เจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย

    การเริ่มต้นรับศิษย์

    ไม่กี่วันต่อมา เจียงหยุนลืมตาขึ้นช้าๆ ราวกับเพิ่งตื่นจากการทำสมาธิที่ยาวนาน เขามองออกไปยังท้องฟ้าที่มืดครึ้มด้วยแววตาที่ลึกล้ำเต็มไปด้วยความสงบเยือกเย็น ก่อนจะเรียกโคลนสังสารวัฏออกมา

    “พวกเจ้า 10 คน แบ่งออกเป็นกลุ่มละ 2 คน ไปยังทวีปทั้ง 5 และเริ่มประกาศรับสมัครศิษย์ตามแผนที่ข้าวางไว้” เจียงหยุนกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

    เหล่าโคลนพยักหน้า พร้อมสลายตัวกลายเป็นแสงวาบกระจายตัวไปตามทิศทางที่ต่างกันไป ทันใดนั้น ออร่าที่ทรงพลังและยิ่งใหญ่ระดับจักรพรรดิก็พุ่งตรงเข้ามาภายในเขตนิกาย ราวกับคลื่นกระแทกที่กดดันจนทำให้บรรยากาศสั่นสะเทือน

    เจียงหยุนยิ้มมุมปาก หันมองไปยังทิศทางของออร่านั้น "ออกไปยืดเส้นยืดสายสักหน่อยดีกว่า…" เขาหันไปสั่งโคลนสังสารวัฏอีกสามคน

    " พวกเจ้าอีก 3 คน จงเริ่มทำการรับสมัครศิษย์ได้เลยระหว่างนี้ข้าจะไม่อยู่สักพัก ข้าจะกลับมาในไม่กี่วันหลังจากนี้ "

    จากนั้นเขาก็พุ่งตัวออกไปสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว เขาพุ่งตรงไปยังกลุ่มคนจำนวนมากที่ยืนรวมกันอยู่เบื้องหน้า ทั้งจักรพรรดิสูงสุดและจักรพรรดิจำนวนมาก รวมถึงนักบุญที่ยืนรวมกันในอากาศ พวกเขามีสีหน้าเข้มข้น เตรียมพร้อมสำหรับการเผชิญหน้า

    ชายชราคนหนึ่งในกลุ่มนั้นหันมาทางเจียงหยุนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ

    "ในที่สุดเจ้าก็โผล่หัวออกมาได้! เจ้าทำลายดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม้เขียวที่เป็นพันธมิตร……"

    แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ ฉึบบบ… กลุ่มคนทั้งหมดกลายเป็นเศษเนื้อในพริบตา เลือดกระจายออกไปทั่วท้องฟ้าเหลือเพียงจักรพรรดิสูงสุดที่ยังรอดอยู่ แต่ร่างของเขาก็ถูกแบ่งออกครึ่งหนึ่ง ร่างของเขาร่วงลงมาจากท้องฟ้า แต่กลับมีบางสิ่งตรึงเขาไว้ในอากาศ ราวกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบรัดตัวเขาอยู่

    เสียงที่เย็นชาและแฝงด้วยความน่าสะพรึงกลัวดังขึ้น “เจ้ามีความสามารถเพียงแค่นี้ เจ้ามาทำอะไรที่นี่ละ เก็บเห็ดเหรอ?” เจียงหยุนยิ้มเยือกเย็น มองดูชายชราที่กำลังดิ้นรนอยู่ในอากาศ ชายชราพยายามหันไปมอง เจียงหยุน แต่เพียงแค่มองร่างของเขาก็ถูกตรึงค้างไว้ เขาสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่บีบรัดจิตวิญญาณของเขา

    จักรพรรดิสูงสุดรู้สึกถึงความตายที่ใกล้เข้ามา จิตวิญญาณของเขาถูกดึงออกมาทีละน้อย ความเจ็บปวดที่สาหัสจนเขาร้องเสียงดังออกมา "ได้โปรด...ปล่อยข้า...ได้โปรด..."

