เมื่อหานหมิงเดินทางกลับถึงยอดเขาแสงบริสุทธิ์ หานหมิงไม่เสียเวลาแม้แต่น้อย เขาสั่งการกับระบบในทันที
“ปิดกั้นยอดเขาแสงบริสุทธิ์ พร้อมสร้างภาพลวงตาว่าข้าและศิษย์กำลังฝึกตนอยู่ซะ”
[ยืนยันคำสั่ง ปิดกั้นพื้นที่ทั้งหมดโดยรอบของยอดเขาแสงบริสุทธิ์พร้อมสร้างภาพลวงตา]
แสงจางๆ กวาดผ่านไปทั่วทั้งยอดเขา หานหมิงสำรวจพื้นที่โดยรอบจากนั้นเขาจึงเปิดมิติของระบบ เพื่อหยิบโอสถระดับจักรพรรดิทั้งหมดจากระบบออกมา
หานหมิงไม่รอช้า เขาเริ่มลงมือปรุงยาโดยทันที มือข้างหนึ่งคว้าโอสถจากระบบที่เพิ่งได้รับมาก่อนจะทำการดัดแปลงสูตรตามความเหมาะสม ทั้งลดบางส่วน เพิ่มบางอย่างเข้าไปเพื่อให้มันเข้ากับร่างกายของศิษย์แต่ละคนอย่างไร้ข้อบกพร่องใดๆ
เปลวไฟวิญญาณปรากฏขึ้นกลางฝ่ามือ เขาควบคุมอุณหภูมิด้วยจิตใจที่สงบนิ่ง กลิ่นหอมของสมุนไพรค่อยๆ กระจายไปในอากาศ ละอองพลังจางๆ ลอยรอบตัวเขาเหมือนหมอกตอนรุ่งสาง
“อีก 5 วัน... งั้นรึ?” เขาพึมพำเบาๆ ดวงตายังคงจับจ้องเปลวไฟที่ลุกโชนเบื้องหน้า “มากเกินพอที่ข้าจะหาสุสานลับเจอ”
หลังจากจัดการเสร็จเรียบร้อย เขาก็หายวับลงไปใต้พื้นดิน ดำดิ่งลึกลงไปยังเส้นเลือดวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่ใต้ยอดเขาแสงบริสุทธิ์ เส้นเลือดวิญญาณเหล่านี้มีมากมายหลายร้อยเส้น และแต่ละเส้นล้วนเต็มไปด้วยพลังมหาศาล เขาเลือกหนึ่งเส้นที่หนาที่สุดก่อนจะดึงมันขึ้นมาจากพื้นดินอย่างง่ายดายราวกับถอนหญ้า
จากนั้นเขาก็พาเส้นเลือดวิญญาณนั้นเข้าสู่มิติลับพิเศษของระบบในทันที
เมื่อเข้าไปถึง หานหมิงดึงหินวิญญาณอมตะทั้งหมดที่มีอยู่ออกมาจากคลังในพริบตา ปริมาณของมันนั้นมหาศาลก่อนที่เขาจะยื่นมือข้างหนึ่งออกไปพร้อมดาบแห่งแสงหลายล้านเล่มถูกสร้างขึ้นมาพร้อมกับบดหินวิญญาณอมตะเหล่านั้นให้ละเอียดราวกับผงฝุ่นในพริบตาเดียว
จากนั้นเขาผ่าเข้าไปในสายเส้นเลือดวิญญาณนั้นก่อนที่จะใส่ผงหินวิญญาณอมตะเหล่านั้นลงไปในเส้นเลือดวิญญาณ ทันใดนั้นเส้นเลือดนั้นขยายตัวออกเรื่อยๆ เมื่อได้รับพลังงานเข้าไป หานหมิงไม่หยุดเพียงเท่านั้น เขาหยิบสมุนไพรอมตะออกมาทั้งหมด พร้อมค่อยๆ หลอมมันทั้งหมดให้กลายเป็นของเหลวสีม่วงดำที่ดูลึกลับ กระบวนการนี้กินเวลาในการทำค่อนข้างนาน ผ่านไปสักพักของสมุนไพรระดับอมตะทั้งหมดก็กลายเป็นของเหลวก่อนที่หานหมิงจะฉีดมันเข้าไปในเส้นเลือดวิญญาณที่กำลังขยายตัวออก
เส้นเลือดนั้นเริ่มขยายตัวอย่างรวดเร็ว แปรเปลี่ยนรูปร่างจากเส้นสายกลายเป็นราก จากรากกลายเป็นลำต้น และในไม่ช้า… ต้นไม้ต้นหนึ่งก็ถือกำเนิดขึ้นจากกลางมิติลับของระบบ
[………..]
[………..]
[อะไรอีกวะเนี่ย??!]
