เสียงคำรามขู่กรรโชกอย่างดุร้ายของฝูงอสูรกายการ์เลนอสดังก้องสะท้อนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งอาณาบริเวณตรอกอุตสาหกรรมร้าง ท่ามกลางแสงไฟสีส้มแดงสว่างวาบจากเปลวเพลิงที่กำลังโหมไหม้ซากรถสปอร์ตคันหรูอย่างบ้าคลั่ง
กลิ่นไหม้ของเหล็กกล้าและสารเคมี ผสมปนเปกับกลิ่นคาวเืสีฟ้าของพวกการ์เลนอสที่ถูกทำลายล้าง คละคลุ้งอวลอยู่ในกระแสอากาศจนชวนให้อึดอัดหายใจลำบาก
รินในร่างนักรบเกราะเพลิงสีชาดยืนหอบหายใจอย่างเหนื่อยหอบอยู่ท่ามกลางวงล้อมของเหล่าอสูรกายร่างั์ ดาบเพลิงเล่มั์สีแดงฉานที่งอกเงยออกมาจากกระแสพลังงานในมือขวาส่งเสียงปะทุ เปรี๊ยะ...เปรี๊ยะ...ออกมาเป็ระยะ คล้ายกับเสียงลมหายใจเข้าออกของสัตว์ร้ายบางชนิดที่กำลังตื่นจากการจำศีล เปลวไฟสีส้มแดงร้อนแรงไหลเวียนขยับเขยื้อนไปตามแนวลวดลายอักขระโบราณบนใบดาบอย่างมีชีวิตชีวา
เด็กสาวก้มลงมองฝ่ามือและท่อนแขนของตัวเองผ่านแผ่นเกราะหนาสีแดงสลับดำที่เคลือบคลุมชั้นิัอยู่ด้วยความสับสนพิลึก
“...นี่มันเื่บ้าอะไรกันแน่เนี่ย...”
เธอยังไม่เข้าใจระเบียบและระบบอะไรเลยด้วยซ้ำว่าเกิดความผิดปกติอะไรขึ้นกับร่างกายและจิติญญาของตัวเองในเวลานี้ ทว่าฝูงการ์เลนอสรอบกายกลับไม่คิดที่จะเปิดโอกาสหรือให้เวลาเธอได้นั่งทำความเข้าใจสถานการณ์เลยแม้แต่น้อย
กรรรรรรรรร—!!
พวกมันพุ่งทะยานร่างเข้ามาโจมตีประสานพร้อมกันอีกครั้งจากทุกมุมอับ!
พื้นผิวถนนคอนกรีตเก่าแก่แตกร้าวละเอียดเป็เสี่ยงๆ จากแรงสปริงข้อเท้ากระโจนตัวของสัตว์ประหลาดนับสิบตัว รินเบิกตากว้างขึ้นทันที ภายใต้สถานการณ์บีบคั้นสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดเบื้องลึกพลันเข้าควบคุมกลไกสั่งการร่างกายของเธอโดยอัตโนมัติ
ฟุ่บ—!
เรือนร่างในชุดเกราะสีชาดพุ่งทะยานหายวับไปจากจุดตำแหน่งเดิมในพริบตา ราวกับประกายไฟที่พุ่งทะยานข้ามมิติด้วยความเร็วเหนือแสง
“เร็วมาก...!?” แม้กระทั่งตัวของรินเองยังต้องลอบตื่นตระหนกใกับความเร็วระดับนี้
ในเสี้ยววินาทีต่อมา ร่างของเธอไปปรากฏตัวตระหง่านอยู่ตรงหน้าของอสูรกายการ์เลนอสตัวหนึ่งในระยะประชิด ดาบเพลิงขนาดั์ในมือถูกตวัดฟาดฟันออกไปเป็แนวเฉียงตามสัญชาตญาณดิบการต่อสู้
ฉัวะ——!!!
คลื่นรังสีเพลิงสีแดงฉานขนาดมหึมาะเิพวยพุ่งออกจากคมดาบตัดผ่านชั้นบรรยากาศ ส่งผลให้ร่างเนื้อบิดเบี้ยวของการ์เลนอสตัวนั้นถูกผ่าแยกออกเป็สองส่วนในพริบตาเดียว เปลวไฟความร้อนสูงเผาผลาญทำลายล้างร่างซากเนื้อไปพร้อมกับคอร์แกนกลางชีวิตสีฟ้าของมันจนสลายกลายเป็เถ้าถ่านสีดำปลิวว่อนไปในอากาศทันที
ทว่าในจังหวะที่เธอกำลังจะตั้งหลัก—
ตูม!
อสูรกายการ์เลนอสอีกตัวหนึ่งที่ดักจังหวะอยู่พลันพุ่งกระแทกเข้าใส่สีข้างด้านซ้ายของเธอเต็มแรงเกิด แรงอัดมหาศาลส่งร่างของรินในชุดเกราะให้ปลิวกระเด็นลอยไปปะทะเข้ากับกำแพงคอนกรีตของอาคารร้างด้านข้างจนเนื้อปูนแตกร้าวเป็ใยแมงมุม
“อั่ก...!” รินไอโขลกออกมาเบาๆ พลางทรุดเข่าลงกับพื้น “เจ็บชะมัด...แต่ฉันไม่ยอมตายเพราะพวกสัตว์ประหลาดอย่างพวกแกหรอก!”
ต่อให้จะมีชุดเกราะเวทมนตร์สีแดงดำคอยปกป้องห่อหุ้มร่างกายภายนอกอยู่ก็ตาม แต่แรงอัดกระแทกจากการโจมตีเมื่อครู่กลับยังคงเล็ดลอดส่งผ่านเข้ามาบดขยี้อวัยวะภายในร่างกายโดยตรงจนเธอระบมไปหมด
และนั่นแปรเปลี่ยนเป็บทเรียนที่ทำให้เด็กสาวเริ่มเข้าใจสัจธรรมความจริงข้อหนึ่งในทันที...ต่อให้เธอจะได้รับมอบพลังอำนาจประหลาดเหนือธรรมชาติขนาดนี้มา...แต่เนื้อแท้ของเธอก็ยังคงเป็มนุษย์ที่สามารถาเ็และตายได้เหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
กรรรรร...
การ์เลนอสอีกห้าตัวที่เหลือรอดเริ่มก้าวเท้าเดินวนล้อมกรอบคืบคลานเข้ามาหาเธอช้าๆอย่างย่ามใจ ดวงตาสีฟ้าฉานนับสิบคู่สะท้อนเงาเปลวไฟที่กำลังลุกไหม้อย่างกระหายเืเนื้อ
ที่บริเวณด้านหลังกำแพงอีกฝั่งหนึ่ง โรเชลล์ที่หลบซ่อนตัวอยู่กำลังนั่งคู้เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวสุดขีด น้ำตาเม็ดโตไหลคลอเบ้า ทว่าถึงกระนั้น เมื่อเห็นเพื่อนสนิทกำลังตกอยู่ในอันตราย เธอก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดตวาดะโเสียงลั่น
“ริน! ระวังด้านหลังของเธอ!!”
พรึ่บ—!!
อสูรกายการ์เลนอสตัวหนึ่งกระโจนพุ่งตัวลงมาจากชั้นดาดฟ้าของอาคารร้างอย่างเงียบเชียบ กรงเล็บแหลมคมขนาดั์ของมันเงื้อขึ้นสูงหมายจะบดขยี้ฟาดลงใส่ศีรษะของรินให้บี้แบนในคราเดียว
ทว่าในวินาทีวิกฤตนั้นเอง—
ปังงงงงงง——!!!
เสียงฉีกกระชากมวลอากาศของอาวุธปืนแรงดันสูงขนาดใหญ่ดังสนั่นกึกก้องกัมปนาทะเืเลื่อนลั่นไปทั่วเขตอุตสาหกรรมร้าง
ส่วนหัวของอสูรกายการ์เลนอสที่กำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศพลันะเิออกเป็เศษเนื้อทันที ราวกับโดนอานุภาพทำลายล้างของะุเจาะเกราะต่อต้านรถถังในระยะประชิด ร่างมหึมาไร้หัวของมันปลิวกระเด็นลอยไปกระแทกพื้นคอนกรีตอย่างรุนแรงก่อนจะแน่นิ่งไป
ทั้งรินและโรเชลล์ชะงักกึกไปพร้อมๆ กันด้วยความตื่นตระหนก เสียงฝีเท้าที่ก้าวเดินอย่างหนักแน่น มั่นคง และเป็จังหวะจะโคนดังแว่วขึ้นมาจากปลายตรอกมืดที่เต็มไปด้วยกลุ่มควัน
ตึก...ตึก...ตึก...
ร่างระหงของหญิงสาวคนหนึ่งเดินย่างสามขุมฝ่าม่านหมอกและเปลวไฟเข้ามาด้านในช้าๆ เธอคนนั้นสวมใส่ชุดสูทกางเกงสีดำสนิทเข้ารูปดูทะมัดทะแมงคล้ายกับเครื่องแบบทางการทหารระดับสูง มีเสื้อคลุมตัวยาวสีเทาเข้มปลิวไหวไปตามแรงลมยามค่ำคืน เส้นผมสีเงินอมม่วงยาวสลวยระยับถึงระดับเอวสะท้อนแสงไฟนีออนเป็ประกายเย็นเยียบชวนสะกดสายตา
และในอุ้งมือขวาของเธอ...คืออาวุธปืนไรเฟิลจู่โจมลำกล้องหนาสีดำทมิฬขนาดมหึมาที่ใหญ่โตเกินกว่าขีดจำกัดที่มนุษย์เพศหญิงปกติทั่วไปจะสามารถยกถือและใช้งานมันด้วยมือเดียวได้สบายๆ ดวงตาสีม่วงอเมทิสต์อันเรียบนิ่งและเ็าคู่นั้นกวาดสายตามองสำรวจสภาพสนามรบเพียงปราดเดียว ก่อนที่สายตาเฉียบคมจะหยุดนิ่งลงตรงตำแหน่งร่างของรินในชุดเกราะเพลิงลีซิลนอส
“...ในที่สุดก็แกะรอยตามแกะจนเจอตัวจนได้นะ” หญิงสาวเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งโทนอารมณ์ใดๆ
รินรีบขยับร่างกายตั้งการ์ดและยกดาบเพลิงขึ้นมาขวางหน้าทันทีด้วยความระแวดระวัง “คุณ...คุณเป็ใครกัน!?”
ทว่าแทนคำตอบข้อซักถาม—
พรึ่บ!
เรือนร่างของหญิงสาวผมเงินพลันเลือนหายวับไปจากตำแหน่งจุดยืนเดิมในพริบตาเดียว มันเป็ความเร็วที่ตัดสลับมิติอย่างรวดเร็วเกินกว่าที่ประสาทััของการ์เลนอสหรืุ์จะมองตามได้ทัน
“—!?”
ในวินาทีถัดมา เมื่อหญิงสาวคนนั้นมาปรากฏตัวตระหง่านอยู่ตรงหน้าของรินเรียบร้อยแล้ว พร้อมกับมุมศอกเรียวที่พุ่งเข้ากระแทกกระทั้นกระทุ้งเข้าใส่บริเวณหน้าท้องของเธออย่างรุนแรงแม่นยำ
ตูม!!
