“น่าจะพอแล้ว...” เรนพูดกับตัวเองหลังจากนั้นเธอก็เรียกใช้การ์ดที่เตรียมไว้เป็นไฟตายของครั้งนี้
“เมจิก!” การ์ดที่ถูกเรียกใช้ครั้งนี้คือการ์ดระดับเพียง15 ดาวและไม่ใช่การ์ดที่หายากอะไรมากนักแต่สำหรับเรนมันคือการ์ดที่เธอเรียกใช้เพื่อจบการต่อสู้เป็นประจำ...ไลบรารี ออฟวัลฮาล่า
“กลิ่นกระดาษเก่าทดแทนด้วยดวงวิญญาณเสพสูดดมปัญญาแห่งทวยเทพ ศรัทธาที่ตั้งมั่นแห่งข้าน้อมแด่โอดินผู้อยู่เบื้องบนนักรบใจหาญละทิ้งดวงจิตสู่เบื้องบน หนังสือเก่าแก่ตำราโบราณแสงจากปลายปีของเทพธิดาหลังความตายสะบัดโบก พลังแห่งปัญญาจงบังเกิด,,,ไลบรารี ออฟ วัลฮาลา”
¶¶¶¶ 10
ไลบรารี ออฟ วัลฮาลา
ประเภท : เมจิก
พลังของเทพธิดาแห่งความตายผู้เอ่ยวจีจากห้องสมุดที่อยู่เบื้องบนส่องลงมาเพื่อกำจัดศัตรู
-เวทโจมตี
-ความรุนแรงของการ์ดใบนี้ขึ้นอยู่กับพลังเวทและจำนวนการ์ดคาถาที่อยู่ในสุสานของผู้เรียกใช้
แสงสีขาวจากการ์ดทุกใบในสุสานลอยขึ้นมารวมกับการ์ดที่เรนเรียกใช้หลังจากนั้นการ์ดที่ว่าก็สลายกลายเป็นละอองแสงตามมาด้วยแสงสว่างไม่รู้ที่มาเกิดเป็นประกายวาบที่เป้าหมายของคาถามันเกิดลำแสงอันเข้มข้นโจมตีใส่บอสอย่างรุนแรง
“1,126,453!”
“1,137,398!”
“1,164,226!”
“1,153,437!”
ด้วยพลังเวทของเรนและเงื่อนไขความรุนแรงของการ์ดเมจิกที่ถูกใช้ออกมาทำให้ลำแสงพลังสูงโจมตีใส่บอสสร้างความเสียหายได้ถึงหลักล้านหากนี่เป็นการสู้กับผู้เล่นด้วยกันหรือการสู้ตัวต่อตัวเรนอาจจะพ่ายแพ้ได้เพราะการจะใช้คอมโบนี้ต้องมีทั้งคนเติมMP และมีเวลาให้เธอแต่ในเงื่อนไขขณะนี้มันเหมาะมากที่เธอจะเรียกใช้คอมโบที่ว่าจบการต่อสู้ลง
ร่างของบอสที่เป็นคล้ายต้นไม้ที่มีกิ่งก้านมากมายเหี่ยวเฉาลงก่อนจะสั่นระริกไปทั้งร่างตั้งแต่ลำต้นจนกระทั่งปลายกิ่งเล็กๆ หลังจากนั้นมันก็เหี่ยวแห้งและสลายกลายเป็นลพออกแสงในที่สุด
กลุ่มผู้เล่นจัดการแมนอีทเตอร์บอสแห่งป่าอาถรรพ์เลเวล 220 ได้สำเร็จกลุ่มผู้เล่นได้รับการ์ดเมนอีทเตอร์ ระดับ18 ดาวจำนวน 2 ใบได้รับไอเทมผลเมนอีทเตอร์ 2 ชิ้น ดวงตาแว็กจี้ 2 ชิ้น เส้นใยไม้นิจนิรันดร์ 2 ชิ้น ได้รับค่าประสบการณ์ 6,500,400 ได้รับเงิน 2,320,000 กิลผู้เล่นแทนไทยเลื่อนระดับเลเวลเป็น 131 ผู้เล่นบลานซ์เลื่อนระดับเลเวลเป็น 122 ผู้เล่นนิกกี้เลื่อนระดับเลเวลเป็น 124 ผู้เล่นสมโชคเลื่อนระดับเลเวลเป็น 89 ผู้เล่นลินเลื่อนระดับเลเวลเป็น 118 ผู้เล่นอายะและทากะเลื่อนระดับเลเวลเป็น119 ผู้เล่นเรนเลื่อนระดับเลเวลเป็น 152
“เห...เลเวลอัพด้วยแฮะ” เรนพูดอย่างประหลาดใจนิดๆ “เลเวลไม่อัพมานานแล้วนะเราแต่ก็โอเค...ได้เส้นใยไม้นิจนิรันดร์มาแล้วก็จัดการเรื่องนั้นได้เสียที” เธอพูดเสียงเรียบ
นิ่ง...อึ้ง...ตะลึง...งัน...เงิบ...ตึ๊บ...
