื่อที่จะให้เขาไปเอาผ้าห่มมาให้กิบซินซิน


     

    “อินผ้าห่มที่ไม่ใช้แล้วของนายอยู่ไหนเนี่ย เอามาให้ซินซินหน่อย”


     

    เมื่ออินสัมผัสได้ถึงเท้าของฟินน์ที่มาเขี่ยเขา เขาก็พยักหน้าออกมา พร้อมกับพยายามพยุงตัวเองให้ลุกขึ้นอยางโซเซ ก่อนที่จะค่อยๆ เดินขึ้นบันไดไปในห้องของตัวเอง


     

    ไม่นานเขาก็ออกมาพร้อมกับผ้าห่มผืนใหญ่ และโยนมันลงมาจากชั้นบนทันที


     

    “นี่อินมันเป็นผู้ชาย ให้มันเข้าไปเอาของในห้องเธออย่างนั้นไม่เป็นอะไรเหรอ”


     

    “นั้นมันห้องของอิน ห้องของฉันอยู่ตรงข้ามกัน”


     

    “ว่ายังไงนะ!”


     

    ซินซินที่ได้ยินคำพูดของฟินน์ เขาก็ตกใจออกมาอย่างมาก จนร่างกายของเขานั้นเซเดินถอยหลังไป จนพิงเข้ากับผนังกำแพง


     

    “เธอเป็นผู้หญิงน่ะ จะให้ผู้ชายมานอนบ้านเดียวกันได้ยังไง บัดสีบัดเถลิงที่สุด….แงงงงง”


     

    ซินซินที่รู้สึกเสียใจมากกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินนั้น ก็ทิ้งตัวลง นอนไปกับพื้นบ้านแล้วร้องไห้ฟูมฟายออกมา ทำให้ฟินที่ได้ยินคำพูดของเขานั้นได้แต่ทำหน้าไม่พอใจและเดินขึ้นห้องนอนของตัวเองไป


     

    ปล่อยให้ลีออนนอนอยู่ที่พื้นอย่างนั้นพร้อมกับซินซินที่ร้องไห้ฟูมฟายอยู่ด้วย


     

    คล้ายกับเรื่องวิเศษ วาเรีย ภาคหน่วยบริการประชาชน ที่คุณอ่าน