16:30 หลังเลิกเรียนที่สนามบอลหลังโรงเรียน
ผมแต่งชุดบาสมายืดเส้นรอที่ม้าหินข้างสนามบอลแล้ว สักพักดิมก็เดินถือกระเป๋ามา
“สนมารอนานยัง?”
“เพิ่งมาน่ะ นายเพิ่งเลิกเรียนเหรอ?”
“อืม” ดิมถอดแว่นใส่กล่อง
“ป่ะสน ไปวิ่งกัน”
ผมวิ่งคู่ไปกับดิม จะว่าไปหน้าตามันตอนไม่ใส่แว่นก็ดูดีนะ แว่นมันตลกไม่เข้ากับหน้า
“ดิมมาวิ่งทุกวันไหม?”
“ไม่ทุกวันหรอก”
“มีเป้าหมายยังไงเหรอ? วิ่ง 100 ม. วิ่งข้ามรั้วหรือมาราธอน? แต่ละแบบมันฝึกไม่เหมือนกันนะ”
“แค่วิ่งไปเรื่อย ๆ น่ะ”
พอผ่าน 2 รอบก็มีคนวิ่งมาข้าง ๆ ดิม
“ไงดิม กี่รอบวะ?”
“8” ดิมตอบสั้น ๆ
“ของกรู 5 รอบ จะตายห่าละ มริงก็สู้ ๆ นะดิม”
“นั่นใครเหรอ?” ผมวิ่งไปถามดิมไป
“เพื่อนห้องเราน่ะชื่อโกมล”
“นายจะวิ่ง 8 รอบเลยเหรอ นี่ 3 กิโลเมตรกว่าเลยนะ ไหวเหรอ?”
“ก็ต้องไหวน่ะ” ดิมพูดพลางวิ่งต่อไป
ยังไงดีวะเนี่ย จริง ๆ ผมวอร์มอัพ 2 รอบนี่ก็พอแล้วนะ ป่านนี้พวกบาสคงเริ่มเล่นแล้วด้วย แต่พอเห็นอาการแปลก ๆ ของดิมแล้วผมชักเป็ห่วงจนต้องวิ่งตามมันไปเรื่อย ๆ
“ดิม ปกตินายกลับบ้านกี่โมง?”
“ก็แล้ว..แต่ บางวันก็...ห้าโมง” มันพูดไปหอบไป
“ดิม นายพูดไม่ถนัดแล้ว! อาการนี้คือนายไม่ไหวแล้วนะ”
“เราไหว...อีก... 2 รอบเอง”
“ไอ้ดิมหน้ามึงซีดแล้ว พักก่อนโว้ย!” ตรูไม่สนละจับมันลากมาที่ม้าหินเลย ผมเอนตัวดิมลงนอนกับม้าหินแล้วปลดกระดุมเสื้อออก หน้าซีดตัวเย็น หายใจเบา ๆ แต่ถี่ แม่งจะเป็ลมเหรอวะ? เอาไงดีล่ะตรู หลังเลิกเรียนห้องพยาบาลก็ปิดแล้ว คิดอะไรไม่ออกเลย รีบโทรหาไอ้บอมก่อนดีกว่า
“ฮัลโหลสน มีอะไรเหรอ?”
