“เอาละ! ..ไม่เป็ไร! ..” หยิ่นเจียวสูดลมหายใจเข้าลึกๆ นางรู้ดีว่าในสมัยโบราณแบบนี้หากไม่เอาชนะนิสัยหวาดกลัวการเข้าสังคมให้เร็วที่สุดแล้ว ต่อให้มีสิบหัวคงไม่พออย่างแน่นอน ก่อนที่จะเข้าไปในห้อง หญิงสาวได้ยินเสียงหัวเราะดังออกมาอย่างมีชีวิตชีวา หยิ่นเจียวหยุดเดิน ยืนรีรออยู่ไม่กล้าก้าวเท้าไป
“คุณหนูรอง ..ทุกคนกำลังรออยู่นะเ้าคะ!” ถ้าเป็เมื่อก่อน ผิงอันคงไม่กล้าขึ้นเสียงกับหยิ่นเจียวเป็แน่ หากในตอนนี้ผิงอันมีความรู้สึกว่านางดูไม่ก้าวร้าวเหมือนเมื่อก่อน ดูราวกับเป็กุหลาบที่ไร้หนามแบบนั้น
ในขณะที่หยิ่นเจียวกำลังจะยอมแพ้ แต่แล้วก็เหลือบไปเห็นใครบางคนเข้าเสียก่อน เป็หยิ่นหรูจูที่กำลังเดินเนิบๆ เข้ามานั่นเอง
“พี่สาว!” หยิ่นเจียวโบกมือให้แล้วรีบวิ่งไปหานางอย่างร่าเริง แต่แล้วก็ต้องหยุดยืนห่างจากนางถึงสามก้าว เพราะใบหน้าที่เรียบเฉยของหยินหรูจู หยิ่นเจียวจึงส่งยิ้มให้อย่างเขินอาย ถามพี่สาวว่า
“พี่สาว..พี่จะเข้าไปหาคุณย่าหรือเ้าคะ ข้าเดินไปกับพี่ได้ไหม? "
น้ำเสียงของหยิ่นเจียวดูติดจะรื่นเริงเกินเหตุ หากหยิ่นหรูจูก็ไม่รู้จะปฏิเสธนางได้อย่างไร นางยังคงทำหน้าเรียบตึงก่อนตอบว่า
“ตามใจเ้า!” เมื่อเข้ามาด้านใน ร่างกายของหยิ่นเจียวก็แข็งทื่อราวกับท่อนไม้ ในห้องเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย ต่างพากันจ้องมองมาที่นาง หัวใจของหยิ่นเจียวเต้นเร็วขึ้นๆ หญิงสาวทำได้แต่เพียงก้มหัวลงมองที่ปลายเท้าของตนเองเท่านั้น การเดินเหินก็ดูผิดไปจากปกติ
“คารวะท่านย่าเ้าค่ะ..ขอให้ท่านย่ามีสุขภาพดีอายุยืนยาว ..” หยิ่นหรูจูย่อตัวลงคารวะท่านย่าตามธรรมเนียมปฏิบัติ
หยิ่นเจียวเห็นก็รีบทำตามทันที “คารวะท่านย่า ขอให้ท่านย่ามีสุขภาพแข็งแรงเ้าค่ะ "
“ลุกขึ้นๆ เ้าฟื้นสติขึ้นมาก็กลายเป็เด็กดีมีสัมมาคารวะเลยนะ ยังไงเสียก็ผ่านพ้นความตายมาแล้ว มาเถอะมาให้ย่ากอดหน่อย..ดูสิว่าร่างกายเ้าเป็อย่างไรบ้าง? อวี้เหยียนบอกข้าไม่ให้ไปดูเ้าเกรงว่าข้าจะล้มเจ็บ…ช่างไร้สาระจริงๆ ย่าคิดถึงเ้าเหลือเกิน ทำไมลุกเดินได้แล้วไม่มาหาย่าก่อนเล่า? "
นางกวักมือเรียกหยิ่นเจียว เรียกแทนตัวเองว่าย่า เห็นได้ชัดว่าหยิ่นเจียวเป็หลานคนโปรดของนางเลยทีเดียว
หยิ่นเจียวแอบหยิกต้นขาตนเองอย่างแรงเพื่อเรียกสติ ความกังวลใจของนางลดลง นางเดินไปข้างหน้า เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่านางไม่ใช่หยิ่นเจียวคนเดิม ไม่เช่นนั้นใครจะรู้ว่าเขาจะเอานางไปจุดไฟเผาหรือเปล่า?
