ตระกูลเจียง " นายน้อยเป็นเช่นไร " เสียงของผู้นำตระกูลเจียง เจียงจางเฉิน เอ่ยถามหมอที่ทำการรักษา
" นายท่าน อาการของนายน้อยปลอดภัย เพียงได้รับแรงกระแทกจากขั้นพลังที่ปล่อยออกมา หากเป็นการใช้ฝ่ามือ ข้าเกรงว่าอาจไม่รอด " หมอทำการรักษาเจียงต้าเฉินรายงาน
" อืม ขอบไจเจ้ามาก " กล่าวเสร็จจึงเดินออกไป
ที่ห้องรับแขก " อู่ฉี เจ้าว่าเจ้าหนุ่มนั่นเพียงแค่ปล่อยพลังงั้นรึ " เจียงจางเฉินเริ่มทำการสอบสวน
" ขอรับ นายท่านอาจารย์โจวปล่อยพลังขั้นราชันย์เทวะขั้นที่เก้าสูงสุดออกมา นายน้อยจึงได้รับบาดเจ็บชอรับ " เจียงอู่ฉีตอบ
" แล้วเรื่องราวมันเป็นเช่นใด " เจียงจางเฉินต้องการรับรู้ถึงต้นสายปลายเหตุว่าเหตุใดนนท์จึงไม่ไว้หน้าตระกูลเจียง
" ขอรับนายท่าน ก่อนนี้นายน้อยก็บาดหมางกับอาจารย์โจวมาแล้วหนึ่งครั้ง แต่คราวนั้นอาจารย์โจวมิได้ทำอันใด " เจียงอู่ฉีกล่าว
" เป็นอาจารย์โจวที่กล่าวว่า นายน้อยล่วงเกินภรรยาของอาจารย์โจวมาแล้วหนึ่งครั้ง ครั้งนี้เห็นทีจะปล่อยมิได้ ขอรับ " เจียงอู่ฉี ผู้ติดตามของเจียงต้าเฉินตอบ
" รายงาน " เสียงดังลอยเข้ามา
" คารวะนายท่าน หอโอสถประกาศออกมาว่า อาจารย์โจวได้ผ่านการทดสอบเลื่อนขั้น เป็นอาจารย์หลอมโอสถระดับเจ็ดแล้วขอรับ " เมื่อรายงานเสร็จ อาจารย์หลอมโอสถระดับสองของตระกูลเจียง ที่เฝ้าอยู่ที่หอโอสถจึงจากไป
" อาจารย์หลอมโอสถระดับเจ็ดรึ หากต้องจัดการเจ้าหนุ่มนั่นเพื่อล้างอายให้ตระกูลเจียง เห็นทีจะเป็นเรื่องใหญ่ หอโอสถ เจ้าเมือง ต้องปกป้องเจ้าหนุ่มนั่นแน่
อู่ฉี ที่เจ้าว่าหลางจี้เสวี่ยเป็นหนึ่งในภรรยาของเจ้าหนุ่มนั่น จริงรึ " เจียงจางเฉินคิดหนัก หากสังหารนนท์ ต้องรับศึกถึงสามด้าน เมื่อถึงคราวนั้นตระกูลเจียงอาจล่มสลายก็เป็นได้
" ขอรับ ทั้งยังเป็นถึงภรรยาใหญ่ขอรับ " เจียงอู่ฉีตอบ ทั่วทั้งห้องรับแขกเงียบงัน
" จะทำเช่นไรดี " เจียงจางเฉิน และเหล่าผู้อาวุโส ต่างครุ่นคิด
ที่ห้องของเจียงต้าเฉิน หมอกดำลอยเข้าปกคลุมทั่วทั้งห้อง
" เจ้าอยากแก้แค้นรึไม่ " เสียงในเงามืดลอยออกมา
" ข้าอยากแก้แค้น " เจียงต้าเฉินกล่าวด้วยโทษะ
