จักรพรรดิกระบี่โอสถ

    บทที่ 46 — แสงและเงาแห่งบทเรียนแรก

    เสียงระฆังยามเช้าดังสะท้อนผ่านแนวเขาเบื้องหลังสำนักชิงเหอ เหล่าศิษย์ภายในล่างสุดต่างเร่งรีบเดินไปตามทางหิน

    เพื่อไม่ให้มาสายในการฝึกวันแรกของเดือนใหม่

    เซียฉินเดินเคียงไปกับไป๋อี้หาน เสื้อคลุมฝึกปรือยังสะอาดใหม่ กลิ่นหญ้าอ่อนๆ

    ลอยตามลมมาแตะจมูก ทั้งสองกำลังมุ่งหน้าไปยังลานฝึกกระบี่ขั้นพื้นฐาน ซึ่งเป็นหนึ่งในสามลานใหญ่สำหรับศิษย์ภายในระดับต้น

    "ข้าสงสัยอยู่อย่าง" ไป๋อี้หานเอ่ยขึ้นพลางโยนดาบสั้นในมือเบา ๆ "ที่อาจารย์พูดถึง 'เสียงของกระบี่' เมื่อวาน เจ้าคิดว่ามันคืออะไร?"

    เซียฉินนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพูดอย่างเรียบง่าย "กระบี่คือพลัง การเคลื่อนไหวคือจังหวะ

    จิตใจของเราคือแรงผลัก หากสามอย่างประสานกันได้... เสียงของกระบี่จะไม่ใช่แค่เสียง แต่มันจะเป็น 'ผลสะท้อนของตัวตน'"

    ไป๋อี้หานหัวเราะเบา ๆ "เอาเถอะ ข้าขอแค่ไม่โดนไม้ฟาดก้นเหมือนตอนฝึกในหมู่บ้านก็พอแล้ว"

    ในลานฝึกกระบี่ ศิษย์กว่าห้าสิบคนยืนเรียงแถว หน้าพวกเขาคืออาจารย์โม่จิงเหอ

    ชายชราผมขาวยาวเกือบถึงเอว ดวงตาเรียบเย็น แต่แรงกดดันที่แผ่ออกมาทำให้ศิษย์ทุกคนเงียบกริบ

    "วันนี้ พวกเจ้าจะได้เรียนรู้ว่ากระบี่...ไม่ใช่แค่ท่าทาง แต่เป็นการฝึกจิต ฝึกเจตจำนง"

    เสียงไม้กระบี่ฟาดอากาศดังก้องทั่วลาน เสาไม้สูงเท่าคนยืนตั้งเรียงรายอยู่เบื้องหน้า พร้อมแผ่นกระดานวางบนยอด

    "ภารกิจของวันนี้ คือยืนทรงตัวบนแผ่นไม้ แล้ววาดท่ากระบี่ขั้นแรก 'เงาจันทร์เฉือนลม' ให้ครบสิบรอบ โดยไม่ตกจากเสา ไม่ว่าท่าจะผิดหรือถูก"

    เสียงโอดครวญจากศิษย์บางคนดังแว่ว แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยค้านตรง ๆ

    เซียฉินปีนขึ้นเสาไม้ เขาหลับตาชั่วครู่ สูดลมหายใจเข้าแล้วเริ่มเคลื่อนไหว

    ในอีกมุมของสำนัก ลานฝึกเวทธาตุ

    ฉู่เหยียนยืนอยู่กลางลานที่รายล้อมด้วยเสาไม้สูงเรียงราย ท่ามกลางลมอ่อน ๆ ที่พัดโบกธงฝึกไปมา

    อาจารย์หญิงผู้ดูแลกลุ่มธาตุลมเดินผ่านพร้อมกล่าวว่า

    "ธาตุลมมิใช่เพียงพลังที่เคลื่อนไหวรวดเร็ว หากแต่เป็นศิลปะแห่งการรับรู้ การควบคุมจังหวะ และการซึมซับพลังรอบตัว"