ถ้าเอาคำแต่ละคำที่มาจากคนละยุคสมัยมารวมๆกันก็คงจะนิยามอาการของพวกแทนได้เป็นอย่างดีทุกสายตาจ้องมาที่เรนซึ่งกำลังทำท่าปัดฝุ่นที่ติดอยู่ตามเสื้อและชุดเอี๊ยมขาสั้นของเธอออกตามด้วยยกรองเท้าบูทสีน้ำตาลขึ้นมาตบๆ ให้ฝุ่นที่เกาะอยู่ฟุ้งออกมาแต่เมื่อเธอรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างกำลังเพ่งความสนใจมาที่เธอเรนก็เงยหน้าขึ้นขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย
“พวกนายมองอะไรกัน” เธอพูดขณะถอดหมวกที่เป็นผ้ายีนส์ออกมาตบๆไปที่มืออีกข้างหนึ่งแล้วจึงสวมกลับเข้าไปใหม่
“ถามว่าไม่ให้มองเพราะอะไรดีกว่าไหมครับคุณเรน” เอ็ดเวิร์ดพูดอย่างสุภาพในทันที
แทนสะบัดหน้าที่ยังตกตะลึงอยู่สองสามทีก่อนจะใช้มือสองข้างตบหน้าตัวเองเบาๆ“เธอเป็นช่างพาหนะไม่ใช่เรอะ!?”เขาถามเสียงสูง
“อ่าว...”เรนเอียงคอมองคนถาม “มันมีข้อไหนห้ามช่างอย่างฉันใช้เวทมนตร์” เธอพยักหน้า
“มันก็ไม่มี๊!” แทนเสียงแหลม “ว่าแต่เธอบอกว่าอาชีพเธอไม่มีสกิลต่อสู้และสายทักษะก็ไม่ค่อยมีประโยชน์” เขาถามย้ำ
“ฉันว่านายฟังตกๆ หล่นๆ แล้วนะใช่...ฉันบอกว่าสายอาชีพฉันไม่มีสกิลที่ช่วยในการโจมตี...แล้วมันก็ไม่มีจริงๆแต่ที่ฉันบอกเรื่องสายทักษะก็คือ ถ้าเลเวลไม่มากก็จะไม่มีประโยชน์เพราะทักษะโจมตีของสายทักษะฉันมันจะมีตอนเลเวลเกิน130 แล้วตอนนี้ฉันก็เกินแล้ว แรกๆฉันกับพี่สโนว์ก็ไปแอบอยู่หลังก่อนหินแล้วให้จอมเวทในกิลด์ใช้คาถาใส่มอนสเตอร์ที่หัวหน้ามิร่าลากมาให้”เรนพยักหน้าช้าๆ พร้อมกับกอดอกขณะอธิบาย
“นั่น! นั่นก็ด้วย!ทำไมเลเวลเธอมากขนาดนั้น!” แทนโวยวายต่อ “อีกอย่าง...เธอเลเวลมากกว่าหัวหน้ากิลด์อย่างฉันอีกน้า!” เขาขึ้นเสียงสูง
“เฮ้ยแทน...ตอนพี่เป็นหัวหน้ากิลด์นายก็เลเวลสูงกว่าพี่นะ” เอ็ดเวิร์ดทำท่าจริงจัง
แทนเหลือบตามองคนพูดทันทีที่ได้ยิน“พี่เอ็ด! ถ้าคนอื่นในกิลด์ตอนนี้เลเวลน้อยกว่าพี่ป่านนี้เราได้ไปปั่นจิ้งหรีดเล่นแทนที่จะรอดมาถึงแข่งยานบินแล้วพี่เลเวลพี่นี่บอกได้คำเดียว...ติสท์มาก!”