    เจียงหยุนเพียงยิ้มเยาะ “กองกำลังระดับจักรพรรดิทั่วไปเท่านั้นเอง... น่าเบื่อสิ้นดี” เขายกมือขึ้นเพียงเล็กน้อย แล้วร่างของจักรพรรดิสูงสุดก็สลายไปเหมือนฝุ่นในสายลม

    หลังจากที่จัดการศัตรูได้ทั้งหมด เจียงหยุนก็บินตรงไปที่ดินแดนเหนือทันที ความสงบกลับคืนสู่สถานที่แห่งนี้ ท้องฟ้าที่เคยครึ้มกลับมาเป็นปกติ ราวกับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นมาก่อน

    เสียงร้องดังขึ้นทั่วดินแดนศักดิ์สิทธิ์ช้างสวรรค์ ความวุ่นวายและความตื่นตระหนกกระจายตัวไปทุกทิศทาง “แย่แล้ว! ผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ หยกวิญญาณของท่านผู้นำและผู้อาวุโสคนอื่นๆ ถูกทำลายไปหมดแล้วขอรับ!” ชายผู้ส่งข่าวรีบวิ่งมารายงานแก่ผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ซึ่งนั่งอยู่บนบัลลังก์หิน

    ผู้อาวุโสที่ยิ่งใหญ่ขมวดคิ้วด้วยความโกรธ "มีใครรู้เรื่องนี้อีกบ้างนอกจากเจ้า?"

    ชายผู้นำข่าวตอบด้วยเสียงสั่น “ไม่มีแล้วขอรับท่าน”

    ผู้อาวุโสยิ้มเย็นชา “ดี ถ้าเช่นนั้นเจ้าจงตายซะ!” ก่อนที่ชายผู้นำข่าวจะทันได้ตอบกลับ ร่างของเขาก็ถูกฟันด้วยพลังอันรุนแรงจากมือของผู้อาวุโส และร่างของเขาก็ล้มลงทันที เลือดไหลซึมออกจากปากและจมูกของเขา

    เจียงหยุนยืนอยู่บนยอดเขาสูง มองออกไปยังทิวทัศน์เบื้องล่างด้วยสายตาเฉียบคม เขาคิดทบทวนแผนการในใจ

    "ตอนแรกข้าตั้งใจจะไปกำจัดกองกำลังของพวกมันทั้งหมด... แต่คิดอีกทีรอเปิดสงครามในตอนที่เศษโลกนี้รวมเข้ากับโลกที่แท้จริงก่อนดีกว่าเพื่อรอคอยแต้มที่มากขึ้นในอนาคต….แต่ในตอนนี้ข้าต้องไปเอาส่วนแบ่งที่ป่าแห่งความมืดก่อน"

    ณ ทวีปตะวันตก โคลนสังสารวัฏได้แบ่งพื้นที่การรับศิษย์ออกมาคนละครึ่งทวีป เมื่อมาถึงเมืองใหญ่ พวกเขาปล่อยออร่าระดับสูงสุดออกมา คลื่นพลังที่รุนแรงดึงดูดความสนใจจากทุกทิศทาง ผู้คนหยุดนิ่ง หันมามองอย่างตกตะลึง

    หนึ่งในโคลนสังสารวัฏประกาศเสียงดังสะท้านเมือง “นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นกำลังจะเริ่มรับสมัครศิษย์! ไม่สนร่างกายพิเศษ ไม่สนการเพาะปลูก ไม่จำกัดอายุ ไม่สนว่าเป็นเผ่าพันธุ์ไหน แม้จะพิการหรือมีตันเทียนพังทลายก็ไม่สำคัญ! และพวกเจ้าถ้าที่ไม่สามารถเดินทางมาได้พวกเจ้าเพียงแค่คิดแล้วยกมือชี้นิ้วไปที่ท้องฟ้าแล้วข้าจะดึงพวกเจ้าผ่านมิติมาและหากมีการแอบส่งสายลับจากกองกำลังอื่นๆ ข้าจะเริ่มสงครามกับกองกำลังเบื้องหลังทันที! ข้าจะรออยู่ที่ลานนอกเมืองดอกบัว ประมาณ 1 วัน หากใครสนใจสามารถมา ทดสอบได้!”

    คำประกาศนี้ได้ดังขึ้นอีกในสถานที่เก้าแห่งทั่วทวีปเทียนหยวน ผู้คนทั้งหลายต่างแตกตื่น หลายคนรีบเดินทางมาทันที บางคนใช้ทุกวิถีทางเพื่อมาเข้าร่วมทดสอบ บางคนวางแผนอย่างเร่งด่วนและคำนวณค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ส่วนบางคนยังสงสัยและรอดูสถานการณ์ บางคนยกมือแล้วชี้นิ้วขึ้นไปบนฟ้าทันที

