“ เป็อย่างไรบ้าง “
“ ศพนี้เป็ศพของสตรี มีร่องรอยช้ำ แต่ดูได้ค่อนข้างยาก มีตำลึงเงินและตั๋วเงินติดอยู่ในกระเป๋าผ้าด้านใน อาจจะต้องใช้เวลาตรวจสอบมากพ่ะย่ะค่ะ “
“ในร่างกายมียาพิษหรือไม่ “ สภาพศพเน่าเปื่อยขนาดนี้แต่คิดกลับมิได้กลิ่นของศพเลยแม้แต่น้อย กลิ่นศพมีเพียงแค่กลิ่นอ่อนๆเล็กน้อย นับเป็เื่ที่น่าแปลกมาก
“ เ้าส่งคนไปตรวจร้านแลกเงินในเมืองดูอาจพบเบาะแสเพิ่มเติม “ เป็ชินอ๋องที่พูดขึ้นมา
เลี่ยงหรงขอไปดูศพใกล้ๆ หยิบเครื่องประดับมาดู เหมือนเคยเห็นที่ไหนสักแห่ง
“ เลี่ยงหรงมีอันใดรึ “ ลู่เฟินมายืนอยู่ใกล้ๆแล้วมองไปยังเครื่องประดับที่เลี่ยงหรงมองอยู่
“ เ้าว่าเครื่องประดับนี่ดูคุ้นๆหรือไม่ “
“ อืมมมม ดูคุ้นมากแต่ข้าก็จำไม่ได้ว่าเคยเห็นที่ไหน “ ไม่ได้มีแค่สร้อยข้อมือแต่ยังมีสร้อยคอซึ่งลักษณะคล้ายกับสร้อยข้อมือ คงทำมาใส่คู่กัน
“ ไม่มียาพิษขอรับ แต่มีกลิ่นของน้ำมันหอมระเหย ติดตามเสื้อผ้าขอรับ “ เป็หมอประจำของกองมือปราบในเมืองนี้
“ เสื้อผ้าที่ใส่อยู่เพราะเสื้อผ้าที่ขึ้นชื่อของเมืองกวนอู อีกด้วย “ มือปราบหลัวชี้ไปยังเสื้อผ้าก่อนจะให้มือปราบไปสอบถามคนที่มาซื้อเสื้อผ้านี้ สีนี้ ผ้านี้นับเป็ผ้าที่ค่าแพงมิน้อย เป็ผ้าสีม่วง ปักลายโม่ลี่ฮวา เสื้อผ้ายังดูใหม่มาก คงพึ่งซื้อมาได้ไม่นานนัก นอกจากนั้นให้หาร้านหอมระเหยที่กลิ่นนี้อีกด้วย เป็กลิ่นดูสบายตาคล้ายๆกลิ่นป่าไม้ กลิ่นไม่แรงมาก คาดว่าคงเป็คนร้ายที่จัดเตรียมหา
“ ศพเน่าเปื่อยเช่นนี้คงมิรู้ด้วยซ้ำว่าเป็ผู้ใด ลองไปสอบถามชาวบ้านที่มีสตรี แล้วหายตัวไปหลายวันอย่างไม่ทราบสาเหตุมา “ เป็ชินอ๋องที่สั่งการอีกรอบ
มือปราบคนหนึ่งที่ไปสอบปากคำของคนที่เจอศพ ซึ่งสตรีที่เป็ผู้พบศพคนแรกนางบอกว่า ระหว่างที่นางและสามีกำลังพายเรืออยู่ ไปพายโดยอะไรบางอย่างเข้านางเลยนำโคมไฟมาส่องใกล้ๆดู จึงพบเข้ากับศพ นางเลยใมากจึงกรีดร้องเสียงดังออกมา
ส่วนเรืออื่นต่างบอกว่า ได้ยินเสียงนางก็พาหันมามอง แต่เนื่องจากศพมีขนาดตัวเบาทำให้ลอยผ่านหน้าเรือบริเวณนั้น ทุกคนที่เห็นศพต่างพากันกลัว หลังจากนั้นก็มีมือปราบมาพบเข้าพอดี
