หลี่เฉิงเฟิงส่ายหน้าแล้วตอบว่า “พวกเขาไม่ได้มา ข้ามาที่นี่เพียงคนเดียว ไม่ได้ตั้งใจมาด้วย ข้าบังเอิญผ่านมาพอดี!”
“เอ๋? ที่นี่อันตรายมาก น้องพี่รีบหนีไป กลับไปที่วังหลวง ทูลเรื่องนี้แก่เสด็จพ่อ บอกพวกเขามาช่วยพี่ที่นี่!”
หลี่ลี่จื้อเป็นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยในชีวิตของหลี่เฉิงเฟิงมาก
นางกลัวว่าหลี่เฉิงเฟิงจะต้องทุกข์ทรมานเช่นนาง ถูกคนชั่วจับตัวมากักขังไว้ในกรงไม้ เจ็บปวดทั้งกายและใจ
อย่างไรก็ตาม หลี่เฉิงเฟิงปฏิเสธด้วยการส่ายหัวเล็ก ๆ ของเขา “ข้ากลับไปไม่ได้แล้ว! เดินทางไปกลับครั้งนี้ ต่อให้นั่งรถม้าก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งวันกับหนึ่งคืน! ข้าช่วยพี่หญิงออกมา แล้วพาพี่หญิงกลับไปที่วังหลวงพร้อมกันจะดีกว่า!”
“แต่หากทำเช่นนั้นชีวิตของเจ้าก็จะตกอยู่ในอันตราย!”
หลี่ลี่จื้อมองน้องชายด้วยความกังวล
หลี่เฉิงเฟิงมองเห็นในทันทีว่าหลี่ลี่จื้อเป็นกังวลเรื่องความปลอดภัยของเขามากแค่ไหน
แต่ถึงอย่างนั้น หลี่เฉิงเฟิงก็ยังยิ้มแฉ่งและให้คำตอบนางว่า “ฮี่ ๆ ๆ พวกมันกล้าแตะต้องข้าหรือ? ก็ลองดูสิ! พรุ่งนี้ข้าจะจัดการพวกมันให้หมด สั่งตัดหัวทั้งตระกูล!”
หลี่เฉิงเฟิงตั้งใจสะเดาะกุญแจกรงไม้เป็นเวลานาน แต่สุดท้ายเขาก็ไม่สามารถไขมันได้
หลี่ลี่จื้อมองภาพนี้ด้วยแววตามืดมน นางเอ่ยเบา ๆ “น้องพี่ หากไม่มีกุญแจก็ไม่สามารถไขกลอนกรงไม้อันนี้ได้ เจ้ากลับไปที่วังหลวงก่อนเถิด ทูลเรื่องนี้แก่เสด็จพ่อ บอกเสด็จพ่อให้หาคนมาช่วยพี่ออกไป!”
“ไม่ ไม่ ไม่! ถ้ากลอนนี้ไม่สามารถสะเดาะได้ อย่างนั้นเราจะทำลายกรงไม้อันนี้ให้พัง! พี่หญิงหลบไป!”
“โอ้ ก็ได้!”
สิ้นคำสั่ง หลี่ลี่จื้อถอยหลังกลับไปสองก้าว หลี่เฉิงเฟิงลงมือในทันที เขาทุบกำปั้นน้อย ๆ ลงบนกรงไม้เต็มแรง
เพราะพลังผู้พิชิตที่อยู่ในร่างกาย กรงไม้ที่กักขังหลี่ลี่จื้อแยกออกอย่างง่ายดายราวกับมันเป็นเพียงเต้าหู้ ด้วยกำปั้นที่หลี่เฉิงเฟิงฟาดลงไป
“น้องพี่ เจ้า...”
“ติ๊ง! เนื่องจากหลี่ลี่จื้อตกใจ ค่าความซุกซน +12!”
หลี่เฉิงเฟิงสามารถทำลายกรงไม้ได้ด้วยหนึ่งหมัด เห็นอะไรอย่างนี้ หลี่ลี่จื้อรู้สึกตกใจยิ่งกว่าทุกครั้งที่นางเคยตกใจในชีวิต
อย่าลืมเชียวว่าหลี่เฉิงเฟิงเป็นเพียงเด็กชายอายุหกขวบ เด็กตัวน้อยแค่นี้ไปเอาพละกำลังมหาศาลขนาดนี้มาจากไหน?