    แต่ในขณะที่คำประกาศยังไม่จางหาย ก็มีชายคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมความเย้ยหยันในสายตา “เจ้าไม่หยิ่งยโสเกินไปงั้นเหรอ?” เขาเอ่ยขึ้นเสียงดัง เป็นผู้อาวุโสจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เทพสายฟ้าในทวีปเหนือ

    โคลนสังสารวัฏเหลือบมองเขาเพียงเล็กน้อย ปล่อยออร่าพลังระดับจักรพรรดิออกมาในทันที โดยไม่ต้องเสียเวลาคิด ร่างของชายผู้นั้นถูกห่อหุ้มด้วยพลังที่รุนแรงจนระเบิดเป็นเศษเนื้อกระจายออกมาเป็นชิ้นๆ ทันที สายตาทุกคู่ที่จ้องมองอยู่รอบๆ พากันอึ้งและเงียบงัน ไม่มีใครกล้าเคลื่อนไหวหรือออกความเห็น

    “ข้าพูดสิ่งที่ข้าต้องการแล้ว ใครที่กล้าท้าทายจงก้าวออกมา!” โคลนสังสารวัฏประกาศเสียงดัง แววตาเต็มไปด้วยความเย็นชาและอำนาจที่ยิ่งใหญ่ ผู้คนที่อยู่ในที่นั้นต่างถอยห่างออกไป ไม่มีใครกล้าท้าทายอีกต่อไป

    “นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นงั้นเหรอ? มันคือนิกายอะไรกัน? ทำไมถึงมีจักรพรรดิสูงสุดได้ล่ะ?” ชายคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความสงสัยในขณะที่เขายืนอยู่ท่ามกลางฝูงชนที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์ถึงการประกาศรับสมัครศิษย์ของนิกายใหม่

    “เจ้าโง่เอ๋ย! เจ้าไม่ได้ยินเลยหรือไง?” ชายอีกคนข้างๆ แย้งด้วยเสียงดัง “เจ้าสำนักของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นคือจักรพรรดิที่อายุน้อยที่สุดในยุคนี้ เจียงหยุน! ไม่รู้จักหรือไง?”

    ชายที่สงสัยพยักหน้าอย่างเข้าใจ "จริงด้วย! ข้าเคยได้ยินชื่อเขามาก่อน..." แต่ก่อนที่เขาจะได้พูดจบ ชายอีกคนที่อยู่ไม่ไกลก็เริ่มวิ่งพล่านออกไป “ไอ้บื้อ! รอข้าด้วย! ข้าจะไปทดสอบกับพวกเจ้าด้วย!” เขาตะโกนไล่ตามเพื่อนด้วยความตื่นเต้น

    ที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายหมอก พระเจ้าผู้ศักดิ์สิทธิ์หลังจากได้ยินคำประกาศนั้นแล้วก็คิดสังเกตในใจ และ หญิงสาวสี่คนยืนอยู่บนยอดเขา สูงตระหง่านและเงียบสงบ พวกนางรับฟังข่าวสารที่ลอยมาในสายลม ประกาศรับสมัครศิษย์ของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นทำให้เกิดเสียงเรียกในหัวใจพวกนาง ทว่าพวกนางยังคงนิ่ง ไม่ได้เคลื่อนไหวไปแต่อย่างใด สายตาของพวกนางต่างมองไปยังขอบฟ้าด้วยความครุ่นคิด

    ณ ทวีปใต้ ชายคนหนึ่งที่ร่างกายพิการในทุกส่วน ขยับตัวอย่างลำบาก แต่ดวงตาของเขากลับเปี่ยมไปด้วยความตั้งใจ “ข้าต้องการเข้าร่วมนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น... ข้าต้องการแก้แค้น!” เสียงของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงชะตากรรมของตน แต่เขาก็ต้องร้องไห้ออกมาเพราะเขาไม่สามารถยกแขนที่พิการของเขาได้ แต่ทันใดนั้นเขาถูกเคลื่อนย้ายผ่านมิติไป เขาตกใจกับสิ่งที่เกิดมากแต่สิ่งแรกที่เขาทำคือ ก้มหัวขอบคุณอย่างสุดหัวใจ

    ฟางฉิน ที่ราชวงศ์วังน้ำวันในดินแดนใต้ประกาศเสียงดัง “ใครที่เข้าร่วมการทดสอบของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น จะถูกสังหารทั้งครอบครัวทันที!” คำประกาศดังขึ้นพร้อมกับเสียงโห่ร้องของผู้ติดตาม แต่ท่ามกลางเสียงข่มขู่ ก็ยังมีคนบางคนที่ไม่สนใจคำขู่ของฟางฉินเลยแม้แต่น้อย โอกาสอยู่ตรงหน้าพวกเขาแล้ว และชื่อของเจียงหยุนเป็นเครื่องการันตีความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ แม้กระทั่งคนในครอบครัวของพวกเขาก็สนับสนุนด้วยซ้ำ

    ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในภาคกลาง บรรยากาศในร้านอาหารแห่งหนึ่งคึกคักไปด้วยเสียงพูดคุยของผู้คน หญิงสาวในชุดขาวนั่งอยู่ที่มุมหนึ่ง เธอดูผ่อนคลายและสง่างาม ในขณะที่เธอกำลังรับประทานอาหาร หญิงชราคนหนึ่งเข้ามาทักเธอด้วยรอยยิ้ม "ท่านหญิง ท่านสนใจไปทดสอบกับนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นบ้างไหม? ไปทดสอบเล่นๆ ก็ได้แก้เบื่อช่วงเวลาที่ต้องรอให้เศษโลกนี้เข้าร่วมกับโลกเทียนหยวน"

    หญิงสาวยิ้มเล็กน้อยและยกแก้วชาขึ้นจิบ " น่าสนใจดี... ไปก็ได้นะ อย่างน้อยก็ถือว่าเป็นการออกไปยืดเส้นยืดสายเสียหน่อย" เธอตอบเบาๆ ก่อนที่สายตาของเธอจะลอยออกไปนอกหน้าต่าง จ้องมองไปยังท้องฟ้ากว้างไกล เต็มไปด้วยความลึกลับและน่าเบื่อ นางคือ ชุ่ยเมิ่ง นั้นเอง

    ผ่านไปเพียงหนึ่งวัน ทั่วทั้งห้าทวีปของโลกก็เกิดความวุ่นวายอย่างไม่เคยมีมาก่อน ผู้คนหลายพันล้านจากทุกชนชั้น ทุกเผ่าพันธุ์ ต่างมุ่งหน้ามายังสถานที่ที่กำหนดไว้ 10 แห่งตามคำประกาศของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น สถานที่เหล่านี้กลายเป็นศูนย์รวมของความหวัง มีทั้งนักรบที่เต็มเปี่ยมด้วยความมุ่งมั่น เด็กที่ถูกพ่อแม่พามาเพราะเชื่อว่านิกายนี้จะมอบโอกาสให้พวกเขาในเส้นทางแห่งการฝึกตน ผู้เฒ่าที่หวังว่าจะฟื้นคืนพลังครั้งสุดท้าย และผู้พิการที่มีไฟแห่งความหวังส่องประกายในดวงตา หรือแม้แต่เด็กกำพร้าอายุไม่ถึง 10 ขวบหลายคน

    ทันใดนั้น เสียงทรงพลังดังกังวานขึ้นไปทั่วบริเวณ "เงียบ!" เสียงนี้เต็มไปด้วยพลังแห่งอำนาจและความเฉียบขาด ทุกคนหยุดพูดคุย และเหลือเพียงความเงียบงันที่ท่วมท้นสถานที่นั้น

    "ข้าจะพาพวกเจ้าทั้งหมดเคลื่อนย้ายไปยังทวีปตะวันตก สถานที่ที่เป็นที่ตั้งของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น!" เสียงนั้นพูดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้ดังขึ้นยิ่งกว่าเดิม รูปแบบขนาดใหญ่ยักษ์ก็ปรากฏขึ้นทันที ใต้ฝ่าเท้าของทุกคน อักขระสว่างไสวด้วยแสงสีแดงเข้มคล้ายโลหิต มันค่อย ๆ ขยายขอบเขตกว้างขึ้นครอบคลุมผู้คนทั้งหมด และในพริบตาเดียว ทุกคนก็หายวับไปจากสถานที่ที่เคยยืนอยู่

    บนฟากฟ้า เหนือหุบเขาแห่งหนึ่งในทวีปตะวันตก บุรุษชรากลุ่มหนึ่งที่เฝ้ามองสถานการณ์จากที่ไกลเอ่ยถามกันด้วยความกังวล “ปล่อยพวกมันไปแบบนี้ดีแล้วงั้นหรือ? เจ้าแน่ใจว่าพวกเราควรนิ่งเฉย?”