ทั้งสี่ตกลงว่าให้ไปพักผ่อนก่อนพรุ่งนี้ค่อยว่ากันต่อ เพราะสภาพศพเน่าเปื่อยจึงยากต่อการสืบหามิน้อย หลิวหยางเองก็เรียกมือปราบจากเมืองหลวงมาช่วยสืบคดีในครั้งนี้อีกด้วย เลี่ยงหรงกังวลมิน้อยนี่ขนานศพแรกแล้วศพต่อไปจะขนานไหน
แล้วศพต่อไปห่างจากศพแรกกี่วันเลี่ยงหรงนั้นก็มิรู้เช่นกัน หวังว่าศพที่สองคงมิใช่เร็วๆนี้หรอกนะ
ชินอ๋องและหลิวหยางชวนเลี่ยงหรงกับลู่เฟินไปพักที่จวนของหลิวหยางที่ซื้อติดไว้เมื่อนานมาแล้ว แต่เลี่ยงหรงก็ปฏิเสธก็แค่คืนนี้เท่านั้นเพราะอุตส่าห์จ่ายเงินแล้ว ไว้วันพรุ่งนี้จะไปพักด้วย อย่างน้อยก็ประหยัดเงินได้ทานอาหารฝีมือพี่เหลียงอีกด้วย
แสงรุ่งอรุณในเช้าวันใหม่สาดส่องเข้ามา ทำให้เลี่ยงหรงค่อยๆลืมตาขึ้นมา แล้วลุกขึ้นไปอาบน้ำในยามเช้า เมื่อลงมาพบลู่เฟินที่สั่งอาหารของทางโรงเตี๊ยมไว้รอเรียบร้อยแล้ว
หลังจากทานอาหารเสร็จทั้งคู่ก็มาเดินเล่น จนพบชินอ๋องกับหลิวหยางที่กำลังคุยอะไรกันอย่างอยู่ เหลียงซานที่เห็นเลี่ยงหรงใกล้เข้ามาจึงหยุดสนทนา เมื่อมากันครบแล้วทั้งสี่คนก็ไปสถานที่เกิดเหตุ
“ สถานที่ที่ผ่านสายแม่น้ำเป็หอโคมเขียว ท่าเรือที่เป็จุดจำหน่ายเรือ นอกนั้นส่วนใหญ่เป็ป่าไม้ หอโคมเขียวนั้นนับว่าน่าสงสัยมิน้อย “ จริงอย่างที่ชินอ๋องกล่าว ตอนนี้ทางมือปราบไปตรวจสอบว่ามีนางโลมนางใดหายไปหรือไม่ รวมถึงขอตรวจสอบหอโคมเขียวอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกด้วย
เหลียงซานเห็นว่ายังมีหลายที่ยังน่าสงสัย จึงให้หลิวหยางไปตรวจสอบบริเวณป่าไม้รอบๆ ส่วนหอโคมเขียวตนกับเลี่ยงหรงจะเป็คนไปตรวจสอบเอง
เนื่องจากเกิดเื่ของศพเร็วกว่าที่คิดทำให้เหลียงซานมิได้มีเวลาไปตรวจสอบเอกสารที่เ้าเมืองได้ส่งด้วยตนเอง จึงให้เสี่ยวซานตรวจสอบในเบื้องต้นไปก่อน มิเพียงเท่านี้เหลียงซานยังส่งหน่วยลับให้ไปสอดแนมที่จวนเ้าเมืองอีกด้วย
“ ได้ “ เมื่อทั้งสี่ตกลงกันได้ ก็มุ่งหน้าไปยังที่ที่ต้องตรวจสอบ
“ ข้าคิดว่าคนร้ายมิได้มีเพียงคนเดียวเป็แน่ “
จุดที่น่าสังเกตคงเป็ร้านเสื้อผ้า น้ำมันหอมระเหย ร้านแต่ละร้านมีมากมายลองไปสอบถามร้านที่เป็ที่นิยมกันก็ยังมิมีสิ่งเหล่านี้ เป็ได้ว่าคนร้ายเป็คนเมืองนี้ที่คุ้นเคยร้านต่างๆเป็อย่างมาก