เอ็ดเวิร์ดจู๋ปากพร้อมกับทำตาโตเมื่อได้ยินส่วนเรนถอนหายใจแล้วตอบออกมา “นายสนใจเลเวลฉันด้วยรึจะน้อยจะมากฉันก็จัดการเรื่องยานบินรวมถึงการแข่งให้นายได้ก็แล้วกันน่า” เธอว่า
“มันก็จริง! ว่าแต่ขอคำตอบเป็นวิทยาทานไว้สอนลูกหลานฉันหน่อยเถอะ...ช่างยานยนต์อย่างเธอใช้เวทมนต์แรงขนาดนั้นได้ยังไงกัน” แทนถามด้วยความสงสัย สายตาของเขาบ่งบอกชัดเจนว่าอยากรู้คำตอบ
เรนทรุดตัวลงนั่งแล้วเอนตัวไปด้านหลังเธอใช้สองมือยันพื้นเอาไว้แล้วสูดอากาศไปสองสามวินาทีจึงตอบออกมา “สายทักษะฉันน่ะ...สายซิลฟ์” เธอตอบออกมา
“หะ...”แทนทำหน้างง
“หา! เธอเป็นสายซิลฟ์เหรอ!?”นิกกี้ที่ยืนอยู่หลังแทนเบียดท่านหัวหน้ากิลด์ของเธอจะเซไปด้านข้าง “งั้นเธอก็เป็นเวฮีเคิลมาสเตอร์ที่เขาพูดถึงกันน่ะสิ พี่น้องฝาแฝดภูติลมและภูตวารี...ซิลฟ์กับอันดีน” เธอถามเสียงตื่น
“อื้อ...คนอื่นเรียกพวกเราสองพี่น้องว่าอย่างนั้นฉันเป็นซิลฟ์ส่วนพี่สโนว์เป็นอันดีน” เรนพยักหน้ารับ
“เธอจริงๆ นั่นล่ะ” นิกกี้พูด
“พูดอย่างกับนิกกี้พันศาสตราไม่มีชื่องั้นล่ะ” เรนหันมายิ้ม
“เธอรู้จัก!?” นิกกี้ทำตาโต
“แน่นอนสิ”หญิงสาวผมผมแดงตอบยืนยัน
“เดี๊ยว! หยุดเดี๋ยวนี้เลย...เลิกพูดเรื่องที่ฉันไม่รู้เรื่องสักทีไอ้ซิลฟ์กับอันดีนนี่มันคืออะไรกัน”แทนซึ่งแทรกเข้ามาคั่นระหว่างนิกกี้กับเรนกางแขนออกพร้อมกับถามออกไป
“เฮ้อ...นายนี่น้า...” นิกกี้ถอนหายใจยาว “ซิลฟ์เป็นชื่อภูติแห่งสายลมและภูติที่ว่ายังมีอีกหลายชนิดเช่น ภูตไฟอีฟรีท ภูตน้ำอันดีนและนอร์ม..ภูติแห่งพื้นดินส่วนสายทักษะซิลฟ์ในเกมนี้ก็คือสายทักษะระดับสูงซึ่งไม่มีคนรู้ว่าทำยังไงถึงจะได้สายอาชีพนี้มามันคือสายทักษะที่จะสามารถใช้เวทมนต์ที่เกี่ยวข้องกับสายลมทั้งหมดได้แต่ไม่มีใครรู้ว่าสายทักษะธาตุพวกนี้ทำยังไงถึงจะได้มา”เธออธิบาย
