เมื่อผมหลงรักลูกสะใภ้

    บทที่ 88 ไฟรักคืนเหงากับริน NC20+



    ภายใต้แสงไฟนีออนสีส้มสลัวสาดส่องส่องประกายสว่างรางๆ ทั่วห้องพักส่วนตัวแคบๆ หลังแสงดาวบาร์ เอกและรินประคองประดับเรือนร่างเปลือยเปล่าสองร่างโอบแนบชิดสลับคลอเคลีย ร่างกายของรินผุดผ่องขาวนวลอวบใหญ่เต่งตึง ยอดอกสีหวานชูชันระริก ชายหนุ่มวิศวกรขยับตัวนั่งบนขอบเตียงนอนเดี่ยวสีขาว ทอดสายตามองดูผิวกายเนียนนุ่มของรินที่สะท้อนแสงไฟส้มนวลตา ทว่าในมโนสำนึกแฝงความหม่นหมองของเอก เงารูปร่างและสัดส่วนทรวดทรงนั้นกลับซ้อนทับด้วยเงาภาพของแก้มอย่างไม่อาจหลีกหนี 


    เอกเฝ้ามองคราบรอยซึมของน้ำรั่วซึมบนฝ้าเพดานห้องพักหลังร้าน คราบน้ำวงกว้างคล้ายคราบปูนซีเมนต์ร้าวลอกล่อน เอกนึกถึงแบบคำนวณการป้องกันความชื้นและน้ำรั่วซึมในระบบอาคาร  ชายหนุ่มมีความเชี่ยวชาญการป้องกันการรั่วไหลของน้ำภายนอกตึก แต่กลับไม่สามารถป้องกันการรั่วไหลของความรักและความผูกพันที่เหือดแห้งหายไปจากหัวใจภรรยาได้ ชายหนุ่มจำได้ดีถึงหน้าอกบอบบางอ่อนโยนและแววตาที่เต็มไปด้วยความหวังและความรักที่แก้มเคยจ้องมองตน


    เอกหลับตาส่ายหน้าช้าๆ พยายามสลัดความคิดและภาพหลอนรอยร้าวในอดีตทิ้งไป ชายหนุ่มวางฝ่ามือหนาลงบนหน้าท้องแบนราบอุ่นร้อนของริน รินถอนหายใจยาวลึกอย่างผ่อนคลายและขยับกายเบียดซบเข้าหาฝ่ามือของเขาอย่างยอมรับ หล่อนกระซิบบอกเขาเสียงเบา: "เอก... มองดูรินสิคะ... อย่าจ้องมองไปในเงาสลัวพวกนั้นเลย..." หล่อนรู้แจ้งแก่ใจดีว่าจิตวิญญาณของชายหนุ่มไม่ได้อยู่ในห้องนี้กับหล่อน รินลืมตามองจ้องใบหน้าเคร่งขรึมของเอก แววตาคมสะท้อนประกายความเห็นใจ หล่อนทาบฝ่ามือนุ่มลงบนแก้มเอกที่ร้อนระอุของเขา สัมผัสหยาดน้ำตาที่เอ่อคลอเบ้า หล่อนเอ่ยปลอบ: "รินรู้ว่าคุณยังคิดถึงหล่อน เมียเก่าคุณคงงดงามเหลือเกิน...


    แต่คืนนี้รินอยู่ตรงนี้แล้วนะเอก ปลดปล่อยใจให้รินช่วยประคองเถอะนะ" เอกรู้สึกขอบคุณระคนอับอาย ชายหนุ่มก้มลงจูบซับตรงไหปลาร้าของริน สัมผัสได้ถึงชีพจรที่เต้นกระชั้นระรัวอยู่ข้างใต้ ชายหนุ่มโน้มตัวลงบดจูบประทับเรียวปากอิ่มของรินอย่างดุดัน รสจูบเรียกร้องหิวกระหายคล้ายอยากใช้สัมผัสเปียกชื้นของรินช่วยสะกดและกลบเสียงหัวเราะหวานใสของแก้มที่ยังคงแว่วก้องในหูของเขาไม่ยอมดับสูญ


