บทที่ 55
“ฮ่าๆ นี่แค่ข้ามาทวงหนี้เฉยๆนะเว้ยยย... แต่หนี้ที่แกติดคุณจอร์ทก็ไปเคลียร์เอาเองก็แล้วกัน ฮ่าๆ พวกเรากลับเว้ยย” หัวหน้านักเลงกล่าวออกมาอย่างสะใจ โนเบิลที่ได้ยินก็เริ่มโกรธขึ้นมาจริงๆ แต่ในขณะเดียวกัน เหล่ายมทูต และสมาชิกเนเมสันทุกคนก็ยกมือขึ้นมาจับไปที่หูด้านขวาพร้อมกัน มันเป็นเวลาเดียวกันกับที่นักเลงเหล่านั้นกำลังหันหลังให้กับพวกเขา จู่ๆกานต์ก็พยักหน้าให้กับเหล่าสมาชิกอยู่ตรงนั้นที่มีอยู่แค่ 4 ชีวิต พวกเขาก็พยักหน้าเป็นเชิงว่ารับรู้แล้ว ก่อนที่กานต์จะเดินเข้ามาหาโนเบิล และน้องสาว“ขอเชิญท่านทั้งสองเก็บของที่จำเป็นเถอะขอรับ... เรื่องนี้ให้พวกข้าจัดการเอง สบายใจเถอะขอรับ พวกข้าไม่อยากโดนคุณท่านตำหนินะขอรับ” กานต์โค้งตัว และยื่นมือเชิญทั้งสองเข้าไปยังตัวบ้าน โนเบิลและน้องสาวก็ถอนหายใจออกมาเล็กน้อย ทั้งสองเดินเข้าไปยังบ้านเช่าของตัวเอง ก่อนจะคิดในใจว่าพวกเขาจะต้องตอบแทนให้กับคนที่ให้โอกาสอย่างนี้กับเขาสองคน แต่ก็ยังไม่ได้วางใจมากนัก บางทีชายคนนั้นอาจจะต้องการตัวของน้องสาวเขาก็เป็นไปได้ เขารีบเดินเข้าไปเก็บของกับน้องสาวสองคน ส่วนกานต์ก็ยืนรออยู่หน้าประตูบ้านเท่านั้น ทั้งสองคนเข้าไปภายในบ้านก็เริ่มสนทนาเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น“พี่ นี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันงงไปหมดแล้ว” ‘แนนซี่’ น้องสาวของโนเบิล ตอนนี้เธออายุ 17 ปีแล้ว ผมของเธอสีเหลืองทองสง่างาม ใบหน้าที่ดูอวบอิ่ม ริมฝีปากที่ดูเข้ารูปทรง จมูกเรียวงาม ดวงตาสองชั้นเป็นประกาย รูปร่างยั่วยวนเซ็กซี่ หน้าอกหน้าใจที่พอดีไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป เธอกล่าวถามออกมาด้วยความสงสัย“ก็นั้นแหละ ฉันก็กำลังงงอยู่เหมือนกัน จู่ๆชายคนที่มากับพี่ในตอนแรก ก็มาชวนคุย และเอ่ยชวนไปทำงานด้วย จากนั้น.....” โนเบิลเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้แนนซี่น้องสาวของเขาฟังอย่างละเอียด“มันแปลกมากจริงๆพี่.. เราจะเชื่อใจพวกเขาได้เหรอ” แนนซี่กล่าวออกมาอย่างกังวลใจ เธอไม่มั่นใจกับเรื่องนี้เลยสักนิด ใครที่ไหนจะช่วยเราขนาดนี้โดยไม่หวังผลอะไร แต่เสียงของโนเบิลก็กล่าวออกมาก่อน“ช่างมันเถอะนะ ยังไงมันก็ไม่แย่ไปกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้หรอก... อีกอย่างถ้าเขาต้องการตัวเธอจริง เขาไม่เสียเวลามาคุย