    ฉู่เหยียนได้รับการฝึกฝนให้วิ่งและกระโดดระหว่างเสาไม้สูงขนาดต่างกัน

    โดยต้องประคองเปลวเทียนเล็ก ๆ บนฝ่ามือให้เปลวไม่ดับ แม้จะต้องเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง

    "ถ้าเจ้าวิ่งเร็วเกิน เปลวเทียนจะดับ ถ้าช้าเกิน เจ้าจะตกจากเสา"

    เป็นการฝึกที่เน้นสมาธิ ความสมดุล และความเข้าใจธรรมชาติของธาตุลม

    ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการใช้อาวุธระยะกลางอย่างหอกในอนาคต — ทำให้การแทงหอกแฝงจังหวะลวงและรวดเร็วประหนึ่งสายลม

    หอฝึกโอสถ

    หงเทียนไม่ได้เลือกสายโอสถโดยตรง แต่เขาถูกส่งมาฝึกเสริมเพราะมีค่าพลังร่างกายสูงที่สุดในกลุ่ม

    เพื่อทำความเข้าใจ "พลังพื้นฐานของโอสถรักษาและเสริมพลัง"

    เขากำลังบดสมุนไพรด้วยหินกลมด้วยแรงเต็มกำลัง เหงื่อไหลอาบแผ่นหลัง

    ขณะที่ศิษย์ผู้ควบคุมการฝึก — ถงเหวินอวี่ — จ้องมองด้วยสีหน้าสนุก

    "ไม่ใช่แค่บดแรงอย่างเดียว ต้องดูจังหวะ หยินหยางในเนื้อสมุนไพร ขืนแรงผิดส่วน โอสถจะกลายเป็นผงขี้เถ้าไร้ค่า"

    หงเทียนเริ่มสังเกตจังหวะหมุนของหินบด และน้ำหนักการกดในแต่ละช่วง

    การฝึกนี้ไม่ใช่เพื่อให้เขากลายเป็นนักหลอมโอสถ หากแต่เป็นการสอนให้เข้าใจ

    "สมดุลและจังหวะของการใช้แรง" — ซึ่งเมื่อนำไปใช้กับหอก จะทำให้แรงแทงสมดุลและต่อเนื่อง ไม่แตกจังหวะกลางคัน

    ในช่วงบ่าย ทุกกลุ่มถูกเรียกไปรวมที่ลานกลาง

    ผู้อาวุโสเมิ่งจิวก้าวขึ้นแท่น ประกาศเสียงดัง:

    "จากนี้ไป 10 วันข้างหน้า จะเป็นการประเมิน 'การรวมกลุ่มเบื้องต้น'

    ผู้ใดสามารถร่วมมือกับศิษย์ต่างสายฝึก เพื่อแก้โจทย์ภารกิจที่เราจะมอบให้ได้... ผู้นั้นจะได้สิทธิ์เข้าสู่ 'หอฝึกขั้นกลาง' ล่วงหน้า!"

    เสียงฮือฮาดังขึ้นทันที

    "และแน่นอน...พวกเจ้าจะได้เจอ 'กลุ่มฝึกสายตรงของผู้อาวุโสประจำสาย'

    ที่จะทำหน้าที่เป็นคู่ต่อสู้จำลอง หากพวกเจ้ารอด...พวกเขาอาจเป็นอาจารย์ของพวกเจ้าจริงในอนาคต"

    เซียฉินมองเพื่อนรอบตัวและแอบสบตากับหลินซือเหยา

    ไม่มีคำพูดใดถูกเอ่ย แต่สายตาทุกคู่ต่างรู้ดี

    --

    ในเงาของหอเวท

    ศิษย์ระดับสูงในชุดดำ พูดกับชายชรารูปร่างผอมบางที่ยืนหลับตาอยู่

    "เจ้าว่ากลุ่มนั้นจะรอดจากการฝึกคราวนี้หรือไม่?"

    เสียงตอบกลับมาอย่างเบา ๆ แต่ชัดเจน

    "ถ้าพวกเขารอดได้...อนาคตของสำนักชิงเหอ จะเปลี่ยนไปจากนี้"

    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิกระบี่โอสถ ที่คุณอ่าน