“หืม...สายทักษะแบบนี้มีด้วยรึแปลกประหลาดเสียไม่มีล่ะ” แทนว่า
นิกกี้เหล่ใส่แทนทันทีที่ได้ยิน“ทักษะอาชีพคนจรจัดของนายมีสิทธิ์ว่าคนอื่น?”เธอถามเสียงเย็น
“จริง...ไม่สมควรว่าอย่างแรง” เอ็ดเวิร์ดสนับสนุน
“พี่ก็พอกันแหละเริ่มต้นที่อาชีพพ่อค้าแผงลอย” แทนตอกกลับทันที
“จบๆๆๆ พอกันทั้งคู่ล่ะว่าแต่สายอาชีพพวกนี้มันได้มาได้ยังไงกันเรน”นิกกี้หันมาถามเรนที่นั่งอยู่บนพื้นนุ่มสีเขียวที่เกิดจากมอสที่ซ้อนทับกันบนพื้น
เรนทำหน้าลำบากใจก่อนจะตอบออกมา“ฉันอยากบอกนะแต่มันเป็นข้อแม้ของพวกอาชีพอิลิเมนท์ที่ไม่สามารถบอกวิธีกับคนอื่นได้เพราะพวกฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอยู่ดีๆ พวกเราสองคนถึงกลายมาเป็นแบบนี้ตอนเริ่มฉันกับพี่สโนว์เลือกสายทักษะนักประดิษฐ์ แต่อยู่ดีๆ ก็มีการแจ้งจากระบบว่าพวกเราได้รับอาชีพเอเลเมนท์ฉันได้ซิลฟ์ส่วนพี่สโนว์ได้อันดีนอย่างที่บอกไปเมื่อกี้นี้แหละ” เธออธิบายถึงเรื่องที่ถูกถาม
“มิน่าล่ะ...ตอนก่อนเริ่มเกมฉันเองก็อยากมีอาชีพนี้เคยเห็นแต่ข่าวลือตามอินเทอร์เนท แต่ก็ไม่รู้วิธีเลือกเล่นอาชีพนี้ มันเป็นอาชีพที่จะเลือกเป็นได้ตอนเข้ามาเล่นแล้วนี่เอง” นิกกี้กอดอกทำหน้าเข้าใจ
“เดี๋ยว...สรุปว่า...” แทนขัดขึ้นอีกครั้ง เขาหันหน้าไปหานิกกี้ “ที่เรนใช้การ์ดโค...ตะ...ระ...เมจิกเมื่อกี้ที่น่าจะเป็นสายจอมเวทเท่านั้นที่ใช้ได้มาจากสายทักษะของเธอ?”เขาถาม
“ตามนั้น...ซิลฟ์จะใช้เวทลมได้ทุกชนิดนอกจากเวทที่จำกัดเลเวลส่วนพี่สาวของเรนที่ชื่อสโนว์น่าจะใช้เวทน้ำได้ทั้งหมดเหมือนกัน” นิกกี้สรุปความ
“แปลว่าเรนเป็นนายช่างที่ใช้คาถาได้ว่างั้น?”แทนเลิกคิ้วสูง
“ก็ใช่...”
