จอมยุทธ์ซุปตาร์

    ตอนที่ 63 รายการราชานักกินรอบจริง 3 Re

            เช้าวันรุ่งขึ้น  ไป่ฉีอาบน้ำแต่งตัวแล้วลงมารอข้างล่าง  พอถึงเวลาทางทีมงานก็ให้ผู้เข้าแข่งขันขึ้นรถตู้  เพราะจำนวนคนลดลงแล้ว  การใช้รถใหญ่มันเปลืองงบของรายการ  ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ใช้รถบัสแล้ว


            รถตู้พาพวกเขามายังสวนสาธารณะของเมืองนี้  ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่มีการแบ่งโซนสำหรับให้มีร้านขายอาหาร และโซนนั่งทานอาหาร  โดยโซนนั่งทานอาหารนั้นจะมีการจัดให้เหมือนกับสวนหน้าบ้านที่เหมาะแก่การทานอาหารกลางแจ้ง  หากอากาศร้อนมาก  ก็มีร่มที่สามารถประกอบเข้ากับโต๊ะได้ไว้คอยให้บริการ


            “เอาล่ะทุกคนลงจากรถได้แล้ว  พวกเราถึงสถานที่แข่งขันรอบแรกของวันนี้แล้ว” พิธีกรกล่าว  หลังจากนั้นไป่ฉีกับผู้เข้าแข่งขันอีก 3 คนก็ทะยอยลงจากรถ  ขณะเดียวกันพวกเขาก็เห็นต่านต้านกับจูเหลียน พร้อมกับผู้เข้าแข่งขันอีก 2 คนลงมากจากรถตู้อีกคัน


            “เอาละครับทุกคน  ตอนนี้ก็สายแล้ว  บางคนกินอะไรรองท้องมานิดหน่อย  แต่คงจะหิวกันแล้ว  ดังนั้นเราจึงจัดมื้อใหญ่ให้ครับ  สำหรับอาหารที่เป็นโจทย์ในวันนี้ก็คือ สเต็กหมูดำครับ” พิธีกรกล่าว พร้อมกับผายมือไปยังเต็นท์ใกล้ ๆ ซึ่งมีการใช้ผ้าปิดไว้  พอกล้องจับภาพไปที่เต็นท์  ผ้าก็ถูกปลดออก  เผยให้เห็นพ่อครัวกำลังทำการย่างสเต็กหมูบนกระทะอยู่  ผู้เข้าแข่งขันต่างก็ทำเสียงฮือฮา  ทำตัวให้ตื่นเต้นตามสคริปที่ทางทีมงานได้นัดแนะเอาไว้


            “ว่าแต่  ผักในจานนั้นต้องกินด้วยสินะครับ” ไป่ฉีชี้ไปที่จานสเต็กที่เตรียมเสร็จแล้ว


            “ถูกต้อง  การกินเนื้ออย่างเดียวมันไม่ดีต่อร่างกายนะ  การกินแหลกน่ะไม่ใช่แค่กินอย่างเดียว  แต่เราต้องเคารพอาหารที่เรากิน  เคารพตัวเองด้วย  ถ้าพร้อมแล้วทุกคนประจำที่ได้เลยครับ” พิธีกรกล่าว


            ทีมงานได้พาผู้เข้าแข่งขันแต่ละคนไปนั่งประจำที่  ระหว่างนั้นพิธีกรเข้าไปสัมภาษณ์ผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน  เพื่อรอให้จำนวนอาหารที่เตรียมมีจำนวนมากระดับหนึ่งก่อน  มันคงไม่ดีถ้าหากว่าระหว่างแข่งขัน  อาหารเกิดขาดไม่มีเสิร์ฟขึ้นมา  


            เมื่อได้สัญญาณจากทีมงานในครัวแล้ว  ทางผู้กำกับจึงได้ส่งสัญญาณให้พิธีกรเริ่มดำเนินรายการต่อได้


            “เอาล่ะครับ  ทุกอย่างพร้อมแล้ว  แข่งกินสเต็กหมูดำ  45 นาที  เริ่มได้” พิธีกรเป่านกหวีดเป็นสัญญาณเริ่มการแข่งขัน


            อุปกรณ์ที่ทางทีมงานให้มามีมีดกับส้อมสำหรับหั่นและจิ้มเนื้อ  พอได้สัญญาณเริ่ม  ทุกคนก็เริ่มลงมือหั่นเนื้อหมูทันที  เพียงแต่….


