[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์

    43 ยันต์ฟ้าดิน

    “นายน้อยเป้าหมายออกมาจากหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าแล้ว มันใช้ประตูหลังออกมา”


    “ดี ส่งคนไปฆ่ามันซะ” นายน้อยตระกูลกู่พูดด้วยน้ำเสียงโกรธแค้น มันยังจำเรื่องราวตอนถูกซิงเยียนพูดประชดได้เป็นอย่างดี ทว่ามันกลับย่นคิ้วหลังจากเห็นท่าทางลูกน้องกำลังแสดงท่าทางกระอักกระอ่วนออกมา


    “แต่”


    “แต่อะไร”


    “แต่หอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าให้คนไปส่งเป็นร้อย พวกเขายังเป็นผู้ใช้จิตวิญญาณระดับผสานอีกด้วย เกรงว่าการลอบสังหารจะเป็นไปไม่ได้”


    ปัง~!


    ผ่ามือของนายน้อยตระกูลกู่ทุบลงไปบนโต๊ะจนแตกละเอียด มันโกรธแค้นมากกว่าเดิมขึ้นไปอีก เมื่อรู้ว่าเป้าหมายได้รับการคุ้มครองเป็นอย่างดี


    “ไปสืบมาซะ ฉันอยากรู้ว่ามันเป็นใครมาจากไหน”


    “ครับ”


    —-------------------------------------------


    “ถึงสักที สงสัยวันหลังคงต้องสวมใส่ชุดที่พี่ซิงเยียนมอบให้ ไปในนามตงฟางชักจะอันตรายขึ้นทุกที”


    ตงฟางถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกโล่งอก หลังจากเดินทางมาถึงห้องพักของเขาแล้ว ถึงอย่างนั้นเขายังไม่เปิดดูว่าข้างในแหวนเก็บของที่เหมือนจะมีพื้นที่ขนาดใหญ่กว่า 10 ตารางเมตรมีอะไรบรรจุเอาไว้ข้างใน เขาจำเป็นต้องไปหากลุ่มของเขาก่อน เพื่อพูดคุย เดิมทีนัดกันช่วงค่ำเพื่อทานข้าวด้วยกัน ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีก 2 ชั่วโมงกว่าจะค่ำ ตงฟางจึงคิดว่าจะเลื่อนการพบเจอกันมาเป็นตอนนี้เลย


    “น่าจะอยู่หอแห่งการฝึกฝน”


    ตงฟางรีบเดินมุ่งหน้าไปยังหอแห่งการฝึกฝนทันที สถานที่เดียวของลู่จิวในตอนนี้คงจะมีเพียงสถานที่แห่งนี้เท่านั้น


    “นั่นพี่ตงฟางนี่”


    ชายคนหนึ่งเบิกตากว้างพร้อมแสดงท่าทางดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัด ตงฟางจึงเดินเข้าไปใกล้ๆเพื่อสอบถาม เพราะเขายังไม่เคยเห็นคนในกลุ่ม


    “เรารู้จักกันเหรอ”


    “แต่ก่อนไม่ แต่ตอนนี้เราน่าจะรู้จักกันแล้วนะพี่ตงฟาง ผมเป็นหนึ่งในคนที่ขอติดตามพี่ตงฟาง”


    “อ๋อ แล้วคนอื่นๆล่ะ”


    “อยู่ข้างใน อีกสัก 30 นาทีก็เดินทางออกมาแล้ว”


    “แล้วทำไม แกออกมาก่อนคนอื่นๆล่ะ”


    “เออคือ ผมมีพลังน้อยกว่าคนอื่นๆ ทำให้เหนื่อยง่าย ตอนนี้จึงนั่งพักรอให้พี่ลู่จิวช่วยชี้แนะบางอย่าง”


    “อ๋อ งี้นี่เองงั้นรอพวกเขาออกมากัน”