    อีกคนตอบด้วยน้ำเสียงขบขันผสมเยาะเย้ย “เจ้าคิดว่าเรามีความสามารถในการไปต่อสู้กับจักรพรรดิสูงสุดหรืออย่างไร? และช่วงนี้สงครามเกิดขึ้นทุกหนแห่งและมันเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาอีกด้วย กองกำลังของเราไม่ควรเสียหายจากเรื่องไร้สาระเช่นนี้”

    “แต่เราก็ไม่ควรปล่อยให้คนพวกนั้นถูกแย่งชิงไปง่ายดายเช่นนี้!” อีกคนหนึ่งพูดด้วยความโกรธ

    "คนที่นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นรับไป เป็นพวกพิการ ร่างพังทลาย คนแก่ใกล้ตาย หรือเด็ก 8 ขวบเท่านั้น เจ้าคิดว่าพวกมันจะนำพลังอะไรมาสู่พวกนั้นได้หรือ?” ชายชราหัวเราะเสียงดัง "หากนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นต้องการพวกนั้น ข้าว่าก็ปล่อยพวกมันไปเถอะ บางทีพวกมันอาจจะเอาคนทั้งหมดไปทำยาก็ได้... มันไม่ใช่เรื่องของเรา"

    ณ นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น สถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยความคึกคักจากการรอคอยของผู้คนที่มารวมตัวกันนับร้อยล้าน แม้ส่วนใหญ่จะมาจากกองกำลังระดับจักรพรรดิและบางส่วนก็เป็นเพียงกองกำลังธรรมดาที่มาดูลูกหลานหรือญาติของตนเอง ความสนใจทั้งหมดถูกจับจ้องมายังการรับสมัครศิษย์ใหม่ของนิกายอันลึกลับนี้

    ทันใดนั้นเอง ผู้คนจำนวนพันล้านคนที่ถูกเคลื่อนย้ายจากทวีปต่างๆ ก็ปรากฏตัวขึ้นในลานกว้างของนิกาย เสียงพูดคุยดังขึ้นอย่างดุเดือด เมื่อพวกเขาปรากฏตัว ทุกคนต่างสงสัยในอนาคตและโอกาสที่จะได้รับ แต่ท่ามกลางความอลหม่านนั้น ความเงียบก็เข้าปกคลุมในทันทีเมื่อแรงกดดันอันยิ่งใหญ่ปกคลุมพื้นที่ทั้งหมด

    ชายในชุดดำผู้หนึ่ง ปกปิดทั้งร่างกายไว้ภายใต้ผ้าคลุมหนักหน่วง ปรากฏตัวขึ้น เสียงหายใจหนักแน่นของเขาทำให้ผู้คนทั้งหลายต้องหยุดนิ่ง แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างของเขานั้นไม่ต่างจากพายุที่โหมกระหน่ำ ชายผู้นี้เป็นผู้มีการเพาะปลูกในระดับจักรพรรดิสูงสุด

    "ข้าคือผู้อาวุโสผู้พิทักษ์แห่งนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น!" เสียงของเขาดังก้องสะท้อนทั่วทั้งพื้นที่ ผู้คนหลายคนสะดุ้งด้วยความกลัว แต่ก็ยังไม่สามารถละสายตาไปจากชายผู้นี้ได้

    ทันใดนั้น กลุ่มบุคคล 12 คนก็ก้าวออกมา พวกเขาเป็นตัวแทนจากเจ้าแห่งยอดที่แข็งแกร่งที่สุดทั้ง 12 คนจากยอดเขาทั้ง 3000 ของนิกาย เสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง บางคนกระซิบกระซาบกับเพื่อนข้าง ๆ “ทุกคนในนั้นมีการเพาะปลูกอย่างน้อยก็จักรพรรดิระดับ 2 เลยหรือ? และดูจากอายุกระดูกของพวกเขาบางคน มันยังไม่แก่เลย ช่างเป็นนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นจริงๆ เจียงหยุนรวบรวมแต่สัตว์ประหลาดเท่านั้นสินะ!”

    แต่แล้วความสนใจก็ถูกดึงไปที่ชายหนุ่มคนหนึ่งจากกลุ่มตัวแทนเผ่ามังกร ใบหน้าของเขาทรงพลังและเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ชายจากเผ่ามังกรที่ยืนอยู่ด้านหลังท่ามกลางฝูงชนต้องสะดุ้งตกใจจนสุดขีด เมื่อเขาหันไปเห็นชายหนุ่มคนนั้นและร้องออกมาด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น “นั่นมัน...อดีตบุตรนักบุญแห่งตระกูลมังกร!”

