ร่างของซินที่ยืนอยู่เบื้องหน้าดูตระหง่านงกว่าที่เคยเป็มาเธอเหลือบตาขึ้นมองเขาสังเกตเห็นเสื้อสเวตเตอร์สีขาวเนื้อหนาที่ปกคลุมเรือนกายท่อนบนกับแผงอกกว้างนั้นไว้และกางเกงขายาวสีดําที่เขาสวมอยู่
เสียงเปลวไฟปะทุอยู่ในเตาผิงนอกจากนั้นภายในห้องนั่งเล่นที่มีโคมไฟที่เปิดไว้เพียงดวงเดียวเสียงนาฬิกาโลหะที่แขวนอยู่ข้างฝาผนังที่บอกเวลาอยู่
“คุณมาตรงเวลาดีจริง” ซินเอ่ยขึ้นราวจะตั้งข้อสังเกต
“ค่ะ” มาร่าไม่อาจสลัดความรู้สึกว่าตัวเองเปรียบเสมือนลูกแกะที่เดินเข้ามาสู่กรงของสุนัขป่าขนสีเทาตัวนี้
เมื่อเขาเอื้อมมือมา เธอกกระถดถอยหนีด้วยสัญชาตญาณพร้อมกับเหลือบตาขึ้นมองหน้าเขาอย่างตระหนกซึ่งทําให้ริมฝีปากคู่นั้นแยกออกเป็รอยยิ้มอย่างขบขัน
“ให้ผมช่วยถอดเสื้อคลุมให้นะ” เขาแสดงความเอื้อเฟื้อ
คําพูดประโยคนั้นทําให้มาร่าตระหนักว่าเขาเพียงแต่มีความตั้งใจที่จะช่วยถอดเสื้อคลุมให้เท่านั้นเธอพยายามต่อสู้กับคลื่นของความขัดเขินที่แสดงความเขลาออกไปนิ้วมือคลําอยู่กับกระดุมเสื้อซึ่งความหนาวเย็นทําให้มันไม่ค่อยทํางานอย่างสัมพันธ์กันเท่าไรนักแต่ในที่สุดกระดุมทุกเม็ดก็ถูกปลดออก และซินก็เอื้อมมือมาช่วยอีกครั้งเมื่อมือนั้นััลงตรง่ไหล่ สัญญาณอันตรายก็กรึ่งเตือนไปทั่วรู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูกดํา
“ขอบคุณค่ะ” เธอพึมพําเบาๆเพื่อที่เขาจะไม่สังเกตเห็นว่าการช่วยเหลือของตนได้สร้างความวุ่นวายใจให้เกิดขึ้นกับเธออย่างมาก
สัญชาตญาณแห่งการป้องกันตัวเองที่ค่อนข้างรุนแรงทําให้เธอคอยจับตามองอยู่ว่าซินจะเอาเสื้อคลุมตัวนั้นไว้ตรง ไหนและพบว่าเขาเอามันไปแขนไว้กับตะขอของต้นไม้ที่ใช้แขวนเสื้อซึ่งตั้งอยู่ใกล้ประตูอันเป็เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหม่สําหรับบ้านหลังนี้
“คุณชอบสเต๊คแบบไหนล่ะ” ซินเอ่ยถามขึ้น“อย่างสุกทั้งชิ้นค่ะ” มาร่าตอบออกไปโดยอัตโนมัติ
อีกครั้งหนึ่งที่รอยยิ้มล้อ ๆ ปรากฏขึ้นบนริมฝีปาก
“ผมน่าจะเดาได้นะ”
สายตาของเขากวาดไปทั่วเรือนร่างซึ่งทําให้มาร่าบังเกิดความขัดเขินขึ้นมาอีก ต้องยกมือขึ้นกอดอกไว้แม้ว่าค่ำวันนี้เธอจะมิได้แต่งตัวในแบบที่จะล่อสายตาใครซินก็ทําให้เธอรู้สึกราวกับว่าเธออยู่ในสภาพนั้นจริง ๆและทําให้บังเกิดความอึดอัดใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“อยากดื่มอะไรสักหน่อยก่อนไหม” เสียงเ้าของบ้านเอ่ยถามขึ้นอย่างสุภาพ แต่กระนั้นก็ไม่อาจปกปิดประกายแพรวพราวที่ฉายแสงอยู่ในดวงตาได้
“ไม่ค่ะ ขอบคุณ” มาร่าปฏิเสธทั้งนี้เพราะเธอได้ตั้งใจอย่างเด็ดเดี่ยวแล้วว่า ในค่ำวันนี้ เธอจะต้องอยู่ในสภาพที่มีสติอารมณ์สมบูรณ์แบบที่สุด
