Immortal Jin อมตะข้ามจักรวาล

    Chapter 22 ความจริง ยุติสงคราม



                    “พวกเจ้าทั้งหมดจงวางอาวุธเสียตอนนี้กองทัพของพวกเจ้าทั้งสามอาณาจักรได้ถูกกองกำลังของพวกเราล้อมเอาไว้หมดแล้ว!” เสียงของคย๊าดที่สวมใส่ชุดเกราะเต็มยศได้ประกาศตะโกนซ้ำจากคำพูดของเจ้าหญิงเรเนลเลส

     

                    “นะ..นี่มันเรื่องอะไรกัน?ทำไมถึงได้มีกองทัพขนาดใหญ่แบบนี้มาปิดล้อมพวกเราเอาไว้ได้!!”ทหารอาณาจักรหนึ่งกล่าว

     

                    “นั่นมั่นพวกกลุ่มกบฏของอาณาจักรเราไม่ใช่รึไง?แต่ทำไมพวกมันถึงได้มีจำนวนเยอะถึงขนาดนี้ได้!!” ทหารของอีกอาณาจักรกล่าวตาม

     

                    “ไม่น่าเชื่อ?นั่นมันเจ้าหญิงเรเนลเลสของอาณาจักรแบล็คไอรอนนี่!! ไหนข่าวบอกว่าพระองค์สิ้นพระชนไปแล้วไม่ใช่เหรอ?”ทหารของอาณาจักรแบล็คไอรอนผู้หนึ่งกล่าวเมื่อเห็นเจ้าหญิงเรเนลเลสผู้เป็นบุตรีของอดีตจักรพรรดิมายืนอยู่ตรงหน้า

     

                    ตอนนี้ทหารของแต่ละอาณาจักรต่างก็เริ่มทยอยวางอาวุธลงเพราะเนื่องจากจำนวนทหารของแต่ละฝ่ายที่ล้มตายกันเป็นจำนวนมาก แม้ว่าจะมีอาวุธที่ทรงพลังแต่ก็ไม่สามารถที่จะสู้จำนวนของกองกำลังกบฏที่มีมากมายมหาศาลกว่าฝั่งของตัวเองได้

     

                    ทั้งจำนวนทหารที่ลดน้อยลงจำนวนทหารที่บาดเจ็บเป็นจำนวนมากมาย อีกทั้งยังความเหนื่อยล้าที่ได้ต่อสู้กันมาเป็นเวลานานทำให้ทหารส่วนใหญ่นั้นเริ่มที่จะถอดใจทยอยกันวางอาวุธในมือลงแต่โดยดี

     

                    “เจ้าพวกโง่! ใครสั่งให้พวกเจ้าวางอาวุธกันอย่าไปยอมแพ้เจ้าพวกกลุ่มกบฏพวกนี้ที่คิดจะฉวยโอกาสปล้นชิงอาณาจักรของพวกเรา! จงรีบหยิบอาวุธขึ้นมาแล้วรีบสู้กับพวกมันซะ!!!” จักรพรรดิทิวดาธที่เห็นทหารและกลุ่มนักรบอาณาจักรของตัวเองเริ่มถอดใจจึงได้ตะโกนสั่ง

     

                    “ตะ...แต่ว่านะ..นั่น! เจ้าหญิงเรเนลเลสนะพะยะค่ะ!?”นายกองโวร์คที่อยู่ใกล้กับจักรพรรดิทิวดาธได้กล่าวแทรกขณะที่ทหารและนักรบทุกคนกำลังยืนนิ่งอึ้งอยู่ในความสับสน

     

                    “เจ้าบ้า! เจ้าดูยังไงกัน!นั่นมันก็แค่พวกกลุ่มกบฏ เร็วเข้า! เจ้าจงรีบไปฆ่านางซะแล้วข้าจะมอบตำแหน่งแม่ทัพให้แก่เจ้า!” จักรพรรดิทิวดาธตะโกนออกคำสั่งแก่โวร์ค

     

                    โวร์ค!? “ตะ...แต่ว่า!?”