    ทุกคนหันไปมองหน้ากันด้วยความสับสน "อดีตบุตรนักบุญแห่งตระกูลมังกร? คนไหนกัน?" เสียงซุบซิบเริ่มดังขึ้น

    มังกรชราที่ยืนอยู่ในกลุ่มนั้นก้าวออกมาพูดด้วยเสียงหนักแน่น “อดีตบุตรนักบุญแห่งตระกูลมังกรที่แข็งแกร่งที่สุดก่อนที่จะมีท่านหลงปิง มันคือหลงเถิง! ไอ้มังกรทรยศ! มันกล้าทำร้ายท่านหลงปิงจนได้รับบาดเจ็บสาหัส และหนีออกจากตระกูล”

    คำพูดนั้นทำให้ทุกคนที่อยู่ในลานกว้างต่างตกใจและหันมองไปที่หลงเถิง ชายหนุ่มที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นบุตรนักบุญแห่งตระกูลมังกรที่มีความสามารถเกินมนุษย์ทั่วไป แต่กลับกลายมาเป็นสมาชิกของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นในวันนี้

    หลงเถิงยืนอยู่ตรงนั้นอย่างสงบ แม้จะมีเสียงด่าทอและคำพูดหยาบคายจากฝูงชน แต่ใบหน้าของเขายังคงเยือกเย็น ดวงตาเปล่งประกายแสงแห่งความแน่วแน่และไม่หวั่นเกรงต่อคำกล่าวหาทั้งหมดที่ถูกขว้างเข้ามา...

    เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วทั้งลานกว้างเมื่อมีผู้คนมากมายเริ่มจำหน้าผู้คนในกลุ่ม 12 คนที่เพิ่งปรากฏตัวได้ บางคนกระซิบเบา ๆ ราวกับกลัวว่าคำพูดของตนจะเป็นเรื่องต้องห้าม แต่บางคนก็ไม่อาจเก็บเสียงประหลาดใจไว้ได้

    "ข้าจำชายคนนั้นได้..." ชายคนหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ “เขาคือปีศาจเลือดอมตะ โม จุน!”

    "หรือเจ้าจะบอกว่า... คนคนนั้นคืออดีตบุตรนักบุญแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิตงั้นรึ?"

    "ใช่แล้ว!" คนข้าง ๆ ตอบกลับอย่างรวดเร็ว "แต่ทำไมเขาถึงมาอยู่กับเจียงหยุนได้? ข้าคิดว่าพวกเขาไม่ถูกกันซะอีก!"

    “เจ้าไม่รู้อะไรเลย!” คนที่สามพูดเสียงเข้ม “อดีตบุตรนักบุญแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิตถูกตามล่าจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์ปีศาจโลหิตเองและอดีตผู้นำก็ถูกจำคุกอีกต่างหาก เรื่องนี้มันเริ่มซับซ้อนขึ้นไปทุกทีแล้ว!”

    ในขณะนั้น คนจากตระกูลหวังก็เกิดความกังวลและหวาดกลัวเมื่อพวกเขาเห็น ผู้ซึ่งเคยเป็นอดีตบุตรลำดับของตระกูลตนเอง ทั้งคู่เปล่งออร่าอันน่าสะพรึงกลัวออกมาทำให้ผู้คนรอบข้างต้องถอยห่างออกไปอย่างรวดเร็ว

    “หรือว่าพวกนั้นคืออดีตบุตรลำดับของตระกูลหวังของเราจริง ๆ?” ผู้อาวุโสตระกูลหวังเอ่ยขึ้นด้วยเสียงเคียดแค้นและแววตาที่เต็มไปด้วยความตั้งใจที่จะสังหารพวกเขา

    ชุ่ยเมิ่งที่นางปลอมตัวอยู่ในฝูงชนพร้อมหญิงชรา เหลือบสายตาขึ้นมองและยิ้มบางเบาเมื่อจำได้ทันทีว่า ชายคนหนึ่งในกลุ่ม 12 คนนั้นเคยมองนางด้วยสายตาหื่นกามมาก่อน ทำให้นางรู้สึกสนใจขึ้นมาเล็กน้อย

    "นั่นคือ... เฉิน เวย อดีตนักบุญหญิงแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไม้เขียว!" คนหนึ่งตะโกนด้วยความตื่นตะลึง "ข้าได้ข่าวมาว่านางถูกทำลายร่างศักดิ์สิทธิ์จนพิการและถูกขับไล่ออกจากทั้งครอบครัวและดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทันที!"