“ถ้างั้นผมขอตัวสักครู่นะ ได้ไหม” ซินเอ่ยถามขึ้น “ผมเอาสเต๊คใส่เข้าไว้ในบรอยเลอร์เมื่อครู่นี้เองอยากจะ เข้าไปดูสักหน่อยว่า มันสุกไปแค่ไหนแล้ว เชิญนั่งในห้องนั่งเล่นก่อนสิหรือว่าจะเข้าไปในครัวกับผมก็ได้”
มาร่ากวาดสายตาไปทั่วห้องนั่งเล่นที่เปิดไฟเพียงสลัวๆ เท่านั้นมันสร้างบรรยากาศและอารมณ์ให้เกิดขึ้นอยู่อย่างมากมายส่วนในห้องครัวนั้นแสงสว่างมากกว่า ดังนั้นเธอจึงเลือกประการหลัง
“ถ้าคุณไม่รังเกียจฉันเข้าไปในครัวด้วยดีกว่าค่ะ” เธอบอก
“ไม่เชื่อว่าผมจะทําอาหารเป็จริง ๆ หรือ”เขาพูดล้อ ๆ
ซินเดินเข้าไปในครัว โดยมีมาร่าตามไปติด ๆแต่เขามิได้ให้ความสนใจกับเธอเลยเมื่อเดินไปเปิดบรอยเลอร์ดูสเต๊คที่ใส่ไว้บนโต๊ะรับประทานอาหารเล็ก ๆ มีจานตั้งเตรียมไว้ 2 ที่ พร้อมด้วยชามไม้ใส่สลัดที่วางไว้เฉพาะคนเคียงข้างอยู่ด้วยแก้วสําหรับใส่ไวน์
“ถ้าคุณไม่อยากรอ เรากินสลัดกันไปพลาง ๆก่อนก็ได้” เขาสังเกตเห็นว่าเธอกําลังมองดูแก้วไวน์อยู่จึงกล่าวต่อว่า “ผมคิดว่าคุณคงชอบที่จะดื่มไวน์ไปพร้อมกับการกินอาหารด้วยนะ
“แชมเปญหรือคะ” มาร่าได้ยินเสียงตัวเองถามออกไปทั้งนี้เพราะความคิดคํานึงของเธอกําลังหวนไปสู่วันที่เขามาถึงที่นี่วันแรกตอนที่ซีลีนหยิบขวดแชมเปญออกมาดื่มฉลองร่วมกับเขา
สายตาที่เขามองนั้นบอกให้รู้ว่าซินก็จำวันนั้นได้เช่นกัน
“ไม่ใช่หรอกท่าทางของคุณไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะพอใจในการดื่มแชมเปญเลยนะ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงแกมขัน “มันควรจะเป็เครื่องดื่มชนิด...เรียบๆ ธรรมดาๆ อย่างเช่นเบอร์กันดีดูจะเหมาะกว่า”
เขาเดินไปหยิบขวดแก้วเจียระไนที่ใส่ไวน์และในน้ำสีแดงเข้มใส่ลงในแก้วทั้ง 2 ใบ หลังจากวางลงบนโต๊ะแล้วจึงได้เลื่อนเก้าอี้ตัวหนึ่งออกให้เธอ
“สําหรับเื่บ้านหลังนี้” มาร่าเอ่ยขึ้น อยากจะพูดเื่ที่เป็ธุระการงานให้เสร็จ ๆ เรียบร้อยกันไป
“ผมไม่เคยพูดเื่ธุรกิจทั้งก่อนหน้าและระหว่างการกินอาหาร”ซินตัดบททันที
ซึ่งคําพูดประโยคนั้นสร้างความไม่พอใจให้เกิดขึ้นเพียงแต่มาร่าได้ตั้งใจอย่างแน่วแน่แล้วว่าเธอจะไม่ยอมแสดงออกมาให้เขาเห็นเป็อันขาดทรุดตัวลงนั่งในเก้าอี้ตัวที่ซินเลื่อนให้พยายามจะให้ความสนใจกับมือของเขาที่ปัดมาถูกตัวเมื่อเลื่อนเก้าอี้กลับเข้าประชิดโต๊ะตามเดิมให้ขณะที่เขาทรุดตัวลงนั่งตรงข้ามนั้น มาร่าก็สะบัดผ้าเช็ดมือออกและวางลงบนตัก
“ผมคิดว่าคุณคงจะชอบน้ำสลัดรสนี้นะเป็ตํารับพิเศษที่ผมคิดขึ้นมาเอง” ซินเล่าให้เธอฟัง
มาร่าชิมสลัดกะหล่ำในชามไม้ตรงหน้า
