บทที่ 9 กรงเล็บัฟ้า
“ครืน”
คลื่นพลังอันแข็งแกร่งถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างกายของมู่หรงเทียนและความชั่วร้ายภายในดวงตาของเขาได้แสดงออกมาโดยไม่คิดจะปิดบังในตอนนี้มู่หรงเทียนตัดสินใจแล้วว่าเขาจะเหยียบย่ำเ้าขยะที่อยู่ตรงหน้าด้วยวิธีที่โเี้ที่สุดดังนั้นทุกความเคลื่อนไหวของเขาจึงเต็มไปด้วยความโหดร้ายไร้ปรานี!
“หมัดพยัคฆ์ะเืปฐี”
“โฮก!”
เสียงคำรามของพยัคฆ์ดังก้องไปทั่วสนามประลอง ใบหน้าของมู่หรงเทียนเปลี่ยนเป็เคร่งขรึมด้วยเสียงคำรามอันน่ากลัวภาพธรรมของพยัคฆ์ตัวใหญ่ก็พุ่งออกมาจากความว่างเปล่าและกระโจนเข้าหาคู่ต่อสู้ที่อยู่ตรงข้ามอย่างรวดเร็ว!
“ฮ่าๆๆ ตายซะเ้าขยะ!”
มู่หรงเทียนหัวเราะดังลั่น คล้ายกับ้าเห็นพยัคฆ์ตัวใหญ่ฉีกร่างของเย่อู๋เชวียออกเป็ชิ้นๆ!
“มู่หรงเทียนแข็งแกร่งเกินไปแล้ว!”
“นี่คือพลังที่ได้รับจากการควบแน่นิญญาจันทราและก้าวเข้าสู่อาณาจักรชำระิญญาหรือไม่?”
“ผู้บ่มเพาะขอบเขตหลอมรวมร่างกายจะต่อต้านมู่หรงเทียนได้อย่างไร?”
เหล่าทายาทตระกูลมู่หรงเริ่มสนทนากันอย่างเข้มข้นพวกเขาทุกคนล้วนตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของมู่หรงเทียน
ในขณะเดียวกันสีหน้าของมู่หรงฉางชิงก็บิดเบี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆมู่หรงเทียนแข็งแกร่งแค่ไหนเขาคือคนที่รู้ดีที่สุด และในการต่อสู้ครั้งนี้เย่อู๋เชวียจะต้องพ่ายแพ้อย่างแน่นอน!
“โฮก!”
เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีของมู่หรงเทียนเย่อู๋เชวียยังคงเคลื่อนไหวด้วยสีหน้าสงบนิ่งอย่างไรก็ตามดวงตาของเขาได้ปรากฏแสงที่สว่างสดใสขึ้นเล็กน้อย!
“ตามที่คาดไว้ มู่หรงเทียนนั้นแข็งแกร่งกว่าผู้บ่มเพาะอาณาจักรวีรชนที่พ่ายแพ้ให้กับข้าในหมัดเดียวอยู่พอสมควร!”
“แต่...แล้วอย่างไรล่ะสุดท้ายเ้าก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับข้าด้วยสองหมัดเท่านั้น!”
“วาบ!”
ดวงตาของเขาเฉียบคมราวกับมีด เส้นผมสีดำของเย่อู๋เชวียโบกสะบัดอย่างบ้าคลั่งในขณะที่ก้าวไปข้างหน้าร่างกายของเขาโอบล้อมไปด้วยปราณสีทองซีดและโลหิตภายในร่างกายได้มอบพลังอันแข็งแกร่งให้กับเขาอย่างไร้ขีดจำกัด!
เมื่อเผชิญกับหมัดของมู่หรงเทียนเย่อู๋เชวียเลือกที่จะต่อต้านอย่างแข็งขันและไม่คิดจะหลีกเลี่ยงแต่อย่างใด!
เขา้าดูว่าเมื่อเปรียบเทียบกับยอดฝีมืออาณาจักรวีรชนอย่างมู่หรงเทียนแล้วความแข็งแกร่งที่เขาได้รับจากเม็ดยาะเิิญญาระดับมนุษย์จะทรงพลังมากแค่ไหน!
“หมัดพยัคฆ์ะเืปฐี!”
“โฮก!”
เสียงคำรามของพยัคฆ์อีกตัวดังก้องไปทั่วสนามประลองพยัคฆ์สองตัวต่างกระโจนเข้าหากันด้วยความโหดร้ายอย่างถึงที่สุด!