    ผู้คนต่างตกใจและเสียงกระซิบดังขึ้นทั่วบริเวณ "อะไรกัน... นิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่นทำไมถึงรวบรวมผู้คนที่ถูกขับไล่หรือถูกตามล่าเช่นนี้? พวกเขาต้องการอะไรกันแน่?"

    เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นทั่วทั้งลานกว้างเมื่อมีคนสังเกตเห็นบุคคลที่ยืนอยู่ในกลุ่มผู้อาวุโสของนิกายโลหิตสวรรค์ร่วงหล่น หนึ่งในนั้นคือชายชราที่มีท่าทางสูงส่งและเย็นชา แต่เมื่อคนที่จำได้ว่าเขาเป็นใครกลับยิ่งทำให้ทุกคนในที่นั้นยิ่งรู้สึกตระหนกยิ่งขึ้น

    “นั่นมัน... กงซุนเล่ย! อดีตผู้อาวุโสลำดับสองของดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายหมอก!” ใครบางคนอุทานขึ้นด้วยเสียงสั่นเครือ

    ทันทีที่ชื่อของกงซุนเล่ยถูกกล่าวออกมา ความโกลาหลก็เกิดขึ้นในฝูงชน ทุกคนรู้จักชื่อของกงซุนเล่ยเป็นอย่างดี เขามีชื่อเสียงเพราะความไร้ยางอายและความโหดเหี้ยมของเขา เป็นที่เลื่องลือว่าเขาสามารถทำทุกวิถีทางเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ไม่สนใจว่าต้องใช้วิธีใดหรือมีใครต้องถูกเหยียบย่ำ

    "เขาทำไมถึงมาอยู่ที่นี่?" ชายคนหนึ่งถามด้วยน้ำเสียงหวาดกลัว

    "และนั่นอีกคน! มูชูหยวน ศิษย์ของหลินชิงอี้! พวกเขาละทิ้งดินแดนศักดิ์สิทธิ์สายหมอกแล้วมาเข้ากับเจียงหยุนได้ยังไง?" อีกคนเสริมเสียงดัง พร้อมทำท่าคล้ายหัวจะระเบิดจากข้อมูลที่ได้รับ

    “ยังไม่หมด!” ใครบางคนชี้ไปที่ชายหนุ่มผมสีฟ้าที่มีรัศมีพลังระดับสูงสุดแผ่ออกมา “ดูนั่นเข้าจำเขาได้ชายผู้เคยเกือบพิชิตทะเลแดนใต้ได้ทั้งหมด ฟางไห่ อดีตรัชทายาทของราชวงศ์วังน้ำลึก! เขามาอยู่ที่นี่ด้วย? นี่มันเหมือนศูนย์รวมของคนที่ถูกตามล่าจากทั่วทั้งทวีปเลย!”

    เสียงของผู้คนเต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดกลัว "เจียงหยุนคิดอะไรอยู่กันแน่? เขาต้องการเปิดศึกกับทุกพลังระดับจักรพรรดิหรือไง?"

    ชายคนหนึ่งส่ายหน้าพลางหัวเราะหยัน “เจ้าโง่หรือไง? เจียงหยุนมีจักรพรรดิสูงสุดมากกว่าสิบคนภายใต้การบัญชาการของเขา เจ้าคิดว่าจะมีใครกล้ามีปัญหากับเขางั้นรึ?”

    บรรยากาศในลานกว้างเต็มไปด้วยความกังวลใจและความตื่นเต้น ทุกคนต่างเฝ้ามองหาเจียงหยุนด้วยสายตาเต็มไปด้วยความสงสัย ว่าเจียงหยุนหายไปไหนทำไมยังไม่ออกมาอีก

    เมื่อเห็นคนทรยศของตนเองการติดต่อระหว่างตระกูลหวังและตระกูลมังกรและราชวงศ์วังน้ำวนก็เริ่มขึ้น ทั้งสามฝ่ายได้ยิ้มให้กันอย่างมีความหมาย ก่อนที่บรรยากาศในลานกว้างจะเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน

    ความเงียบสงัดได้ปกคลุมสถานที่ทันที ชายคนหนึ่งจากตระกูลหวังได้ยิ้มออกมาอย่างมีความหมายและพยักหน้ารับไปยังฝ่ายตระกูลมังกร แต่ทันใดนั้น หัวของเขาก็หลุดออกจากตัวหล่นลงมาบนพื้นดินทันที