    ตงฟางไม่พูดอะไรอีก ชายที่เป็นลูกน้องของเขาแม้จะมีเรื่องมากมายอยากจะสอบถามเขากลับไม่กล้า ทำเพียงยืนตงข้างๆรอคนอื่นออกมาจากหอแห่งการฝึกฝน กระทั่งชายอีก 2 คนเดินออกมาพวกเขาก็ยืนตรงข้างๆตงฟางเช่นเดิม โดยไม่มีใครกล้าส่งเสียง


    “อ้าวตงฟาง แกกลับมาแล้วเหรอ”


    “ใช่ เอาล่ะหาที่คุยกันก่อน มีอะไรหลายอย่างที่เราจะต้องทำด้วยกัน”


    ชายสามคนที่อยู่ข้างๆล้วนแสดงท่าทางดีใจออกมาทางสายตา


    “งั้นไปม้าหินอ่อนข้างๆกัน ที่นั่นน่าจะเงียบ” ลู่จิวเดินนำทุกคนไปยังม้าหินอ่อน กระทั่งพวกเขามาถึงตงฟางและลู่จิวก็ลงไปนั่ง อย่างไรก็ตามชายทั้ง 3 ที่เข้ากลุ่มกลับไม่กล้านั่ง พวกเขาบอกเพียงแค่ว่าจะยืนอยู่ข้างๆพอ ตงฟางจึงถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ เพราะพวกมันปฏิญาณตน ว่าจะรับใช้เขาไปแล้ว ต่อให้เขาจะพูดอะไรพวกมันคงไม่เปลี่ยนความคิดแน่นอน


    “เอาล่ะ พวกแกชื่ออะไรบ้างหนิ”


    “ผมฉาน มีวิญญาณยุทธ์ดาบ ระดับตอนนี้อยู่เพียงแค่ชำระชีพจรขั้น 1 เท่านั้นครับ” ชายรูปร่างผอมแห้งบอกวิญญาณยุทธ์และระดับของตนเอง ตงฟางจึงมองไปยังชายที่ยืนอยู่ตรงกลางกำลังแนะนำตัว


    “ลูกพี่ผมจ้าน นี่น้องชายผมชื่อเป่า พวกเรามีวิญญาณยุทธ์ปลอกแขนเพลิง ระดับของพวกเราเพียงแค่ชำระชีพจรขั้น 2 เท่านั้น”


    ชายที่ยืนอยู่ตรงกลางและชายที่ยืนอยู่ฝั่งทางขวาเบ่งกล้ามโชว์  ตงฟางถึงขั้นกุมขมับ คนชื่อฉาน ดูเป็นคนขี้กลัวมา ส่วนจ้านและเป่าเป็นคนกระตือรือร้น ด้วยรูปร่างเต็มไปด้วยมัดกล้ามคงเป็นพวกเดียวกันกับลู่จิวแน่นอน ถึงอย่างนั้นเขาคิดว่ามันเป็นกลุ่มที่ลงตัว เพราะเขาสามารถให้ฉานรับหน้าที่ดูแลเรื่องบัญชีของร้าน ส่วนจ้านและเป่าเป็นคนขาย ด้วยความกระตือรือร้นของทั้งสอง จะต้องร้องแหกปากตะโกนเรียกร้องคนได้แน่นอน


    “เอาล่ะ เราน่าจะรู้จักกันหมดแล้ว ในฐานะที่เราอยู่กลุ่มเดียวกัน ฉันเป็นหัวหน้า ลู่จิวเป็นมือขวา ส่วนพวกแกสามคนจะเป็นบุคลกรกลุ่มแรกของกลุ่มเรา”


    “ลูกพี่แสดงว่าในอนาคตเราจะมีคนมากกว่านี้ใช่ไหม” เป่าถามออกมาด้วยความดีใจ หากอนาคตมีคนเพิ่มพวกมันจะกลายเป็นพี่ใหญ่ในกลุ่มไปทันที