            “โอ้ การใช้มีดของไป่ฉีสุดยอดมาก  ผมยังมองไม่ทันเหมือนเดิมเลย” พิธีกรได้ตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง  ไป่ฉีสามารถหั่นชิ้นสเต็กได้เร็วมาก เพียงแค่ 2 วินาที  เขาสามารถหั่นสเต็กทั้งชิ้นออกเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำได้แล้ว


            ไป่ฉีไม่รอช้า  เขาส่งเนื้อหมูเข้าปากอย่างต่อเนื่อง  ตามด้วยผักสลัด  เขาได้สอบถามแล้วว่าซอสไม่ต้องกินก็ได้  ดังนั้นไป่ฉีจึงไม่แตะซอสเลย  การกินของเขานั้นเร็วพอ ๆ กับตอนเขาเร่งสปีดกินเมื่อวาน  ผู้เข้าแข่งขันบางคนที่เห็นถึงกับทำมีดกับส้อมหลุดมือเลยทีเดียว


            “เร็วโคตร” นักกินแหลกชายที่มารถตู้คันเดียวกับต่านต้าน จ้องไป่ฉีจิ้มเนื้อเข้าปากอย่างรวดเร็ว ทำเอาเขาตกตะลึงไปเลยทีเดียว


            “เร็วเกินไปแล้ว” จูเหลียนอ้าปากค้าง


            'เจ้าบ้านี่คิดจะหยามกันตั้งแต่รอบแรกเลยเรอะ' ต่านต้านคิด  เขาจึงพยายามเร่งหั่นสเต็กหมูในจานให้เร็วขึ้น  แต่ความเร็วก็ไม่สามารถสู้ไป่ฉีได้


            การแข่งขันผ่านไปกว่า 30 นาที  ไป่ฉีทิ้งห่างคู่แข่งขันคนอื่นอย่างเห็นได้ชัด  ขณะที่ไป่ฉีกินไปแล้วกว่า 30 จาน  น้ำหนัก 1 จานคือ 500 กรัม  ต่านต้านที่เป็นแชมป์เก่า กินไป 15 จานเท่านั้น  ส่วนจูเหลียนนั้นอยู่ที่ 14 จาน  นอกจากนั้นคนอื่นต่างก็อยู่กันที่ 10 กว่าจาน


            “สภาพตอนนี้ทุกคนกินช้าลงมากครับ  คงเพราะผักสลัดที่ให้มา  บวกกับน่าจะเคี้ยวไม่ละเอียด  ตอนนี้เริ่มจะกินไม่ลงกันแล้ว  ยังไงก็พยายามเข้านะครับ  2 คนที่รั้งท้ายจะต้องตกรอบ  พยายามเข้า” พิธีกรกล่าว


            ตอนนี้สีหน้าของแต่ละคนต่างไม่สู้ดี  เพราะผักสดทำให้หลาย ๆ คนเริ่มอิ่ม  บวกกับการเคี้ยวไม่ละเอียดทำให้พวกเขาเริ่มอิ่มกันแล้ว  แต่ที่ทำให้พวกเขาทรมานมากที่สุดคือการเคี้ยวเนื้อสเต็กนั้นมันทำให้เมื่อยกรามสุด ๆ  ทุกคนต่างสงสัยว่าไป่ฉีที่แทบจะไม่เคี้ยวเนื้อหรือผักเลย  กลับยังกินด้วยความเร็วขนาดนั้น  แถมไม่แสดงอาการอะไรเลย