“ อืม ยิ่งคนลงมือเป็สตรีอีกยิ่งเป็ไปได้น้อย “ เว้นแต่ว่าเป็สตรีที่มีวรยุทธ์ละนะ
ทั้งสองมาถึงหน้าหอโคมเขียว เมื่อมาถึงก็เห็นมือปราบที่ยังมิได้กลับก็ออกมาต้อนรับทั้งคู่
“ พบอันใดหรือไม่ “
“ มีนางโลมคนหนึ่งหายตัวไปขอรับ “
จากการสอบแม่เล้าก็ได้ความมาว่า่นี้มีเศรษฐีหนุ่มผู้หนึ่งมาขอซื้อตัวนางโลมที่ตนถูกใจไปั้แ่เมื่อห้าวันที่แล้วแถมยังมอบเงินให้นางโลมเป็จำนวนมาก แต่เมื่อสองวันที่แล้วนางก็หายตัวออกไป ตอนที่มาขอแม่เล้าบอกว่าจะไปหาชายหนุ่มที่จะซื้อตัวนางไป แม่เล้าก็เลยอนุญาต
แต่ก็จนวันนี้ก็ยังมิเห็นแม้แต่เลย มือปราบก็ไปสอบถามเศรษฐีผู้นั้นว่านางโลมผู้นั้นได้มาหาหรือไม่ เศรษฐีผู้นั้นก็ส่ายหน้าออกมา
นั้นจึงเห็นความเป็ไปได้ว่า ศพที่ตายอาจจะเป็นางก็เป็ได้
“ มีภาพวาดของนางหรือไม่ “ เลี่ยงหรงถามออกมา ถ้ามีภาพวาดละก็ก็อาจจะเริ่มตามหาคนที่เป็พยานที่เกี่ยวข้องได้
“ มีขอรับ รอข้าน้อยสักครู่ “ มือปราบผู้นั้นไปขอภาพวาดจากแม่เล้ามาให้เลี่ยงหรงได้ดู พอมองไปที่ภาพวาดมันดูคุ้นเป็อย่างมาก จึงยื่นให้พี่เหลียงได้ดู
“ นี่มัน “ เลี่ยงหรงเห็นความผิดปกติบางอย่างเข้า แล้วดูเหมือนความคิดของทั้งคู่จะตรงกันอย่างไม่ต้องสงสัย
“ พี่ ภาพวาดนี่มันเหมือนกับที่พบในจวนของโจรเมื่อครานั้นนิขอรับ “
“ เสี่ยวเยว่ “ เหลียงซานได้สั่งให้หน่วยลับมักพบภาพวาดเอาไว้ จึงให้ไปบอกเสี่ยวซานให้ไปรวบรวมภาพวาดมาให้ เพราะหากมันตรงกันขึ้นมาละก็
“ เช่นนั้นระหว่างไปตรวจที่ห้องของนางกันเถิด “ ส่วนผู้ที่สนิทกับนางโลมผู้นั้นตอนนี้มือปราบกำลังสอบปากคำอยู่ หวังว่าจะมีอะไรเคลือบหน้ามาบาง
“ ห้องดูสกปรกกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีก “ เหลียงซานได้แต่บ่นออกมาเมื่อเห็นสภาพห้องที่นางอาศัยอยู่ มือปราบยังไม่ได้มาค้นที่นี่เพราะมุ่งไปแต่การสอบปากคำเป็ซะส่วนใหญ่
“ ลองดู “
เลี่ยงหรงไปค้นตามตู้ตามโต๊ะดูก็ทำเอาแปลกใจมิน้อยเลย ไหนว่านางได้เงินจากเศรษฐีผู้นั้นมาเยอะมิใช่รึ ยังมีเห็นเครื่องประดับราคาแพงเลยแม้แต่น้อย มิใช่แค่นั้นอย่างพวกเครื่องแต่งหน้าที่สตรีสมควรจะต้องมีกลับมิมี มันดูแปลกไปหรือไม่