“ปัง!”
ปราณที่แข็งแกร่งสองสายหนึ่งขาวหนึ่งทองปะทะกันกลางอากาศและคลื่นที่เกิดจากการปะทะได้ซัดสาดออกไปทุกทิศทาง!
ในขณะนั้นสีหน้าของมู่หรงฉางชิงและมู่หรงไป๋ซื่อเกิดความเปลี่ยนแปลงเป็อย่างมาก!
แม้แต่ดวงตาของฉีซื่อหลงและหลินอิงหลัวที่เฝ้าดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆก็ยังปรากฏความประหลาดใจขึ้นไม่น้อย
ในบริเวณที่ทายาทตระกูลมู่หรงยืนอยู่มู่หรงไห่กำหมัดแน่นและจ้องมองไปยังสนามประลองด้วยดวงตาแดงก่ำจากความริษยา!
ในบรรดาผู้คนทั้งหมดดูเหมือนจะมีเพียงมู่หรงปิงหลานเท่านั้นที่ยังไม่ทราบถึงความเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์และเสียงที่สดใสของนางก็ะโขึ้นทันที
“เย่อู๋เชวีย ถึงเวลาที่ขยะอย่างเ้าต้องชดใช้แล้ว!”
“ปัง!”
สายตาทุกคู่ต่างจับจ้องไปยังปราณสองสายที่ปะทะกันกลางอากาศอีกรอบในที่สุดความผันผวนของพลังที่เกิดในสนามประลองก็หยุดลงอย่างกะทันหัน และร่างของชายหนุ่มทั้งสองก็ถอยห่างจากกันอย่างรวดเร็ว!
หนึ่งในนั้นถอยกลับไปสี่ก้าวด้วยท่าทางทุลักทุเลเล็กน้อยและใบหน้าของเขาแสดงให้เห็นถึงความใอย่างไม่อาจปิดบังเขาคือมู่หรงเทียน
ในอีกทางหนึ่งเย่อู๋เชวียก็ถอยหลังกลับไปสี่ก้าวเช่นกัน!
ทว่าในขณะที่มู่หรงเทียนเต็มไปด้วยความใเย่อู๋เชวียกลับมีความตื่นเต้นอย่างถึงที่สุดหัวใจของเขาโหมกระหน่ำจากความปรารถนาที่จะฉีกคู่ต่อสู้ออกเป็ชิ้นๆหลังการปะทะกันเมื่อครู่เขาพบว่าความแข็งแกร่งของมู่หรงเทียนดูเหมือนจะไม่ได้ยิ่งใหญ่อย่างที่คิด!
“อู๋เชวียปัดป้องการโจมตีของมู่หรงเทียนได้จริงๆ!”
“ดูเหมือนเขาจะไม่ได้รับาเ็ด้วยซ้ำ!”
“เป็ไปไม่ได้มู่หรงเทียนเป็ผู้บ่มเพาะอาณาจักรชำระิญญาเย่อู๋เชวียจะเทียบกับเขาได้อย่างไร!”
เหล่าทายาทตระกูลมู่หรงยากที่จะทำใจยอมรับเื่นี้ได้!
มู่หรงเทียนรู้สึกปวดชาที่แขนเล็กน้อยความรู้สึกนี้ทำให้เขาตระหนักได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าเป็ความจริงขยะที่ถูกตระกูลมู่หรงทอดทิ้งมานานนับสิบปีสามารถต้านทานการโจมตีของเขาได้!
“เป็ไปไม่ได้ เมื่อครู่นี้ข้าได้โจมตีอย่างเต็มกำลังเ้าขยะนี่จะป้องกันได้อย่างไร ข้าไม่เชื่อ ข้าไม่เชื่อเด็ดขาด!”
เมื่อมองไปยังเย่อู๋เชวียที่ยืนอยู่ตรงข้ามด้วยสภาพสมบูรณ์ไม่ได้รับาเ็แม้แต่น้อยมู่หรงเทียนก็รู้สึกโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุด
เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเย่อู๋เชวียจะรับหมัดของเขาได้ใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาเริ่มบิดเบี้ยวและพลังปราณในร่างของเขาก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง!
“วาบ!”