แม้ว่าต้นไม้นั้นมันจะไม่ได้สูงใหญ่ แต่รากของมันกลับแผ่ขยายออกไปอย่างไร้ขอบเขต ครอบคลุมพื้นที่ภายในมิติพิเศษของระบบเกือบทั้งหมดในเวลาอันสั้น
หานหมิงยิ้มออกมาเล็กน้อยด้วยความพึงพอใจ เขาก้าวเข้าไปใกล้ต้นไม้นั้น ยื่นมือแตะกลางลำต้น ก่อนจะใส่บางอย่างที่เป็นสีทองเปล่งประกายเข้าไปในร่างของมัน
แสงสีทองซึมเข้าสู่ลำต้นอย่างรวดเร็ว จากนั้น พลังวิญญาณอมตะจำนวนมหาศาลก็ระเบิดออกมาจากภายในร่างต้นไม้ต้นนั้น
ทันใดนั้น ออร่าแห่งความว่างเปล่ากระจายออกมาจากร่างหานหมิง เขาหลับตาลงอย่างมั่นคงเพื่อคำนวณอะไรบางอย่าง
ฟึ่บ!
ในอากาศเบื้องหน้า ปรากฏรอยแยกสีดำสนิทสิบวงเปิดออกพร้อมกัน แต่ละแห่งคือเส้นทางที่เชื่อมต่อเข้ากับโลกเบื้องบน
หานหมิงเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเรียบเย็น
“ส่งรากของเจ้าเข้าไปในความว่างเปล่านั้น จากนั้น... ดูดกลืนพลังของโลกเบื้องบนมาเลี้ยงตนเองและสมุนไพรที่ข้ากำลังจะปลูกซะ”
ทันใดนั้น รากไม้มหึมาก็พุ่งเข้าไปในช่องว่างเหล่านั้นอย่างรวดเร็ว มันทะลุทะลวงผ่านความว่างเปล่า ราวกับงูยักษ์แหวกท้องฟ้า
ผลที่ตามมาคือ พลังวิญญาณอมตะภายในมิติลึกลับของระบบเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง มันพวยพุ่งราวกับภูเขาไฟระเบิดในขณะที่หานหมิงยังคงหลับตาอยู่อย่างสงบพร้อมกับเตรียมคัดแยกและแบ่งประเภทของสมุนไพรทั้งหมดที่เหลืออยู่เพื่อทำการเพาะปลูกสมุนไพรทั้งหมดในรากของต้นไม้ต้นนั้น
[….…]
[…นี้ข้าต้องอัปเกรดตัวเองอีกแล้วใช่ไหม…]
น้ำเสียงของระบบดังขึ้นพร้อมมันแฝงไปด้วยความเศร้าใจ มันกัดฟันในใจแต่ไม่กล้าเปล่งเสียงออกมาให้โฮสต์ของมันได้ยินแม้แต่น้อย
หนึ่งวันผ่านไป...
ภายในมิติพิเศษซึ่งเวลาไหลผ่านไปอย่างเชื่องช้า มู่หนานซือนั่งขัดสมาธิอยู่กลางลานหินดำ พลังวิญญาณไหลเวียนรอบกายนางอย่างมั่นคง
จู่ ๆ เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นจากมุมมืดของมิติ ชายชราในชุดคลุมดำสนิทก้าวออกมาช้า ๆ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หลานปู่… สายลับที่เจ้าส่งเข้าไปในตระกูลอู๋ น่าจะถูกซุยจื่อเมิ่งจับได้แล้ว”
ดวงตาของมู่หนานซือเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่แววตาที่ควรจะสะท้อนถึงความตกใจหรือความโกรธเกรี้ยวกลับเย็นชาราวกับกระจกน้ำแข็ง ใบหน้าของนางดูไร้อารมณ์โดยสิ้นเชิง และมันยังเย็นชาอย่างน่ากลัว... แตกต่างจากก่อนหน้านี้ที่นางได้พูดคุยกับหานหมิงราวกับเป็นคนละคน
“ไม่เป็นไรหรอกท่านปู่ เป้าหมายของเราไม่ใช่พวกนั้นอยู่แล้ว… สิ่งที่เราต้องการมีเพียงชีวิตของโจวหลัวเฉินเท่านั้น เพราะยังไงเราก็แค่ส่งสายลับไปให้พวกมันคิดมากไปเองเท่านั้น และก็แพะรับบาปไม่ได้มีตัวเดียว”
นางหยุดเล็กน้อยก่อนจะมองไปที่ชายชราและถามต่อ “ว่าแต่ท่านปู่... รูปแบบทำลายล้างพร้อมแล้วใช่ไหม?”