“ท่านย่า…ท่านดูผ้าที่พันหน้าผากของข้าสิ ข้าไม่อยากให้ท่านเห็นตอนที่ข้าไม่สบาย ข้ากลัวว่าท่านจะทุกข์ใจ เดิมทีข้าตั้งใจจะมาหาท่านตอนที่ข้าหายดีแล้ว”
หยิ่นเจียวคิดถึงลักษณะท่าทางของเ้าของร่างเดิม นางทำตัวออดอ้อนให้ดูน่าสงสาร อาจจะเป็เพราะท่านย่าเป็หญิงชราที่ดูใจดี และรักใคร่นางจึงทำให้หยิ่นเจียวค่อยๆ ผ่อนคลายจิตใจที่ตึงเครียดลง
“โอ้..ดูสิว่าคราวหน้าเ้าจะกล้าไปเล่นใกล้ๆ น้ำอีกไหม? ..หรูจูนั่งลงสิ!”
ฮูหยินผู้เฒ่าเพิ่งนึกถึงหลานสาวคนโตขึ้นมาได้ หยิ่นหรูจูไม่คิดมาก ใครๆ ก็รู้ว่าฮูหยินผู้เฒ่านั้นโปรดปรานหยิ่นเจียวมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นางจึงเดินเลี่ยงไปนั่งที่เก้าอี้
“หน้าผากน้องรองคงไม่เป็อะไรมากใช่ไหม? หากเป็แผลเป็ไปอาจจะหาสามีได้ยาก อี้เอ๋อเป็กังวลจริงๆ น้องรองเ้าอย่าโทษข้าเลยนะที่ไม่ได้ไปดูแลเ้า เป็เพราะข้าเห็นว่าท่านย่าไม่มีคนดูแล ข้าจึงได้ไปดูแลท่านย่าแทนน้องรอง!”
หญิงสาวผู้หนึ่งยืนอยู่ด้านหลังท่านย่า พูดด้วยน้ำเสียงที่น่าสงสาร ดวงตากลมโตของนางหยาดคลอไปด้วยน้ำตา ดูแล้วน่าสงสารกว่าหยิ่นเจียวอีก!
“เ้าเป็ใครกัน? " หยิ่นเจียวมองผู้หญิงคนนั้นอย่างสับสน นางไม่รู้จักคนผู้นี้เลย
ถังหยุนอี้ไม่ได้โกรธกับการแสดงออกของหยิ่นเจียว ต่อให้นางนึกเคืองก็ไม่กล้าที่จะทำแบบเปิดเผยหรอก นางได้แต่นึกถึงสถานะของหยิ่นเจียวในจวนจงหย่งโหว แล้วก็ได้แต่อดทนไว้
“น้องรอง เ้าอย่าพูดเล่นเช่นนี้ ข้าชื่อหยุนอี้ เป็พี่สาวของเ้า น้องรองโกรธข้าหรือ? ยกโทษให้ข้าได้ไหม? อย่าด่วนตัดขาดจากข้าเพราะเื่นี้เลยนะ! " ถังหยุนอี้ใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดหน้าพลางร่ำไห้อย่างเศร้าเสียใจ
หยิ่นเจียวรู้แล้ว..ทันทีที่นางเอ่ยชื่อออกมา ถังหยุนอี้ ผู้นี้เป็ลูกพี่ลูกน้องห่างๆ มาจากตระกูลของท่านย่าของนาง นางมาอาศัยอยู่ที่จวนจงหย่งโหวแห่งนี้ ตระกูลของท่านย่าก็เป็ตระกูลขุนนางเช่นกันดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลที่ถังหยุนอี้จะต้องมาอาศัยอยู่ในจวนจงหย่งโหวแห่งนี้ แต่เป็เพราะถังหยุนอี้เป็ลูกของอนุภรรยา แม่ของนางก็เป็อนุที่ไม่มีสถานะใดๆ อีกทั้งภรรยาเอกก็เป็คนดุร้ายเข้มงวด
หากแต่มารดาของนางเป็คนที่รู้จักประจบเอาใจผู้อื่น นางจึงส่งถังหยุนอี้มาให้เป็เพื่อนเล่นกับหยิ่นเจียวั้แ่เด็กๆ ถังหยุนอี้เป็เด็กปากหวาน ขี้ประจบรู้จักเอาอกเอาใจผู้คนเมื่อรู้ว่าหยิ่นเจียวชอบฟังคำเยินยอ นางจึงใช้คำพูดหวานๆ ล่อหลอกหยิ่นเจียว
หลังจากที่นางล่อหลอกหยิ่นเจียวจนได้รับความโปรดปรานจากหยิ่นเจียวแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างในจวนจงหย่งโหวจึงราบรื่นขึ้นอย่างมาก เมื่อใดที่นางจะต้องถูกส่งกลับไปตระกูลเดิมของนาง นางก็จะให้หยิ่นเจียวออกหน้า ผู้คนในจวนจงหย่งโหวจึงชอบนาง เป็เพราะหยุนอี้รู้จักที่จะรับมือกับหยิ่นเจียวได้นั่นเอง ..