    “ใช่ แต่ตอนนี้เรายังไม่มีแผนรับคนเพิ่มเพราะต้องแข็งแกร่งขึ้นก่อน อย่างแรกที่ฉันจะให้พวกแกทั้ง 4 คนทำคือขายยา”


    “ขายยาเหรอ” ลู่จิวไม่เคยเปิดร้านขายอะไรเลยสักนิด เขาจึงมีความวิตกอยู่มากพอสมควร คนอื่นๆก็เช่นเดียวกัน


    “ไม่ต้องกลัว ฉันมีคำพูดให้พวกแกเอาไว้พูด แล้วก็มีวิธีการขาย เมื่อวานฉันลองไปเปิดขายแล้วปรากฎว่าขายหมดใน 30 นาที วันพรุ่งนี้พวกแกจะเป็นคนขาย ฉันจะยืนอยู่ใกล้ๆ”


    “ถ้าลูกพี่ตงฟางอยู่ด้วย พวกเราทำได้แน่นอน” จ้านแสดงความดีใจออกมา ในหัวตอนนี้ไม่มีคำว่าล้มเหลวอยู่เลยสักนิด ทั้งๆที่ไม่เคยค้าขาย


    “งั้นเก็บคำพูดพวกนี้ไปฝึกพูดให้ดี มันจะได้ใช้ในวันพรุ่งนี้ หากเราขายได้ดี เราจะมีเงินซื้อของมาเพิ่มพลังตัวเอง”


    ตงฟางบอกประโยคที่จำเป็นต้องพูดหากพวกเขาเปิดร้าน ทั้ง 4 คนก็แบ่งหน้าที่แบ่งคำพูดกัน ไม่เพียงเท่านั้นตงฟางยังสอนวิธีการเขียนบัญชีพื้นฐานอีกด้วย เขาอยากรู้เส้นทางการเงินว่าเข้าแล้วออกมากแค่ไหน แม้เขาจะไม่มีต้นทุนในการซื้อสมุนไพรมาทำยา เขาคิดว่าอนาคตจะต้องมีอย่างแน่นอน


    “เม็ดยายี่จงร้านน้อยหน่ามาแล้วจ้า”


    “ซื้อ 1 กล่องหมุนวงล้อ 1 ครั้งจ้า~!”


    “ช้าหมดอดนะจ๊ะคนสวย”


    ตงฟางเดินจากไปด้วยรอยยิ้มหลังจากฝึกให้ลูกน้องทั้ง 4 คนของเขาพูดตาม ไม่เพียงเท่านั้นเขายังเปลี่ยนคำลงท้ายให้เป็นจ้าทั้งหมด แล้วยังบอกทุกคนให้เรียกทุกคนที่เดินผ่านว่าคนสวยด้วย แม้มันจะทำให้ผู้ชายไม่พอใจก็ตามที แต่มันอยู่ในจุดประสงค์ของตงฟางที่ต้องการขายยาด้วยความกวน จนทำให้ศิษย์สายนอกไม่พอใจ


    “เอาล่ะ ถึงห้องสักที”


    ประตูเข้าห้องถูกปิดจากนั้นตงฟางจึงนำแหวนของพี่ซิงเยียนมอบให้ออกมาดู เขาไม่รู้ว่าราคาของแหวนมากขนาดไหน รู้แค่ว่ามันใส่ของได้ 10 กว่าตารางเมตร จึงเปิดเข้าไปดู ทันใดนั้นเขาถึงกับนิ่งค้าง เมื่อสิ่งที่อยู่ข้างในแหวนเต็มไปด้วยของมีค่ามากมาย แล้วมันยังเหมาะกับเขาอีกด้วย


    [ถึงน้องตงฟางสุดที่รัก]