ร่างของมู่หรงเทียนตัดผ่านความว่างเปล่าแล้วพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าการโจมตีเมื่อครู่นี้ทำให้เขาได้รับความอับอายอย่างหนักเขาจึง้าล้างอัปยศด้วยการเอาชนะเย่อู๋เชวียจากการโจมตีด้วยพลังที่แข็งแกร่งที่สุดทันที!
“ข้ากำลังรอเ้าอยู่พอดีมู่หรงเทียน!”
การปะทะกันเมื่อครู่ทำให้เย่อู๋เชวียรู้สึกว่าร่างกายของเขาท่วมท้นไปด้วยพลังยาเม็ดะเิิญญาระดับมนุษย์ทำให้เขาแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอนแต่เขาก็ไม่คาดคิดว่ามันจะทรงพลังถึงขนาดนี้
อาณาจักรหลอมรวมร่างกายขั้นสมบูรณ์แบบนี่คือขอบเขตการบ่มเพาะในปัจจุบันของเย่อู๋เชวีย!
ในเวลาหนึ่งเดือนเขาสามารถผลักดันตัวเองจาก์ชั้นห้าไปถึง์ชั้นแปดของอาณาจักรหลอมรวมร่างกายนี่เป็ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่แม้กระทั่งในยุคโบราณก็ยากจะมีใครทำได้
โดยไม่รู้ตัวเย่อู๋เชวียได้กลับสู่เส้นทางของผู้แข็งแกร่งอีกครั้งหลังจากที่เขาทอดทิ้งมันไปนานกว่าสิบปี!
และคราวนี้จะไม่มีใครหยุดเขาได้!
“ปัง ปัง ปัง!”
สองร่างปะทะกันกลางอากาศภายในสนามประลองเต็มไปด้วยคลื่นพลังที่พลุ่งพล่านอย่างรุนแรงความแข็งแกร่งที่พวกเขาแสดงออกมานั้นทำให้ทายาทตระกูลมู่หรงทุกคนต้องสูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บและจดจ่อกับการต่อสู้ของพวกเขาโดยไม่กล้ากะพริบตา
ในตอนนี้สายตาที่พวกเขาจ้องมองไปยังเย่อู๋เชวียไม่ได้มีความดูถูกเหยียดหยามอีกต่อไปแล้วแต่มันถูกแทนที่ด้วยความใ ความอิจฉา รวมถึงความหวาดกลัวอีกด้วย
มู่หรงไห่กำหมัดแน่นรอยแผลเป็บนแก้มของเขาเริ่มกระตุกเบาๆภายในดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความใอย่างถึงที่สุด เขารู้ตัวเองดีว่านับั้แ่นี้เขาจะไม่สามารถยืนอยู่ในระดับเดียวกันกับเย่อู๋เชวียได้อีกต่อไปแล้ว
“เฮือก!”
หน้าอกอันอวบอิ่มของมู่หรงปิงหลานกระเพื่อมเบาๆจากความรู้สึกที่พลุ่งพล่านจนกระทั่งตอนนี้ในที่สุดนางจึงตระหนักได้ว่าสถานการณ์ในสนามประลองไม่ได้เดินไปในทิศทางที่นางจินตนาการไว้!
“ไม่คิดว่าเ้าหนูอู๋เชวียจะปิดบังตัวเองได้นานถึงขนาดนี้!แม้ข้าจะไม่รู้ว่าเขาทำได้อย่างไรแต่ด้วยอายุเพียงสิบห้าปีกลับสามารถฝึกฝนจนถึงระดับหลอมรวมร่างกายขั้นสมบูรณ์แบบได้ผู้ที่มีพร์ระดับนี้ตระกูลมู่หรงของเราไม่เคยมีมาก่อนอย่างแน่นอน”
ั้แ่ที่ชายหนุ่มทั้งสองลงมือเป็ครั้งแรกมู่หรงฉางชิงก็สังเกตเห็นระดับการฝึกฝนของเย่อู๋เชวียได้ในทันทีเขาคิดว่าตลอดสิบปีที่ผ่านมาเย่อู๋เชวียอาจ้าซ่อนขอบเขตการบ่มเพาะด้วยเหตุผลบางอย่างนั่นเป็เหตุผลให้เขาไม่เคยเปิดเผยความแข็งแกร่งที่แท้จริงของตัวเอง
จิตใจของมู่หรงฉางชิงเริ่มผ่อนคลายทีละน้อยสายตาที่เขามองไปยังเย่อู๋เชวียก็เต็มไปด้วยความเอ็นดูมากยิ่งขึ้น
ขณะเดียวกันใบหน้าที่แก่ชราของมู่หรงไป๋ซื่อกลับบิดเบี้ยวมากขึ้นเรื่อยๆเขามองไปยังเย่อู๋เชวียด้วยดวงตาเ็าอย่างถึงที่สุด เดิมทีนี่ควรเป็ชัยชนะที่ไม่จำเป็ต้องออกแรงอะไรมากแต่ตอนนี้พวกเขาปู่หลานกลับไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้อีกต่อไป
มันเกิดอะไรขึ้นกับขยะที่ถูกตระกูลมู่หรงทอดทิ้งมานานนับสิบปี?