เมื่อเป็เช่นนี้นางจึงได้รับการอบรมดูแลดีกว่าลูกสาวสายตรงของตระกูลเดิมของนางเสียอีก
แม้กระทั่งความสัมพันธ์ของหยิ่นเจียวกับหยิ่นหรูจูต้องตึงเครียดไม่ถูกกัน ก็สืบเนื่องมาจากหยุนอี้ผู้นี้อีกเช่นกัน การก้าวร้าว พูดจายโสโอหังของหยิ่นเจียวก็ล้วนแล้วแต่ถังหยุนอี้ผู้นี้ได้เสี้ยมสอนนางเอาไว้ นางใช้คำพูดฝังหัวหยิ่นเจียวตลอดว่า หยิ่นหรูจูจะเป็ผู้มาขโมยความรักความโปรดปรานของคนในตระกูลไป เมื่อถึงวันนั้นไม่ว่า บิดามารดา พี่ชายของนางหรือแม้แต่ท่านย่าก็จะถูกหยิ่นหรูจูแย่งความรักไป พวกเขาจะไม่รักนางเหมือนทุกวันนี้อีกแล้ว ด้วยเหตุนี้หยิ่นเจียวที่ไม่เคยเห็นหยิ่นหรูจูมาก่อนจึงได้นึกเกลียดชังพี่สาวแท้ๆ ั้แ่ยังไม่ทันได้เห็นหน้านางเลย หลังจากหยิ่นหรูจูกลับมานางจึงก้าวร้าวขึ้นเรื่อยๆ
“ฮ่าๆๆ เด็กน้อย เ้าฉลาดขนาดนี้ถ้าเ้าจำอี้เอ๋อไม่ได้แล้วจะจำผู้อื่นได้หรือ? แต่อี้เอ๋อก็พูดมีเหตุผล มาๆ ให้ย่าดูหน้าผากของเ้าหน่อยเถอะ เป็แผลลึกมากหรือไม่ " หลังจากพูดจบนางจึงค่อยๆ แกะผ้าที่พันหน้าผากของหยิ่นเจียวออก เมื่อเห็นรอยฟกช้ำที่ใบหน้าเล็กๆ ของหลานสาว นางถึงกลับอ้าปากค้าง จากนั้นจึงใช้มือเหี่ยวย่นค่อยๆ ลูบไล้แผลให้นาง
“มารดาของเ้านี่ช่างกระไร? ทำไมไม่ให้บ่าวไพร่เอาผ้านุ่มๆ มาพันรอบหัวเตียงเอาไว้ จะได้ไม่เป็หนักขนาดนี้!”
หยิ่นเจียวเอามือแตะหน้าผาก ตอนนี้ไม่ได้ปวดแผลแล้ว เพียงแต่นางยังกังวลอยู่
“ท่านย่า ..ข้าเพียงแต่ประมาทไปเท่านั้น อย่าได้โทษท่านแม่เลยนะเ้าคะ! "
หยิ่นเจียวแก้ตัวแทนมารดา แม่สามีกับลูกสะใภ้ส่วนใหญ่มักจะเข้ากันได้ไม่ค่อยดีอยู่แล้ว แต่หลี่อวี้เหยียนผู้เป็มารดารักเ้าของร่างเดิมอย่างจริงใจ หยิ่นเจียวสมควรที่จะปกป้องนาง
หยิ่นหรูจูซึ่งนั่งอยู่ที่เก้าอี้ด้านล่างเหลือบมองหน้าผากของน้องสาว แต่แล้วก็หันหลังให้นางอย่างรวดเร็ว
“เอาละ วันนี้ย่าเรียกเ้าทั้งสองคนมาก็เพื่อจะบอกว่า ไทเฮา้าให้เ้ากับหรูจูเข้าไปในวัง แต่ย่าเห็นว่าเ้าเพิ่งตกน้ำไป ย่าเลยขอเวลาอีกสักสิบวันให้เ้าดีขึ้นสักหน่อยค่อยเข้าไปเฝ้าไทเฮา "
ฮูหยินชราพูดอย่างจริงจังกับหลานสาวทั้งสองคน
*********