หลี่เฉิงเฟิงยิ้มเท่ ๆ ให้หลี่ลี่จื้อ “เจ้ากรงไม้พัง ๆ อันนี้ จะขัดขวางการช่วยเหลือพี่หญิงของข้าได้อีกไหม? พี่หญิงรีบออกมาเถอะ ข้าจะพาพี่หญิงไปจากที่นี่เอง!”
“อื้อ เข้าใจแล้ว!”
หลี่ลี่จื้อค่อย ๆ คลานออกมาจากกรงไม้ แต่นางวางเท้าไม่ดี ทำให้ร่างกายของนางเซ และกำลังจะล้มลง
โชคดีที่หลี่เฉิงเฟิงมีไหวพริบแถมยังว่องไว เขารีบพยุงหลี่ลี่จื้อเอาไว้ ก่อนนางจะล้มลงไปกับพื้นจริง ๆ
ทันใดนั้น เสียงคำรามเพราะความโกรธของใครบางคนได้ดังขึ้นมาจากทางด้านหลัง
“จับมันทั้งสองคนเอาไว้! อย่าปล่อยให้รอดแม้แต่คนเดียว ไม่ว่าเจ้าหนูคนนั้นจะเป็นใครมาจากไหน ข้าขอสั่ง ถ้าพวกเจ้าจับพวกมันกลับมาไม่ได้ วันนี้พวกเจ้าโดนข้าเอาตายแน่!”
“ขอรับนายหญิง!”
“ฮึ่ม! กล้าดีอย่างไรมาสร้างปัญหาในหอบุปผา? ไปกินใจหมีดีเสือดาวมาจากไหน ถึงได้กล้ามากขนาดนี้?”
ได้ยินผู้เป็นนายออกคำสั่งเช่นนั้น ชายร่างใหญ่กลุ่มหนึ่งรีบวิ่งเข้าใส่หลี่เฉิงเฟิงและหลี่ลี่จื้อในทันที
ต่อให้หลี่เฉิงเฟิงจะแข็งแกร่งมีพละกำลังมากแค่ไหน แต่ใช่ว่าเขาจะเก่งขนาดไร้พ่ายไร้ศัตรู
ยิ่งมีองค์หญิงฉางเล่อหลบอยู่ด้านหลังให้ปกป้องด้วยยิ่งแล้วใหญ่
มิหนำซ้ำเท้าขององค์หญิงฉางเล่อเพิ่งพลิกเมื่อครู่ ร่างกายก็บอบบางอ่อนแอดูไร้เรี่ยวแรง จะพาวิ่งหนีเจ้าสารเลวพวกนี้เกรงว่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย
ด้วยเหตุนี้หลี่เฉิงเฟิงตัดสินใจคุกเข่าลง และบอกนางว่า “พี่หญิง! ขึ้นมาเลย ข้าจะแบกพี่หญิงหนีเอง!”
“น้องพี่! เจ้าอย่าทำเพื่อพี่จนเป็นอันตรายแก่ตนเองเลย!”
องค์หญิงฉางเล่อหลี่ลี่จื้อรู้สึกแสบชาที่จมูกเพราะความรู้สึกที่ถาโถม
ตั้งแต่เกิดจนโตมาได้ถึงวันนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้พบน้องชาย ที่ดูแลเอาใจใส่นางเป็นอย่างดีขนาดนี้
ยิ่งไปกว่านั้น นางกับหลี่เฉิงเฟิงไม่เคยพบกันมาก่อน หลี่เฉิงเฟิงเพิ่งรู้แท้ ๆ ว่านางเป็นใคร แต่เขากลับเต็มอกเต็มใจจะช่วยเหลือนาง? อย่างนี้หลี่ลี่จื้อจะไม่ซาบซึ้งใจอย่างไรไหว?