“อร่อยดีนี่คะ” เธอพูดอย่างยอมรับพยายามแสดงมรรยาทของแขกที่ดีที่สุด
“เคล็ดลับอยู่ตรงผงเครื่องเทศนั้นมันทําให้น้ำสลัดมีรสเผ็ดอย่างอร่อย แล้วก็หอมฉุนน่ากินขึ้น”
“โอ...อย่างนั้นหรือคะ” มาร่ารู้สึกลําบากใจอยู่ไม่น้อยเมื่อมาเจอการสนทนาด้วยเื่ทํานองนี้กับเขา ทั้งนี้เพราะเธอเคยชินกับการต่อปากต่อคํา ในทุกคําพูดของเขาหรือการแสดงความคิดเห็นส่วนตัวของซินก็ตามมากกว่าการที่เขาชวนเธอคุยด้ยวเื่เช่นนี้ทำให้เธอรู้สึกตั้งรับไม่ทันและพอจะรู้อยู่ว่าเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่าเธอจะต้องเป็เช่นนี้
หลังจากนั้นสักครู่ ซินก็ลุกจากเก้าอี้เดินไปดูสเต๊คอีกครั้งกลิ่นหอมๆ ที่อวลอบอยู่นั้นเรียกน้ำลายได้ไม่น้อย มาร่าซึ่งในตอนแรกมีความคิดอยู่ว่าค่ำวันนี้เธอคงจะกินอะไรไม่ลง รู้สึกหิวขึ้นมาทันที
“ผมรู้สึกนะว่าคุณเองก็เป็คนมีฝีมือในเื่การำอาหารคนหนึ่ง”ซินเอ่ยขึ้น เมื่อเดินกลับมานั่งที่โต๊ะ “คุณชอบทําอะไรมากไหม”
“เื่การทําอาหารนี้ฉันไม่เคยคิดถึงมันในแง่ของการที่จะชอบหรือไม่ชอบหรอกค่ะ” พิจารณาในคําถามของเขาอยู่รู้สึกแปลกใจขึ้นมาอีกที่ตัวเองไม่มีคําตอบสําหรับเื่นี้เตรียมพร้อมไว้ “สําหรับฉัน มันเป็เพียงอะไรบางอย่างที่จะต้องทําให้เสร็จๆ ไปเท่านั้นแต่ก็...ค่ะ...ฉันคิดว่าฉันชอบทํา...แล้วคุณล่ะ”
“ถ้าให้ทําทุกวันเห็นจะไม่ชอบแน่แต่ผมถือว่ามันเป็เครื่องมือที่ช่วยในการผ่อนคลายอารมณ์ได้เป็อย่างดี”
“แล้วเวลาที่อยู่ในบัลติมอร์คุณทํายังไงล่ะคะส่วนใหญ่แล้วออกไปหารับประทานตามร้านอาหาร หรือว่า...” เธอเหลือบตามองมือซ้ายของเขาแวบหนึ่งการที่เขามิได้แต่งงานกับซีลีนเช่นที่เธอคิดเอาเองในตอนแรกนั้น มันมิได้หมายความว่าเขาไม่เคยผ่านการแต่งงานมาก่อน หรือยังมิได้แต่งงานกับใครทั้งสิ้นมาร่าเพิ่งตระหนักได้ว่ายังมีอะไรเกี่ยวกับผู้ชายคนนี้ที่เธอยังไม่รู้อีกมากมายทั้งพื้นฐานความเป็มา ประวัติของเขา งานการที่ทําอยู่ สิ่งที่เขา สนใจ และอื่น ๆ
เขามองตรงเข้ามาในดวงตาของเธอ และพอจะเดาได้ว่าเพราะเหตุใดเธอจึงทิ้งคําถามให้ค้างอยู่เพียงแค่นั้นซึ่งทําให้มุมปากทั้งสองข้างกดลึกลงกว่าเดิมเมื่อเขาพยายามซ่อนรอยยิ้มไว้
“ผมไม่ได้แต่งงานหรอก นี่คุณคิดว่าผมจะมีภรรยาที่แสนดีแสนจะเข้าใจรอคอยอยู่ที่บัลติมอร์เพื่อให้ผมกลับไปหาภายหลังเทศกาลวันขอบคุณพระเ้าแล้วงั้นหรือ” ซินมองเธอด้วยสายตาแปลก ๆ “ผมไม่คิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหนในโลกนี้ที่จะมีความเข้าใจและทําใจได้ถึงขนาดนั้นหรอกนะ”
มาร่าต้องยอมรับกับตัวเองว่าที่เขาพูดนั้นเป็ความจริงทั้งหมด