ราชันเวทเทพองเมียว

    70 ปะทะมังกรปีศาจ (1)

    การที่ผู้คนเรียกมันว่า ‘มังกร’ ใช่มันจะเป็นมังกรจริง ๆ 

    ดวงตาแข็งกร้าวดั่งอสรพิษ รูปร่างใหญ่โตน่าเกรงขาม รวมถึงท่าร่างอันรวดเร็ว ทำต้าหมินผงะถอยไปจนติดประตู 

    การเคลื่อนที่ของมังกรปีศาจจากส่วนลึกของโถงถ้ำมายังพื้นที่ตรงกลางใช้เวลาไม่ถึงอึดใจ ยังดีที่ผนึกชิ้นสุดท้ายยังทำงาน ไม่อย่างนั้นคนที่ตายอย่างอนาถอาจเป็นเขาเอง

    ขณะกำลังทบทวนแผนการต่อสู้ในจุดที่คิดว่าตนปลอดภัย ทันใดนั้นการจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัวก็มาถึง ใครเล่าจะคิดพอจบการโจมตีแรกยังมีการโจมตีที่สองตามมา 

    ลิ้นสองแฉกยืดยาวออกมาอย่างรวดเร็วรัดพันตัวเด็กชายเอาไว้ ยังไม่ทันได้ดิ้นรนต่อสู้กลับถูกลากเข้าไปในปาก 

    การเดินทางของต้าหมินจะจบลงแบบนี้อย่างนั้นหรือ?

    ช่างเป็นกับดักที่เปิดเผยเหลือเกิน ชวนศัตรูคุยแล้วเล่นงานทีเผลอ พอครั้งแรกพลาด ในขณะศัตรูวางใจว่าปลอดภัยกลับมีท่าจู่โจมตามหลัง

    สำเร็จ!?

    ใครว่า…

    ตูมมมม!

    ระเบิดเพลิงลุกไหม้ในปากของมังกรปีศาจ

    กร๊าซซซซ!

    มันกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด 

    คนวางกับดักต้องระวังกับดักย้อนศร

    ต้าหมินตัวจริงยืนอยู่หลังประตู ร่างเมื่อครู่คือร่างจำแลงจากยันต์ชิกิงามิ แบ่งพลังวิญญาณส่วนหนึ่งหลอกล่อว่าเป็นตน อาศัยการขยับร่างจำแลงมาอยู่ชิดประตูเพื่ออำพรางกลิ่นอาย ทั้งยังเขียนยันต์เปลวเพลิง (火炎 คะเอน) ไว้เพื่อตอบโต้

    เสียดายยังไม่แตกฉานห้าธาตุ หากเขียนยันต์ดินระเบิด (火薬 คะยะคุ) ได้ การต่อสู้คงจบเร็วกว่านี้

    เมื่อกับดักย้อนศรได้ผลย่อมมีท่าจู่โจมต่อเนื่องตามมา มือขวาทำท่ามุทรา ยันต์หลายสิบใบลอดผ่านประตูที่แง้มเป็นช่อง แล้วกลายร่างเป็นสัตว์ต่าง ๆ ได้แก่ เสือ ลิง ช้าง แรด หมูป่า ล้วนเป็นสัตว์ที่อยู่ในสวนสัตว์ทั้งสิ้น ฝูงสัตว์ส่งเสียงคำรามแล้วพุ่งเข้าโจมตีมังกรปีศาจทันที ไม่เปิดโอกาสให้ตั้งตัว

    ฝูงลิงอาศัยความคล่องแคล่ว เร่งปีนป่ายตามแขนขาและลำตัวเพื่อมุ่งไปส่วนศีรษะ เป้าหมายคือโจมตีดวงตา 

    โขลงช้างอาศัยร่างอันใหญ่โตแข็งแกร่ง บุกตะลุยไปยังส่วนหาง หวังใช้งวงตรึงหางเอาไว้

    แรดกับหมูป่าจู่โจมส่วนขาไม่ให้มันได้ขยับเคลื่อนไหว หากมีโอกาสให้จู่โจมส่วนท้อง 

    เสือจู่โจมด้านหน้า ถาโถมโจนทะยาน ปัดป่ายกรงเล็บและตะปบ อย่าให้มันมีเวลาคิดใคร่ครวญ ให้ยุ่งเข้าไว้

    เสียงร้องดังก้อง 

    แปร๋น!

    โฮก!

    เจี๊ยก!

     งี๊ด!

    กรรรร!