และเสนองานให้กับฉันหรอก คงเข้ามาหาตัวเธอเลยไม่ง่ายกว่าหรือไง” น้องสาวที่คิดตามก็แย้งขึ้นมาทันที“คิดอะไรง่ายจริงเลยพี่นี่ ก็ไม่เคยได้ยินเหรอ.. เข้าทางพี่ เขาอาจจะใช้แผนนั้นก็ได้” เธอกล่าวออกมาอย่างหัวเสีย พี่ชายของเธอช่างไม่รอบครอบเสียจริง เป็นอย่างนี้ทุกครั้ง ชอบไปตายเอาดาบหน้า“เอาน่าๆ ยังไงเขาคนนั้นก็ดูดีกว่าเฒ่าหัวงูคนนั้นก็แล้วกัน แถมยังมีเงินให้เธอใช้ น่าจะมากอยู่นะ ถ้าเขาทำอะไรเธอขึ้นมาจริงๆ ก็ค่อยเอาคืนด้วยการใช้เงินของมันให้หมดเลยล่ะกัน…ช่างเถอะ รีบเก็บของกันเถอะ” โนเบิลหันไปหยิบนู้นนี่นั้น‘อย่างน้อยมันก็ดีกว่าละนะ’ เมื่อเธอคิดดูแล้วมันก็น่าจะดีกว่าในหลายๆความหมาย เธอจึงหันไปเก็บของตามพี่ชายของเธอ แต่ในขณะเดียวกันนั้นเองปังงงงงงง!!!!!!!!! เสียงของปืนที่ดังออกมาก้องกังวานไปทั่วบริเวณ ทั้งสองคนต่างตกใจกับเสียงนี้ พวกเขาหันมามองหน้ากัน และสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้น ย้อนกลับมาตอนที่โนเบิล และแนนซี่เดินเข้าไปยังตัวบ้าน เหล่ายมทูตต่างก็หยิบดาบของตัวเองขึ้นมา รวมถึงกานต์เองก็ด้วย พวกเขาได้รับคำสั่งของหัวหน้าองค์กรว่าให้กำจัดจุดด่างพร้อยของเหล่าเทพออกไปให้หมด เพื่อที่จะไม่ให้มีปัญหาในอนาคต ยมทูตกานต์รุ่นที่ 27 หยิบดาบขึ้นมาเสมอตัวก่อนจะก้าวพริบตาเข้าไปฟันนักเลงคนที่เดินอยู่หลังสุดเป็นคนแรก ในขณะที่หัวหน้านักเลงยังไม่ทันรู้ตัว อะไรเลย ลูกน้องของมันก็ตายด้วยการฟันไปแล้วถึง 5 ศพ แล้วอีกในพริบตาต่อมา ก็หายไปอีก 5 ศพ พวกมันก็เริ่มรู้ตัวแล้ว ว่ามันมีสิ่งที่ผิดปกติ พวกเขาหันไปพร้อมกับพริบตาที่สาม และแน่นอนว่ามันล้มไปอีก 5 คน“พวกแก!!” ตัวหัวหน้าตะโกนออกมา เขาตกใจเป็นอย่างมาก เหตุการณ์เพียงไม่กี่วินาที พวกเขาก็ต่างล้มกันไปแล้วถึง 15 คน พวกคนที่เหลืออยู่อีก 7 คนก็รีบหยิบอาวุธปืนออกมา ก่อนจะชี้ไปทางเหล่าชายชุดดำ“พวกแกเป็นใครเราไม่รู้ แต่มาฆ่าเพื่อนของ.....” ชายคนนั้นยังไม่ทันได้พูดจบส่วนหัวกับส่วนตัวก็แยกออกจากกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มันสร้างความตกใจให้กับบุคคลที่เหลือเป็นอย่างมาก แต่ความตกใจยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เงาที่เคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วก็จัดการไปแล้วอีก 5 ศพ ในตอนนี้เหลือเพียงตัวหัวหน้าเพียงคนเดียวแล้ว เขารู้สึกสั่นไปทั้งตัว