“แล้วทำไมเธอใช้เวทแล้วแรงอย่างนั้นล่ะ”ชายหนุ่มถามต่อ
“จริงๆแล้วสายที่เรนและฉันเล่นมีค่าความฉลาดซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับพลังเวทสูงอยู่แล้วเมื่อใช้คาถาออกมาก็แรงกว่าคนธรรมดาแต่ก็ยังไม่รุนแรงเหมือนพวกจอมเวทจริงๆอย่างที่คอสเคยใช้ ตอนนั้นคอสเลเวลน้อยกว่าเรนอีกนะแต่ใช้คาถาได้รุนแรงมากส่วนกรณีของเรนน่าจะมีเหตุผลอื่นด้วย...”นิกกี้พูดพร้อมกับมองไปยังคนที่เธอกำลังพูดถึง “ในกรณีของเธอน่าจะมาจากอาวุธที่ใช้” เธอว่า
เรนยิ้มก่อนจะตอบข้อสงสัยของแทน“อาวุธที่ฉันใช้เป็นประแจที่เพิ่มพลังโจมตีด้วยเวทลมน่ะและเมื่อรวมกับสกิลที่ฉันเรียนได้จากอาวุธที่ว่าด้วยยิ่งทำให้รุนแรงเพิ่มขึ้นอีก” เธออธิบาย
“เหอ!?” แทนทำเสียงตกใจ
“สกิลที่ได้จากอาวุธระดับสูง?”บลานซ์เมื่อได้ยินเรื่องนี้ก็สนใจทันทีและไม่ใช่แค่เขาเท่านั้นที่สนใจเรื่องที่ว่า อายะและทากะเองก็สนใจเรื่องนี้เช่นกัน
“อ่าฮะ...”เรนที่นั่งอยู่บ่นพื้นตอบรับ “แต่ไม่ใช่แค่อาวุธหรอกนะ อีควิประดับสูงบางชิ้นจะมีสกิลติดมาให้เรียนรู้ได้ด้วยแต่อาวุธพวกนี้จะไม่สามารถสร้างได้ มันจะตกจากมอนสเตอร์เท่านั้นและแต่ละตัวก็ไม่ใช่จัดการง่ายๆ อย่างค้อนที่ฉันได้มาใช้นี่กิลด์เราไปล่าตัวเลเวล 280มาถึงได้ แถมโอกาสที่จะตกก็น้อยอีกด้วย การ์ดอาวุธหรือเครื่องป้องกันพวกนี้ถือว่าเป็นของหายากมากๆเชียวล่ะ แถมร้ายที่สุด...”
“อะไรๆๆๆ ร้ายที่สุดอะไรรึ” แทนที่กำลังฟังอยู่ในช่วงเข้าได้เข้าเข็มถามออกมาที่ร้ายที่สุดจะสามารถเรียนสกิลจากอาวุธที่ว่าได้แค่ครั้งเดียวหากได้อาวุธหรือเครื่องป้องกันที่ว่ามาแล้ว หากมีใครคนหนึ่งเรียนสกิลนั้นแล้วคนอื่นก็จะไม่สามารถเรียนสกิลจากอาวุธชิ้นนั้นได้” เรนสรุปความ
“แพงระยับ...แน่ๆ” เอ็ดเวิร์ดพูดออกมาด้วยสีหน้าจริงๆ
“ไม่ได้ขาย...แน่ๆ” นิกกี้พูดเลียนแบบ
“ต้องไปหามาใช้บ้าง...แน่ๆ” แทนเล่นด้วย
“ว่าแต่ของได้มาหรือยัง” บลานซ์ถามถึงของที่พวกเขาดั้นด้นมาหาถึงที่นี่
แทนเปิดดูในช่องเก็บของของเขาแล้วค่อยๆไล่สายตาไปตามรายชื่อต่างๆ จนในที่สุดก็พบของที่เขากำลังหาอยู่ “เจอแระ...นี่ไงเส้นใยไม้นิจนิรันดร์ ได้มาสองอันอีกต่างหาก”ชายหนุ่มผู้เป็นหัวหน้าปาร์ตี้พูดออกมา
“งั้นกลับกัน...” นิกกี้พูดขึ้น
