ตอน30คลาดกันอีกครา
"ข้าภูมิใจในตัวเ้า....อันเล่อตัวน้อยที่ข้าเคยสั่งสอนชุบเลี้ยงบัดนี้เติบใหญ่ แข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว อาจหาญ กล้าต่อกรกับบุรุษอย่างไร้ความกังวลข้าตายตาหลับแล้ว..."
เสียงพึมพำของเขาทำให้อันเล่อเสียสมาธิ
"ไม่นะเฉิงเหลียง...ท่านจะตายไม่ได้ เรายังไม่ได้แต่งงานกันเรายังไม่ได้มีบุตรด้วยกัน มันจะจบเช่นนี้ไม่ได้"อันเล่อพะว้าพะวงไม่ค่อยได้ระวังหน้าระวังหลัง ในที่สุด คำสั่งเสียที่แ่เบาทำให้นางพลาดท่าจนได้
ดาบคู่ที่แหลมคม...กำลังจะบั่นลงกลางหลังของนางในขณะที่นางหันขวับมามองร่างที่อ่อนแรงของชายผู้เป็ที่รัก
สายตาที่เริ่มฝ่าฟางคู่นั้นเหลือบมองเลือนลาง เห็นดาบคู่กำลังวาดเล็งมาที่อันเล่อเฉิงเหลียงใช้แรกเฮือกสุดท้าย ยื่อยืนขึ้นกำบังคมดาบให้นาง
"เฮือกกก เอื้อออ!!!" ล้มลงในอ้อมแขนของนางกระอักเืสดๆออกปากไหลรินเป็สาย
"ไม่นะ ไม่นะ ไม่" อันเล่อะโเสียงดัง ในใจเ็ปเจียนตายนางกอดร่างของเขาแน่น หอมหน้าผากหนึ่งครั้งสูดดมเต็มปอดด้วยความรีบร้อนก่อนเบิ่งตามอง ด้วยสายตาทะมึงทึง ปานคมตาเหยี่ยว
นางค่อยๆวางร่างของเขาลงพื้นอย่างเบามือก่อนใช้ดาบใหญ่ สักลงดิน สักเสียดเบียดตัวขึ้นยืน มือสองข้างกุมดาบใหญ่ไล่วาดฟันกวัดแกว่งตี้หลุงอย่างร้ายกาจไร้ความปรานี
"ข้าอภัยให้คนอย่างเ้ามิได้อีกแล้ว ให้วันนี้เป็วันตายของเ้าเถอะ"
"ข้าเคยคิดว่าเ้าเป็คนดีไม่คิดว่าหลายปีมานี้เ้าจะเปลี่ยนไปเป็คนโฉดที่ยากจะให้อภัย"
"เห็นที ฉางอานของข้า กับแดนเถื่อนของพวกเ้าคงไม่มีวันญาติดีกันได้หากเ้ายังอยู่" อันเล่อตะเบงเสียงดังก้อง
ประจวบเหมาะกับร่างกายของตี้หลุงมิค่อยแข็งแรงเท่าไหร่....เขาดันต้านทานกับอารมณ์โกรธเกรี้ยวดั่งยมทูตเดินดินอย่างนางมิได้พลาดท่าให้นางในที่สุด
ตี้หลุงโดนคมดาบใหญ่ของนางหั่นเข้าข้างลำคอฝังลึกตัดขั้วหัวใจ ปิดตำนานบุรุษคลั่งรักอย่างตี้หลุงท้ายที่สุดต้องตายอย่างน่าอนาถ
ท่ามกลางสายตาประชาชนแดนเถื่อนที่มุงดูล้อมรอบ ส่งเสียงเชียร์ ลุกฮือ มีแม่ทัพรองเป็แกนนำสั่งให้พวกเขามีท่าทีราวกับว่าจะพุ่งเข้าทำร้ายอันเล่อ...
