มิติแดนอสูร
“นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ทักทายหวังเหว่ย
หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับการทักทาย จากนั้นเขาได้หันมามองบิดา มารดาของฉิงเหม่ยที่ในตอนนี้กำลังตื่นตะลึงกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าฉิงเหม่ยที่เห็นดังนั้นนางจึงได้กล่าวออกมาว่า “สถานที่แห่งนี้คือมิติส่วนตัวของนายท่าน ท่านพ่อ ท่านแม่สบายใจได้ อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้พวกเราปลอดภัยอย่างแน่นอน”
“มิติส่วนตัว! สถานที่แห่งนี้ช่างดูใหญ่โตกว้างขวางนัก ลูกพ่อ นายท่านของเจ้าเป็นใครกันแน่ ?” บิดาของฉิงเหม่ยกล่าวถามด้วยเสียงที่แหบแห้งหวังเหว่ยได้เดินเข้ามาใกล้บิดา มารดาของฉิงเหม่ยหลังจากที่เขาตรวจสอบอาการของทั้งสองคนเสร็จเรียบร้อย “พวกท่านทั้งสองคงผ่านเรื่องที่ยากลำบากมาไม่น้อย ข้าจะช่วยรักษาบาดแผลภายนอกให้กับพวกท่านทั้งสองก่อน” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ใช้รูปแบบพลังของนักอัญเชิญอสูรรูปแบบที่สี่ "รักษา" ทำการรักษาบาดแผลทั้งหมดให้กับทั้งสองคน
วิ้ง วิ้ง วิ้ง
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที บาดแผลทั้งหมดของบิดา มารดา ฉิงเหม่ยได้หายไปอย่างไร้ร่องรอยท่ามกลางความตกตะลึงของทั้งสอง จากนั้นหวังเหว่ยได้นำเม็ดยาสมุนไพรฟื้นฟูพลังปราณอสูรระดับชั้นเลิศและเม็ดยาฟื้นฟูพลังชีวิตระดับชั้นเลิศออกมามอบให้กับทั้งสองคน
“นี่คือเม็ดยาสมุนไพรฟื้นฟูพลังปราณอสูรและเม็ดยาฟื้นฟูพลังชีวิต พวกท่านควรรีบกินเม็ดยาสมุนไพรทั้งสองเพื่อฟื้นฟูพลังของพวกท่าน”
บิดา มารดาของฉิงเหม่ยได้มีท่าทีลังเลเล็กน้อย พวกเขาได้หันไปมองฉิงเหม่ยที่กำลังยิ้มให้กับพวกเขา “ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกเราสามารถเชื่อใจนายท่านได้”ทั้งสองได้จ้องมองแววตาที่เต็มไปด้วยความเชื่อมั่นของฉิงเหม่ยอย่างลึกซึ้งอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นทั้งสองได้หันไปมองกันและกันเล็กน้อย และได้กินเม็ดยาสมุนไพรทั้งสองชนิดในทันที
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที เม็ดยาสมุนไพรทั้งสองได้เริ่มออกฤทธิ์ทำให้บิดา มารดาของฉิงเหม่ยรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังปราณอสูรและพลังชีวิตที่เหือดแห้งได้ฟื้นฟูกลับมาเต็มเปี่ยมอย่างรวดเร็วและดูราวกับจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย!