“ก็ดี...ทั้งชื้นทั้งอับขนาดนี้อยู่ที่นี่นานๆมีหวังเชื้อราขึ้นแน่เลย ไม่งั้นก็พวกเห็ดโคน เห็ดนางฟ้า เห็ดหลินจือขึ้นครบพงศ์เผ่าเหล่ากอกันเลยทีเดียว” แทนพูดจาไร้สาระ
“เพ้อเจ้อ...” มีคนตอกย้ำความไร้สาระที่ว่า “รีบๆ กลับกันไปแล้วงานยังเหลืออีกกองท่วมหัว งานแข่งก็ใกล้แล้วด้วย”นิกกี้สั่งเสียงเข้ม
“ฮี่ๆ พี่แทนเพ้อเจ้อ” ลินพูดขึ้นในขณะที่ที่โน้มตัวมาด้านหน้าด้วยแรงโน้มถ่วงมันทำให้เส้นผมยาวๆของเธอเลื่อนมาพาดบนไหล่ขณะที่สองมือไพล่อยู่ด้านหลัง
“ลิ๊น!” แทนเสียงสูงทันทีลินหัวเราะออกมา หลังจากนั้นแทนก็เรียกหน้าจอสกิลของกิลด์ออกมาเขาเลือกใช้สกิลอีกอย่างที่ได้มาพร้อมๆ กับลีดเดอร์คอล นั่นก็คือ...โฮมสกิลที่จะส่งทุกคนในกิลด์ที่อยู่ในรัศมี 20 เมตรรอบตัวของผู้เรียกใช้กลับไปยังฐานที่ตั้งกิลด์ของตนเอง
“โฮม…(Home)” แทนเรียกใช้สกิลเบาๆหลังจากนั้นทุกคนที่อยู่ในห้องบอสกลางป่าอาถรรพ์ก็ถูกส่งกลับไปยังปราสาทผลึกไอเซนเกอร์ที่อยู่กลางเทือกเขาหิมะที่พายุสีขาวโพลนไม่เคยหลุดพัดปราสาทที่มีเพียงแสงอาทิตย์จางๆ ที่ส่องลงมาถึง ปราสาทที่มีเสียงกระซิบของสายลมโอบกอดของความหนาวเหน็บ และรอยยิ้มที่อบอุ่นในหมู่เพื่อนพ้อง...
หลังจากที่พวกของแทนได้อุปกรณ์มาครบเรียบร้อยตามที่เรนต้องการแล้วที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของเรน นิกกี้ และทากะที่จะต้องจัดการปรับแต่งยานฟลายอิ้งฟินมีบางอย่างค่อยๆ ถูกสร้างขึ้นบนส่วนดาดฟ้าของยาน มันยื่นยาวออกมาด้านหน้ายาวเกินส่วนหน้าของยานไปอีก โครงเหล็กที่ว่าถูกยึดด้วยสารที่ได้จากการเปลี่ยนแปลงไอเทมเส้นใยไม้นิจนิรันดร์จากบอสของป่าอาถรรพ์
“ฉันว่าน่าจะเรียบร้อยใยที่ได้จากใยไม้นิจนิรันดร์นั่นทำให้มันยืดหยุ่นได้ช่วยไม่ให้เกิดความเสียหายตอนนี้ที่เหลืออยู่ก็คือลองเอาพวกมันออกบินดูก่อนก็แล้วกัน”เรนพูดขึ้น เธอทุ่มเวลาทั้งหมดที่มีให้กับการปรับแต่งยานที่ว่าและเพื่อทดสอบการใช้งานอุปกรณ์ที่เธอสร้างขึ้น
“เดี๋ยวฉันกับนิกกี้ไปลองเอง” บลานซ์พูดออกมาพร้อมกับหันไปพยักหน้ากับนิกกี้หลังจากนั้นทั้งสองคนก็ขึ้นไปทดสอบยานทั้งสองลำที่กำหนดตัวคนขับเรียบร้อยแล้วไฮเวย์สตาร์บลานซ์เป็นคนขับส่วนฟลายอิ้งฟินนั้นเป็นหน้าที่ของนิกกี้ที่จะพายานและพรรคพวกคนอื่นๆ บินไป