" ข้าจะให้เจ้ายืมพลัง เจ้าต้องการรึไม่ " เสียงในเงามืดวนเวียนอยู่ในหัวของเจียงต้าเฉิน
" ข้าต้องการพลัง " เสียงตะโกนลั่นของเจียงต้าเฉิน
" ให้มันกับข้า " ความแค้นปะทุถึงขีดสุดจนดวงตาแดงก่ำ หมอกดำลอยตัวเข้าปกคลุมเจียงต้าเฉิน
" อ้าก " เสียงของเจียงค้าเฉินร้องดังลั่นแล้วเงียบไป
เมื่อนนท์นำโลกเล็กเข้ามาในเจดีย์แปดเหลี่ยมแล้ว จัดแจงหาตำแหน่งที่เหมาะสม
" ครืน " พื้นของเจดีย์สั่นไหวอย่างรุนแรง โลกเล็กแทรกตัวผสานกับกับเจดีย์แปดเหลี่ยม
" เรียบร้อย ภรรยาข้าคงต้องหาเวลาเพื่อสำรวจ " นนท์พูดยังไม่ทันจบ
" เจ้าหนุ่ม พื้นที่ตรงกลางของโลกเล็กมีของดี " จิตทัศนะกล่าว นนท์เร่งรุดไปที่พื้นที่ตรงกลางของโลกเล็ก
" นี่มัน " ภาพปรากฎเบื้องหน้า เป็นบ่อน้ำเก่าแก่กลิ่นอายบรรพกาลอบอวล แสงเจ็ดสีสาดส่องประกายระยิบระยับ หมอกควันเจ็ดสีปกคลุมไปทั่วบริเวณ นนท์เดินเข้าไปใกล้ กล้ามเนื้อสั่นกระตุก ลมปรานเดือดพล่าน กายจิตสั่นสะท้าน
" ผู้อาวุโส น่อน้ำนี่คือบ่อน้ำอะไร " นนท์ถามด้วยใจที่เต้นโครมคราม
" เจ้าหนุ่ม นี่คือบ่อน้ำจักรวาลบรรพกาล ดาวทุกดวงจะมีบ่อน้ำจักรวาลบรรพกาล และนี่เป็นบ่อน้ำจักรวาลบรรพกาลของโลกเล็ก
ล้ำค่ามหาศาลยิ่งนัก เจ้านำอาวุธไปแช่ในบ่อน้ำจักรวาลบรรพกาลอาวุธก็จะยกระดับ หรือจะนำมาทะลวงขั้นพลังยังได้ ใช้หลอมโอสถย่อมได้ " จิตทัศนะกล่าว
" ของล้ำค่าเช่นนี้ เหตุใดใยถึงอยู่ในมือของข้า " นนท์ถามจิตทัศนะด้วยความสงสัย
" เป็นเพราะวาสนาของเจ้า ข้าบอกได้เพียงเท่านี้ " จิตทัศนะกล่าว
" ผู้อาวุโส แล้วที่เจดีย์แปดเหลี่ยมมีบ่อน้ำจักรวาลบรรพกาลรึไม่ " นนท์ใคร่รู้
" ย่อมมี และใช้เป็นแหล่งพลังงานของที่แห่งนี้ด้วย " จิคทัศนะกล่าว
" แล้วบ่อน้ำจักรวาลบรรพกาลของที่นี่จะแห้งเหือดรึไม่ " นนท์สงสัย
" มิมีทางแห้งเหือด เจดีย์แปดเหลี่ยม ทำการเพิ่มพลังให้แหล่งพลังงานตลอดจึงมิมีทางแห้งเหือด " จิตทัศนะกล่าว
" ข้าควรทำเช่นไรกับบ่อน้ำจักรวาลบรรพกาลนี่ " นนท์พึมพำ
" เจ้าหนุ่ม อยู่ที่เจ้า " จิตทัศนะกล่าว
" ขอบคุณผู้อาวุโส " นนท์กล่าว
" ภรรยาข้า ข้าจะไปจัดการเรื่องของซือเอ๋อร์ " นนท์กล่าวพร้อมนำหลิงซือซือออกไป