    ปลายนิ้วเรียวบางของรินลูบไล้ไปตามซอกคอและบ่ากว้างของเอก เล็บมือยาวกดจิกเบาๆ ลงบนแผ่นหลังแกร่งปูนขาว หล่อนเคลื่อนใบหน้าต่ำลงมาโลมเลียจูบซับยอดอกของชายหนุ่ม ลิ้มรสชาติเหงื่อเค็มจางๆ บนแผ่นอกกว้าง ลมหายใจของเอกหอบกระชั้นถี่รัวขึ้น หัวใจเต้นโครมครามปานเสียงเครื่องตอกเสาเข็มที่กำลังทุบลงบนตอหม้อคอนกรีต ความกระหายสวาทและแรงตัณหาของเอกในค่ำคืนหนาวนี้ไม่ได้เกิดจากความรักแท้ ทว่าถูกกระตุ้นด้วยความโกรธเคือง ทิฐิ และความระทมใจปวดร้าวอย่างแสนสาหัส ชายหนุ่มสัมผัสลูบไล้ต้นขาขาวผ่องของรินที่เปิดอ้าต้อนรับ สัมผัสถึงไออุ่นระอุจากผิวกายสาว สองนิ้วเรียวแหวกกลีบเนื้ออุ่นที่มีน้ำรักใสชุ่มฉีดเปียกเยิ้มลื่นไหล กลิ่นธูปหอมมะลิตัวถูกที่จุดวางบนโต๊ะเครื่องแป้งเก่าส่งควันสีฟ้าลอยบางๆ คละคลุ้ง ชายหนุ่มรู้สึกถึงแก่นกายลำเอ็นร้อนผ่าวขยายขนาดจนใหญ่โตคับพองตัว ปูดโปนเส้นเอ็นร้อนระอุประหนึ่งเหล็กเสริมแรงคานที่ผ่านการดึงรั้งพิกัด ชายหนุ่มประคองแท่งเนื้อยักษ์ร้อนอุ่นจ่อสัมผัสปากรูสวาทร่องรักเปียกชุ่มเยิ้มของริน รินใช้ฝ่ามือเรียวบางช่วยรูดประคองนำทาง ชายหนุ่มออกแรงบดขยี้สะโพกหนากระแทกสอดใส่ยัดทะลวงท่อนเนื้อปูดโปนร้อนผ่าวสลัวลึกเข้าไปในช่องทางรักหลุมเสียวตอดรัดอุ่นเปียกจนล้นทะลักมิดโคนลำรักรวดเดียว รินแอ่นเอวโค้งรับแรงบุกเบิก สูดปากเสียวสลัวครางสั่น


    "โอ้... เอกขา... ใหญ่โตและเสียวเหลือเกินค่ะ... ร่องรักของรินจะแตกออกอยู่แล้ว... ซอยแรงๆ เลยค่ะ..." รินร้องครางเสียวหวีดลั่น สองขากว้างขาวโอบเกี่ยวกระชับเอวสอบของชายหนุ่มวิศวกรแน่นหนา