“นี่มัน! ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเม็ดยาสมุนไพรที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ !” บิดา มารดาของฉิงเหม่ยกล่าวพร้อมกันด้วยความตกตะลึง
“ฮ่าๆ พวกท่านไม่ต้องแปลกใจไป ในตอนนี้พลังปราณอสูรรวมถึงพลังชีวิตของพวกท่านก็ฟื้นฟูดีแล้ว คงถึงเวลาที่ข้าจะแนะนำตัวเอง ข้าชื่อหวังเหว่ยเป็นผู้ทำสัญญาสัตว์อสูรกับฉิงเหม่ย และมีอีกคนหนึ่งที่ข้าอยากแนะนำให้พวกท่านทั้งสองได้รู้จัก” “วิหคน้อยเจ้าออกมาจากร่างของม่าม๊าได้แล้ว”
หลังจากหวังเหว่ยกล่าวจบ วิหคน้อยได้ยกเลิกทักษะผสานร่างและได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ของนางกลับมาเป็นเด็กสาวตัวน้อยที่น่ารักเช่นเดิม ฉิงเหม่ยได้อุ้มนางขึ้นมาอย่างอ่อนโยนท่ามกลางความตกตะลึงของบิดา มารดาของนาง
“ละ ลูกแม่ เด็กสาวคนนี้คือ ?” มารดาของฉิงเหม่ยกล่าวถามด้วยความสงสัยใคร่รู้
ฉิงเหม่ยได้หันไปยิ้มให้กับมารดาของนางพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “นางคือลูกสาวของข้าเองท่านแม่ นางน่ารักมากเลยใช่หรือไม่”
หลังจากได้ยินคำกล่าวของฉิงเหม่ย วิหคน้อยได้หันไปส่งยิ้มหวานให้กับทั้งสองคน “สวัสดีท่านตา ท่านยาย หนูชื่อวิหคน้อยเป็นลูกสาวของม่าม๊าฉิงเหม่ย” วิหคน้อยกล่าวอย่างช้าๆด้วยน้ำเสียงหวานใส
บิดา มารดาของฉิงเหม่ยได้มีสีหน้าตกตะลึงอีกครั้งหลังจากได้ยินคำกล่าวของฉิงเหม่ยและวิหคน้อย บิดาของฉิงเหม่ยได้หันไปจ้องมองหวังเหว่ยด้วยสายตาที่ดุร้าย หวังเหว่ยที่เห็นดังนั้นเขาจึงได้รีบกล่าวออกมาอย่างตะกุกตะกัก “คะ คือ เอ่อ... เรื่องนี้ค่อนข้างซับซ้อนน่ะขอรับ ในเวลานี้พวกท่านควรพักผ่อนเพื่อฟื้นฟูสภาพร่างกายกันก่อนขอรับ ฉะ ฉิงเหม่ยเจ้าพาท่านพ่อ ท่านแม่ของเจ้าไปพักผ่อนภายในอาคารที่พักของเจ้า หากมีเรื่องอะไรข้าจะบอกกับเจ้าผ่านการสื่อสารทางจิต”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” “ท่านพ่อ ท่านแม่ ข้าจะอธิบายเรื่องราวทุกอย่างให้พวกท่านฟังหลังจากไปถึงที่พักของข้า” บิดา มารดาของนางได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของนางด้วยสีหน้าเคร่ง จากนั้นฉิงเหม่ยได้เดินไปยังอาคารที่พักของนางพร้อมกับบิดา มารดารวมถึงวิหคน้อยในอ้อมแขนของนาง
“ฟู่ว เหตุใดข้าจึงได้รู้สึกเกรงกลัวบิดาของนางถึงเพียงนี้” หวังเหว่ยกล่าวกับตนเองเบาๆ ขณะมองไปทางบิดา มารดาของฉิงเหม่ยที่เดินห่างออกไปไกลแล้ว
"ต้องทรมานสัตว์อสูรชั้นสูงที่มีร่างกายที่แข็งแกร่งหนักหนาเพียงใด ถึงทำให้พวกเขาได้รับบาดเจ็บกันถึงเพียงนี้ ตระกูลจ้านข้าจะทำลายพวกเจ้าให้พินาศย่อยยับ" หวังเหว่ยคิดในใจ จากนั้นเขาได้ทำการติดต่อสื่อสารทางจิตเรียกรวมพลกองกำลังคุณชายแมวขาว โดยมีหน่วยนักดาบ10,000ตน และหน่วยพลธนูปราณอสูร10,000ตน
“นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ทั้ง20,000ตน กล่าวเสียงดังอย่างพร้อมเพรียงกัน
หวังเหว่ยได้หันไปมองเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ทั้ง20,000ตน อยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาได้กล่าวออกมาเสียงดัง “มีคนทำร้ายท่านพ่อ ท่านแม่ของเทพธิดานักสู้ฉิงเหม่ย จนพวกท่านได้รับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัส พวกเจ้าคิดว่าพวกเราควรปล่อยพวกนั้นไปเฉยๆหรือไม่ ?”
แววตาของเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ทั้ง20,000ตน ได้แสดงออกถึงความโกรธเกรี้ยวอย่างถึงที่สุดออกมาหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย
“พวกเราไม่ยอมขอรับนายท่าน !” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ทั้ง20,000ตน ได้พากันกล่าวเสียงดังสนั่นพร้อมกับปลดปล่อยกลิ่นอายอันน่าเกรงขามออกมาโดยไม่รู้ตัว
หวังเหว่ยได้พยักหน้าตอบรับคำกล่าวของพวกเขาด้วยสีหน้าจริงจัง “ศึกในครั้งนี้เราจะสู้เพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของฉิงเหม่ย ข้าต้องการให้หน่วยพลธนูปราณอสูรโจมตีทำลายคฤหาสน์ของตระกูลจ้านจากระยะไกลโดยมีหน่วยนักดาบเป็นผู้คุ้มกัน หากศัตรูเข้ามาใกล้พวกเจ้าเกินกว่าระยะ50เมตร ให้พวกเจ้ากลับเข้ามิติแดนอสูรในทันที”
“รับทราบขอรับนายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ทั้ง20,000ตน กล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ดีมาก พวกเจ้าเตรียมพร้อมรอรับคำสั่งของข้าอยู่ที่นี่ ข้าจะออกไปสำรวจหาสถานที่ ที่เหมาะสมสำหรับใช้โจมตีคฤหาสน์ตระกูลจ้าน” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะล่องหน" "ทักษะซ่อนเร้นพลัง" และได้ออกไปจากมิติแดนอสูรในทันที
วูบ
ณ หน้าประตูบานใหญ่ที่ถูกทำลายจนเกิดเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่
ในทันทีที่ออกมาจากมิติแดนอสูร หวังเหว่ยได้เริ่มใช้ "ทักษะเนตรมองเห็นทุกสรรพสิ่ง" "ทักษะทะลุกำแพง" "ทักษะตรวจจับระยะไกล" และได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบาออกสำรวจบริเวณโดยรอบคฤหาสน์ตระกูลจ้าน ซึ่งในตอนนี้มีผู้คนอยู่ไม่มากนัก เนื่องจากเหล่ายอดฝีมือตระกูลจ้านได้ออกจากคฤหาสน์ไปตามหากลุ่มของหวังเหว่ย
"หืม? ภายในคฤหาสน์มียอดฝีมือเหลืออยู่เพียงไม่กี่ร้อยคน! ฮ่าๆ ข้าไม่ควรปล่อยโอกาสดีเช่นนี้ผ่านไปง่ายๆ" หวังเหว่ยคิดในใจ จากนั้นเขาได้ใช้ทักษะวิชาตัวเบาเข้าไปในส่วนที่มีการป้องกันแน่นหนาที่สุดภายในคฤหาสน์เพื่อตามหาห้องเก็บสมบัติของตระกูลจ้าน!