อายะและทากะเดินตามบลานซ์ไปด้วยในขณะที่ลินและเอ็ดเวิร์ดไปกับนิกกี้แทนและเรนไม่ได้ออกไปด้วยเพราะเขาต้องการปรึกษาเรื่องการแข่งขันที่กำลังจะเกิดขึ้นในตอนนี้แทนไม่รู้รายละเอียดของงานที่ว่ามากสักเท่าไรนักเขาซึ่งเป็นผู้วางแผนในงานคราวนี้จึงต้องศึกษาเส้นทางและคู่แข่งให้ดีเพื่อวางแผนที่จะคว้าชัยชนะมาให้ได้
“เธอแน่ใจนะว่าเราทำแบบนี้ไม่ผิดกฎ” แทนที่กำลังเดินไปยังห้องโถงพูดกันเรนที่กำลังเดินคู่กับเขา
“ไม่ผิดแน่นอนเพราะกติกางานนี้มีเพียงแค่ใครไปถึงเส้นชัยก่อนเป็นผู้ชนะไม่มีการห้ามทำอะไรทั้งสิ้นแต่กรณีพวกของเราหนักหน่อยที่จะต้องจัดการยานศัตรูให้ได้ไม่ต่ำกว่าเจ็ดลำ” เรนพูดออกมา
“เราต้องพังยานใช่ไหม” แทนที่กำลังเดินลอดซุ้มประตูสู่ห้องโถงถามขึ้นอีกคั้ง
“จัดการยานของศัตรูมีสามทาง...” เรนยกนิ้วชี้ กลาง และนางขึ้น “หนึ่งทำลายยานบินด้วยอาวุธของยานบินด้วยกัน” เธอพูดส่วนแทนพยักหน้าก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะประชุม “สอง...ทำลายเตาปฏิกรณ์ของยานที่แต่ละละจะอยู่คนละทีและสาม...จัดการผู้เล่นบนยานให้หมด” เรนอธิบาย
“แต่ยังนับว่าโชคดีที่แค่จัดการยานเจ็ดลำไม่ได้กำหนดว่าระดับไหน เราน่าจะจัดการระดับต่ำเอาก็น่าจะได้ครบเจ็ดไม่ยาก” แทนพูดออกมา
เรนเดินไปนั่งที่บัลลังก์ผลึกใสเธอสบัดหัวพร้อมกับเบ้ปาก “ยาก...ยานบินระดับต่ำไม่มาร่วมงานนี้แน่ๆเพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่ชนะ แถมรางวัลที่ระบบประกาศก็คือที่หนึ่งเท่านั้นพวกที่เข้าร่วมนี่น่าจะอย่างน้อยก็ซิลเวอร์แล้วล่ะ นอกเสียจากว่า...” เธอเอื้อนเสียง
“นอกเสียจากว่า?” แทนทวนคำ
“นอกเสียจากว่ายานพวกนั้นเป็นยานบริวารของลำอื่นไงเพราะงานนี้ไม่ได้จำกัดอะไรเลย จะเข้าแข่งกี่ลำก็ได้ พวกที่มียานบินหลายลำต้องเอายานเข้าแข่งหลายลำแน่ๆเพราะมันเพิ่มโอกาสชนะ” เรนว่า
“ทเวลฟ์วิงก์ก็ด้วยสินะ” แทนพูดออกมา
“ใช่...ทเวลฟ์วิงก์ก็ด้วยแต่นายสบายใจได้เพราะเราเป็นพันธมิตรกับทเวลฟ์วิงก์การโจมตีต่างๆจะไม่สามารถทำอันตรายกันได้ ต่อให้ยิงปืนใหญ่ใส่กันก็ไม่เกิดผลอะไร มันจะทะลุลอดยานไปราวกับไม่มีตัวตน”หญิงสาวผมแดงในชุดเอี๊ยมที่หันข้างแล้วใช้ขาทั้งสองข้างพาดไปที่บริเวณที่เท้าแขนของบัลลังก์ผลึกพูดขึ้น
“พอรู้มาบ้าง” แทนตอบพร้อมกับหันเก้าอีที่เขานั่งอยู่ไปทางเรนแต่ยังไม่ทันที่เขาจะพูดอะไรออกมาหญิงสาวตรงหน้าก็พูดขึ้นมาเสียก่อน
