หัวสมองทึบจริง ๆ หากมิใช่เพราะตระกูลชุยมีอำนาจ เกรงว่าคงโดนชุยต้าเหนียนทำให้จบสิ้นไปั้แ่แรกแล้ว
“กินอาหารสะเปะสะปะได้ แต่ห้ามพูดส่งเดช หากมีหลักฐาน มิสู้ไปเรียกคนของจวนโจวมาจับข้า หากไม่มีหลักฐานแล้วพูดส่งเดช เช่นนั้นข้าสามารถบอกว่าพี่ชุยสั่งให้คนมาทุบตีขาข้างนี้ของข้าก็ได้กระมัง?”
โรงบ่อนของสูเหล่าหวู่เป็หนึ่งในบ่อนพนันภายใต้การดูแลของชุยต้าเหนียน เื่นี้หากพูดกันจริง ๆ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องกับชุยต้าเหนียนเช่นกัน
ชุยต้าเหนียนโกรธจัดแต่เถียงสู้อันเยว่ไม่ได้ นางจึงหมุนตัวแล้วะโบอกผู้คนข้างนอกแทน “ในสบู่นี้มีพิษ คนที่เคยใช้มัน ร่างกายจะค่อย ๆ รับไม่ไหว ข้างนอกสุกใส แต่ข้างในเป็โพรง เมื่อถึงตอนนั้นหากมาเสียใจทีหลังก็สายไปเสียแล้ว!”
“เพื่อเงิน นางสามารถนำอะไรออกมาขายก็ได้ แค่เอาถั่วเ้าโต้วมาทำเป็ชิ้น ๆ แต่กลับขายแพงขนาดนี้ ช่างไร้คุณธรรม!”
แม่บ้านใหญ่ตระกูลชุยพูดเหมือนมันเป็เื่จริง ซึ่งกระตุ้นคนที่ชอบดูเื่สนุกได้มากทีเดียว
“คนของตระกูลอันผู้นี้เอาแน่เอานอนไม่ได้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว”
“ตอนนี้กลับผลิตสบู่อะไรนั่นออกมา ไม่เห็นเคยได้ยิน”
“แม้แต่คนของตระกูลชุยก็ยังบอกว่าเมื่อใช้สบู่แล้วร่างกายจะไม่แข็งแรง นี่ไม่เท่ากับเป็การฆ่าคนหรอกหรือ!”
……
ทว่าอันเยว่กลับไม่ร้อนใจ แต่เลือกที่จะโบกมือให้ซูจือฉือเพื่อให้เขารีบปิดประตูใหญ่ให้สนิทในขณะที่พวกชุยต้าเหนียนกำลังใส่ร้ายนางอย่างมุ่งมั่นตั้งใจ
“เหตุใดถึงไม่อธิบายล่ะ?”
“มีคนโฆษณาให้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย ไม่ดีหรอกหรือ?”
“โฆษณา?”
ซูจือฉือมองอันเยว่ด้วยสีหน้างุนงง
“ประกาศต่อสาธารณะ”
พูดจบเสียงหัวเราะของอันเยว่ก็เบิกบานขึ้นเรื่อย ๆ น้ำมันหมูที่จองไว้ถูกนำมาส่งอีกครั้ง สบู่ที่ทำจากน้ำมันหมูมีเนื้อัันุ่มและค่อนข้างสิ้นเปลือง พลังในการทำความสะอาดก็มีจำกัด
เมื่อดูน้ำมันหมูที่เคี่ยวอยู่ในหม้อ บางทีนี่อาจเป็ครั้งสุดท้ายที่จะทำสบู่ด้วยน้ำมันหมู
“จือฉือ เ้าเป็พันธมิตรของข้า ฉะนั้นข้าจะไม่ปิดบังเ้า ยามนี้มีหน้าร้านแล้ว ต่อไปตราลี่เจี๋ยนี้จะเป็กระแสไปทั่วทั้งราชวงศ์ต้าโจว”
“หรือเ้าไม่กลัวจะมีคนลอกเลียนแบบ?”