เวลาผ่านไปสามสิบนาที หวังเหว่ยได้มาถึงยังหน้าอาคารหรูหราที่ดูเก่าแก่หลังหนึ่ง ที่มีการวางข่ายเวทมนตร์ตรวจจับรวมถึงม่านพลังเอาไว้หลายชั้น อีกทั้งยังมียอดฝีมือระดับเลเวล40 หลายสิบคนเดินลาดตะเวนไปมาโดยรอบอาคารอยู่ตลอดเวลา
"อาคารหลังนี้มีการป้องกันที่ใช้ได้ทีเดียว อีกทั้งยังมีม่านพลังที่ดูเก่าแก่แต่ทรงพลัง" หวังเหว่ยคิดในใจ
จากนั้นเขาได้ใช้ทักษะตรวจจับระยะไกลตรวจสอบพื้นที่โดยรอบบริเวณให้แน่ชัดอีกครั้ง "ยอดฝีมือระดับเลเวล75 อยู่ห่างจากที่นี่ราว2กิโลเมตร ส่วนยอดฝีมือโดยรอบบริเวณคฤหาสน์มีระดับเลเวลเพียง40ถึง50เท่านั้น เอาล่ะ เวลานี้คงเหมาะสมที่สุดแล้ว" เมื่อคิดได้ดังนั้นหวังเหว่ยได้นำหน่วยนักดาบ10,000ตน และหน่วยพลธนูปราณอสูร10,000ตน ออกมาจากมิติแดนอสูรในทันทีพร้อมกับกล่าวขึ้นด้วยเสียงอันดังว่า “โจมตีสังหารเหล่ายอดฝีมือภายในคฤหาสน์ให้หมดและทำลายคฤหาสน์แห่งนี้ให้ย่อยยับ !”
“รับทราบขอรับนายท่าน” หน่วยนักดาบ10,000ตน และหน่วยพลธนูปราณอสูร10,000ตน กล่าวอย่างพร้อมเพรียงกัน จากนั้นหน่วยพลธนูปราณอสูร10,000ตน ได้เริ่มรวบรวมพลังปราณอสูรของตนมาไว้ที่คันธนูและได้ยิงคลื่นลำแสงพลังปราณอสูรสีแดงที่น่าครั่นคร้ามจำนวนหมื่นสายอย่างต่อเนื่องไปจนทั่วคฤหาสน์ตระกูลจ้าน สร้างความตื่นตระหนกถึงขีดสุดให้กับเหล่ายอดฝีมือตระกูลจ้านหลายร้อยคนที่อยู่ภายในคฤหาสน์
ตูม! ตูม! ตูม!
อ๊าคคค อ๊าคคค
“นี่มันคลื่นลำแสงบ้าอะไรกัน! อ๊าคคค”
“เกิดอะไรกันขึ้น เหตุใดจึงได้มีผู้คนมากมายปรากฎตัวขึ้นที่กลางคฤหาสน์ได้ !”
เหล่ายอดฝีมือตระกูลจ้านที่กำลังพยายามหลบเลี่ยงคลื่นลำแสงอันน่าสะพรึงกลัวได้พากันกล่าวออกมาเสียงดัง
“รีบหนีออกไปจากที่นี่กันก่อน” หัวหน้าของเหล่ายอดฝีมือตระกูลจ้านกล่าวขณะพยายามหลบหนีคลื่นลำแสงของธนูปราณอสูร
“ขอรับท่านหัวหน้า อ๊าคคค”
“เร็วเข้าพวกเรา อ๊าคคค”
เหล่ายอดฝีมือตระกูลจ้านที่กำลังพยายามหลบหนีได้ถูกสังหารไปทีละคน ทีละคน จนในที่สุดแม้แต่หัวหน้าของเหล่ายอดฝีมือตระกูลจ้านระดับเลเวล52 ก็ยังถูกคลื่นลำแสงของหน่วยพลธนูปราณอสูรกระหน่ำโจมตีจนไม่เหลือแม้แต่ซากศพ จากนั้นหน่วยพลธนูปราณอสูรได้หันไปโจมตีทำลายอาคารนับพันหลังภายในคฤหาสน์ตระกูลจ้านอย่างต่อเนื่องตามคำสั่งของหวังเหว่ย
ตูม ตูม ตูม!