     

    มังกรปีศาจมีลักษณะคล้ายกิ้งก่ายักษ์ รูปร่างใหญ่โตราวกับรถบรรทุกพ่วง ช่วงคอยาว หางยาวเกือบเท่าขนาดตัว มีเกล็ดปกคลุม 

    ต้าหมินไม่แน่ใจว่าจุดอ่อนของมันใช่อยู่ที่ดวงตา ใต้คางหรือบริเวณท้อง เมื่อไม่รู้แน่ชัดจำต้องใช้การโจมตีหว่านแหเพื่อค้นหาจุดอ่อน

    [แผนพิฆาตมังกร-หยั่งเชิง]

    เขาส่งเหล่าสรรพสัตว์เพื่อทดลองหยั่งเชิง หากมีตัวใดเพลี่ยงพล้ำถูกสังหาร กำลังเสริมย่อมถูกส่งเข้าไปเพิ่มทันที กระดาษยันต์อีกนับสิบลอยออกจากอกเสื้อ ครึ่งหนึ่งกลายเป็นเสือส่งไปก่อกวนด้านหน้า อีกครึ่งกลายเป็นช้างส่งไปสกัดส่วนหาง

    เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นของมังกรปีศาจดังก้อง แสดงว่ายังพอต้านทานได้

    แรกเข้ามาในถ้ำ ต้าหมินอาศัยว่าตัวเป็นเด็กผลักเปิดประตูเป็นช่อง กว้างพอให้ร่างเตี้ยเล็กของร่างจำแลงเดินลอดออกไป ส่วนตัวจริงหลบอยู่ในเงามืดเฝ้าสังเกตผ่านประตูที่แง้มอยู่ นี่คือการอาศัยจุดเด่นขององเมียวจิ ทำศึกระยะไกลไม่ต่อสู้ระยะประชิด ใช้ภูตรับใช้ให้มาก เน้นจุดแข็งขององเมียวจิขั้นมนุษย์ให้ถึงที่สุด

    การหยั่งเชิงไม่ใช่การเข่นฆ่าสังหาร ทว่าคือการถ่วงเวลา ท่าสังหารอยู่ที่การโจมตีระลอกต่อไป

    [แผนพิฆาตมังกร-สังหารให้ดาวดิ้น]

    ยันต์อีกสี่สิบเก้าใบลอยละล่องออกจากอกเสื้อลอยผ่านช่องประตูเข้าไป ยันต์กลุ่มนี้กลายร่างเป็นมนุษย์ในชุดรัดกุม หน้าตาเรียบเฉย เค้าหน้าธรรมดาสามัญ 

    ตุ๊กตารับใช้ยกห่อผ้าหนักอึ้งที่เตรียมไว้เป็นพิเศษ วางกองไว้หน้าประตู เมื่อคลี่ออกสิ่งของทั้งหมดในนี้ล้วนเป็นยุทธภัณฑ์ทางทหารซึ่งขอมาจากเซียนจิ้งจอกแดง มนุษย์จำแลงก้มตัวหยิบอาวุธ จากนั้นเริ่มตั้งขบวนทันที

    มือหอกอยู่หน้า

    มือโล่อยู่ถัดมา

    ตามด้วยมือธนู

    มือดาบตามหลังคอยหาโอกาส

    ไม่จำเป็นต้องมีการสื่อสารระหว่างกัน ทั้งหมดอยู่เพียงชั่วความคิดของคนคนเดียว

    องเมียวจิน้อย!

    ลูกศิษย์คนสุดท้ายของปรมาจารย์องเมียว!!!

    ฟิ้ว!

    ห่าธนูพุ่งอย่างรวดเร็ว เป้าหมายคือดวงตาซึ่งบัดนี้แดงก่ำอย่างยิ่ง

    ฝูงพยัคฆ์และฝูงลิงเปิดทางอย่างรู้กัน 

    ฉึก ๆๆๆ

    ลูกธนูบางส่วนปักลงบนหนังตา บางส่วนปักลงหางตา 

    พลาด?

    ไม่!

    การจู่โจมครั้งนี้มีสามชั้น ห่าธนูไม่ใช่ท่าไม้ตายเป็นเพียงท่วงท่าอำพราง ยังมีท่าจู่โจมตามหลัง

    หลังจากยันต์สี่สิบเก้าใบลอยออกจากอกเสื้อเข้าไปในโถงถ้ำ ยังมีใบที่ห้าสิบลอยออกมาอยู่ข้างกายของเด็กชาย ยันต์ใบนี้กลายสภาพเป็นบุรุษผู้หนึ่ง โครงหน้าเด่นชัด รูปร่างกำยำ รังสีฆ่าฟันแผ่ออกจากตัว

    นักดาบผู้ดักรอสังหารสามเณรและชินโนสุเกะบริเวณหาดน้ำตื้น ผู้พลาดท่าถูกเด็กน้อยแต่งตัวมอซอสังหาร

    ‘โคจิ’

    สำนักดาบอิตโต (一刀) 

    ร่างจำแลงของโคจิรับดาบยาวเล่มพิเศษจากตุ๊กตารับใช้ แล้วลงมือทันทีหลังจากธนูดอกแรกพลาดเป้า

    เพลงดาบสายฟ้า ก้าวย่างตามอักษร 六 เคลื่อนไหวหลบหลีกได้สารพัน รวดเร็วดั่งสายวิชชุ เป้าหมายคือดวงตาข้างซ้ายของมังกรปีศาจ

    รวดเร็ว

    รุนแรง

    ไร้ความปรานี

    ต้าหมินรู้สึกยินดีที่ได้คนผู้นี้เป็นพวก พูดอีกอย่างคือข้ารับใช้ ด้วยพรจากมหาเทพสึคุโยมิทำให้สามารถกักเก็บวิญญาณคนตายไว้ในยันต์ร้อยภูต ซึ่งก็คือมือซ้ายของเขาเอง อาศัยพรจากมหาเทพมาประสานกับยันต์ชิกิงามิ ก่อเกิดเป็นวิชาใหม่

    ‘เวทวิชาร่างจำแลงวิญญาณผนึก’ 

    เคร้ง!