“ไม่ต้องห่วง พี่หญิงขึ้นมาได้เลย ข้าจะปกป้องพี่หญิงเอง เชื่อข้า!”
“อื้อ ตกลง!”
หลี่ลี่จื้อแนบร่างกายไปกับแผ่นหลังของหลี่เฉิงเฟิง
หลี่เฉิงเฟิงรู้สึกได้ถึงความนุ่มนิ่มที่ทับลงมา เขารัดหลี่ลี่จื้อไว้อย่างแนบแน่น ก่อนจะถีบเท้าเล็ก ๆ พานางวิ่งหนีออกไป
น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟแรง หลี่เฉิงเฟิงไม่ใช่คนโง่ เรื่องอะไรเขาต้องสู้กับกลุ่มชายร่างใหญ่ด้วยตัวคนเดียว!?
“ไล่ตามไป อย่าปล่อยให้เจ้าหนูคนนั้นหนีไปได้!”
“ขอรับนายหญิง!”
ด้วยเหตุนี้ชายร่างใหญ่จึงวิ่งไล่กวดหลี่เฉิงเฟิงและหลี่ลี่จื้อสุดกำลัง
หลี่เฉิงเฟิงว่องไวมาก ในชั่วพริบตา ร่างเล็ก ๆ ของเขาก็หายไปกับความมืดมิดในยามราตรี
แม้หลี่เฉิงเฟิงจะหายไปแล้ว แต่ชายร่างใหญ่กลุ่มนั้นไม่ยอมปล่อยหลี่เฉิงเฟิงไปง่าย ๆ
เซียวฮวา “ข้าไม่เชื่อ พวกมันเป็นแค่เด็กสองคน มันจะวิ่งหนีไปทั่วถนนฉางอันตลอดทั้งคืนได้อย่างไร? มา! พวกเจ้ามาช่วยข้าค้นหาพวกมันด้วยกัน ไม่ว่าที่ไหนก็อย่าปล่อยผ่าน ค้นให้ทั่ว!”
“แต่นายหญิงเซียวขอรับ ถ้าเจ้าหนูกับเด็กหญิงคนนั้นเป็นลูกของตระกูลใหญ่ ตระกูลใดตระกูลหนึ่งขึ้นมาล่ะขอรับ? พวกเราทำเช่นนี้ จะไม่ทำให้ใครขุ่นเคืองหรือขอรับ?” ลูกสมุนคนหนึ่งถามขึ้น
เซียวฮวาทำหน้าอย่างคนหัวเสีย นางตะคอก “ฮึ่ม! ตระกูลใหญ่อย่างนั้นรึ? คนของตระกูลใหญ่ก็มีข้านี่ไงล่ะ คนของซ่งกว๋อกงเซียวหยู ตระกูลนี้ใหญ่พอหรือยัง!?”
“เจ้าอย่าลืมไปว่า ผู้ที่อยู่เบื้องหลังหอบุปผาของเราคือหนึ่งในยี่สิบสี่ขุนนางหอหลิงเยียนซ่งกว๋อกง ใต้เท้าเซียวหยูผู้นั้น!”
“มาเถอะ ไม่ว่าอย่างไรคืนนี้เราต้องจับเด็กสองคนนั้นให้ได้ ข้าจะลงโทษพวกมันให้เข็ดหลาบเลย!”
“ขอรับนายหญิง!”
สิ้นคำสั่ง อันธพาลเหล่านี้ได้แยกย้ายกันออกตามหาหลี่เฉิงเฟิงและหลี่ลี่จื้อในคืนอันมืดมิด
เพราะพวกเขาไม่รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของหลี่เฉิงเฟิงและหลี่ลี่จื้อคือใคร หากรู้ว่าเด็กสองคนนี้แท้จริงคือองค์ชายแปดและองค์หญิงฉางเล่อแห่งแผ่นดินต้าถัง ต่อให้มีความกล้ามากกว่านี้เป็นร้อยเท่า ก็คงไม่มีสักคนที่กล้าจับตัวเด็กทั้งสองคน
......
“ฟู้ววว อันตรายจริง ๆ แต่อย่างน้อยก็ออกจากหอบุปผาได้แล้ว!”