“ เสื้อผ้ามีแต่สีเดียวกันหมด “ ใช้แล้วมีแต่สีม่วงทั้งนั้น ซึ่งเป็สีเดียวกันกับศพเลย
“ แป้งตลับ “ แป้งตลับอะไรมาอยู่ในนี้ได้เล่า
“ หรงเอ๋อร์ไปเจอตรงไหนมารึ “
“ มันอยู่ในตู้เสื้อผ้าขอรับ “ อยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่เสียได้
“ พี่จะทำอันใดหรือ “
แกร็บ ~
" มีเสียง? " เป็เสียงเหมือนกับว่ามีอะไรซ่อนอยู่ข้านใน เหลียงซานยืมมีดอันเล็กมากรีดปาดออกเพื่อดูว่าข้างในคืออันใดกันแน่
พอกรีดออกมาได้ก็พบกับเศษเครื่องประดับที่กระจัดกระจายกัน
" เยว่ซวงไอตรงสอบร้านเครื่องดับว่ามีขายชิ้นนี้หรือไม่ " เหลียงซานหยิบทับทิมสีแดงมาให้เยว่ซวงรวมถึงภาพวาดของนางโลมนางนี้ด้วย
" ราคามิใช่น้อย ข้าว่าอาจมิใช่นางที่เป็คนซื้อมา "
เหลียงซานยิ้มอย่างมีเล่ห์นัยออกมา
" หรงเอ๋อร์มิต้องเป็ห่วง "
หลังจากนั้นก็ทำเอาค้นห้อง ก็ยังมิเจออันใดที่สาวตัวไปถึงนางโลมที่หายตัวไปได้เลย
" ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ "
" มีอันใด "
" ข้าน้อยสอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องหมดแล้วขอรับ "
" เล่ามา "
" สตรีนางนี้ได้ข่าวจากแม่เล้ามาว่านางเป็ลูกของฏที่ถูกลงโทษให้มาอยู่ที่นี่ ตอนแรกๆที่มาอยู่นางพยายามฆ่าตัวตายมาหลายครั้งแล้วแต่ก็ไม่สำเร็จ จนนางไปตกหลุมรักบุรุษผู้หนึ่งเข้าจึงหนึ่งเข้า “
“ เศรษฐีผู้นั้น “
“ ใช่พ่ะย่ะค่ะ นางพยายามดึดดูดสายตาเศรษฐีผู้นั้น จนอีกฝ่ายจะมาขอนางมาเป็อนุพ่ะย่ะค่ะ “
“ ไปสอบปากคำเศรษฐีผู้นั้นด้วย “ เห็นว่าในห้องมิมีอันใดแล้วทั้งสองจึงกลับมาที่จวนก่อน
เหลียงซานสั่งให้เอาภาพวาดที่เก็บมาได้จากจวนของโจรมาไว้บนโต๊ะ
“ เหมือนเลย “ ซึ่งภาพวาดของนางโลมผู้นี้ก็มีรอยมีดอยู่แต่เพียงแค่เล็กน้อยเท่านั้น
“ เป็ไปได้หรือไม่คนร้ายกำลังตามฆ่าคนที่อยู่ในภาพวาดเหล่านี้ “ เลี่ยงหรงหยิบขึ้นมาดูทีละใบ
“ มีทั้งภาพวาดที่มิมีรอยกับมีรอย “ ถ้าเกิดให้ตามหาครบทุกคนคงใช้เวลานานมากเกินไป แถมยังมิรู้ด้วยซ้ำว่ารายต่อไปจะเป็ผู้ใด