และหัวใจ คนพวกนี้มันน่ากลัวมาก เขาไม่น่าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยจริงๆ เขาหยิบเงินที่พึ่งได้ส่งคืนให้กับกานต์ และทรัพย์สินของเขาอีกทั้งหมดที่มี“พี่ชายใจเย็นๆก่อนนะครับ .. ผมคืนเงินให้กับพี่เองครับ นี่ผมแถมให้ด้วยครับ” จากที่เมื่อกี้ขู่เขาไว้อย่างดี แต่ตอนนี้กลับจำใจต้องยอมรับ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมัน... เขาไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย และต้องยอมๆไปก่อนเพื่อรักษาชีวิต“จริงๆข้าก็ไม่อยากเสียเวลาพูดคุยกับแกหรอกนะ.. เอาอย่างนี้เป็นยังไง ถ้าแกยอมบอกว่าคนที่จ้างแกมาชื่อเต็มว่าอะไร ข้าจะไม่ฆ่าแกก็แล้วกัน” กานต์กล่าวออกมา พร้อมกับสั่งให้ยมทูตอีกคนเข้าไปเก็บเงินที่พวกมันทั้งหมดมา“ต้องขออภัยด้วยครับพี่ชาย ข้ารู้เพียงแค่ว่าเขาชื่อจอร์ทครับ อย่างอื่นๆไม่รู้เลยครับ โปรดปล่อยผมไปเถอะ ผมรู้เท่านี้จริงๆ” หัวหน้านักเลงคนนั้นกล่าวออกมา“แกก็ปากแข็งใช้ได้นี่... ข้ารู้ว่าแกรู้ เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน ในเมื่อแกไม่ยอมพูดเองก็ต้องมีการเชือดไก่ให้เห็นกันบ้าง” กานต์พูดจบ ยมทูต 2 คนก็หายไปจากตรงนั้น นักเลงคนนั้นได้แต่ขยี้ตา เขาแทบจะไม่อยากเชื่อ มันเหมือนกับว่าจู่ๆสองคนนั้นก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย ก่อนที่จะตั้งสติได้แล้วกล่าวออกไป“ผมรู้เท่านั้นจริงๆครับ..พี่ชาย .... โปรดเชื่อ..ผม..เถ.อ....อะ” เขาพูดสะดุดมากขึ้น เพราะตอนนี้เวลาที่ผ่านไปแค่สองวินาที ชายชุดดำสองคนนั้นก็กลับมาพร้อมกับบุคคลที่เขาคาดไม่ถึงจริงๆ “แมมมม..แม่ มาได้ยังไงกันครับ” แม่ของนักเลงคนนั้นก็ดูจะงงๆ เธอกำลังขายกัญชาให้กับกลุ่มวัยรุ่นอยู่เลย รู้ตัวอีกทีก็มาอยู่ตรงนี้แล้ว“พวกแกเป็นใคร.. รีบปล่อยฉัน ไม่อย่างนั้นฉันจะ....” หญิงชราก็ยังไม่ทันที่จะพูดอะไรจบ ตัวของเธอก็ขาดครึ่งออกจากกัน ทั้งเศษเนื้อ ทั้งเลือด สาดกระเซ็นไปทั่ว ส่วนพวกยมทูตนั้นต่างก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย พวกเขาไม่ได้มีความรู้สึกมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว สงสารเหรอ ไม่มีหรอก“แม่!!!!!! พวกแกทำอย่างนี้ทำไม ย้ากกกกก!!!” หัวหน้านักเลงตะโกนออกมาสุดเสียง ก่อนจะเล็งปืนไปทางคนที่เอาดาบฟันแม่ของเขา นั้นก็คือกานต์นั้นเองปังงงงงงง!!!!!!!!