“เฮ้ยบอมอยู่ไหนวะ ไอ้ดิมวิ่งรอบสนามบอลแล้วจะเป็ลม ตอนนี้อยู่ม้าหิน”
“ห้ะ! อะไรนะ? เออ ๆ เดี๋ยวกูรีบไป”
“จิบน้ำก่อนนะ อย่ากินเยอะล่ะ” ผมเอาน้ำขวดจากกระเป๋าให้มันจิบก่อน เอาหนังสือพัดให้ สักพักบอมกับพัตก็วิ่งหน้าตื่นมา
“เราไม่เป็อะไรแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วง” ดิมพูดช้า ๆ
“หน้าซีดตัวเย็นเลยนะเนี่ย” บอมแตะหน้าผาก
“ไปหาหมอก่อนมั้ย พ่อเรามารับพอดี เดี๋ยวให้พ่อไปส่ง”
“เราไม่เป็อะไรหรอก นั่งพักก็หาย”
“มึงอย่าดื้อดิวะไอ้ดิม!” ผมดึงแขนมันมาพาดไหล่ “ไปโรงบาลกัน” พวกเราช่วยกันเอามันนอนที่เบาะหลัง พัตถือกระเป๋าของดิมไปนั่งข้างหน้า
“รถไม่พอนั่งน่ะสน บอม แต่ไม่ต้องห่วงนะพ่อจะพาไปโรงพยาบาลตรงนี้”
“เออ ฝากด้วยนะพัต ขอบคุณนะครับคุณลุง”
พ่อขับรถออกมาพ้นปากซอยโรงเรียนก็เลี้ยวซ้ายไปกลับรถเข้าโรงพยาบาลที่อยู่ไม่ไกล บุรุษพยาบาลเข็นรถมารับดิมไปตรวจ ผมกับพ่อนั่งรอข้างนอก
“ดิมนี่ห้องเดียวกับลูกเหรอ?”
“เปล่าครับ เขาอยู่ห้อง 7”
“ห้อง 7 ใช่ห้องควีนที่ครูบิ๊วเคยบอกไหม?”
“ใช่ครับพ่อ”
“แล้วสนิทกันไหม?”
“เพิ่งรู้จักกันวันนี้แหละครับ”
บุรุษพยาบาลเข็นดิมออกมาแล้ว สีหน้าดีขึ้นเยอะเลย
“น้องไม่เป็อะไรนะครับ คุณหมอบอกว่านอนน้อย อ่อนเพลียและออกกำลังหนักเกินไป เดี๋ยวญาติเชิญนั่งรอจ่ายเงินกับรับยาด้านโน้นเลยนะครับ”
“ขอบคุณคุณลุงกับพัตมากนะครับ” ดิมยกมือไหว้
“ไม่เป็ไรหรอกลูก หนูสบายดีก็ดีแล้ว”
“อันนี้เป็น้ำเกลือแร่นะคะ ชงดื่มบ่อย ๆ นะคะ ส่วนวิตามินทานหลังอาหาร 3 มื้อ ไม่มียาอย่างอื่นนะคะ” เ้าหน้าที่แจ้งตอนผมเดินไปรับยา
“คุณลุงครับเดี๋ยวผมกลับเองก็ได้ครับ”
“ลุงไปส่งดีกว่า บ้านอยู่ตรงไหนเหรอ”
“อยู่แถวห้างอิมพีเรียลสำโรงครับ”
“โห! นี่มาเรียนยังไงไกลขนาดนั้น?”
“นั่งรถเมล์บ้าง บางทีก็ BTS ไปสถานีพญาไทแล้วต่อลง Airport link มาลงสถานีหัวหมากครับ”
“ลุงไปส่งหนูที่บ้านดีกว่า”
“ขอบคุณครับ”
“พัตไปนั่งข้างหลังช่วยดูเพื่อนนะ”
“ครับพ่อ”
“แล้วตอนนั้นไปทำอะไรถึงเป็ลมได้ล่ะ?” พ่อเอ่ยถามระหว่างขับรถไปตามทางที่ดิมบอก
“คือ...ผมทำการบ้านไม่เสร็จ ครูเลยทำโทษให้วิ่งรอบสนามบอลครับ” ...บรรยากาศในรถเงียบกริบทันที…
รถเลี้ยวเข้ามาในซอยจนมาหยุดหน้าบ้านตามที่ดิมบอกทาง
“ขอบคุณนะครับคุณลุง”
“อืม หายเร็ว ๆ นะลูก” ผมถือกระเป๋าของดิมเดินตามเขาไปถึงหน้าบ้าน
“ขอบใจนะพัต”
“เพื่อนกันน่า ยังไงก็ต้องช่วยกันอยู่แล้ว”
“เอ่อ...พัต”
“หืม?”
“พัตอย่าบอกสนกับบอมได้มั้ย เื่ที่เราโดนทำโทษ แล้วก็เื่ที่บ้านเราอยู่ไกลด้วย”
“ทำไมล่ะ?”