            เคร้ง


            ไป่ฉีวางส้อมกับมีดลง  เขาเริ่มจิบน้ำชาช้า ๆ  ก่อนจะหรี่ตามองไปทางขวาเพื่อมองผู้เข้าแข่งขันทุกคน  เนื่องจากที่นั่งของไป่ฉีคราวนี้อยู่ริมซ้ายสุด  ไป่ฉีจึงต้องทำผลงานให้โดดเด่นเพื่อให้กล้องจับภาพมาที่ตัวเอง  แต่การหรี่ตามองแบบนี้ทำให้ทุกคนรู้เลยว่าไป่ฉีกำลังท้าพวกเขาว่า “ฉันจะหยุดรอพวกแก  ถ้าพวกแกแน่จริงก็กินให้ได้เท่าฉันสิ” นั่นทำให้ต่านต้านนั้นเดือดจัด  เขายิ่งเร่งความเร็วในการกินขึ้นไปอีก


            “ต่านต้าน  ถ้านายแหวะออกมานายจะแพ้เลยนะ  ฉันว่ากินแบบถนอมตัวหน่อยดีกว่า” จูเหลียนเตือน  เธอเห็นสายตาของไป่ฉีที่ท้าทายเธอแล้ว  แต่เธอคิดว่านี่เป็นแผนที่จะกำจัดต่านต้าน  เพราะต่านต้านนั้นยั่วโมโหง่าย  หากทำให้ต่านต้านกินเร็วขึ้นจนสุดท้ายอาเจียนออกมา  ต่านต้านจะถูกปรับแพ้ในทันที  จูเหลียนมองไปที่ไปฉีพร้อมกับนึกในใจ 'เจ้าหนูนี่แผนสูงจริง ๆ เราเองก็ต้องระวังตัวเหมือนกัน'


            “ผมจะเริ่มนับถอยหลังแล้วนะครับ 10  9  8  7  6  5  4  3  2  1  หมดเวลา” พิธีกรเป่านกหวีดเพื่อเป็นสัญญาณสิ้นสุดการแข่งขัน  จากนั้นพิธีกรก็ประกาศจำนวนจานที่กินไปของผู้เข้าแข่งขันแต่ละคน  ซึ่งผู้เข้าแข่งขันหน้าใหม่ 2 คนต้องตกรอบไป  ส่วนนักกินแหลกรุ่นพี่ทั้ง 4 คนยังอยู่กันครบ


            “เอาล่ะ  ทุกคน  เตรียมตัวย้ายที่กันได้แล้ว  เราจะไปยังสถานที่แข่งขันต่อไปกัน” พิธีกรกล่าว


            ตอนนี้คนเหลืออยู่กัน 6 คนก็จริง  แต่ก็ยังใช้รถตู้ 2 คันอยู่  เพราะต้องบวกช่างกล้องกับทีมงาน  รวมถึงพิธีกรด้วย  เพื่อไม่ให้รถแน่นจนเกินไป  โดยไป่ฉีนั้นขึ้นรถคันเดียวกับต่านต้านและจูเหลียน  ซึ่งพิธีกรรายการเองก็เช่นกัน  เพราะเขาต้องสัมภาษณ์ระหว่างเดินทางว่าคนที่ได้ 3 อันดับแรกรู้สึกยังไงกันบ้าง


            “ไป่ฉี  ดูนายกินเยอะมากเลยนะรอบนี้  แบบนี้รอบหน้าจะกินไหวเหรอ” พิธีกรกล่าว


            “ไหวครับ  ผมยังเก็บที่ว่างไว้สำหรับการแข่งขันอีกรอบนึง  อย่างน้อยก็น่าจะมีเวลาให้ย่อยสักพัก” ไป่ฉีกล่าว


            หลังจากนั้นพิธีกรก็ได้สัมภาษณ์จูเหลียนกับต่านต้านต่อ  เมื่อสัมภาษณ์เสร็จแล้ว  พิธีกรก็เปลี่ยนไปขึ้นรถตู้อีกคันเพื่อสัมภาษณ์ความรู้สึกและความคิดเห็นของผู้เข้าแข่งขันที่เหลือต่อ