“ เช่นนั้นลองดูก็ไม่เสียหาย “ เหลียงซานได้สั่งให้หน่วยลับไปตามมาสตรีที่อยู่ในภาพวาดที่เป็รอย ที่รู้มีเพียงคุณหนูไป๋เพียงเท่านั้นที่พอจะดูออกมาบาง
“ พี่เหลียง “ เลี่ยงหรงยื่นภาพวาดของสตรีนางหนึ่งให้เหลียงซานได้ดู
“ นี่มัน อืมแต่หน้าก็คล้ายๆกันอยู่ “ ภาพวาดที่เลี่ยงหรงยื่นให้ดูนั้นเป็รูปของคุณหนูซ่ง แต่มันค่อนข้างที่จะดูอยากอยู่บางเป็คุณหนูซ่งคนใด ก่อนหน้านี้ที่เคยเจอหน้าคุณหนูจวนนั้นหน้าตาคล้ายๆกันด้วย มีความแตกต่างอยู่บางแต่นี่เป็ภาพวาดจึงยากต่อการดุ
“ เช่นนั้นพี่จะให้หน่วยลับจับตาดูเอาไว้ “
ก๊อกๆ
“ ท่านอ๋องกระหม่อมขออนุญาต “ เป็เสี่ยวซานที่เดินเข้ามาแล้วยื่นเอกสารที่ได้มาจากเ้าเมือง
“ เป็เช่นไรบาง “
“ เป็อย่างที่ท่านอ๋องทรงคิดเอาไว้พ่ะย่ะค่ะ “
“ เ้าไปพักผ่อนก่อนเถิด “ เหลียงซานนำเอกสารนั้นมาตรวจดูตามที่เสี่ยวซานตรวจเอาไว้ที่พบความผิดปกติ ค่อยให้หลิวหยางจัดการคงเหมาะกว่าอย่างไงเสียที่นี่ก็เป็บ้านเกิดของเ้าตัวน่าจะอันใดได้ดีกว่า งั้นคงต้องเ้าเมืองคนใหม่ที่พอใช้งานได้มาเสียแล้ว
“ หรงเอ๋อร์ออกไปสูดอากาศกันดีหรือไม่ “
“ หืม “
“ เมืองนี้อยู่ติดกับทะเล พี่เพียงแค่อยากไปสูดกลิ่นทะเลให้หายชื่นใจเสียหน่อย “
“ ได้ขอรับ “
ระหว่างทางที่กำลังจะมุ่งหน้าไปยังทะเล เหลียงซานก็เห็นมีร้านหนึ่งที่น่าสนใจจึงขอไปซื้อของด้านในเสียก่อน เลี่ยงหรงก็มิได้ว่าอันใดจึงรออยู่หน้าร้าน จนกระทั่ง
“ อะ คารวะแม่ทัพเลี่ยงเ้าค่ะ “ คุณหนูไป๋นางมาอยู่ที่นี่ด้วยรึ นี่มิใช่ว่าเข้าทางคนร้ายเลยหรือ
“ อืม “ แต่เลี่ยงหรงก็คงทำหน้านิ่งๆเช่นเดิม จนคุณหนูไป๋เป็ฝ่ายชวนคุยเสียเอง
“ ไม่ทราบว่าท่านแม่ทัพ – “ มิทันทีคุณหนูได้พูดจบพี่เหลียงที่กลับออกมาจากร้านเข้าพอดิบพอดี
“ แม่ทัพเลี่ยง ไปกันเถิด “ เหลียงซานไม่สนใจคุณหนูไป๋แม้แต่น้อย ทำเอาเลี่ยงหรงแปลกใจมิน้อย ในบรรดาสตรีทั้งหมดที่เลี่ยงหรงรู้มาคุณหนูไป๋ถือได้ว่าสนิทสนมมากที่สุดเลยก็ว่าได้ แต่ดูจากตอนนี้สิไม่ทักทายกันด้วยซ้ำ
“ ถวายพระพรชินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ “
“ อืม เช่นนั้นเปิ่นหวางขอตัว “