    จดหมายเขียนด้วยกระดาษสีชมพูอ่อน ข้างในฉีดน้ำหอมถูกตงฟางกวาดตาอ่าน ทุกข้อความที่เขียนมานั้นเป็นการอธิบายถึงความรักที่พี่ซิงเยียนมอบให้เขา ซึ่งตงฟางที่อ่านจดหมายเขาถึงขั้นขนลุกชัน ทุกตัวอักษรแม้จะสื่อข้อความให้เขาเป็นเหมือนไม่ต่างจากคนรัก กลับเป็นการล้อเล่นเพียงเท่านั้น แต่การล้อเล่นของพี่ซิงเยียนทำให้เขาไม่กล้าหลวมตัวลงไปเล่นด้วยกัน เพราะเธอพร้อมเปลี่ยนการละเล่นให้เป็นเรื่องจริงได้ตลอด


    “นี่มัน”


    หนังสือทักษะโลหิตสลายกระดูกฉบับสมบูรณ์นำออกมาจากแหวน สร้างความตกใจให้ตงฟางไม่น้อย เขาไม่นึกว่าพี่ซิงเยียนจะหามันมาไว้ให้เขาด้วย ข้างในแหวนยังมีขวดบรรจุพิษจากสัตว์อสูรระดับ 2 อีกนับร้อยขวด แล้วยังมีหินวิญญาณสัตว์อสูรพิษระดับ 2 อีกพันก้อน สร้างความตกใจให้เขามากยิ่งกว่าเดิม ทันใดนั้นเขาก็เห็นยันต์สีทองนอนแน่นิ่งอยู่ในแหวนจึงหยิบมาดู


    [อย่างที่พี่สาวได้พูดไว้ว่าจะหาทางช่วยน้องตงฟาง ยันต์ชิ้นนี้ชื่อยันต์ฟ้าดิน เป็นยันต์ระดับ 5 มีความสามารถในการฟื้นฟูวิญญาณยุทธ์ที่เสียหาย หวังว่าน้องตงฟางจะพอใจ แล้วกลับมามอบรางวัลให้พี่สาวคนนี้นะ พี่สาวไม่ขออะไรมาก ขอเพียงแค่….ได้จูบอันเร่าร้อนจากน้องตงฟางสักครั้งก็พอใจแล้ว]


    “บ้าเอ๊ย น่ากลัว ผู้หญิงคนนี้น่ากลัว แต่ก็สวย.. ยอม”


    ตงฟางขนลุกมากกว่าเดิม แม้จะขอบคุณไม่น้อยกับการช่วยเหลือ แต่การพูดหยอกล้อของซิงเยียนทำให้เขากลัวการพบหน้าเธอมากๆในตอนนี้ แต่ภายในใจของเขาก็ยังอยากจะเจออยู่ดีเพราะพี่ซิงเยียนยังเป็นคนที่สวยสุดในเมืองหลงไห่เท่าที่เขาเห็นมา


    “เอาล่ะ งั้นทดลองใช้เลยก็แล้วกัน ถ้ามันได้ผลเราก็แค่เก็บเงินซื้ออีก”


    ตงฟางอดไม่ได้ที่จะฉีกยิ้มมองจ้องไปยังยันต์ระดับ 5 แม้มันจะเป็นยันต์ระดับสูงก็ตาม เขากลับใช้งานมันได้เพราะภายในตัวยันต์มีพลังของผู้เขียนยันต์สลักเอาไว้แล้ว เขาเพียงแค่กระตุ้นพลังลงไปนิดหน่อย ยันต์ที่มีพลังเทียบเท่ากับค่ายกลระดับ 5 จะระเบิดพลังออกมาในทันที ตงฟางที่รู้วิธีการใช้งานแล้วนี้ก็ไม่รอช้ากระตุ้นพลังวิญญาณลงไปในยันต์ ก่อนที่มันจะลอยออกจากมือไปหยุดนิ่งอยู่กลางอากาศปลดปล่อยแสงสีทองสว่างจ้ากระทบดวงตาของตงฟาง


    บูม~!