“ก็เดี๋ยวสนจะเกรงใจไม่ติวกับเราอีก เราแค่จัดเวลาไม่ได้แค่นั้นแหละ อีกสองสามวันคงดีขึ้น”
“ก็ได้ อ้อ! สนเขาฝากเราขอไลน์นายด้วย”
“อืม เบอร์โทรเรานะ...” ผมกดแอดไลน์ตามเบอร์ที่ดิมบอก แล้วกดส่ง contact ของสนให้ดิม
“ขอบใจนะพัต เดี๋ยวเราโทรหาสน” ดิมพูดแล้วถือกระเป๋าเข้าบ้านไป ผมกลับมาขึ้นรถแล้วพ่อก็ขับออกไป ตลอดทางเราแทบไม่คุยอะไรกัน ผมพอเดาได้ว่าพ่อคิดเื่อะไร แต่ช่างเถอะผมก็มีเื่ต้องคิดเหมือนกัน
หลังอาบน้ำและเอาชุดทั้งของผมและบอมไปใส่ตะกร้าแล้วผมก็เข้าห้องนอน คิดเื่ที่สำคัญสุดตอนนี้ ผมต้องลบแชทไลน์ของผมกับบอมให้ได้ มันเป็หลักฐานที่แ่ามากว่าผมสามารถทำข้อสอบเข้าได้คะแนนดีกว่าไอ้ที่ผมกามั่วไป ถ้าบอมเอาให้พ่อแม่ดูล่ะก็ผมตายแน่
simulation 1
พัต: บอม นายช่วยลบแชทไลน์อันนั้นได้ไหม?
บอม: ทำไมเหรอ?
พัต: คือมันเป็หลักฐานว่าเราฉลาดมากแต่จงใจกามั่วเพราะไม่อยากได้ห้องคิงน่ะ
แมร่งขึ้นฟังดูโคตรอวดตัวเองเลย จำได้ว่าเขาเคยเปรยว่าอยากเข้าห้องคิง บอมคงหมั่นไส้ผมแน่ ผมต้องหาข้ออ้างที่ดีกว่านี้
simulation 2
พัต: บอม นายช่วยลบแชทไลน์อันนั้นได้ไหม?
บอม: ทำไมเหรอ?
พัต: คือเราหมดแพชชั่นกับนายแล้ว ช่วยลบแชทเลิกกันแบบไม่เหลือเยื่อใยอะไรเลยได้ไหม?
บ้า บ้ามาก ๆ
จะหาข้ออ้างยังไงก็ไม่เนียนสักทาง หรือว่า...ผมแอบเข้ามือถือบอมเองซะเลย แต่มันมีรหัสนะ
อ้อ! ลืมเกมใหม่ที่ครูบิ๊วซื้อให้เลย ผมเปิดเป้หาเกม...เอ๋ เกมอยู่ไหนวะ? ลืมไว้ที่โรงเรียนเหรอ? ไม่นะวันนี้ทั้งวันผมไม่ได้หยิบออกมาเลย ...ไม่สิ ผมไม่เห็นมันในเป้ตลอดทั้งวันเลยต่างหาก หรือผมลืมไว้บ้านบอมตอนที่รีบเอาสมุดหนังสือออกจากเป้ตอนวิ่งฝ่าฝนเข้าบ้าน
กริ๊ง!!! ผมหยิบโทรศัพท์มาดู บอมโทรมาพอดีเลย
“หวัดดีพัต ดิมเป็ไงบ้าง?”
“หมอบอกว่าแค่อ่อนเพลียน่ะ ไม่ต้องห่วง”
“เออ ค่อยโล่งอก อ้อ! พัตลืมของไว้บ้านเราน่ะ”
“กล่องเกมใช่มั้ย?”