    “ฮื้อ!” เสียงกรีดร้องดังขึ้นจากผู้ชมในลานกว้าง หลายคนถึงกับล้มลงกับพื้นด้วยความตกใจ ผู้คนในฝูงชนต่างตะลึงและรู้สึกอึ้งทึ่งกับภาพที่เห็น

    ชายจากตระกูลมังกรที่มีร่างอุดมสมบูรณ์และความพยาบาทในสายตา ทันใดนั้นเขาก็ถูกลักษณะเดียวกันคือหัวของเขาก็หลุดออกจากตัวหล่นลงมาบนพื้นดินทันที และคนจากราชวงศ์วังน้ำวนก็เช่นกัน ผู้คนกรีดร้องออกมาอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง

    ผู้อาวุโสผู้พิทักษ์ ยิ้มออกมาพร้อมยกมือขึ้นเพื่อให้สถานที่เงียบสงัด เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ดังกังวาน ท่ามกลางความเงียบ “ข้าลืมบอกไปพวกเจ้าไป... ที่นี่ห้ามส่งเสียงภายในดังเกินไปนะ”

    เสียงของเขาดังก้องไปทั่วลานกว้าง ข้อความของเขาถูกส่งผ่านความตึงเครียดที่ยิ่งเพิ่มมากขึ้นในอากาศ ทุกคนในที่นั้นต่างเงียบสนิท ไม่มีใครกล้าขยับตัวหรือส่งเสียงแม้แต่คำเดียว

    การแสดงออกที่รุนแรงของผู้อาวุโสผู้พิทักษ์ไม่เพียงแค่สร้างความตกใจให้กับผู้ชม แต่ยังส่งสัญญาณชัดเจนถึงความแข็งแกร่งและความตั้งใจของเขาในการจัดการกับทุกสิ่งที่ขัดขวางการดำเนินการของเขา 

    “ข้าขอให้เจ้าแห่งยอดเขาทั้ง 4 เก็บกวาดขยะเหล่านี้ได้หรือไม่” จากนั้นผู้อาวุโสผู้พิทักษ์ก็พูดขึ้นน้ำเสียงที่น่าขนลุก ขณะเขาลอยอยู่ในลานกว้างซึ่งเต็มไปด้วยผู้คนที่มองด้วยความตื่นเต้นและความวิตกกังวล

    หลงเถิงหัวเราะเสียงดัง “ด้วยความยินดีท่านผู้อาวุโสผู้พิทักษ์!” เขาพูดพร้อมกับยกแขนขึ้น แรงกดดันที่เพิ่มขึ้นทำให้ผู้คนรอบข้างรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง แขนของเขาค่อยๆ เปลี่ยนรูปร่างเป็นเหมือนกรงเล็บของมังกร ทันใดนั้น พื้นดินรอบๆ เริ่มสั่นสะเทือน ร่างกายของเขาก่อตัวขึ้นอย่างน่าสะพรึงกลัวและเขาทุบมือลงมา สังหารคนจากตระกูลมังกรทั้งหมด

    หมิงไห่ยิ้มอย่างเยือกเย็นและช้าๆ พูด “ข้าจะรีบทำความสะอาดเดี๋ยวนี้แหละท่านผู้อาวุโสผู้พิทักษ์!” เขายกมือขึ้นไปในอากาศ สายน้ำจากพลังของเขาปะทะกับฝูงชนและสร้างน้ำวนที่มีพลังอันมหาศาล ซากศพคนของราชวงศ์วังน้ำถูกน้ำของหมิงไห่ย่อยสลายทันที

    หวังไป๋ตะโกนด้วยความมั่นใจ “ด้วยความยินดีเช่นกันท่านผู้อาวุโสผู้พิทักษ์!” เขายิ้มและชี้นิ้วไปที่คนของตระกูลหวัง แสงสว่างจากพลังของเขาแผ่ขยายออกไป ทำให้บรรยากาศรอบๆ ถูกเติมเต็มด้วยพลังแสงที่มีความบริสุทธิ์และทรงพลังพร้อมร่างกายของคนจากตระกูลหวังไม่เหลือแม้แต่กระดูก

    หวังเหอหรี่ตาลงและพูดด้วยเสียงที่มีความสงสัย “ห๊ะ! แล้วข้าจะเหลืออะไรให้ทำละ?”

    คล้ายกับเรื่องเจ้าอยากให้ข้าเป็นวายร้ายอย่างงั้นเหรอ?? เจ้าเปิดตาดูสิข้าหรือพวกเขากันแน่ที่เป็นตัวร้าย ที่คุณอ่าน