ทันใดนั้นกองกำลังไม่กี่สิบคนเข้ารุมสังหาร และจับกุมชาวเผ่าทุ่งหญ้าไว้ใต้อำนาจ
"แม่นางเจิ้งเหอ ท่านพี่รองปี้อิน ท่านมาช้าไปเสียหน่อย "เป็ศิษย์สำนักจวงหลางหลายสิบคนเดินทางติดตามมาหวังระงับเหตุและออกตัวช่วยเหลือเฉิงเหลียงศิษย์น้องเล็กด้วยตนเอง
"เป็เ้าที่ใจร้อน กลัวไม่ทันการ ควบม้าบุกแดนทุ่งหญ้าผู้เดียวเ้ากับศิษย์น้องช่างรักกันลึกซึ้ง....ข้า ในนามศิษย์พี่รอง ขอก้มหัวให้เ้าเพื่อเป็การสะดุดี ขอบคุณที่ช่วยน้องเล็กของข้า"ปี้อินรู้สึกอยากขอบคุณนางอย่างสุดซึ้ง จากที่เมื่อก่อนอิจฉา คอยหาวิธีกลั่นแกล้งนางสารพัดบัดนี้กลับกลายเป็ยกย่องนับถือนางเป็ที่สุด
"แม่นางเจิ้งเหอ ท่านรีบช่วยเฉิงเหลียงเถิดเขามีหนทางรอดหรือไม่"อันเล่อกล่าวร้องขอความช่วยเหลือด้วยท่าทีลุกลี้ลุกลน
"จะไม่ทันการแล้ว อันเล่อ ต้องรีบพาเฉิงเหลียงกลับไปแช่บ่อยาที่จวงหลางให้เร็วที่สุดไม่งั้นคงไร้หนทางช่วยเหลือแล้ว"
"ข้าได้รับจดหมายจากพี่ใหญ่และท่านอาจารย์ ว่าบัดนี้ ได้ยาวิเศษมีหนทางช่วยให้เฉิงเหลียงรอดตาย กลับมาเป็บุรุษที่แข็งแกร่งเช่นเดิมแล้ว "
"เช่นนั้นก็ดี อย่ารอช้าอยู่เลยรีบมุ่งหน้าเข้าฉางอานของข้าเถอะ"เป็อันเล่อกล่าวด้วยท่าทีร้อนรนใจ
"ศิษย์พี่รอง แล้วคนพวกนี้ทำอย่างไรดีขอรับ"
"เ้าว่าไงล่ะอันเล่อ คนพวกนี้เ้าจะสะสางอย่างไร สุดแท้แต่เ้า"
อันเล่อกวาดสายตาลองมองดูคนพวกนั้นต่างเป็คนแก่สตรี เด็ก มีชายร่างกำยำเพียงเล็กน้อย
"อืม...เผ่าทุ่งหญ้า เหลืออยู่เพียงเท่านี้ การรบที่เพิ่งผ่านไปคร่าชีวิตสามี พ่อ ของพวกเขาไปมาก บุรุษเหลือเล็กน้อย ข้าเองไม่ใช่คนใจโเี้อีกทั้ง บัดนี้ ความแค้นระหว่างข้ากับตี้หลุง ได้สะสางลงแล้ว"
"ส่วนความหนักหนาของเฉิงเหลียงที่เขาได้รับ ข้าจะถือว่าไม่เอาความพวกเ้าเพราะคนที่ลงมือกับเขา ต่างได้ตายไปสิ้น"
"พวกเ้าปล่อยคนพวกนั้นไปเถอะ"
"เอาล่ะ ประกาศแก่พวกเ้า ต่อไปนี้ ฉางอานกับแดนเถื่อนถือว่ามิได้มีความแค้นต่อกันอีก ข้าเองจะไม่มาราวีดินแดนของพวกเ้าอีกจนกว่าชีวิตจะหาไม่" คำกล่าวสุดท้ายก่อนอันเล่อจะกลับนครฉางอาน