    เอกเร่งจังหวะโยกสะโพกขยับซอยถี่รัวกระแทกกระทุ้งแก่นกายยาวลึกเข้าออกในช่องทางรักอุ่นชุ่มน้ำรักใสอย่างดุดันป่าเถื่อน สัมผัสภายในของรินตอดรัดแน่นและชุ่มเปียกลื่นไหล ชายหนุ่มบดขยี้สะโพกซอยถี่รัวหน่วงหนักสลับเร็วระทึก กลิ่นหอมระเหยดอกมะลิจากร่างของรินผสมปนเปกับกลิ่นเหงื่อเค็มอับชื้นคละคลุ้ง เสียงเบียดเสียดของเนื้อตัวชุ่มเหงื่อดังปังๆ ผสมเสียงเอี๊ยดอ๊าดลั่นของเตียงไม้เก่าดังแข่งกับเสียงดนตรีสดที่กระหึ่มแว่วจากข้างนอก ชายหนุ่มสอดกระแทกยัดทะลวงท่อนเนื้อเข้าออกรูสวาทจนเกิดเสียงน้ำรักเปียกแฉะดังแฉะๆ ลั่นห้อง ชายหนุ่มหวังใช้อารมณ์กามารมณ์เสน่หาและแรงเสียดสีร้อนแรงช่วยขับไล่เงาของกวินตราและความทรงจำระทมในหัวสมองออกไป ทว่า... ยิ่งชายหนุ่มบดขยี้สะโพกซอยถี่รัวปานพายุฝนกระหน่ำลั่นห้อง เสียงเนื้อเบียดเนื้อดังปังๆ ผสมเสียงหอบเปียกชื้น ภาพใบหน้าร้องไห้ของแก้มยามเฝ้าคอยเขาและภาพรอยยิ้มเสียงหัวเราะของหล่อนในห้องเช่าสลัมชานเมืองของพ่อชาญกลับยิ่งผุดสะท้อนชัดเจนขึ้นมาในกระบวนความคิด ยิ่งชายหนุ่มเสพสมกามารมณ์กับสตรีตรงหน้า หัวใจของเอกกลับยิ่งรู้สึกว่างเปล่าหนาวเหน็บประหนึ่งตึกร้างอ้างว้าง ชายหนุ่มขยับกายบดขยี้โยกสะโพกเร็วระทึกยับยิบปานกลองศึก สลัดภาพหลอนแต่ก็ไม่พ้น ชายหนุ่มเร่งจังหวะรุกรานกระแทกเน้นๆ ซอยย่อยรวดเร็วสะท้านทรวงจนรินเสร็จสมเกร็งตัวสั่นครางระริก


    เอกขยับปรับเปลี่ยนท่วงท่า ดึงประคองร่างของรินมาที่ริมขอบเตียงไม้ พยุงสองขาเรียวขาวพาดขึ้นบ่ากว้างของตนเอง แสงไฟสีส้มสาดส่องทอดเงาร่างยาวของคนสองคนบนผนังปูน เอกก้มมองใบหน้าที่แดงก่ำและนัยน์ตาปรือฉ่ำด้วยรสสวาทของริน ชายหนุ่มขับเคลื่อนกระแทกซอยแก่นกายเข้าในรูสวาทหน่วงหนักลึกซึ้ง เสียงหอบครางประคับประคองลั่นห้อง ชายหนุ่มรู้สึกเสมือนตนเองเป็นเพียงผู้สังเกตการณ์ที่ยืนมองดูร่างกายตนเองเสพสังวาสกับหญิงอื่น ร่างกายตอบสนองความใคร่ ทว่าจิตวิญญาณกลับเงียบเหงาเย็นเฉียบดั่งก้อนน้ำแข็ง ชายหนุ่มตระหนักดีว่าการร่วมรักเสน่หากับรินในคืนนี้เปรียบดั่งการดื่มน้ำทะเลเพื่อประทังความกระหาย ยิ่งดื่มเข้าไปมากเท่าใด ยิ่งทำให้คอแห้งผากระบมใจทวีคูณ ชายหนุ่มจำสัมผัสอ่อนโยนและเสียงครางแผ่วเบาของแก้มยามร่วมเตียงเดี่ยวป้ายแดงกันในวันวานได้ดี การเสพสมสวาทกับรินเป็นเพียงหุ่นจำลองที่ไร้วิญญาณ เอกใช้เรือนร่างของรินเป็นเพียงเครื่องมือหลบหนีความผิดบาปและความล้มเหลวในชีวิตครอบครัว ความสำนึกผิดนั้นกระตุ้นให้ชายหนุ่มยิ่งเร่งบดขยี้กระแทกกระทุ้งสะโพกซอยถี่รัวหนักหน่วงขึ้น ชายหนุ่มกดสะโพกสลัดความรู้สึกผิดหวังกระแทกซอยเร็วระทึกยับยิบเพื่อระบายอารมณ์คลั่งแค้นพินาศ กระแทกยัดทะลวงท่อนเนื้อปูดโปนสอดรับความเสียวสยิว รินร้องครวญเสียวสะท้านสั่นระชด สองมือจิกเกร็งแผ่นหลังเอกจนผิวพรรณชายหนุ่มขึ้นรอยนิ้ว เอกเร่งบดขยี้สะโพกกระแทกซอยถี่รัวโยกสะโพกบดคาแท่งเนื้อยักษ์ในรูสวาทจนลึกสุด ปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นอุ่นร้อนพุ่งฉีดทะลักล้นเข้าไปปะทะปากมดลูกรินจนไหลเอ่อเยิ้มเต็มช่องทางรัก สองร่างหายใจหอบสะอ้านชุ่มเหงื่อไคลคละคลุ้งกลิ่นน้ำรักและน้ำหอม รินครางซ่านเสร็จสมหวีดลั่น ร่างกายเกร็งระริกประคองรัดโอบเอกแน่นหนา สัมผัสความชุ่มฉ่ำร้อนผ่าวแผ่ซ่าน ชายหนุ่มสะบัดสะโพกเน้นย้ำอีกหลายครั้งก่อนจะค่อยๆ ถอนแก่นกายเปียกชื้นที่อ่อนตัวลงช้าๆ ออกจากช่องทางสวาทของหล่อน รินผ่อนคลมหายใจร้อนแผ่วพลางปาดเหงื่อข้างแก้ม