“ไม่รู้สิ มันเป็ถุงน่ะ เราก็ไม่ยังไม่ได้เปิดดูเลย คิดว่าเป็ของส่วนตัวของพัต”
“บอมเปิดดูเลยก็ได้ น่าจะเป็เกม switch น่ะ เอ่อ...เราเพิ่งซื้อที่ซีคอน”
“ได้ งั้นเราเปิดดูให้นะ”
บอมเงียบหายไปพักนึง...ทำไมใช้เวลาเปิดนานจัง
“ฮัลโหล บอม”
“อ...เอ้อ ใช่กล่องเกมจริง ๆ แหละพัต ยังห่อพลาสติกอยู่เลย พัตจะรีบเล่นเสาร์อาทิตย์นี้ไหม เราเอาไปให้ได้นะ”
“โห บ้านเราสองคนไกลกันมากเลยนะ บอมไม่ต้องลำบากหรอก รบกวนเอามาให้เราวันจันทร์ละกัน เราจะได้เอาหนังสือกับชุดไปคืนนายด้วย”
“อืม”
“หรือบอมจะแกะเล่นก่อนก็ได้นะ เกมนี้เราดูรีวิวเขาว่าสนุก”
“มันของเครื่องอะไรเหรอ?”
“เครื่อง Nintendo switch น่ะ”
“เราไม่มีน่ะ มีแต่เพลย์ 2 แต่ก็น่าจะพังละมั้งไม่ได้เปิดเล่นนานแล้ว” ผมนึกภาพบอมตอนเล่นเกมไม่ออกจริง ๆ คงน่ารักดีเนอะ
“งั้นวันหลังบอมมาเล่นที่บ้านเราดิ” เอ๊ะ เดี๋ยวนะ นี่ตรูกำลังชวนเขามานอนค้างบ้านผมนี่หว่า โอ๊ย! ไอ้พัต! ฉิบหายแล้วเค้าจะคิดมากมั้ย!
“เอ่อ...ระ...เรา ...มะ...หมายความว่าบอมกับสนน่ะ หรือชวนเพื่อนคนอื่นก็ได้”
“อืม พัต เราถามอะไรนายหน่อยสิ”
“อะไรเหรอ?”
“พัตมีแฟนยัง?”
เฮือก! โทรศัพท์แทบหลุดมือ ตะกี้ผมได้ยินไม่ผิดใช่มั้ย? ไอ้ประโยคแบบนี้กับน้ำเสียงเบา ๆ กระซิบนิด ๆ นี่มัน...เหี้ยยยย! ประโยคจีบชัด ๆ!!! ทำตัวไม่ถูกแล้วตรู! เสียงเข้ม ๆ ของเขาถามคำถามแบบนี้เหมือนเขามานั่งถามอยู่ตรงหน้าเลย
“...ยัง...” ผมตอบกลับไปเบา ๆ บอมเงียบไปนานมาก เขาจะพูดอะไรต่อวะ
เราก็ยังไม่มีใคร
พัตรู้สึกยังไงกับเราหรือเปล่า
พัตเป็แฟนเราได้ไหม
คบกับเรานะ
ลองมั้ย ลองมาเรียนรู้กัน นายยังไม่ต้องชอบเรามากก็ได้ แค่เปิดใจให้กันก็พอ (คือถ้านายนึกอะไรไม่ออก จะก้อปจากซีรีส์มาพูด ตรูก็ไม่ถือ)
“อืม...แล้วเจอกันวันจันทร์นะ พัตรีบนอนนะ”
“อือ ราตรีสวัสดิ์นะบอม”
อ้าว! อะไรวะ!? เปิดประเด็นแบบนี้แล้วก็จบไปเฉย ๆ โอ๊ย! โคตรค้างเลยว้อย! หรือเป็เื่ธรรมดาที่เพื่อนผู้ชายเค้าถามกันวะ?