            ใช้เวลากว่า 5 ชั่วโมงในการมาถึงสถานที่จัดแข่งขันรอบที่ 2 ของวันนี้  โดยสถานที่แข่งขันในครั้งนี้เป็นทะเล  ทำให้ผู้เข้าแข่งขันทุกคนต่างคิดว่าการแข่งครั้งนี้เป็นอาหารทะเล


            “รอบนี้จะเป็นอะไรกันนะ” ต่านต้านพึมพำขึ้น


            “จะเป็นอะไรก็แล้วแต่  นายมีสิทธิ์เลือกด้วยรึไง” จูเหลียนกล่าว  เธอจ้องไปที่ไป่ฉี  เธอรู้สึกว่าไป่ฉีนั้นเหมาะที่จะเป็นดาราอย่างมาก  เขามีบรรยากาศที่ดูลึกลับน่าดึงดูดอย่างแปลกประหลาด  ถึงอาชีพนักมวยปล้ำส่วนใหญ่จะเป็นการแสดงก็ตาม  แต่เธอก็เคยได้เรียนศิลปะการป้องกันตัวมาบ้าง  ถ้าจะให้พูดถึงไป่ฉีในแง่นี้  สำหรับเธอแล้วไป่ฉีถือเป็นคนที่อ่านทางได้ยาก  ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่  ไม่มีการบอกใบ้ใด ๆ  ถ้าเป็นศัตรูก็เป็นศัตรูประเภทที่เธอไม่อยากสู้ด้วยมากที่สุด


            “ทุกคนครับ  เรามากันที่ทะเล  คงจะพอเดากันได้แล้วสินะครับว่าเราจะแข่งกินอะไรกัน” พิธีกรกล่าว


            “อาหารทะเล” ทุกคนตอบพร้อมกัน


            “ใช่ครับ  แต่มันไม่ใช่อะไรที่จะให้พวกคุณกินกันง่าย ๆ อย่างพวกกุ้ง  ปลา หรือหอยหรอกนะครับ” พิธีกรกล่าว พร้อมกับเดินไปทางทีมงานที่ถือจานที่มีฝาครอบไว้


            “สิ่งที่พวกคุณต้องแข่งกินกันในรอบที่ 2 นี้ก็คือ.........” พิธีกรหยุดพูด  พร้อมกับเปิดฝาที่ครอบจานออก  เผยให้เห็นปลาหมึกย่างทั้งตัว  กลิ่นซอสที่เกิดจากการนำปลาหมึกไปย่างและจุ่มในซอสแล้วเอามาย่างอีกรอบ ลอยมาเตะจมูกทุกคน


            “มันคือปลาหมึกย่างซอสครับ” พิธีกรกล่าว  ผู้เข้าแข่งขันบางคนจับกรามของตัวเอง  ไม่คิดว่ารายการจะโหดขนาดนี้  ให้เคี้ยวเนื้อหมูแล้ว  นี่ยังต้องมาเคี้ยวเนื้อปลาหมึกอีกเหรอ  ปลาหมึกต่อให้สดขนาดไหน  ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่  มันคงเหนียวและเคี้ยวยากมากแน่ ๆ


            “ทุกคนเชิญนั่งประจำที่ครับ” ทีมงานกล่าว  พร้อมกับพาผู้เข้าแข่งขันไปนั่งประจำที่


            ไป่ฉีได้สอบถามว่าเขาสามารถขอมีดได้รึเปล่า  เนื่องจากเนื้อปลาหมึกค่อนข้างเหนียว  เขาอยากตัดกินเป็นคำเล็ก ๆ  ซึ่งทางทีมงานได้สอบถามไปยังผู้กำกับรายการ และคำตอบก็คือสามารถขอมีดมาใช้ในการตัดได้


            “การแข่งกินปลาหมึกย่างซอส  ภายในเวลา 45 นาที  เริ่มได้” พิธีกรเป่านกหวีดเป็นสัญญาณเริ่มการแข่งขัน