ที่บ้าหวังเหอ นนท์ให้หวังเหอพาครอบครัวของหลิงซือซือมาที่บ้านของตน
ที่บ้านหังเหอ " ท่านพ่อตา ท่านแม่ยาย ข้าจะพาท่านไปอยู่บ้านหลังใหม่ " ว่าแล้วนนท์จึงจัดแจงเรื่องของหลิงซือซือแล้วเสร็จ
เมื่อเข้ามาอยู่ที่เจดีย์แปดเหลี่ยม " เสวี่ยเอ๋อร์ เย่เอ๋อร์ ซินเอ๋อร์ บิดา มารดาของเจ้าอยู่ที่ใด " นนท์ถามสามภรรยา สามภรรยานั้นอยู่ต่างเมือง นนท์พยักหน้า
" วันนี้เป็นวันของซือเอ๋อร์ ข้าจะเริ่มที่ซือเอ๋อร์ก่อน " นนท์บรรเลงเพลงรักที่ทั้งหวาน ดุดัน เร่าร้อน กับห้าภรรยา จนมังกรน้อยถูกสยบอีกครั้ง
หลังเสร็จศึกนนท์ไปที่ห้องฝึก เริ่มศึกษาค่ายกลเร่งเวลา " อืมต้องใช้แผ่นหยกมุกในการวาดค่ายกลเร่งเวลาห้าสิบเท่า " นนท์พึมพำ
นนท์เริ่มสำรวจแหวนมิติ " ไม่มี "
นนท์เพ่งจิตไปทั่วเจดีย์แปดเหลี่ยม " ไม่มี "
นนท์จึงเพ่งจิตไปที่โลกเล็ก " เจอแล้ว "
นนท์ชักนำแผ่นหยกมุกออกมาจำนวนหนึ่ง เมื่อได้แผ่นหยกมุกนนท์เริ่มทดลองวาดค่ายกลเร่งเวลาห้าสิบเท่า
" ได้แล้ว เสียแผ่นหยกมุกไปยี่สิบชุดถึงวาดได้ จะลองยังไง " นนท์คิดได้จึงนำห้าภรรยาไปที่บ่อน้ำจักรวาลบรรพกาล
เมื่อถึงบ่อน้ำจักรวาลบรรพกาล ห้าภรรยาถึงกับตะลึง กลิ่นไอบรรพกาลแผ่สยายออกมาจากบ่อน้ำจักรวาลบรรพกาล แสงรุ้งเจ็ดสีสาดส่องทั่ว ห้าภรรยาเดินผ่านหมอกรุ้งเจ็ดสี เลือดลมเดือดพล่าน กายจิตพลันยกระดับ
นนท์นำนาฬิกาทรายวางไว้ แล้วเดินไปที่บ่อน้ำจักรวาลบรรพกาล กางค่ายกลเร่งเวลาห้าสิบเท่า
" ภรรยาข้าลองฝึกที่นี่เถิด " นนท์สะบัดมือชุดทั้งหกหายวับ ร่างเปลือยหกร่างเดินลงไปแช่ตัวที่ริมบ่อน้ำจักรวาลบรรพกาล
สิบชั่วยามผ่านไป " ตูม " เสียงดังที่ตันเถียนของนนท์ ขัันจ้กรพรรดิ์เทวะขั้นที่แปด เก้า ราชันย์จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่หนึ่ง...หก เจ็ด
" สุดยอด นี่มันเกินไปแล้ว " นนท์พึมพำ แล้วเร่งปรับสมดุลร่างกาย ผ่านไปอีกห้าชั่วยาม นนท์ลืมตา
" อืม ราชันย์จักรพรรดิ์เทวะขั้นที่เจ็ด แข็งแกร่งจริงๆ " นนท์สำรวจร่างกาย กายจิตทะลวงเข้าขั้นที่สาม นนท์พยักหน้า ห้าภรรยาไม่น้อยหน้าทะลวงพลังหนึ่งขั้นใหญ่ทุกคน