*******************
ทุกคนเดินทางอย่างเร่งร้อนเพียงแค่ 1 วัน 1 คืนก็ถึงที่หมาย
ณสำนักจวงหลาง
"ท่านอาจารย์ ศิษย์พี่ใหญ่ พวกท่านมาถึงั้แ่เมื่อใด"ทันทีที่พวกเขาไปถึง เห็นเสวียนอีกับชูชวงหลาง ยืนรอที่ปากทางเข้าสำนัก
"ข้าร้อนใจแทบแย่ กลัวว่าศิษย์เอกของข้าจะมลายล้มหายตายจาก "
"เอาล่ะ ท่านอาจารย์ผู้าุโที่ข้าเชิญมา รออยู่ด้านใน "
"หากเขาอาการสาหัสถึงเพียงนี้ เกรงว่าคงต้องรบกวนแม่นางเสี่ยวเจิ้งเหอรักษาเขาเสียก่อน"
1สัปดาห์ผ่านไป
เฉิงเหลียงรักษาตัวที่บ่อยาน้ำพุร้อนในสำนักจวงหลางณ ป่าไผ่ เป็ฉงอันเล่อที่คอยเฝ้าดูแลอยู่ข้างกายไม่เหินห่าง
แม้ภารกิจงานบ้านเมืองจะรัดตัวเพียงใดนางเองมิอาจทิ้งทวนให้ชายในดวงใจละสายตาไปได้
จึงได้ฝากฝังแม่ทัพใหญ่ปกครองชั่วคราวหากมีการใดเร่งด่วนให้มารายงานทันที
*******************
ไม่นานเกินรอในวันที่บนท้องฟ้ามีแสงแดดรำไร เสียงนกร้องประสานกันดังระงมเฉิงเหลียงตื่นจากห้วงนิทรา เพราะเสียงฉินดังไพรเราะเคลอข้างหู...เขาค่อยๆลืมตาขึ้นมา
ภาพแรกที่เห็นมันช่างเป็ภาพที่ฝ้าฟาง เลือนลางแท้
เขาพยายามยกมือขึ้นมาขยี้ตา....
"นี่ข้า หลับไหลไปนานเท่าไหร่กัน...ถึงขั้นสายตาฝ้าฟางมองไม่เห็นแม่แต่ฝ่ามือของตนเองมันเกิดอะไรขึ้นกับข้ากันแน่"เฉิงเหลียงฉุกคิด และพึมพำกับตัวเอง
"หรือว่าข้าตายไปแล้ว..."
"เสียงฉินไพรเราะ แม่นางอาภรณ์ขาว ผมยาวพลิ้ว เป็สตรีเมืองใดหนอถึงได้มาอยู่ในห่วงฝันของข้า"เป็เฉิงเหลียงกล่าวตัดพ้อ พึมพำรันทดใจเขาพยายามคาดเดารูปลักษณ์ของสตรีผู้อยู่เบื้องหน้าด้วยความขุ่นมัว
เคร่งงงง!!!เสียงถ้วยยาหกคว่ำ
เฉิงเหลียงลุกขึ้นนั่งใหันควับเสียงฉินที่ไพรเราะหยุดชะงักลง มีแต่เสียงนกน้อยร้องระงม
"นั่นใครน่ะ เหตุใดมาอยู่ในห้วงฝันของข้า....กลิ่นกายและท่าทีคุ้นเคยราวกับว่าเคยพบที่ไหนมาก่อน" เขาเอ่ยถามด้วยความสงสัย ถ้อยคำที่เอื่อนเอ่ยมันไร้เดียงสาเกินอายุ
หารู้ไม่เสวียนอีดีใจแทบแย่
"ศิษย์น้องเล็ก ในที่สุดเ้าก็ฟื้นแล้ว ห้วงฝันอะไรของเ้าตอนนี้เ้าฟื้นคืน ข้าดีใจแทบบ้า "
"ยาที่ข้าตั้งใจต้มให้เ้า เห็นทีจะต้องสั่งให้ปี้อินต้มใหม่เสียนี่"