“ ท่านอ๋องรอเดี๋ยวก่อนเ้าค่ะ “ เมื่อเห็นว่าชินอ๋องไม่สนใจตนแม้แต่น้อย จึงพยายามดึงความสนใจมาให้ได้ “ หม่อมฉันรู้ว่าท่านอ๋องโกรธไป่เอ๋อร์อยู่ “ โห่ มีการแทนชื่อตนเองเสียด้วย
“ แล้วยังไง เ้าสำคัญถึงเพียงนั้นหรือ “ คุณหนูไป๋เมื่อได้ยินชินอ๋องตอบกลับมาอย่างไรเยื่อไย น้ำตาของนางก็ค่อยๆไล่ลงมา ชาวบ้านที่เห็นหญิงงามร้องไห้เช่นนั้น แถมยังมีบุรุษรูปงามสองคน ก็ต่างซุบซิบนินทาไปต่างๆนานา
“ หม่อมฉัน “
“ เ้าคิดว่ามารยาของเ้า จะทำให้เปิ่นหวางหลงกลหรือ อย่าเอาพวกโง่ที่หลงเ้าไม่ลืมหูลืมตา มาเทียบกับเปิ่นหวาง “ แรงมาก พี่เหลียงท่านช่างพูดได้ถูกใจข้ายิ่งนัก ั้แ่ไหนแต่ไรเลี่ยงหรงก็มิถูกกับสตรีเท่าไหร่นัก
เมื่อพี่เหลียงพูดจบก็เดินจูงมือเลี่ยงหรงออกมาทันที จริงๆก็อยากจะสะบัดมือออก แต่สุดท้ายก็มิกล้าทำ และดูเหมือนเวรกรรมเื่สตรีของพี่เหลียงจะยังมิจบเมื่อพบเข้ากับคุณหนูเจียง จะบ้าตาย !!!
“ ถวายพระพรชินอ๋องพ่ะย่ะค่ะ มินึกเลยว่าจะเจอท่านอ๋องที่นี่ด้วย “ เลี่ยงหรงหันไปมองหน้าเหลียงซานที่ดูตอนนี้อารมณ์ที่เริ่มจะมิดีเท่าไหร่นัก
“ อืม “ เหลียงซานก็ตอบเพียงสั้นๆเท่านั้น
“ ถ้ามิรังเกียจหม่อมฉันขอเดินด้วยได้หรือไม่เ้าค่ะ “ นางบ้าไปแล้วหรือมาขอเดินกลับบุรุษเนี่ยนะ สติของนางดีอยู่รึเปล่า ถ้าดีก็ไม่มาขอหรอก
“ รังเกียจ “ เหลียงซานตอบอย่างรวดเร็ว ทำเอาคุณหนูเจียงถึงกับไม่ต่อมิเป็ แต่นางก็ตั้งตัวได้และตอบกลับได้ราวกับว่าคำพูดเมื่อกี้ของชินอ๋องมิมีผลอันใดกับนางเลย
“ โถ่ ท่านอ๋องละก็คงมิอยากทิ้งแม่ทัพเลี่ยงสินะเ้าค่ะ “ ช่างคิดได้นะ “ หม่อมฉันแนะนำสหายให้แม่ทัพเลี่ยงรู้จักได้นะเ้าค่ะ “
“ มิใช่เื่ของเ้า “
“ คุณหนูเจียงมิต้องยุ่งเื่ของข้านักหรอก “ คราวนี้เป็เลี่ยงหรงที่ตอบกลับไปบาง
“ เปิ่นหวางมิชอบพวกแย่งของของคนอื่น เพราะมันสกปรก ราวกับขยะ “ เื่ของคุณหนูเจียงที่ว่าไปแย่งคู่หมั้นคุณหนูสวีโด่งดังมากในเมืองหลวง แต่นางก็ยังกล้าออกมาจากจวนเช่นนี้อีก อยากรู้จริงๆว่าบุรุษผู้ใดจะได้เป็ภรรยากัน
เพราะภาพลักษณ์ของนางได้พังทลายลงแล้ว แล้วเลี่ยงหรงก็เชื่อด้วยอีกว่านี่อาจจะเป็แผนของพี่เหลียงก็เป็ได้