“ไฮเวย์สตาร์มีอาวุธรุนแรงและเครื่องยนต์แรงขับสูงเสียแต่บรรทุกได้น้อย ถ้าถูกรุมหรือต้องสู้กันมอนสเตอร์ระหว่างทางจะลำบากเพราะเลเวลพวกนายยังไม่สูงพอ ส่วนฟลายอิ้งฟินบรรทุกได้มากกว่าแต่ก็ช้ากว่าคุณสมบัติพิเศษอื่นๆ ก็ไม่มี ฉันว่าวิธีที่นายคิดออกมานี่ล่ะน่าจะดีแล้วเพราะไม่ใช่ว่ายานเร็วจะรอดไปได้ งานนี้แข่งกันยาว” เรนว่า
“ว่าแต่มันจะขับไปที่ไหนกันบ้างเนี่ยเราน่าจะเดาเส้นทางกันได้มะถ้าจะแข่งกันนานด้วยเครื่องยนต์ประมาณนี้ไม่สิ่งวนรอบโลกเลยรึ” แทนถาม
“อ่าว...นายไม่รู้รึว่าสนามที่จะแข่งน่ะมันพิเศษ” เรนตอบ
“ยังไง”แทนหรี่ตามองอย่างสงสัย
“สนามเขาสร้างขึ้นมาน่ะสิ” เสียงตอบกลับมา
“จะบ้ารึ! สร้างสนามแข่งยานบินเนี่ยนะ!ถึงจะเป็นเกมก็เถอะไม่ใช่ง่ายๆ เปลี่ยนภูมิประเทศขนาดนั้น” แทนพูดพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้
“ไม่ต้องทำอย่างนั้นหรอก...สนามน่ะไม่ได้ใหญ่อะไรมากหรอกราวๆ ไมล์หนึ่งได้” เรนว่า
“หืม..!? ไมล์เดียว!?”
“สนามแข่งเขาจะเปิดเผยตอนจะเริ่มและก่อนหน้านั้นยานบินและพวกเราที่อยู่ด้านในจะถูกย่อส่วนให้เล็กลงไปร้อยๆเท่าเลยล่ะ แล้วก็ให้เราแข่งกันในสนามที่ผู้สร้างเกมสร้างขึ้น บรรยากาศ สภาพอากาศมอนสเตอร์ต่างๆ เราไม่รู้เลยว่ามีอะไรบ้างแล้วจะต้องเจอกับอะไร แต่พวกผู้ชมน่ะจะได้ดูกันทุกช๊อตเลยล่ะ เพราะเมื่อสนามเล็กการถ่ายทอดก็ง่ายมาก”หญิงสาวผู้เป็นผู้รับผิดชอบด้านยานบินให้กับแทนพูดขึ้น
“มันทำอย่างนี้ได้ด้วยรึนี่” แทนพูดพร้อมกับใช้ความคิด “จริงสินะ...นี่มันในเกมนี่น่าฉันก็เล่นจะเกือบลืมไปเลย”
เรนกอดอกพร้อมกับแตะยิ้ม“เมื่อไรที่นายเริ่มเอาโลกของเกมที่เป็นเพียงการเล่นไปทาบทับกับชีวิตจริงนั่นแปรว่าเริ่มเกิดปัญหากับชีวิตนะ” เธอพูดยิ้มๆ
“อืม...ฉันก็ว่าอย่างนั้นเหมือนกันแต่ตอนนี้การแข่งขันก็คือการแข่งขัน ไม่ว่าจะเป็นที่นี่หรือโลกภายนอกมีตนแพ้ก็มีคนชนะ ไม่ใช่ว่าเราแพ้ไม่ได้ แต่ฉันอยากพยายามให้มากที่สุดเสียก่อนเพราะคนที่ยอมแพ้เพราะคิดว่าเป็นไปไม่ได้น่ะ...แพ้ตั้งแต่เริ่มคิดแล้วล่ะ”แทนพูดออกมาขณะหันไปมองนอกหน้าต่างที่ปรากฏภาพยานบินทั้งสองลำกำลังจะลงจอดที่ดาดฟ้าของปราสาทแห่งนี้
“ฉันก็ไม่ได้ชอบแพ้นะถึงคนที่จะแข่งด้วยเป็นพี่สาวตัวเองก็เถอะ”เรนลุกจากบัลลังก์แล้วเดินมามองยานบินที่เธอปรับแต่งเอาไว้
“ทุกอย่างวัดกันที่พรุ่งนี้...” แทนพูดออกมา