    เคร้ง!

    เคร้ง!

    กร๊าซซซซ!

    เพลงดาบฟาดฟันอย่างรวดเร็ว แทบไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่า คล้ายว่าครั้งแรกฟันตาซ้ายไม่ได้จึงอาศัยท่าร่าง 六 ขยับเคลื่อนไปมา สุดท้ายเปลี่ยนมาทำลายดวงตาข้างขวาได้สำเร็จ

    ต้าหมินมองผ่านช่องประตู เห็นเลือดแดงฉานซึมออกมาจากดวงตาของมัน มังกรปีศาจร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด พร้อมกับสะบัดศีรษะอย่างแรงหวังขับไล่เหล่าวานรที่เกาะตามหัวหู

    จังหวะเดียวกันกองทหารรีบเคลื่อนเข้าใกล้ อาศัยที่มันสูญเสียดวงตาไปช้างหนึ่ง โถมจู่โจมยังจุดบอดด้านนั้น พลหอกทิ่มแทงลำคอ พลดาบฟาดฟันส่วนท้อง พลธนูคอยเล็งยิงดวงตาข้างที่เหลืออยู่

    ยามนี้ต้าหมินรู้สึกเหมือนตนย้อนเวลากลับไปยุคก่อนประวัติศาสตร์ ได้เป็นสักขีพยานภาพอันน่าตื่นตะลึง เหมือนกับที่เคยที่เห็นในสารคดี…

    ภาพนักล่ายุคดึกดำบรรพ์ถือหอกทิ่มแทงช้างแมมมอธ

    ขณะที่การโจมตีกำลังดำเนินไปด้วยดีราวกับชัยชนะกำลังลอยอยู่ตรงหน้า อยู่ ๆ ขนหลังคอพลันลุกชัน เด็กชายไม่รอช้ารีบทำท่ามุทราเรียกพี่อิฐ พี่บาตร พี่น้องเข็มเย็บผ้า พี่หมุด และไลอ้อนในร่างลูกสุนัขออกมาทันที

    ฉับพลันทันใดเกล็ดบนตัวของมังกรปีศาจพลันตั้งขึ้น ก่อนจะบินคว้างออกจากตัว เกล็ดแข็งนับร้อยกลายเป็นอาวุธสังหารบินวนไปทั่วห้อง 

    ‘กงจักรสังหารเกล็ดทมิฬ’

    พี่อิฐกลายร่างเป็นกำแพงยืนขวางหน้าประตูเอาไว้

    ตึก!

    ตึก!

    ตึก!

    ตึก!

    เกล็ดแข็งนับร้อยปักตรึงบนกำแพงสูงใหญ่ ไม่มีสิ่งใดเล็ดลอดมาถึงเจ้านายตัวน้อยได้

    ความรู้สึกเสียวสันหลังพลันหายไป 

     

    เวร ๆๆๆ เกือบไปแล้ว ดีที่ปฏิกิริยารวดเร็ว

     

    เด็กชายให้รู้สึกโชคดียิ่งนัก

    บัดนี้ชิกิงามิไม่ว่ากองทหารและฝูงสัตว์ล้วนถูกทำลายสิ้น วิญญาณของเหล่าทหารลอยกลับเข้ามาในมือซ้ายโดยพลัน คงเหลือเพียงโคจิที่ยืนอยู่มุมหนึ่ง อาศัยท่าร่างรวดเร็วและดาบไว หลบหลีก ปัดป่ายเกล็ดทมิฬมาได้

    เด็กชายรับรู้ผ่านดวงตาของโคจิ มองเห็นมังกรปีศาจถดถอยร่างกลับไปยังส่วนลึกของโถงถ้ำตามเดิม ทั้งยังงอกเกล็ดใหม่ขึ้นมาทดแทนของเก่า

     

    หากฝืนบุกฝ่าเข้าไปต้องเจอกับการโจมตีอย่างหนักหน่วงเช่นเมื่อครู่แน่นอน

    ทำอย่างไรดี?

    อาวุธของมังกรปีศาจไม่เพียงมีหางและลิ้นยืดยาว ยังมีเกล็ดเพิ่มมาอีกด้วย

     

    การต่อสู้ระหว่างมังกรปีศาจกับองเมียวจิเข้าสู่ภาวะชะงักงัน…