     

                    “พอได้แล้วทิวดาธ! เจ้าคนทรยศ!จงเลิกยุแหย่เหล่าทหารของอาณาจักรของเราให้เข่นฆ่ากันเองได้แล้ว!!” เคนอร์ป (Kenorp) เจ้าเมืองแกลเลียผู้ซึ่งยืนอยู่ด้านข้างคย๊าดได้กล่าวขัดขึ้นมา

     

                    “หุบปากของเจ้าไปซะเคนอร์ป!! เจ้าคนทรยศ! ข้าอุตส่าห์ไว้เนื้อเชื่อใจเจ้าให้ปกครองเมืองใหญ่แต่เจ้ากลับบังอาจมาทำกับข้าเช่นนี้!!” จักรพรรดิทิวดาธตะโกนออกมาด้วยความโกรธเกรี้ยว เมื่อเห็นเคนอร์ปเอ่ยขัดขึ้นมาและยังมีเจ้าเมืองแกลเลียและเจ้าเมืองคนอื่นๆที่ไปยืนอยู่ฝั่งเดียวกันกับพวกกลุ่มกบฏ!

     

                    เคนอร์ป“เจ้าสิทิวดาธที่เป็นคนทรยศ! ข้ายืนเคียงข้างอาณาจักรแห่งนี้มาตั้งแต่ต้นและข้าก็ยังเป็นสหายคนสนิทของจักรพรรดิองค์ก่อน ข้าไม่มีวันทรยศอาณาจักรแห่งนี้ได้มีแต่เจ้านั่นแหล่ะทิวดาธที่ทรยศหักหลังฆ่าได้แม้กระทั่งจักรพรรดิของตัวเองที่ทรงไว้วางใจในตัวเจ้ามากที่สุด! แถมเจ้ายังไปเคารพนับถือพวกคนต่างถิ่นแล้วยกพวกมันขึ้นมาเป็นเทพบ้าบออะไรของเจ้าเพื่อหลอกลวงผู้คนในอาณาจักรอีก!”

     

                    โอววว!! ฮืออ!!!

     

                    “วะ...ว่ายังไงนะ?จักรพรรดิทิวดาธ ปะ...เป็นผู้ปลงพระชนจักรพรรดิองค์ก่อนอย่างนั้นรึ!?”เหล่าทหารและนักรบของอาณาจักรแบล็คไอรอนต่างพากันฮือฮาอึ้งและตกตะลึงกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินจากปากของเคนอร์ปผู้เป็นสหายสนิทของจักรพรรดิองค์ก่อน

     

                    “ใช่แล้ว! แม้แต่จักรพรรดิองค์ก่อนของพวกเราอาณาจักรโคลไอรอนเองก็ได้ถูกเจ้าเมดิไทม์ที่เป็นองครักษ์แอบลอบสังหาร! จากนั้นมันก็ได้แต่งตั้งตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิแล้วก็อ้างว่ามีเทพแห่งอาณาจักรเป็นผู้บัญชามาอีกที!!” อดีตแม่ทัพผู้หนึ่งที่อยู่ฝั่งกบฏของอาณาจักรโคลไอรอนเป็นผู้กล่าวเสริม

     

                    “ใช่แล้ว! อาณาจักรซิลเวอร์ไอรอนของเราเองก็เช่นกัน!ที่ท่านจักรพรรดิองค์ก่อนถูกเจ้าอารอนเดลที่เป็นอนุชาแท้ๆ สังหารอย่างเลือดเย็นแล้วแต่งตั้งตัวเองขึ้นเป็นจักรพรรดิแทนเช่นกัน!!” เหล่ากบฏของอาณาจักรซิลเวอร์ไอรอนกล่าวออกมาบ้าง

     

                    “นะ...นี่นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน? ทำไมมันถึงได้เกิดเรื่องแบบเดียวกันกับทั้งสามอาณาจักรเลยล่ะ!?”ตอนนี้เหล่าทหารและนักรบของทั้งสามอาณาจักรต่างพากันนิ่งอึ้งต่างฝ่ายต่างพากันมองหน้ากันตกตะลึงกันยิ่งกว่าเดิมหลังจากที่ได้ฟังเรื่องราวจากกลุ่มกบฏทั้งสามฝ่าย

     

                    จินที่ได้ยืนฟังเรื่องราวอยู่ในระยะไกลบนเนินเขาสูงเนื่องด้วยพลังพิเศษที่ตนมีทำให้สามารถได้ยินเรื่องทุกอย่างที่แต่ละฝ่ายได้พูดคุยกันอย่างชัดเจนก็ได้แต่ร้องคำว่าอ๋อออ!! อยู่ในใจ จึงได้ตัดสินใจหยุดการกระทำทั้งหมดและรอดูสถานการณ์ไปก่อนพร้อมกับทั้งสลายพลังกลับคืนสู่ร่างที่ปลอมแปลงเป็นคนบนดาวดวงนี้

     

                    วู๊มมมม!!