“อาณาจักรหลอมรวมร่างกายขั้นสมบูรณ์แบบด้วยอายุเพียงสิบห้าปี!”
มู่หรงไป๋ซื่อรำพึงกับตัวเองในใจและดวงตาของเขาได้ปรากฏไอสังหารขึ้นเล็กน้อย
ฉีซื่อหลงยืนเอามือไพล่หลังด้วยท่าทางสบายๆดวงตาของเขาคล้ายกับกำลังมองไปยังชายหนุ่มทั้งสองคนที่ทำการต่อสู้อยู่บนสนามประลองอย่างเข้มข้นแต่ในความเป็จริง เขากำลังจับจ้องการเคลื่อนไหวของเย่อู๋เชวียเพียงคนเดียวเท่านั้น
“ช่างเป็เด็กที่น่าสนใจจริงๆ!”
ดวงตาที่เ็าของหลินอิงหลัวก็มองไปยังเย่อู๋เชวียอย่างจริงจังเช่นกันในฐานะอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลหลินแห่งเมืองหลงกวงวิสัยทัศน์และความเข้าใจของหลินอิงหลัวนั้นไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะนำมาเปรียบเทียบได้
และการที่เย่อู๋เชวียได้รับความสนใจจากนางก็ไม่ใช่เพราะเขาสามารถบรรลุความสมบูรณ์แบบในอาณาจักรหลอมรวมร่างกายด้วยอายุเพียงสิบห้าปีอย่างแน่นอนในความเป็จริงนางไม่ได้สนใจเื่นี้ด้วยซ้ำ สิ่งที่นางให้ความสำคัญคือความพลิกแพลงและปฏิกิริยาการตอบโต้ที่เย่อู๋เชวียแสดงออกมาในระหว่างต่อสู้ต่างหาก
แม้ว่ามู่หรงเทียนจะมีความเร็วและลำหักลำโค่นที่ไม่ธรรมดาเช่นกันแต่สิ่งที่ทำให้เขาสามารถทำเช่นนั้นได้ก็เพราะเขาเป็ยอดฝีมือในอาณาจักรชำระิญญาเท่านั้น
แต่เย่อู๋เชวียที่สามารถต่อสู้กับมู่หรงเทียนด้วยอาณาจักรหลอมรวมร่างกายโดยไม่เป็รองต่างหากที่ควรค่าแก่การชื่นชมอย่างแท้จริง
นอกจากนี้หลินอิงหลัวยังสังเกตเห็นด้วยว่าเย่อู๋เชวียดูเหมือนจะยังไม่ได้แสดงความสามารถที่แข็งแกร่งที่สุดด้วยซ้ำเขากำลังซุกซ่อนพลังที่แท้จริงอยู่อย่างแน่นอน
“ปัง!”
ทั้งสองระดมยิงหมัดเข้าหาฝ่ายตรงข้ามร่างของพวกเขาแยกออกจากกันและพุ่งกลับเข้าสู่สนามรบอีกครั้งโดยไม่คิดจะเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตั้งหลักได้!
มู่หรงเทียนโจมตีอย่างไร้ความปรานีเขาพยายามใช้เล่ห์เหลี่ยมและขอบเขตการบ่มเพาะที่เหนือกว่าเพื่อกดดันเย่อู๋เชวียอย่างต่อเนื่องแม้ว่าการกระทำเช่นนี้จะไม่ได้เป็สิ่งที่น่าภูมิใจสักเท่าใดแต่จุดมุ่งหมายหลักของเขาก็คือหยกโลหิตัเท่านั้น!
