เผ่ามังกรทมิฬ
เมื่อเห็นท่าทางของเสือดำทมิฬอู่หมิงก็นำแกนอสูรระดับ 4 ออกมาให้มัน 10 อัน ซึ่งแค่นี้เพียงพอให้มันวิวัฒนาการเป็นสัตว์อสูรระดับ 4 ได้แล้ว เสือดำดีใจยิ่งมันคำรามออกมาอย่างมีความสุขก่อนจะคาบแกนอสูรทั้งหมดใส่ปากและเคี้ยวอย่างมีความสุข อู่เหม่ยเองก็รักและเอ็นดูเสือดำยิ่งตลอดมานางมักจะหาของดีๆมาให้เสือดำกินตลอดมันทำให้เสี่ยวฮุ่ยอดไม่ได้ที่จะอิจฉาอู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยกลับมายังที่พักของตนก่อนที่อู่หมิงจะวางไข่สีเขียวมรกตไว้ที่ฟางที่เสี่ยวฮุ่ยเตรียมไว้ เสี่ยวฮุ่ยเตรียมทุกอย่างแบบผู้เชี่ยวชาญพร้อมกับบอกถึงวิธีการทำให้ไข่ฟักเร็วๆ อู่หมิงก็ไม่ได้กังขาเกี่ยวกับคำพูดของเสี่ยวฮุ่ยและทำตามทุกสิ่งที่เสี่ยวฮุ่ยกล่าว ซึ่งอู่หมิงก็ได้นำวิธีที่เสี่ยวฮุ่ยสอนไปบอกกับอู่เทียนเช่นกัน"เสี่ยวฮุ่ยทำไมเจ้าถึงได้เลือกไข่ใบนี้มาละ" อู่หมิงกล่าวด้วยความสงสัย"ข้าสามารถสัมผัสได้ถึงพลังสายเลือดของไข่ใบนี้เข้มข้นกว่าไข่อีกใบเสียอีก ไม่สิมันเป็นพลังสายเลือดคนละระดับกับราชาอสรพิษอีก จากการคาดเดาของข้าตัวผู้ที่ผสมพันธ์กับราชาอสรพิษนั้นจักต้องเป็นมังกรปีกวารีแน่" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"อะไรนะมังกรปีกวารีที่มีสายเลือดของมังกรใหลเวียนอยู่นะหรือ" อู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าตกตะลึง"ข้าเองก็ไม่แน่ใจ เพราะนี่ก็เป็นแค่การคาดการณ์ของข้า" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวและไม่สนใจอู่หมิงอีกมันหันหน้าเดินเข้าไปในถ้ำของตัวเองอู่หมิงจ้องมองไปยังไข่ตรงหน้าสักพักก่อนจะหยิบกระบี่ออกมาและเริ่มฝึกทันที กระบี่ของอู่หมิงในตอนนี้ได้ถูกเสี่ยวฮุ่ยปรับแต่งใหม่แล้วทำให้กระบี่เล่มนี้กลายเป็นกระบี่ระดับปฐพีแล้วแต่ว่าถ้าเป็นความคมและความทนทานละก็มันเทียบเท่ากับกระบี่ระดับนภาเลยก็ว่าได้ อู่หมิงตั้งใจฝึกฝนทักษะตะวันอย่างหนักและหวังว่าตนจะฝึกขั้นที่สองของทักษะตะวัน "ตะวันขึ้นแรกฟ้า" ได้สำเร็จเวลาผ่านไปครึ่งเดือน ไข่ที่อยู่ในที่พักของอู่หมิงก็ปรากฎรอยร้าวขึ้นก่อนที่มันจะค่อยๆแตกออก อู่หมิงที่กำลังฝึกฝนกระบี่ก็หยุดลงพร้อมกับมองไปที่ไข่อย่างตกตะลึง"เสี่ยวฮุ่ยไข่เริ่มร้าวแล้วมันก็กำลังจะฟักแล้ว" อู่หมิงกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น"หืมไวขนาดนี้เลย!!!!!!!!!!" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับพุ่งออกมาจากถ้ำของตนเองพร้อมกับมองไปที่ไข่ที่เนิ่มแตกออกมาทีละนิดจนกระทั้งปรากฎตัวอสรพิษน้อยซึ่งมีเกล็ดสีนิลทั้งตัวยกเว้นตรงจุดกลางหัวมีสัญลักษณ์สี่เหลี่ยมที่เป็นสีเขียวมรกต"เป็นไปไม่ได้ทำไมเกล็ดของมันถึงเป็นสีนี้ละ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยสีหน้าตื่นตระหนก"เอ่อ มันไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นเกล็ดสีเขียวมรกตหรอกเหรอ" อู่หมิงก็เอียงคอด้วยความสงสัย"อู่หมิงเจ้าไปดูอีกตัวที่อยู่กับตาแก่นั่นสิว่าพวกมันทั้งสองตัวเหมือนกันหรือไม่" เสี่ยวฮุยกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ได้ข้าจะรีบไปเดี๋ยวนี้" อู่หมิงไม่กล้าล้อเล่นเมื่อเห็นน้ำเสียงจริงจังของเสี่ยวฮุ่ยไม่นานอู่หมิงก็ไปถึงพื้นที่ของบรรพบุรุษตระกูลอู่พร้อมกับเข้าไปก็พบว่าไข่ที่อยู่ที่นี่ก็ฟักแล้วเช่นเดียวกันเพียงแต่ไข่ใบนี้ตัวอสรพิษน้อยที่ฟังออกมานั้นมีเกล็ดสีเขียวมรกตทั้งตัวซึ่งต่างกับตัวที่อยู่กับตนอย่างมาก"ทำไมถึงเป็นแบบนี้ "อู่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงงุนงง"เกิดอะไรขึ้นงั้นรึ" บรรพบุรุษกล่าวพร้อมกับขมวดคิ้วแต่มือก็ยังป้อนแกนอสูรมาให้กับอสรพิษน้อยไม่หยุด"ข้าเองก็ไม่รู้เช่นกันเพียงแต่ว่าไข่อีกใบที่อยู่กับข้าฟักออกมามีเกล็ดสีนิลทั้งตัว" อู่หมิงกล่าว"แปลกข้าไม่เห็นเคยได้ยินว่าลูกของอสีพิษมรกตจะมีเกล็ดสีนิล" บรรพบุรุษกล่าวออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระลึงหลังจากนนั้นไม่นานอู่หมิง บรรพบุรุษตระกูลอู่ อู่เทียน รวมถึงอู่เหม่ยก็มารวมกันยังที่พักของอู่หมิงและจ้องมองอสรพิษน้อยกำลังกินแกนอสูรที่อู่หมิงยื่นให้อย่างตละกะตละกลาม"เจ้าคิดว่าไง "อู่หมิงหันไปถามเสี่ยวฮุ่ยเพราะในที่นี้เสี่ยวฮุ่ยมีความรู้กว้างขวางที่สุด"กลิ่นอายของมันมีสายเลือดของมังกรไม่ผิดแน่เพียงแต่ว่า สายเลือดมังกรและเกล็ดสีนิลแบบนี้มันมีอยู่แต่ในตำนานเท่านั้น และในยุคสมัยนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะมีลูกหลานของมันปรากฎขึ้นที่โลกใบนี้ยิ่งในดินแดนระดับต่ำแบบนี้ยิ่งไม่น่าจะเป็นไปได้" เสี่ยวฮุ่ยยืนกอดอกกล่าวออกมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง"ก็แล้วเจ้าหมายถึงอะไรละ" อู่หมิงกล่าวถามด้วยความไม่เข้าใจ"เฮ้อ พูดคุยกับคนโง่นี่ชั่งลำบากจริงๆ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าละอา"เพี๊ย!!!!!!!!!!!!!" อู่หมิงไม่สามารถอดทนได้และตบไปที่หัวของเสี่ยวฮุ่ยหนึ่งีจนร่างของเสี่ยวฮุ่ยกระเด็นตกลงไปที่พื้นพร้อมกับร้องโหยหวน ต้องรู้ก่อนว่าร่างกายและพละกำลังของอู่หมิงในตอนนี้เพิ่มขึ้นอย่างมาก"บัดซบอู่หมิงเจ้ากล้าตบราชันเช่นข้างั้นหรือ จ้าอยากตายมากนักใช่ใหม" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยความเจ็บปวด"อย่าได้กล่าวให้มากความรีบอธิบายเรื่องที่เจ้ารู้ทั้งหมดมาซะ" อู่หมิงไม่สนใจและถามออกไปทันที"บัดซบยิ่งนัก จากสิ่งที่ปรากฎในตัวของเจ้าหนูน้อยนี่มันตรงกับในตำราโบราณที่ข้าอ่านเจอ ในบรรดาเผ่ามังกรที่หายสาปสูญไปแล้วนั้นนอกจากเผ่ามังกรครามและมังกรสวรรค์ที่มีพลังทรงอำนาจที่สุดแล้วยังมีมังกรอีกเผ่าที่ทรงพลังไม่แพ้ทั้งสองเผ่านั่นก็คือ เผ่ามังกรทมิฬ ซึ่งเป็นเผ่าที่ทรงพลังและชื่นชอบการทำลายล้าง ในสมัยโบราณเผ่านี้ถูกขนานนามว่า มังกรทรราช หรือมังกรแห่งการทำลายล้าง ซึ่งเป็นตัวตนที่น่าหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด ต่อมาเพราะการกระทำของเผ่ามังกรทมิฬนั้นทำให้เผ่ามังกรสวรรค์และเผ่ามังกรครามโกรธเกรี้ยวจึงได้รวมพลังกันกำจัดเผ่ามังกรทมิฬจนหมดสิ้นไม่หลงเหลือแม้แต่สายเลือดของเผ่านี้สักตัว" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวออกมาแต่อู่หมิงกลับตกตะลึงเพราะอู่หมิงเคยอ่ายเจอในหนังสือบางเล่มกล่าวถึงว่ามังกรครามและมังกรสวรรค์เป็นถึงตัวตนที่อยู่บนจุดสุดยอดของยุคสมัยถึงแม้ในตอนนี้จะไม่หลงเหลืออยู่แล้วก็ตามแต่ถ้ามีสัตว์อสูรชนิดใดที่มีสายเลือดของมังกรทั้งสองใหลเวียนอยู่สัตว์อสูรเหล่านั้นก็จะกลายเป็นตัวตนที่ทำให้มนุษย์นั้นหวาดกลัวทันที------------------------------------------------------------------------------------------------