            “ขอมีดด้วยครับ” ไป่ฉียกมือขอมีดกับทางทีมงาน  เมื่อทีมงานนำมาให้  ต่านต้านกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นต่างก็ขอมีดเช่นเดียวกัน


            ไป่ฉียังคงใช้มีดได้อย่างคล่องแคล่ว  เขาหั่นปลาหมึกย่างเป็นชิ้นเล็ก ๆ ให้สามารถจิ้มเข้าปากได้ทันที  ความเร็วในการกินยังคงเหมือนกับรอบแรก  ในขณะที่คนอื่นลำบากในการหั่นปลาหมึกให้เป็นชิ้นเล็ก ๆ  นอกจากนี้หลังผ่านไปได้ 20 นาที  ทุกคนก็เริ่มออกอาการ  ไม่ใช่อาการที่แสดงว่าอิ่ม  แต่เป็นอาการปวดกรามเนื่องจากต้องเคี้ยวปลาหมึกติดต่อกันเป็นเวลานาน


            ด้วยความที่ไป่ฉีนั้นกินเร็วตั้งแต่เริ่มต้น  ทำให้คนอื่นต่างก็เร่งจังหวะตามไปด้วย  การตัดหรือหั่นเนื้อปลาหมึกแบบลวก ๆ ทำให้ใช้เวลาเคี้ยวในปากนานขึ้น  กรามของพวกเขาก็จะปวดและล้า  ยิ่งทำให้กินได้ช้าลงแทนที่จะเร็วขึ้น  สุดท้ายคนที่ใจเย็นและตัดแบ่งชิ้นเนื้อปลาหมึกย่างให้พอดีคำ  คือจูเหลียนกับต่านต้าน  ทั้งสองคนนี้ระวังตัวตั้งแต่รอบที่แล้ว  พวกเขารู้ว่าไป่ฉีมักวางแผนในการแข่งแต่ละครั้งเอาไว้  ซึ่งรอบที่แล้ว  พวกเขาเองก็ตกเป็นเหยื่อกับดักของไป่ฉีเหมือนกัน


            ในเวลาที่ทุกคนเห็นไป่ฉีเริ่มเทน้ำมาดื่ม  นั่นเป็นสัญญาณบอกว่าเขากินไปถึงในจุดที่เขาวางแผนเอาไว้แล้ว  และเขามั่นใจว่าจะไม่มีใครสามารถตามเขาได้ทัน


            ในการแข่งรอบที่ 2 ของวันนี้  ไป่ฉีเอาชนะทุกคนไปได้แบบขาดลอยเหมือนรอบแรก  คนที่ตกรอบไปคือผู้เข้าแข่งขันหน้าใหม่  ทำให้ตอนนี้เหลือผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 5 คน  ไป่ฉีเป็นผู้เข้าแข่งขันหน้าใหม่เพียงคนเดียวที่ยังเหลืออยู่


            หลังจากการแข่งขันรอบที่ 2 ของวันนี้จบลง  ไป่ฉีกับผู้เข้าแข่งขันคนอื่นก็ขึ้นรถตู้กลับไปยังที่พัก


            พอจบมื้อเย็นอาหารเย็นทางทีมงานได้แจ้งว่าจะมีการสัมภาษณ์อีกครั้งหนึ่ง  พอสัมภาษณ์เสร็จแล้ว  ไป่ฉีถึงโทรหาซีหลัวเพื่อคุยเรื่องสถานสงเคราะห์เด็กต่อจากเมื่อวาน  ตามด้วยการส่งข้อความหาเมิ่งชิงชิงเพื่อขอให้ลากิจแทนเขาในวันพรุ่งนี้ด้วย  ก่อนจะไปอาบน้ำและเข้านอน

    _____________________________________

    ส่งงานต่อครับ ^^

    คล้ายกับเรื่องจอมยุทธ์ซุปตาร์ ที่คุณอ่าน