" อืม ยกระดับอาวุธได้ " นนท์จึงนำกระบี่อาญาสวรรค์ และกระบี่สีดำทมิฬ แช่ในบ่อ้ำจักรวาลบรรพกาบ ห้าภรรยาจึงนำอาวุธของตนแช่ด้วย
" กลับบ้านกันเถอะ " ทั้งหกขึ้นจากบ่อน้ำจักรวาลบรรพกาล ใส่ชุดเรียบร้อย นนท์เดินไปที่นาฬิกาทราย
" เราอยู่ในค่ายกลเร่งเวลาถึงสิบห้าขั่วยาม แต่เวลานอกค่ายกลราวๆสามเค่อ " นนท์บอก
" สามี นี่ค่ายกลเร่งเวลากี่เท่ารึ " หลางจี้เสวี่ยถามนนท์ หากค่ายกลเร่งเวลาห้าเท่าควรจะใช้เวลาภายนอกมากกว่านี้ นี่คือสิ่งที่นางคิด
" เสวี่ยเอ๋อร์ นี่เป็นค่ายกลเร่งเวลาห้าสิบเท่า " นนท์บอกแล้วพาห้าภรรยาไปที่บ้าน
" เราควรจะพักผ่อนสักระยะหากเร่งฝึกเพื่อทะลวงขั้นพลังมากเกินไปจะมิเป็นผลดี " นนท์บอกห้าภรรยา พร้อมกระโจนเข้าใส่ห้าภรรยาเพื่อทำศึกต่อ
ขณะที่ภายในเมืองจางเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น ผู้ฝึกตนตกตายลง
" หลีกทางไป " เสียงของกองทหารรักษาการณ์ประจำเมือง รีบวิ่งมาที่ร่างไร้วิญญาณของผู้ฝึกตน
เมื่อมาถึง " เจ้าเร่งไปสอบถามมีผู้ใดเห็นเหตุการณ์บ้าง เจ้ารีบไปตามหมอ เจ้าจัดการกลุ่มคนอย่าให้เข้าใกล้ศพนี้ " นายกองสั่งการอย่างรวดเร็ว
นายกองเดินตรวจสอบศพ " ร่างกายแห้งเหหี่ยว และดำ "
เมื่อหมอมาถึง " ท่านหมอจี้ รบกวนท่านช่วยตรวจสอบด้วยเถิด " นายกองกล่าวอย่างสุภาพ
" ดูจากภายนอก สภาพศพแห้งเหี่ยว และดำ เหมือนถูกดูดของเหลวออกจากร่างจนหมด " นี่คือสภาพภายนอกของศพ
หมอจี้ตรวจสอบตันเถียน " ตันเถียนแห้งเหี่ยว "
" พลังวิญญาณก็ถูกดูดเช่นกัน " หมอจี้ตรวจสอบร่องรอยของพลังวิญญาณ
หมอจี้พลิกศพ " มิมีบาดแผลภายนอก ตายโดยมิได้ต่อสู้ " หมอจี้ยังคงตรวจหาสาเหตุการตายต่อ
" ดวงตาเบิกกว้าง ขณะตายคงตกใจจนถึงขีดสุด " หมอจี้กล่าว
" ท่านหมอทางนี้อีกศพขอรับ " ทหารตามหมอจี้ไปดูศพ
" อืม ตายลักษณะเดียวกัน ถูกดูดพลังชีวิต ลมปราน พลังวิญญาณ " หมอจี้สรุป
นายกองนำข้อสันนิษฐานของหมอจี้รายงานต่อเจ้ากรมเมือง
" ผู้ใดบังอาจก่อเหตุนอกรีตเข่นนี้ " เจ้ากรมเมืองมากด้วยโทษะ
" เจ้าจงเร่งหาผู้กระทำผิดให้เร็วที่สุด " เจ้ากรมเมือง สั่งการกองทหารรักษาการณ์