ชายชรายิ้มเพียงเล็กน้อย รอยยิ้มของเขาไม่ได้นำพามาซึ่งความอบอุ่นใด ๆ ติดมาด้วย กลับกัน มันเย็นเฉียบยิ่งกว่าลมฤดูหนาวเสียอีก
“เรียบร้อยแล้ว”
มู่หนานซือลุกขึ้นยืนช้า ๆ เสื้อคลุมยาวสะบัดเบา ๆ ตามแรงพลังที่ยังหลงเหลือในอากาศ นางพยักหน้าให้ชายชราเพียงนิดเดียว ชายชราไม่รอช้าเขาสะบัดมือเบาๆ ทันทีที่ร่างของเขาเคลื่อนไหว มิติทั้งมิติก็สั่นไหว ก่อนที่ทั้งสองจะหายลับไปในความว่างเปล่า เหลือไว้เพียงความเงียบงันและความรู้สึกกดดันที่บอกไม่ถูก
…….
…….
ณ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์แห่งความรกร้าง ท้องฟ้ามืดหม่นเมื่อถูกบดบังด้วยหมอกหนาไม่มีสิ้นสุด นี่คือบ้านเกิดของฮ่าวหยาง ศิษย์คนที่ 4 ของหานหมิง... หนึ่งในสถานที่ที่ฮ่าวหยางอยากจะทำลายมันให้ได้ก่อนที่เขาจะตาย
ภายในโถงประชุมขนาดมหึมาซึ่งสร้างจากหินเทพวายุสีเขียว ด้านในสุดคือบัลลังก์หินสองตัวที่มีร่างของชายหญิงคู่หนึ่งนั่งอยู่ ใบหน้าทั้งสองเป็นสิ่งที่ฮ่าวหยางรู้จักดีเป็นอย่างมาก เพราะพวกเขาคืออดีตพี่ชายและพี่สาวของฮ่าวหยาง
แต่นั่น... ก็แค่รูปลักษณ์ภายนอก ส่วนวิญญาณที่อยู่ในร่างนั้นไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว จิตวิญญาณที่อยู่ในร่างนั้นคือสิ่งที่แม้แต่ฮ่าวหยางก็ไม่รู้จักตัวตนของพวกมันเช่นกัน
ที่พื้นเบื้องล่างของพวกเขา มีชายวัยกลางคนผู้หนึ่งกำลังคุกเข่าลงหนึ่งข้างกับพื้น แม้จะมีริ้วรอยของการผ่านศึกเต็มใบหน้า แต่แววตานั้นกลับไม่ต่างจากเด็กที่รอการให้อภัยจากผู้เป็นบิดาและมารดา
ชายคนนั้นคือ ฮ่าวซ่ง บิดาของฮ่าวหยาง
ทันใดนั้น พี่ชายของฮ่าวหยางที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ก็เปิดเปลือกตาขึ้น เขาหยิบม้วนคัมภีร์ขึ้นมาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะประกาศด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจนสะท้อนทั่วทั้งโถง
“ฮ่าวซ่ง... ก่อนหน้านี้เจ้ามีส่วนสนับสนุนตระกูลเป็นอย่างดีในช่วงที่ผ่านมา เจ้ามอบร่างภาชนะที่มีร่างกายแห่งเทพพระเจ้าให้กับตระกูลถึงสองร่างและมอบต้นกำเนิดร่างกายจักรพรรดิแห่งดวงอาทิตย์ที่เป็นร่างกายของบรรพบุรุษรุ่นแรกให้กับทางตระกูลหลักอีกด้วย ความผิดของเจ้าจึงถูกลดไป 8 แสนปีก่อนหน้านี้”
เสียงกระซิบของเหล่าผู้อาวุโสเบื้องหลังดังแผ่วเบา ทว่าไม่มีผู้ใดกล้าแทรกกลางถ้อยคำเหล่านั้น
“และด้วยการที่เจ้าเป็นผู้ค้นพบตำแหน่งของสุสานเทพเจ้าแห่งสมุนไพร ทางตระกูลหลักได้ประชุมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้ว... เราจะยกเลิกบทลงโทษที่มีต่อเจ้าทั้งหมดและข้าขอประกาศให้เจ้าสามารถกลับเข้าสู่ตระกูลหลักอีกครั้ง นับตั้งแต่วันนี้ไป”
รอยยิ้มกว้างผุดขึ้นบนใบหน้าของฮ่าวซ่งทันที แม้จะพยายามฝืนกลั้นไว้แต่มันก็ห้ามไม่ได้ ความปีติยินดีท่วมท้นจนมือของเขาสั่นเล็กน้อย เขาก้มศีรษะลงจนหน้าผากแนบพื้นอีกครั้ง เสียงของเขาสั่นเครือด้วยความเคารพสูงสุด
“ขอบพระคุณท่านบรรพบุรุษขอรับ... ข้าจะไม่ทำให้ตระกูลต้องผิดหวังอีก”
ในใจของฮ่าวซ่ง ในวินาทีนั้นไม่มีความรู้สึกใดนอกจากความสุข เขายอมเสียสละไปหลายอย่างเพื่อที่จะลบล้างความผิดในอดีตที่เขาสร้างขึ้น และในวันนี้ความพยายามของเขาก็สำเร็จแล้ว