เสวียนอีวิ่งเข้าหาโผกอดเฉิงเหลียงด้วยความดีอกดีใจ กอดซ้าย กอดขวา รัดแน่นไม่ว่าจะกอดอย่างไรก็ยังไม่พอใจเสียที
"พะ พะ พี่ใหญ่ นี่ท่านเองหรือ แสดงว่าข้ายังไม่ตาย"
"โถ้เอ้ย เ้าเด็กจอมทึ่ม จะมาพูดเื่ตายได้อย่างไรข้ากับท่านอาจารย์แทบจะพลิกแผ่นดินหาวิธีรักษาเ้า" เสวียนอี พูดไปร้องไห้ไปแม้จะพยายามข่มเข้มน้ำเสียงสั่นเครือในลำคอ ไม่ให้เฉิงเหลียงจับได้ว่าตนมีน้ำตาแต่ดันต้องมาพลาดท่า ตรงที่น้ำตาหยดลงบนบ่าของเขาเป็เม็ดๆ
"พี่ใหญ่ ท่านร้องไห้หรือ?? "
"อย่าบอกนะว่าท่านร้องไห้"
"ใช่ ข้าร้องไห้ เพราะเ้า เ้ายังไงล่ะ เ้ามันดื้อดึงเป็ที่สุดชอบทำเพื่อผู้อื่นโดยไม่คำนึงถึงตนเอง ข้าอยากจะตีเ้าให้ตาย" เสวียนอีพูดเชิงตำหนิตัดพ้อ บ่นเฉิงเหลียงซะยกใหญ่
"พี่ใหญ่.... ข้าไม่เป็อะไรแล้ว ท่านวางใจเถอะ ข้าเองยังมีลมหายใจอยู่ ถือว่าเป็โชคชะตาแล้ว"
"เพียงแต่ว่า.....เหตุใดข้ายังมองไม่เห็นอะไรอย่างชัดแจ้งเหมือนอย่างเคย"
"อย่าได้ใไปน้องข้า นี่เป็เพียงผลข้างเคียงอาการชั่วคราวเท่านั้นเ้าต้องกลับมามองเห็นแน่เพียงแค่ที่ผ่านมาเส้นปราณของเ้าถูกทำลายรุนแรงมากเกินไป อีกทั้งวิธีรักษาของท่านอาจารย์าุโที่อาจารย์นำมา แปลกประหลาดยิ่งนัก "
"อืม....เช่นนั้นข้าก็จะวางใจข้าเองคงต้องทนอยู่ในสภาพเช่นนี้ไปก่อนสินะ"เฉิงเหลียงถอนหายใจยกใหญ่เริ่มััได้ถึงแก่นแท้ของชีวิต
"เช่นนั้น ข้าจะไปบอกเื่ที่เ้าฟื้นแก่ท่านอาจารย์ หากทุกคนรู้ว่าเ้าฟื้นแล้ว...คงดีใจกันใหญ่"เสวียนอีพูดพลางรีบลุกขึ้นยืน
"พี่ใหญ่ ตอนที่ข้าลืมตาขึ้นมา หากไม่ใช่เพราะข้ามีภาพหลอนแล้วล่ะก็ข้ามั่นใจว่าข้าได้ยินเสียงฉิน สุดแสนไพรเราะนัก อีกทั้งสายตาที่ฝ้าฟางของข้ามองเห็นสตรีผู้หนึ่งอยู่จางๆ"
เสวียนอีหยุดชะงักหันขวับไปหาอันเล่อ.... เห็นนางพยักหน้าให้เสวียนอีรู้สึกว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาที่มีต่อกันมันลึกซึ้งเกินกว่าที่เขาจะพูดได้ เื่รักๆใคร่ๆเป็เื่ในใจของหนุ่มสาวส่วนตนนั้น ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวเลยเลือกเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร