บทที่ 133 คำขอร้องที่ส่งไปไม่ถึง
ในห้องชั้นบนของปราสาทที่จอมโจรไม่สามารถเข้าได้นั้นอบอวลด้วยพลังเวทย์รุนแรงของซูเหยียน กองโจรทั้งหมดยึดทั้งปราสาทเอาไว้ กระจายกำลังออกไปตามห้องต่างๆ เพื่อจะรื้อหาของที่เจ้านายของมันต้องการ ทุกคนที่ขัดขวางต้องสังหารเสียให้สิ้น ของมีค่ามีราคานั้นซูเฟิงไม่ปรารถนาหากแต่เป็นศาสตราวุธและของใช้เวทมนตร์ทั้งหลายที่ซูหยางเก็บไว้ต่างหากเล่า
ห้องที่ชิว เหวินเจี้ยนหลับอยู่นั้นประตูถูกปิดลั่นกลอนเอาไว้แน่นหนา แสงสว่างสีฟ้านวลตาลอดมาจากพื้นประตูทำให้เหล่าจอมโจรทั้งหมดหยุดยืนที่ห้องนั้น หัวหน้าของพวกมันพยักหน้าให้ลูกน้องไปสำรวจห้องอื่นๆ ทุกคนทำตามอย่างว่าง่ายเหลือไว้แต่ห้องนั้นที่ดูจะมีพลังมากมายกระจายออกมา
“พลังระดับเมฆาเชียวรึ ห้องนี้คงมีของสำคัญเป็นแน่ถึงได้ร่ายเวทย์คุ้มกันแน่นหนาถึงเพียงนี้” จอมโจรกล่าวเสียงต่ำ เขาใช้มือลูบไปตามประตูบานใหญ่เกิดละอองสีฟ้าตกกระจายไปทั่วบริเวณเพราะเวทย์ที่เคลือบอยู่จากผู้ใช้ด้านใน จอมโจรไม่ได้รู้สึกเจ็บปวดหากแต่ก็ไม่สามารถทำลายประตูบานนี้ได้เช่นกัน
“จงออกไปเสียเถิด ห้องนี้ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถข้ามาภายในได้” เป็นเสียงหญิงสาวที่ฟังดูคุ้นหู ชายจอมโจรเลิกคิ้ว เขายอมถอยห่างก้าวหนึ่งก่อนจะตอบกลับไปด้วยเสียงที่ดังพอกัน
“ปลดเวทย์ออกท่านแพทย์อัจฉริยะ” จอมโจรกล่าวเสียงดุดัน เขาอยากจะทำลายประตูในตอนนั้นแต่ก็อยากจะลองเจรจาก่อนว่าจะได้ผลหรือไม่ ท่านซูเฟิงนั้นก็ดูจะยุ่งกับการจัดการพลังระดับศักดิ์สิทธิ์ที่แผ่ออกมา แม้จอมโจรจะอยู่ชั้นบนห่างไกลจากชั้นใต้ดินก็ยังรู้สึกถึงมันได้เลย พลังน่ากลัวระดับนั้นที่แผ่ไปทั่วปราสาทไม่คิดเลยว่าซูหยางจะเก็บของมีค่าขนาดนั้นเอาไว้ที่นี่
“ข้าไม่ทำตามคำสั่งของเจ้าหรอก อย่าหวังว่าจะได้เข้ามาในห้องนี้ออกไปซะ!” ซูเหยียนตะโกนลั่นสุดเสียง เวทย์สีฟ้าเปล่งประกายเจิดจ้าห่อล้อมห้องเอาไว้ พลังนั้นเเล่นแปลบปลาบไปทั่วผนังห้องด้านนอก ทางเดียวที่จะปลดมันออกคือต้องสังหารผู้ใช้หรือทำให้หมดสติเท่านั้น
“งั้นข้าก็จะไม่ออมมือ ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นถึงแพทย์อัจฉริยะของดินแดนแห่งนี้ก็ตาม” จอมโจรบอกไว้เช่นนั้นก่อนจะเงื้อดาบในมือขึ้นสูงสุดแขน พลังเวทย์สีฟ้าเฉกเช่นเดียวกันส่องแสง เขากระแทกดาบลงที่ประตูบานนั้นพลังระดับเมฆาเทียบเท่ากันปะทะกันอย่างรุนแรง เสียงแตกราวกับกระจกที่โดนทุบทำลายดังกังวาน
เพล้ง! โครม!
ประตูบานนั้นที่ว่าแน่นหนาแตกสลายไม่มีชิ้นดี แสงจากภายนอกส่องเล็ดลอดเข้าไปด้านในเผยให้เห็นเตียงใหญ่ที่อยู่สุดปลายห้อง เบื้องหน้ามีหญิงสาวผมยาวในชุดแพทย์ที่นั่งหอบตัวโยนอยู่ มือของนางแตะอยู่ที่พื้นไม่ยอมออกห่าง สายตาแน่วแน่นั้นแสดงให้เห็นว่าสิ่งที่นางกำลังปกป้องอยู่นั้นสำคัญเพียงใด
“ถอยออกไป” ซูเหยียนพูดเสียงทุ้มต่ำ รู้ดีว่าภายนอกนั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง ตอนนี้ซูหยางและหนี่เหยาคงตกอยู่ในที่นั่งลำบาก และชิว เหวินเจี้ยนเองก็ยังไม่ฟื้นคืนมา พลังที่น่าจะสัมผัสได้นั้นเลือนลางลงไปทุกทีจนซูเหยียนเริ่มจะหมดหวัง
...ไม่หรอก นางหมดหวังมาตั้งแต่แรกเเล้ว หลังจากที่รู้ว่าชิว เหวินเจี้ยนนั้นบาดเจ็บหนัก หญิงสาวก็รู้ดีว่าต้องเป็นการต่อสู้ที่หนักหนาเกินกว่าจะทัดทานได้ นางไม่เคยเห็นเขาเป็นเช่นนี้เลย และหากเป็นดั่งที่ซูหยางเล่าคงไม่มีใครสามารถต่อกรกับพวกซูเฟิงได้เป็นแน่ และจะยิ่งสิ้นไร้หนทางหากนางไม่สามารถปกป้องชิว เหวินเจี้ยนเอาไว้ได้
“ท่านกำลังทุ่มพลังมากขนาดนั้นปกป้องสิ่งใดกัน” จอมโจรก้าวเข้ามาในห้องอย่างเชื่องช้า ทุกครั้งที่เท้าแตะสัมผัสกับพื้นที่เคลือบไปด้วยพลังเวทย์ของซูเหยียนมันก็ส่องสว่างขึ้นทุกครั้ง ลูกน้องของเขาวิ่งมารวมตัวกันที่หน้าประตูคิดจะเดินตามเข้ามาแต่ก็ถูกชายผู้เป็นหัวหน้ายกมือขึ้นห้ามเอาไว้
“ไม่ใช่กงการอะไรของเจ้า จงออกไปตอนนี้” ซูเหยียนเงยหน้าขึ้นมอง แสงพราวระยับจากเวทย์ของนางขับให้ร่างกายบอบบางนั้นงดงามกว่าสิ่งใดหากแต่จอมโจรนั้นไม่ได้เกรงกลัว ตรงกันข้ามกลับหลงใหลในตัวนางคิดเหลือเกินว่าหญิงสาวที่ต่างทำตัวเเข็งแกร่งเช่นนี้หากตกอยู่ใต้อำนาจของเขาจักเป็นเช่นไร
“หืม...ข้าชอบคนแบบท่าน ทะนงตนและยังไม่ยอมผู้ใด ทั้งยังเก่งกาจสุดในดินแดนถ้าเป็นเรื่องการรักษา” ชายหนุ่มยกมือลูบไล้ใบดาบของตนไปมาอย่างใจเย็นขณะเดียวกันก็สาวเท้าเข้าไปใกล้วงเวทย์อักขระคุ้นตานั้นทุกที เขาสอดสายตามองไปเบื้องหลังเห็นร่างของใครบางคนนอนนิ่งอยู่ด้านในนั้น “แต่ถ้าเป็นการต่อสู้ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องออกแรงมาก”
“ข้าไม่รู้จักเจ้า” ซูเหยียนแค่นเสียงตอบกลับไป ไม่ยอมยกมือออกจากพื้นนั้นแม้สักวินาที
“ข้ามีนามว่า ชิ่ว เหลียงฟู่ เป็นจอมโจรระดับเมฆาที่เก้าเช่นเดียวกับท่าน” ชิ่ว เหลียงฟู่กล่าว พยักหน้าไปที่เบื้องหลังของซูเหยียน “ท่านปกป้องชายคนนั้นหรือ เป็นคนรักของท่านงั้นสิ”
ใบหน้าที่ชื้นเหงื่อของหญิงสาวแดงระเรื่อแต่ฉับพลันนางก็กลบเกลื่อนมันได้ทั้งหมด ซูเหยียนตอบปฏิเสธทั้งยังใช้มือที่ว่างอีกข้างควักมีดออกจากข้างเอว ปลอกสีน้ำตาลกระเด็นห่างออกไปไกลตอนที่นางสะบัดมันออก มีดสั้นกะทัดรัดอยู่ในมือของซูเหยียน
“ไม่ใช่ หากแต่เป็นคนที่ข้าจะต้องปกป้องด้วยชีวิต ตราบใดที่ข้ายังอยู่ตรงนี้เจ้าจะไม่มีวันได้แตะต้องเขา”
ชิ่ว เหลียงฟู่หัวเราะดังลั่น ชายจอมโจรใช้ดาบจ่อไปที่วงเวทย์ใสที่ก่อตัวขึ้นเป็นกำแพงใสทรงกลมล้อมทั้งร่างของนางกับชิว เหวินเจี้ยนเอาไว้ สะกิดแผ่วเบาพร้อมทั้งดูแคลน
“น่าอับอาย คนอย่างเจ้านั่นไม่มีค่าพอให้ท่านต้องปกป้องเลยซูเหยียน ชายคนนั้นข้าเคยสู้มาด้วยแล้วครั้งหนึ่ง เขาเป็นเพียงมนุษย์ทั้งยังอ่อนแอ ระดับพลังต่ำเตี้ยเช่นนั้นมีค่าพอหรือ” จอมโจรแสยะยิ้ม “สู้มาอยู่เคียงข้างข้ายังจะเหมาะสมเสียกว่า”
ซูเหยียนกัดฟัน มองร่างของชายตรงหน้าอย่างเจ็บใจนัก สายตาที่สำรวจไปทั่วร่างของนางไม่ต่างจากสินค้าทำให้หญิงสาวยิ่งไม่อยากยอมแพ้ แม้ชิว เหวินเจี้ยนจะดูพูดจาไม่เข้าหูหรือทำอะไรประหลาดไปบ้างแต่เขาก็ให้เกียรตินางทั้งยังมิเคยดูถูกเช่นนี้
“ให้ข้าตายเสียดีกว่าที่จะต้องทำเช่นนั้น” มีดสั้นเล่มนั้นถูกกำเอาไว้แนบแน่น หญิงสาวไม่ลดความพยายามแม้พลังจะถูกใช้มากขึ้นไปทุกที ลูกน้องของชิ่ว เหลียงฟู่ที่จะเข้ามาด้านในนั้นถอยห่างออกไปเพราะความเจ็บปวดยามเมื่อเข้าสู่เขตป้องกันของซูเหยียน
“คิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าท่านไม่รู้วิธีการต่อสู้ ใช้เวลาไม่นานเท่านั้น...” ชายจอมโจรยิ้มด้วยความสะใจยามที่ฟาดดาบลงไปยังวงเวทย์ของนาง มันเกิดรอยร้าวในทันทีที่ถูกทำแบบนั้น ซูเหยียนหลับตาลงเพ่งสมาธิไปยังวิชาของตนสร้างเกราะขึ้นมาใหม่ ชิ่ว เหลียงฟู่ใช้ดาบฟาดซ้ำๆ ไปที่รอยร้าวที่พยายามสร้างขึ้นมาใหม่นั้น
ภาวนาอยู่ในใจอย่างมาดมั่นแม้เสียงหัวเราะของจอมโจรจะดังก้องไปทั่วห้องนั้น ซูเหยียนพยายามที่จะไม่ละความสนใจไปจากเวทย์ของตนที่กำลังจะถูกทำลาย แวบหนึ่งหญิงสาวหันไปมองร่างของชิว เหวินเจี้ยน เสียงแผ่วเบาของนางดังขึ้นซึ่งไม่รู้เลยว่าส่งไปถึงเขาหรือไม่
เพล้ง!
วงเวทย์ถูกทุบตีอย่างรุนแรงจนสุดท้ายก็แตกออกเป็นเศษเสี้ยว แสงวาววับกระจายออกไปทั่วห้องพร้อมกับเสียงเฮของลูกน้องชิ่ว เหลียงฟู่ด้านนอก พวกมันกรูกันเข้ามาในห้องล้อมร่างของซูเหยียนเอาไว้ หญิงสาวไม่มีเรี่ยวเเรงที่จะลุกขึ้นอีกแล้ว เหลือเพียงมือที่ยังกำมีดสั้นเอาไว้แน่น ซูเหยียนเตรียมจะร่ายเวทย์คุ้มครองขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ไม่ทันการเพราะทุ่มพลังไปมากเป็นเวลานานทำให้นางอ่อนแรงลงมาก เพราะแบบนั้นจึงไม่จำเป็นเลยที่ต้องสังหารผู้ใช้เวทย์ เพราะซูเหยียนหมดพลังไปเสียก่อนอีกฝ่ายจะต้องทำเช่นนั้นเสียอีก
จอมโจรกระชากแขนบอบบางของนางให้ลุกขึ้นก่อนจะออกแรงบิดข้อมือของซูเหยียน เพียงแค่นั้นมีดก็หลุดออกจากมือของนาง ชิ่ว เหลียงฟู่เตะมันออกให้ห่างพ้นตัวก่อนจะเคลื่อนใบหน้าเข้าใกล้นางที่พยายามแกะมือของเขาออกอย่างรังเกียจ
“ยังอ่อนแอยิ่งนัก จริงอยู่ที่ท่านซูเฟิงบอกให้ข้าสังหารคนต่อต้าน แต่ท่านก็ไม่ได้บอกว่าก่อนหน้านั้นห้ามทำอะไร...”
หญิงสาวหลับตาลงอย่างเจ็บปวด มือสากนั้นสอดเข้าไปในสาบเสื้อของนางอย่างอุกอาจ หญิงสาวกัดริมฝีปาก กู่ร้องในใจอย่างสุดเสียง หวังเหลือเกินว่าจะเป็นเช่นทุกครั้ง ทุกครั้งที่เขาจะเข้ามาช่วยอยู่เสมอ
‘ช่วยข้าที...ท่านชิว เหวินเจี้ยน’---
ลงชดเชยของวันศุกร์ที่ผ่านมา เสาร์ อาทิตย์ลงแค่ตอนเดียวครับ