“ยาก”
อันเยว่หัวเราะอย่างมั่นใจ นางมีความมั่นใจเกี่ยวกับเื่นี้
ยามพระอาทิตย์ตกดิน เซียวสิงเยี่ยนก็กลับมาพร้อมกับเมล็ดละหุ่ง เมล็ดละหุ่งยี่สิบฉื่อสกัดเป็น้ำมันได้ไม่ถึงสิบฉื่อ สิ่งนี้ช่วยลดต้นทุนและเพิ่มกำไรได้มาก
อันเยว่ใช้น้ำมันละหุ่งทำสบู่อยู่ในลานกว้างหน้าเรือนตามสูตรของตัวเองอย่างต่อเนื่อง ระหว่างขั้นตอนที่ไขมันและด่างเกิดปฏิกิริยากลายเป็สบู่ รอยยิ้มบนใบหน้าของอันเยว่ก็ค่อย ๆ เจิดจรัสมากขึ้น
สมาธิของนางจดจ่ออยู่ในภาชนะตรงหน้า ซูจือฉือยืนอยู่ข้าง ๆ แต่กลับมองอันเยว่อยู่อย่างนั้น
สตรีผู้นี้ยิ่งทำให้ผู้คนมองไม่ออกขึ้นเรื่อย ๆ ในสมองของนางราวกับบรรจุเสบียงความรู้ที่ทำให้ผู้คนประหลาดใจ ตกลงว่านางยังทำอะไรเป็อีกบ้าง?
เมื่อจัดการจนถึงกลางดึก อันเยว่ก็ยืดเส้นยืดสายเล็กน้อยด้วยความเหนื่อยล้า แต่กลับชนเข้ากับซูจือฉือที่อยู่ด้านหลัง
“เ้ายังอยู่ที่นี่หรือ? ทำไมไม่กลับไปพักผ่อน?”
อันเยว่มองซูจือฉืออย่างประหลาดใจ ดวงตาของเขาหลุบลงเล็กน้อย เขาไม่ตอบ นี่คงเรียนรู้ความเงียบขรึมมาจากกู่หยางเป็แน่
“ดึกมากแล้ว เ้ารีบกลับไปพักผ่อนเถอะ นึกไม่ถึงว่าเ้าจะอยู่เป็เพื่อนข้านานถึงเพียงนี้”
ในขณะที่พูดอันเยว่เห็นว่าสีหน้าของซูจือฉือดูประหลาดใจเล็กน้อย ใบหน้าขาวซีดมีสีชมพูเรื่อ ทำเอาคนมองอยากยื่นหน้าไปกัดสักคำอย่างอดไม่ได้
ซูจือฉืออาจสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในแววตาของอันเยว่เช่นกัน จึงรีบก้มหน้าแล้วเข็นอันเยว่ไปที่ห้องของนาง
“วันนี้ต้องขอบใจเ้ามาก หากไม่มีเ้าคอยช่วย ก็ไม่รู้ว่าข้าต้องทำไปถึงเมื่อใด”
ระหว่างที่พูดอันเยว่จับมือเขาไว้ แต่ไม่ได้มีเจตนาอื่น นางเพิ่งทำน้ำมันกลีเซอรีนออกมาได้เล็กน้อย จากนั้นบดด้วยผงหอมและทำให้เป็เนื้อมัน ยามนี้กำลังทาลงบนหลังมือของซูจือฉือ
ััที่เย็นสบายแผ่กระจายไปตามหลังมือของเขาทันที
“สิ่งนี้คือ?”
“ครีมทามือ งานน้อยใหญ่ในบ้านเป็เ้าที่ทำมากที่สุด ข้าเห็นว่าสองมือของเ้ามักจะเปียกน้ำอยู่ตลอด หลังมือก็ไม่นุ่มลื่นเหมือนแต่ก่อน เ้าใช้สิ่งนี้ทาสองสามวันก็จะดีขึ้น”
อันเยว่นำครีมทามือวางลงในกล่องขนาดเล็กที่งดงามประณีตแล้วส่งให้กับซูจือฉือ จากนั้นปล่อยมือโดยไม่มีความอาลัยอาวรณ์แม้สักนิด หลังจากรักษาระยะห่างพอสมควร นางก็เอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ไปพักผ่อนได้แล้ว”
สิ่งนี้ยิ่งทำให้ซูจือฉือประหลาดใจ หากเป็เมื่อก่อนปกตินางจะฉวยโอกาสนี้ทำเ้าชู้ใส่เขา
แต่นางกลับสั่งให้กลับไป ซูจือฉือแค่พยักหน้าน้อย ๆ แล้วจากไป พอปิดประตูห้องและหมุนตัวกลับก็เห็นกู่หยางยืนอยู่ข้าง ๆ และกำลังมองเขาด้วยสายตาพินิจพิจารณา
“่นี้เ้าพยายามปรนนิบัติฮูหยินน่าดู”
“พี่สาม”
ซูจือฉือรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยจึงหมุนตัวจากไป ทว่ากู่หยางกลับเดินตาม และไม่รู้ว่าอีกฝ่ายหยิบพัดพับออกมาั้แ่เมื่อใด
“พบหน้ากันก็เหมือนมิพานพบ มีน้ำใจก็คล้ายกับไร้น้ำใจ คำเหล่านี้ออกจะ…”
“เหตุใดพี่สามถึงแตะต้องของของผู้อื่นโดยไม่บอกกล่าว”
ซูจือฉือหยิบพัดพับกลับคืนมา เขาเองก็เพิ่งเห็นตัวอักษรขนาดเล็กแถวนี้หลังจากที่เขาเปิดพัดพับจนสุด แต่ในตอนที่อันเยว่ซื้อให้เขา นางแค่ดูลวดลายบนหน้าพัด บางทีนางอาจไม่สังเกตเห็นว่าบนหน้าพัดมีตัวอักษรหรือไม่
เมื่อเห็นซูจือฉือรีบร้อนกลับไปที่ห้อง กู่หยางก็เดินเข้าไปในห้องของเซียวสิงเยี่ยน
หลังจากยุ่งกับงานมาห้าวัน สบู่ของอันเยว่ได้รับการปรับปรุง ความอ่อนตัวดีขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย แม้ไม่ห่อด้วยกระดาษก็ไม่เป็ปัญหา
การที่ชุยต้าเหนียนมาโวยวายไม่เพียงไม่สร้างปัญหาต่ออันเยว่ มันยังทำให้หลายคนหันมาสนใจสบู่มากขึ้น จนขายดียิ่งกว่าเดิม
ประชากรในฮวาตูมีจำนวนจำกัด อันเยว่จึงหันความสนใจไปที่หน้าร้าน วิธีการขายสบู่ก็เริ่มพัฒนาไปอีกด้านหนึ่งเช่นกัน
“หน้าร้านของเ้าก็เปิดแล้ว สบู่ที่รับปากข้าไว้ล่ะ?”
ในขณะที่อันเยว่กำลังมองดูชั้นวางที่สร้างขึ้นในร้าน หลิวฟางก็เดินโซเซเข้ามา หลังจากที่นางสำรวจภายในร้านก็ถอนหายใจอย่างจนปัญญา
เมื่อเห็นว่าอันเยว่ขายสบู่ได้มาก แม่ของนางก็ยิ่งเร่งรัดนางหนักขึ้นทุกวัน จนนางต้องรีบมาหาอันเยว่
“พวกตระกูลชุยอิจฉาเื่สบู่ เกรงว่าอีกไม่กี่วันนางคงมาก่อเื่อีกแน่ ๆ ถ้าเช่นนั้น เราพักเื่ของเราลงชั่วคราวก่อนดีไหม?”
“ไม่ได้! ข้าปรึกษาท่านแม่แล้ว หากต้องพักจริง ๆ ท่านแม่ต้องไม่ยอมแน่ อีกอย่าง เ้ากับข้าก็ถือว่าเป็สหายเก่ากัน หรือจะปล่อยให้ล้มเหลวอย่างนั้น?”
“จะล้มเหลวไม่ได้ เอาอย่างนี้ เ้าค่อยมาหาข้าอีกสิบวันข้างหน้า ข้าจะจัดเตรียมสบู่จำนวนหนึ่งฉื่อให้เ้าแน่นอน เ้าอยากนำออกจากฮวาตูไปขายที่ไหนก็ตามใจ”
“ตกลง!”
หลิวฟางกลัวว่าอันเยว่จะเปลี่ยนใจจึงรีบตอบรับ ยามนี้กลับมีคนกว่าสิบชีวิตออกันอยู่ที่นอกร้าน และกำลังจ้องคนในร้านตาเป็มัน
อันเยว่มองออกไปข้างนอกเล็กน้อย นึกไม่ถึงว่าชุยต้าเหนียนจะข่มอารมณ์ไม่ได้จริง ๆ นี่เพิ่งผ่านไปไม่กี่วันก็สั่งให้คนมาแล้ว
ในสถานที่มีผู้คนมากมายเช่นนี้ หากบอกว่านางไร้สมองก็ยังถือว่าเป็การชม
“ขาเ้าไม่สะดวก ข้าไปดูเอง”
หลิวฟางพูดจบก็เดินออกไป ยามนี้เซียวสิงเยี่ยนสังเกตเห็นแล้วว่าข้างนอกมีคนมาก่อเื่ เขาจึงมาที่ข้างกายอันเยว่
“เราแค่นั่งดู หากตระกูลหลิวข่มแม้กระทั่งตระกูลชุยไม่ได้ วันข้างหน้าย่อมมีปัญหา”
อันเยว่ยิ้มน้อย ๆ นี่คือผู้ช่วยที่ดีที่สุดที่นางหาได้ หากอาศัยกำลังของตัวเอง เกรงว่าคงไม่สามารถทนต่อการก่อเื่ซ้ำซากของชุยต้าเหนียน