     

                    จิน‘ที่แท้เรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้เองสินะ? ถ้าอย่างนั้นตัวแปรทั้งหมดก็คงอยู่ที่คนต่างถิ่นที่เป็นเทพทั้งสามองค์ของอาณาจักรที่เข้ามาแทรกแซงการปกครองของคนบนดาวนี้นั่นเอง’

     

                    ‘เมื่อเรื่องราวออกมาเป็นแบบนี้ คาดว่าอีกไม่นานพวกมันคงต้องเผยตัวออกมาอย่างแน่นอน!อยากรู้จริงๆ ว่าเป็นเทพนี่มันหน้าตาเป็นยังไงกันนะตั้งแต่เกิดมาก็ยังไม่เคยเห็นเทพซะด้วยสิ!’

     

                    ‘แต่ที่น่าตกใจมากที่สุดก็คือ แท้จริงแล้วทั้งหัวหน้าหมู่บ้านคย๊าดผู้คนในหมู่บ้าน รวมถึงบรรดาพวกเจ้าเมืองต่างกลับกลายเป็นกองกำลังของพวกกบฏเสียนี่เรื่องนี้คาดไม่ถึงมาก่อนเลยแฮะ!’

     

                    หลังจากที่หายจากการอึ้งและตกตะลึงกลุ่มทหารและนักรบของแต่ละอาณาจักรที่เริ่มตั้งสติได้ก็พากันวางอาวุธลงจากนั้นก็พากันถกเถียงถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แต่ว่าในตอนนี้เองเหล่าจักรพรรดิก็ได้เอ่ยแทรกขึ้นมาอีกครั้ง!

     

                    “พวกเจ้าอย่าไปฟังคำโป้ปดที่พวกมันพูด!!พวกมันเป็นเพียงแค่กลุ่มกบฏที่ต้องการยึดครองอาณาจักรของพวกเราโดยที่ไม่ต้องลงแรงก็เท่านั้น!”

     

                    “ฟังข้าให้ดี! ท่านเทพมีบัญชาลงมาว่าหากพวกเราสามารถเอาชนะศึกในครั้งนี้ได้อาณาจักรของพวกเราจะกลับมาสงบสุขอีกครั้งแถมยังสามารถรวมทั้งสามอาณาจักรเป็นหนึ่งเดียวได้อีกต่างหากพวกเจ้าไม่ต้องการรึอย่างไร?” จักรพรรดิทิวดาธได้พยายามกล่าวโน้มน้าวเหล่าทหารและผู้คนของอาณาจักร

     

                    “จะเป็นอย่างที่เจ้าพูดจริงน่ะรึ?”เสียงของคนผู้หนึ่งกล่าวออกมาพร้อมกับขบวนแถวของกลุ่มกบฏที่ค่อยๆแยกออกเผยให้เห็นตัวผู้ที่กล่าว

     

                    “อะ...องค์หญิง!!” เสียงของบรรดาทหารที่อยู่โดยรอบพากันเอ่ยเรียกชื่อของเจ้าหญิงเรเนลเลสที่ปรากฏตัวออกมาให้เห็น

     

                    จักรพรรดิทิวดาธ“นี่...เจ้า เจ้ายังไม่ตายจริง ๆ สินะ!!”

     

                    เรเนลเลส“เจ้าคงจะผิดหวังมากสินะทิวดาธ ที่เห็นว่าข้านั้นยังไม่ตาย! ข้าจะบอกเรื่องที่เจ้ายังไม่รู้ให้ก็ได้ในวันนั้นคนที่เจ้าสังหารไป นั่นเป็นเพียงแค่ตัวปลอมของข้าที่รับรู้ว่าข้ากำลังมีภัยเลยยอมสละชีวิตตัวเองให้ข้าได้หนีรอดมาได้ยังไงล่ะ!!”

     

                    จักรพรรดิทิวดาธ!? “หึ่มมม...”

     

                    เรเนลเลส“พวกเจ้าทุกคนที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดจงฟังสิ่งที่พวกเจ้าควรรู้พวกเจ้าก็ได้ยินจากที่คนอื่นๆ นั้นเล่าไปแล้ว เราขอยืนยันว่าคำพูดทั้งหมดที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นความจริงทั้งสิ้นตอนนี้เราสมควรที่จะยุติสงครามในครั้งนี้ได้แล้ว”

     

                    “พวกเจ้าจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่ตัวของพวกเจ้าเองแต่วันนี้ยังไงข้าก็จะต้องลงโทษเจ้าตัวชั่วช้าสารเลวทิวดาธผู้นี่ให้จงได้เพราะมันบังอาจสังหารท่านพ่อของข้าและยังคิดสังหารข้าอีกใครที่ไม่ต้องการเกี่ยวข้องด้วยข้าขอให้พวกเจ้าจงหลีกทางออกไปให้ข้าเดี๋ยวนี้!!”