    กลิ่นไอของระดับจารึกวิญญาณพวยพุ่งไปทั่วห้องเล็กๆของตงฟาง หลังจากยันต์ฟ้าดินเปิดใช้งานจนสาดแสงสีทองไปทั่วห้องนั้น มันได้ยิงลำแสงพลังงานสีทองพุ่งตรงเข้าสู่กลางหน้าผากของตงฟาง เขาที่ไม่มีพลังจะต่อต้านพลังที่มากกว่าจึงปล่อยให้มันยิงพลังเข้าสู่กลางหน้าผากของเขาต่อไป ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่ใช่พลังที่ทำร้ายเขา ทุกๆอณูของลำแสงที่พุ่งเข้าสู่กลางหน้าผาก ล้วนทำให้เขาเกิดความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทันใดนั้นวิญญาณยุทธ์ของเขาที่แตกเป็น 10 ชิ้นมันก็ปรากฎตัวออกมานอกกาย อาบลำแสงของยันต์ฟ้าดิน


    “สาธุ ขอให้ฟื้นฟูได้ทีเถอะ”


    ตงฟางพยายามพนมมือขอร้องอ้อนวอนให้เตาหลอมยาของเขารวมกันเป็นชิ้นเดียวไม่ใช่ 10 ชิ้นเหมือนตอนนี้ ทันทีที่เขาพนมมือขอพรแสงสีทองก็เริ่มจางหายไปภายใต้ความตกใจเพราะการฟื้นฟูชิ้นวิญญาณยุทธ์ของเขามันไม่สำเร็จ จากเดิมมีเพียง 10 ชิ้นตอนนี้มันกลายเป็น 9 ชิ้นแล้ว ชิ้นที่ 10 หายไปจากการถูกฟื้นฟูเข้ากับชิ้นที่อยู่ใกล้ๆมัน


    “ให้ตายเหอะแต่ก็ไม่เป็นไร หากมีเงินก็ซื้อมันมาใช้งานใหม่ได้เรื่อยๆ”


    ตงฟางปลอบใจตัวเอง ตอนนี้เขารู้แล้วว่าวิญญาณยุทธ์ของตัวเองฟื้นฟูได้ เขาเพียงแค่ต้องมีเงินซื้อยันต์ฟ้าดินมาใช้ คงไม่เกิน 10 ครั้งเขาคงจะฟื้นฟูวิญญาณยุทธ์ของเขาให้กลับมาเป็นปกติ  เขากลับไม่รู้ว่าต้องใช้เงินมากมายแค่ไหน เนื่องจากว่ายันต์ฟ้าดินที่พี่ซิงเยียนมอบให้เพียงแค่ 1 ใบ คงเพราะมันมีราคาแพง ไว้เขากลับไปยังหอประมูลสวรรค์เก้าชั้นฟ้าจะลองถามอีกครั้งเกี่ยวกับราคาของมัน


    “เอาล่ะ ต่อไปก็ถึงเวลาดูดซับพิษและแกนพลังวิญญาณสักที”


    ตงฟางกรอกพิษเข้าปาก  จากนั้นเขาได้นำแกนพลังวิญญาณทั้งพันก้อนกองไว้รอบๆตัวเพื่อจะทำการดูดซับมันเข้ามาในตัวของเขา กระทั่งทักษะโลหิตสลายกระดูกถูกกระตุ้นร่างกายของเขาก็เริ่มดูดซับพิษที่กลืนลงท้องไป ไม่เพียงเท่านั้นเขายังใช้พลังจิตดึงพลังวิญญาณจากแกนพลังวิญญาณเข้าสู่ร่างกายเพื่อทำการยกระดับพลังของเขาให้เพิ่มสูงขึ้นกว่านี้ หากของที่พี่ซิงเยียนให้หมดลงไปเขาจะเริ่มทำการฝึกทักษะโลหิตสลายกระดูก จากหนังสือทักษะฉบับสมบูรณ์ที่พี่ซิงเยียนมอบให้




    คล้ายกับเรื่อง[จบ]Psychokinesis พลังจิตเหนือเทพยุทธ์ ที่คุณอ่าน