เย่อู๋เชวียปัดป้องกันโจมตีด้วยสัญชาตญาณการต่อสู้อันน่าทึ่งเขาไม่รีบร้อนโดยตอบสนองอย่างใจเย็นทั้งรุกและรับ!
‘ยุ่งยาก!’
คำสองคำนี้แวบเข้ามาในความคิดของมู่หรงเทียนยิ่งการต่อสู้ดำเนินไปนานแค่ไหน เขาก็ยิ่งหวาดหวั่นมากขึ้นเรื่อยๆและตอนนี้ต่อให้รู้สึกไม่ยินยอมแค่ไหนเขาก็ต้องยอมรับว่าเย่อู๋เชวียยืนอยู่ในจุดเดียวกันกับเขาอย่างสมบูรณ์แล้ว
เมื่อตระหนักได้ถึงความคิดนี้มู่หรงเทียนยิ่งรู้สึกโกรธแค้นมากกว่าเดิมในขณะนั้นสายตาของเขากวาดไปยังฉีซื่อหลงที่ยืนชมการต่อสู้อยู่ไม่ไกลเพื่อป้องกันไม่ให้วิกาลยาวนานฝันยุ่งเหยิงดวงตาของมู่หรงเทียนได้สาดประกายเย็นเยียบและพลังปราณในร่างของเขาก็ปะทุขึ้นอีกครั้ง!
“ปัง…”
ทันใดนั้นคลื่นพลังมหาศาลได้โหมกระหน่ำออกมาจากร่างของมู่หรงเทียนพลังปราณสีขาวของเขาเต็มไปด้วยความบ้าคลั่งและทำให้รัศมีพลังของเขาเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง
พร้อมกันนั้นพระจันทร์เสี้ยวสีเงินที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าก็ปลดปล่อยกลิ่นอายลึกลับที่ทำให้ร่างกายของเย่อู๋เชวียได้รับความกดดันเล็กน้อย!
“ในที่สุดเ้าก็จะโจมตีอย่างเต็มกำลังแล้วหรือ?”
ใบหน้าของเย่อู๋เชวียจริงจังเขาััได้ว่าพลังปราณภายในกายของมู่หรงเทียนกำลังถูกเร่งเร้าถึงขีดสุดอย่างไรก็ตามต่อให้เผชิญหน้ากับยอดฝีมือผู้มีพร์สูงส่งในอาณาจักรชำระิญญาอย่างมู่หรงเทียนเย่อู๋เชวียก็ไม่ได้รู้สึกหวั่นเกรงแต่อย่างใด!
“ถ้าอย่างนั้น...ข้าก็จะโจมตีด้วยพลังทั้งหมดของข้าเช่นกัน!”เย่อู๋เชวียคำรามด้วยความตื่นเต้น
เมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มอายุสิบห้าคนนี้ยังไม่ได้แสดงพลังที่แท้จริงออกมาผู้คนในสนามประลองต่างก็เกิดความตื่นตระหนกอย่างถึงที่สุด!
“เย่อู๋เชวีย แม้แต่ตัวข้าก็ต้องยอมรับว่าจิตใจของเ้าลึกซึ้งจริงๆเ้ายอมให้คนอื่นเรียกว่าขยะเป็เวลานานกว่าสิบปีทั้งที่พร์ของเ้าแข็งแกร่งยิ่งกว่าผู้ใดอย่างไรก็ตามข้าจะแสดงให้เ้าเห็นว่าอาณาจักรหลอมรวมร่างกายและอาณาจักรชำระิญญานั้นอยู่ห่างไกลกันมากแค่ไหนหยกโลหิตัต้องเป็ของข้าเท่านั้น!”
คำพูดที่ไม่แยแสดังก้องไปทั่วสนามประลองมู่หรงเทียนผลักฝ่ามือไปข้างหน้าโดยที่ิญญาจันทราเหนือศีรษะของเขาได้ปลดปล่อยแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวออกมาอีกครั้ง!
ในเวลาเดียวกันฝ่ามือของมู่หรงเทียนก็แกว่งไปมาอย่างรวดเร็วก่อนที่ภาพธรรมของสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่จะปรากฏขึ้นที่เื้ัของเขา!
ดวงตาของทายาทตระกูลมู่หรงทุกคนเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสิ่งมีชีวิตที่ปรากฏตัวในความว่างเปล่าคือัั์!
“ทักษะระดับสูง กรงเล็บัฟ้า!”