     

                    จักรพรรดิทิวดาธ“เหอะ! เหลวไหล? ถึงแม้ว่าที่พวกเจ้ากล่าวมานั้นอาจจะเป็นความจริงอยู่บ้างที่ข้านั้นสังหารจักรพรรดิองค์ก่อนแต่แล้วยังไง? ทุกสิ่งที่ข้าทำล้วนเป็นบัญชาจากเทพของอาณาจักรแห่งนี้ทั้งสิ้นพวกเจ้าคิดจะขัดคำบัญชาของเหล่าเทพอย่างนั้นรึ?”

     

                    เรเนลเลส“หึ! เจ้าบอกว่าที่เจ้าทำล้วนแล้วแต่เทพบัญชา แล้วไหนล่ะเทพ?....ตอนนี้เทพของเจ้านั้นอยู่ที่ใด?ข้าก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่าเทพที่เจ้าว่าจะมีหน้าตาและตัวตนเช่นไรถึงได้มายุแยงให้ทหารแต่ละอาณาจักรมาทำสงครามกันทั้งที่พวกเราก็ไม่เคยรุกรานกันมาก่อน?”

     

                    “ใช่แล้ว! เทพอย่างนั้นรึ?ไหนล่ะเทพที่เจ้าว่า? เรียกออกมาให้พวกเราทุกคนเห็นเดี๋ยวนี้หรือว่าเจ้าเพียงแค่กล่าวคำลวงเอาชื่อเทพขึ้นมาอ้างเพื่อตอบสนองความมักใหญ่ใฝ่สูงของตัวเองกันแน่?”คย๊าดที่ยืนอยู่ด้านหลังได้กล่าวตะโกนออกมาเพื่อเป็นแนวร่วมให้กับเจ้าหญิงเรเนลเลส

     

                    จักรพรรดิทิวดาธ!? “หึ! อยากจะเห็นตัวท่านเทพอย่างนั้นรึ? ได้สิถ้าอย่างนั้นข้าก็จะเรียกเทพผู้ที่คอยปกป้องอาณาจักรแห่งนี้ออกมาหาพวกเจ้าแล้วที่นี้พวกเจ้าก็จะได้รู้ว่าที่ข้าทำไปนั้นล้วนเพื่ออาณาจักรทั้งสิ้น!!”

     

                    หลังจากนั้นทิวดาธก็ได้หยิบอุปกรณ์บางอย่างขึ้นมาซึ่งได้รับมอบมาจากเทพองค์นั้นโดยอุปกรณ์นี้มีลักษณะเป็นผลึกแก้วรูปวงรีขนาดครึ่งฝ่ามือ บริเวณตรงกลางของอุปกรณ์ผลึกแก้วนั้นมีปุ่มนูนขึ้นมาคล้ายกับปุ่มกดจากนั้นทิวดาธจึงได้กดลงไปยังปุ่มบนอุปกรณ์นั้นแล้วจึงชูมือขึ้นฟ้า

     

                    “ท่านเทพแห่งอาณาจักรแบล็คไอรอนของข้า! ได้โปรดลงมาแสดงตัวให้พวกเราทุกคนได้ประจักษ์แก่สายตาด้วยเถิด!” จักรพรรดิทิวดาธได้กล่าวขึ้นพร้อมกับมีแสงสว่างส่องออกมาจากอุปกรณ์ผลึกแก้วรูปวงรี โดยที่แสงดังกล่าวได้กระจายออกไปทั่วทั้งบริเวณนั้น!

     

                    วิ๊งงงง!!! วาบบบบ!!!ฟุ่บบบ!! จากนั้นอุปกรณ์ที่เป็นแก้วผลึกรูปวงรีในมือของจักรพรรดิทิวดาธก็ลอยขึ้นท้องฟ้าแล้วล่องหนหายวับไปในพริบตาต่อหน้าสายตาของทุกคนที่กำลังจ้องมองอยู่!?

     

                    ทิวดาธและจักรพรรดิอีกสองคน“!!!???”

     

                    เหล่าทหารของทั้งสามอาณาจักร“!!!???”

     

                    เจ้าหญิงเรเนลเลสและเหล่ากองกำลังของกลุ่มกบฏ“!!!???”

     

                    จิน“!!!???”






    คล้ายกับเรื่องImmortal Jin อมตะข้ามจักรวาล ที่คุณอ่าน