แรงอัดกระแทกทางกายภาพระดับมหาศาลส่งผลให้ร่างของรินในชุดเกราะหนาปลิวกระเด็นลอยไถลครูดไปกับพื้นดินไกลหลายเมตรจนฝุ่นตลบ
“อึก—!” รินทรุดกายกุมท้องด้วยความจุกเสียดรุนแรง
“ปฏิกิริยาตอบสนองห่วยแตกสิ้นดี” หญิงสาวผมเงินเอ่ยปากวิจารณ์เสียงนิ่งพลางลดปืนในมือลงเล็กน้อย “เอาแต่ปล่อยคลื่นรังสีความร้อนกระจายออกไปรอบตัวมั่วซั่วไร้ทิศทางแบบนั้น ถ้ายอมปล่อยให้ทำตามใจชอบอยู่ข้างนอกต่อไป พวกการ์เลนอสระดับสูงตัวอื่นๆ คงตามกลิ่นอายพลังงานความร้อนเจอในเวลาไม่เกินสิบนาทีแน่”
โรเชลล์ที่เห็นเพื่อนโดนทำร้ายะโลั่นออกมาจากที่ซ่อนด้วยความโกรธผสมปนเปความกลัว “เดี๋ยวค่ะ! คุณเป็ใครกันแน่เนี่ย!? ทำไมจู่ๆถึงต้องเข้ามาทำร้ายรินด้วย—”
ปัง! ปัง! ปัง!
หญิงสาวแปลกหน้าไม่คิดจะเสียเวลาเอ่ยปากตอบคำถาม
เธอยกกระบอกปืนไรเฟิลั์ขนาดยิงสวนต่อเนื่องสามนัดซ้อนข้ามหัวของรินและโรเชลล์ไปทางด้านหลังอย่างแม่นยำราวกับจับวาง ะุพลังงานสูงเจาะทะลวงเข้าใส่กะโหลกศีรษะของอสูรกายการ์เลนอสสามตัวที่กำลังจะพุ่งเข้ามาตะปบพวกเธอจากมุมมืด
ส่วนหัวของอสูรทั้งสามะเิกระจายออกพร้อมๆ กันก่อนที่ร่างจะล้มตึงกลายเป็ซากศพ
รินเบิกตากว้างอึ้งมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกยำเกรง...ผู้หญิงคนนี้...แข็งแกร่ง บ้าบิ่น และเยือกเย็นผิดมนุษย์มนาเกินไปแล้ว
ทว่า ทันใดนั้นเอง—
กรรรรรรรรรรรรรร————!!!!
เสียงคำรามแผดร้องประกาศศักดาขนาดมหึมาปานฟ้าถล่มแผ่นดินทลายดังสนั่นหวั่นไหวะเืไปทั่วทั้งเขตอุตสาหกรรมเก่า คลื่นเสียงมีความเข้มข้นสูงจนแก้วหูของมนุษย์แทบจะปริแตก
พื้นดินคอนกรีตใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นะเืเลื่อนลั่นราวกับเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาดย่อม ฝูงอสูรกายการ์เลนอสระดับล่างทั้งหมดที่เหลืออยู่รอบบริเวณพลันหยุดชะงักการเคลื่อนไหวลงในทันที ก่อนที่พวกมันจะค่อยๆ ก้าวเท้าถอยร่นหนีออกจากพื้นที่ตรงนั้นไปอย่างลนลานและหวาดกลัวสุดขีด ราวกับว่าผู้เป็าาของพวกมันกำลังจะปรากฏตัว
บางสิ่งบางอย่างที่น่ากลัวและทรงพลังอย่างแท้จริง...กำลังเดินทางมาที่นี่
ดวงตาสีม่วงคู่สวยของหญิงสาวชุดสูททหารหรี่แคบลงเล็กน้อย แสดงความตึงเครียดออกมาเป็ครั้งแรก “...ชิ มาไวชะมัด ตามกลิ่นพลังงานมาเร็วกว่าที่คิดแฮะ”
รินชะงักกึก พยายามยันกายลุกขึ้นยืน “เกิด...เกิดอะไรขึ้น?”
หญิงสาวไม่ตอบ แต่เบนสายตามองตรงขึ้นไปบนยอดตึกดาดฟ้าของอาคารสูงเบื้องหน้า
และในวินาทีต่อมานั้นเอง—
ตูมมมมมมมมม————!!!
ร่างสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาพุ่งทิ้งตัวดิ่งพสุธาตกลงมาใจกลางถนนคอนกรีตอย่างรุนแรงจนผิวถนนยุบตัวพังทลายกลายเป็หลุมลึกขนาดั์ เศษปูน คอนกรีต และเปลวไฟกระจายว่อนออกไปทุกทิศทางตามแรงอัด
สิ่งที่กำลังยืนเหยียบย่ำอยู่ตรงกึ่งกลางหลุมะเินั้น...คืออสูรกายการ์เลนอสขนาดความสูงเกือบสี่เมตร!
เรือนร่างอันมหึมาของมันถูกปกคลุมห่อหุ้มไปด้วยชั้นเกราะกระดูกหนาสีขาว มีเส้นสายหนวดเนื้อสีฟ้าบิดเบี้ยวหน้าตาน่ารังเกียจจำนวนมหาศาลตวัดแกว่งงอกเงยออกมาจากบริเวณแผ่นหลัง และสิ่งที่น่าสยดสยองที่สุดคือบริเวณกลางแผ่นอกของมันกลับปรากฏ ดวงตาสีฟ้าขนาดั์ หนึ่งดวงที่กำลังกลิ้งกรอกไปมาเพื่อจับจ้องหาเหยื่ออย่างน่าเกลียดน่ากลัว
กลิ่นอายความกดดันและจิตสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวมัน...มีระดับความหนาแน่นและอันตรายที่แตกต่างจากพวกกระจอกก่อนหน้านี้โดยสิ้นเชิง
โรเชลล์ถึงกับแข้งขาอ่อนแรง ทรุดกายลงไปนั่งกองกับพื้นหญ้าด้วยความกลัวจนแทบสิ้นสติ “ตัวอะไรอีกแล้วเนี่ย...โลกนี้มันเกิดอะไรขึ้นไปแล้ว...”
หญิงสาวผมเงินลอบผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ เพื่อเรียกสมาธิ ก่อนที่มือเรียวจะเอื้อมไปกดสับสวิตช์ปลดระบบเซฟตี้ของอาวุธปืนในมือจนเกิดเสียงเหล็กกระทบกันดัง คลิก
“...การ์เลนอส ความอันตรายระดับ คลาส เบต้า” หญิงสาวเอ่ยปากระบุประเภทพลางตวัดดวงตาสีม่วงเ็าคู่นั้นหันกลับมามองสบตากับรินในชุดเกราะแดงอีกครั้ง “ถ้าเธอยังไม่อยากนอนกลายเป็ศพเฝ้าถนนสายนี้...ก็จงหยุดอาการสติแตกซะ แล้วจับดาบสู้ร่วมมือกับฉันได้แล้ว...ยัยลีซิลนอส”
รินกำด้ามดาบเพลิงในอุ้งมือแน่นเข้าหากันจนเกิดเสียงเกราะเสียดสี หัวใจตื่นตัวเต้นระรัวราวกับกลองศึก “...คุณ...รู้จักชื่อนั้น...รู้เื่ของฉันด้วยงั้นเหรอ?”
หญิงสาวผมเงินตอบกลับด้วยสายตาที่เย็นเฉียบและเฉียบคมปานคมมีดโกน
“ถ้าแกสามารถมีชีวิตรอดชีวิตจากไอ้ตัวตรงหน้านี้ไปได้...แล้วฉันจะยอมอธิบายทุกสิ่งทุกอย่างให้แกฟังอย่างละเอียดเอง”
สิ้นกระแสเสียงเฉียบขาดนั้น—
อสูรกายการ์เลนอสระดับ Beta ก็อ้าปากกว้างแผดเสียงคำรามลั่นจนชั้นบรรยากาศสั่นะเื ก่อนที่มันจะสปริงข้อเท้าพุ่งทะยานร่างั์เข้าโจมตีพวกเธอด้วยความเร็วและพลังทำลายล้างมหาศาลในทันที!
[จบตอนที่ 4 — ผู้มาเยือนจาก V.I.F.]