หลี่เฉิงเฟิงแบกหลี่ลี่จื้อวิ่งมาถึงตรอกมืด ๆ แห่งหนึ่ง เขาพานางวิ่งเข้าไปหลบเอาแรงในนั้น
หลี่ลี่จื้อปาดเหงื่อบนหน้าผาก นางถาม “น้องพี่ เหตุใดเจ้าจึงมาที่ถนนฉางอันเพียงผู้เดียว? องครักษ์ของเจ้าหายไปไหน?”
หลี่เฉิงเฟิงส่ายหน้า “ไม่มีหรอก เพราะข้าบินออกมาที่นี่!”
“หา? บินออกมา?” หลี่ลี่จื้อตกใจมากที่ได้ยินเช่นนั้น นางปิดปากหัวเราะแทบไม่ทันเลยทีเดียว
หลี่เฉิงเฟิงยิ้มกว้าง “จริงนะ เพราะข้าทะเลาะกับเสด็จพ่อ เขาสั่งลงโทษกักบริเวณข้าไว้ที่จวนเจิ้นอ๋องเป็นเวลาหนึ่งเดือน ข้าไตร่ตรองดูแล้ว น่าเบื่อขนาดนั้น ข้าจะไปอยู่ได้อย่างไร? ข้าก็เลยคิดค้นปีกไม้ไผ่ขึ้นมา ใช้มันร่อนจากจวนเจิ้นอ๋อง บินมาถึงถนนฉางอันแห่งนี้นี่ไง!”
“โอ้ อย่างนั้นเองหรือ? อย่างนั้นการได้พบข้าก็เป็นเพียงเรื่องบังเอิญน่ะสิ?” หลี่ลี่จื้อถาม
หลี่เฉิงเฟิงตอบ “ถูกต้อง! มีอันธพาลสองคนจ้องจะเล่นงานข้า และข้าได้ยินจากปากของพวกมันว่า องค์หญิงฉางเล่อถูกลักพาตัวไปขายที่หอบุปผา คิดไปคิดมา ข้ารู้สึกว่าโจรเหล่านี้ช่างใจกล้าเหลือเกิน กล้าดีอย่างไรมาลักพาตัวพี่หญิงองค์หญิงฉางเล่อของข้าไป? อยากตายนักหรือไงนะ? ข้าก็เลยจัดการพวกมัน และสั่งให้พวกมันพาข้ามาส่งที่หอบุปผาเพื่อตามหาพี่หญิงอย่างไรล่ะ!”
“แล้วโจรสองคนนั้นล่ะ? พวกเขาหายไปไหน เหตุใดจึงไม่มากับเจ้าด้วย?”
“สองคนนั้น? ช่างมันเถอะพี่หญิง ถ้าให้เดาคงถูกคนในหอบุปผาจับตัวไปแล้ว!”
“เฮ้อ ถ้าเสด็จพ่อกับเสด็จแม่อยู่ด้วยก็ดีน่ะสิ! เราทั้งสองจะได้ไม่ถูกรังแกเช่นนี้!”
“ชิ! มีข้าอยู่ก็พอแล้ว ข้าไม่ปล่อยให้ใครมารังแกพี่หญิงของข้าหรอกนะ!”
“ขอบคุณเจ้ามาก น้องเฟิงเอ๋อร์! เมื่อวานที่ข้าถูกจับตัวมา แม้กระทั่งเสด็จแม่ก็ยังหาตัวข้าไม่พบ! ขอบคุณเจ้าจริง ๆ ที่ยอมเสี่ยงอันตรายเพื่อช่วยข้า!”
“ไม่เป็นไร ก็ท่านคือพี่หญิงของข้านี่นา...”
หลี่ลี่จื้อรู้สึกซาบซึ้งมาก ในช่วงเวลาที่นางไม่รู้จะทำอย่างไรต่อไป หลี่เฉิงเฟิงกลับเป็นคนที่มาอยู่ข้าง ๆ และช่วยเหลือนาง
การกระทำของหลี่เฉิงเฟิงทำให้หลี่ลี่จื้อรู้สึกปลอดภัยมากจริง ๆ