ผมเปิดเฟสเขา เลื่อนขึ้นลงไปมา หวังว่าเขาจะโพสอะไรสักอย่าง จะบอกใบ้หรือระบายความในใจอะไรสักอย่างให้ผมรู้ทีเถอะว่าเมื่อกี้มันคืออะไร ...แต่ก็ไม่มีอะไรเลย เอาจริง ๆ บอมแทบไม่เล่นเฟส ผมวางมือถือลงแล้วกลับมาคิดวิธีลบแชทไลน์ต่อ ผมชวนเขามาบ้านแล้ว ถึงยังไม่รู้วันไหนแต่ก็มีโอกาสมากที่พ่อแม่ผมจะได้เห็นแชทอันนั้น ต้องลบให้เร็วที่สุด แต่มันก็เป็บันทึกเื่ดี ๆ ระหว่างผมกับเขา
...บางครั้งเขาก็ห่วงผมมาก...ไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเลย
...แต่อั้มเป็แฟนเขา
...แต่เย็นเมื่อวานเขาก็วิ่งตามหาผมทั้งห้าง
...แต่เมื่อกี้เหมือนผมเป็คนไม่สำคัญ หรือบอมอาจดีกับเพื่อนทุกคนแบบนี้อยู่แล้ว ผมไม่อยากเข้าใจผิดเข้าข้างตัวเองเลย
...ตอนวันจันทร์ที่สนามบาส ที่เขาเอาหน้าเข้ามาใกล้ผม...โอเคอันนั้นตรูน่าจะคิดไปเอง ใครจะบ้ากล้าจูบกลางสนามบาสกลางโรงเรียนตอนแดดเปรี้ยง ๆ แบบนั้น...แต่เมื่อคืนที่บอมนั่งโอบไหล่ผมบนเตียง ดึงผมเข้าไปหาหน้าเขาช้า ๆ จนหน้าจะติดกัน...ยังไงไม่ใช่เพื่อนทำกันแน่นอน
ตะดึ๊ง! เสียงเตือนของเฟสดังขึ้น บอมโพสรูปที่เขากอดคอถ่ายคู่กับผมเมื่อตอนเย็น แท็กชื่อผมด้วย แต่ไม่เขียนข้อความอะไรเลย ผมไม่รู้ว่าระหว่างเราคืออะไร ที่แน่ ๆ คืนนี้ผมคงหลับยากอีกคืน
“ฮัลโหล นั่นดิมเหรอ?” สนกดรับเมื่อมีไลน์คอลแปลก ๆ โทรมา
“อือ พัตส่ง contact ของสนมาให้เรา”
“มึงเป็ไงบ้างดิม หายดียัง?”
“แค่นอนน้อยน่ะ เราชอบอ่านหนังสือดึก ๆ แล้วดันไปวิ่งเยอะน่ะ ไม่ต้องห่วงนะสน”
“กรูก็เห็นมึงมานอนตอนเช้ารอติวกูทุกวัน ดิมถ้ามึงไม่ไหวก็ไม่ต้องติวให้กูนะ”
“เฮ้ยเราสบายดีจริง ๆ หรือสนจะย้ายไปติวตอนเที่ยงมั้ย?”
“กินข้าวเสร็จก็ไปติวก่อนคาบ 5 งี้เหรอ?”
ผมย้ายมานั่งคุยบนเตียง
“เอางั้นก็ได้ กูก็ตื่นเช้าไม่ค่อยไหวเหมือนกัน ฮ่า ๆๆ”
“ขอบใจนะที่พวกนายช่วยเราที่สนามบอล”
“เออ คราวหน้าก็อย่าวิ่งเกินตัวนะ มีอะไรให้ช่วยก็บอกกูได้นะ ดิมอุตส่าห์ติวให้ขนาดนี้”
“เอ่อ...ถ้านึกออกเมื่อไหร่จะบอกสนละกันนะ”
“ได้ ๆ อ้อ! แล้วเื่มึงกับแฟนนี่ดีกันยัง?”
“........”
“เอ่อ...ดิม กูโทษทีนะถ้าถามเื่ส่วนตัวมึง คือเราก็เพิ่งเป็เพื่อนกันแต่กูรู้สึกสนิทกับมึงเลยพลั้งปากไป”
“ไม่เป็ไรหรอก คือเรายังไม่ได้คุยกับเฟิร์สเลย ตอนนี้ห้องเรารกน่ะ”
“ห้องรกเกี่ยวอะไรฟระ?”
“เฟิร์สเค้าให้เรา vdo.call อย่างเดียว ไม่โทรคุย”
“อ๋อ วันนั้นมึงเลยต้อง vdo.call ตรงโรงเก็บของ”
“เราเลยได้เจอสนไง ฮะ ๆๆ”
“อือ ขอให้ดีกันไว ๆ นะ นี่ดึกแล้วดิมพักผ่อนเถอะ”
“อืม แล้วเจอกันวันจันทร์ตอนเที่ยงนะ”