    หลังศึกสวาทสิ้นสุดลง เอกดึงแก่นกายถอยห่างล้มตัวลงนอนแผ่หลากอดประคองร่างของรินซบแผ่นอกกว้าง ชายหนุ่มทอดสายตามองดูใบพัดลมเพดานหมุนคว้าง ปล่อยให้ความว่างเปล่าบีบใจยอมรับความจริงว่า ตราบาปกามารมณ์ชั่วครู่ไม่อาจลบล้างความว่างเปล่ารักแท้ที่มีต่อแก้มได้เลย ชายหนุ่มนอนลูบไหล่เนียนของรินท่ามกลางเสียงเพลงเบสจากบาร์ที่ดังอึกทึกแว่วเข้ามา ชายหนุ่มรู้ดีว่าความหนาวเหน็บในใจนี้มีเพียงภรรยาเก่าคนงามแก้มและพ่อชาญเท่านั้นที่จะเยียวยารักษาปมแผลใจได้ ชายหนุ่มดึงผ้าห่มสีซีดจางมาคลุมสวมกายของรินประคองโอบหล่อนไว้ในอ้อมอก ปล่อยความเงียบเหงาปกคลุมดวงวิญญาณคนหลงทางต่อไปท่ามกลางแสงดาวบาร์ที่ส่งเสียงดนตรีและไออุ่นจางๆ จากเตียงไฟสลัว เอกนอนฟังเสียงเข็มนาฬิกาพลาสติกราคาถูกข้างฝาผนังดัง ติ๊ก... ติ๊ก... สม่ำเสมอสะท้อนความเหงาและอ้างว้างเปรียบเหมือนกับเสียงเข็มนับเวลาถอยหลังก้าวพังทลายของครอบครัววิศวกรหนุ่ม


    เอกมองดูใบหน้าหวานหลับปรือไร้เดียงสาของริน ชายหนุ่มตระหนักดีว่าเขาสมควรยุติความขลาดเขลานี้และต้องเดินทางกลับไปกรุงเทพฯ อีกครั้งเพื่อง้อขอสมานรอยร้าวสายเลือดครอบครัวอย่างแน่วแน่จริงใจ ไม่ยินยอมปล่อยให้วิญญาณร้าวทนทุกข์อยู่ในสวรรค์ล่มชั่วคราวนี้ตลอดกาล ชายหนุ่มตั้งจิตมั่นจะออกเดินทางกลับชานเมืองหลวงในทันทีที่ฟ้าเริ่มสางวันพรุ่งนี้ สายลมหนาวยังคงโชยพัดผ่านหน้าต่างบานเกล็ดหลังร้านบาร์เหล้า แว่วเสียงกระหึ่มคล้ายเครื่องเตือนสติเตือนดวงวิญญาณวิศวกรหนุ่มโยธาให้เตรียมพร้อมก้าวเดินหน้าล้างมลทินกู้รักแท้ในวันรุ่งขึ้นอย่างเหนียวแน่นมั่นคง ชายหนุ่มวิศวกรหลับตาโอบกอดเนื้ออุ่นรินแนบอกเพื่อหาความอบอุ่นก่อนเผชิญความจริงอันหนักหน่วงวันพรุ่งนี้


    คล้ายกับเรื่องเมื่อผมหลงรักลูกสะใภ้ ที่คุณอ่าน