ในระหว่างที่เหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยกำลังโจมตีเหล่ายอดฝีมือตระกูลจ้าน หวังเหว่ยได้ใช้ "ทักษะอัญเชิญแลกเปลี่ยนพิเศษ" ที่สามารถอัญเชิญสัตว์อสูรระดับเลเวล80ขึ้นไปของนักอัญเชิญอสูรคนอื่นมาได้ โดยมอบสิ่งของให้เป็นสิ่งตอบแทน หากนักอัญเชิญอสูรที่ได้รับการร้องขอ ยอมตกลงรับสิ่งของแลกเปลี่ยน ผู้ที่ใช้ทักษะอัญเชิญแลกเปลี่ยนพิเศษก็จะสามารถอัญเชิญสัตว์อสูรของคนที่ยอมรับสิ่งของแลกเปลี่ยนมาได้หนึ่งครั้ง ซึ่งทักษะนี้เป็นทักษะลับของนักอัญเชิญอสูรที่หายสาบสูญไปนานแล้ว!
ณ สถานที่พักส่วนตัวของจักรพรรดิมนุษย์
ในขณะที่จักรพรรดิเสวี่ยซงกำลังตรวจเอกสารต่างๆอยู่ ได้มีแสงสีขาวส่องสว่างขึ้นตรงหน้าของเขา จากนั้นได้มีเสียงของหญิงสาวดังขึ้นภายในจิตใจของเขา “นายท่าน มีใครบางคนกำลังใช้ทักษะอัญเชิญแลกเปลี่ยนพิเศษเพื่อเชื้อเชิญข้าไปช่วยเขาต่อสู้เจ้าค่ะ”
เอกสารในมือจักรพรรดิเสวี่ยซงได้หล่นลงบนโต๊ะทำงานของเขาในทันทีที่เขาได้ยินคำกล่าวของหญิงสาว “ทักษะอัญเชิญแลกเปลี่ยนพิเศษ! พลอยใส เจ้ากำลังหมายถึงทักษะอัญเชิญลับในตำนานของนักอัญเชิญอสูร !” “ใช่แล้วเจ้าค่ะนายท่าน ทางผู้เชื้อเชิญได้บอกกับข้าว่าเขาจะส่งเม็ดยาสมุนไพรฟื้นฟูพลังปราณอสูรระดับชั้นเลิศมาให้สามเม็ดเป็นสิ่งตอบแทนเจ้าค่ะ นายท่านจะตอบรับการร้องขอของเขาหรือไม่เจ้าค่ะ ?”
มือของจักรพรรดิเสวี่ยซงได้สั่นไม่หยุดหลังจากได้ยินคำกล่าวของพลอยใส เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง เขาได้กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงและแววตาที่จริงจัง “พลอยใสเจ้าตอบรับคำร้องขอของเขาและช่วยตรวจดูให้ข้าด้วยว่าเขาเป็นใคร”
“รับทราบเจ้าค่ะนายท่าน” หลังจากกล่าวจบ พลอยใสได้ตอบรับคำเชื้อเชิญจากทักษะอัญเชิญแลกเปลี่ยนพิเศษของหวังเหว่ย จากนั้นเม็ดยาสมุนไพรฟื้นฟูพลังปราณอสูรระดับชั้นเลิศสามเม็ด ได้ปรากฏขึ้นบนโต๊ะทำงานของจักรพรรดิเสวี่ยซงพร้อมกับแสงสว่างสีขาวที่จางหายไป
จักรพรรดิเสวี่ยซงได้หยิบเม็ดยาสมุนไพรฟื้นฟูพลังปราณอสูรทั้งสามเม็ดขึ้นมาพินิจพิเคราะห์อย่างละเอียดถี่ถ้วน “บางทีเขาอาจจะเป็นคนที่ข้าเฝ้ารอคอยมานานเกือบหมื่นปี !” จักรพรรดิเสวี่ยซง ระดับเลเวล95 อายุ 9,826ปี กล่าวขณะครุ่นคิดถึงเรื่องทักษะอัญเชิญแลกเปลี่ยนพิเศษ