บทที่ 7 เจอกับบอสใหญ่ของดันเจี้ยน
"จ...จริงเหรอ?"
อวี้เจียวยังคงรู้สึกไม่เชื่อ แต่ในขณะเดียวกัน ขนตาที่เรียวยาวของเธอก็สั่นไหวเบา ๆ เผยให้เห็นถึงความคาดหวังในใจ
รอยยิ้มในน้ำเสียงของชายคนนั้นค่อย ๆ ลึกซึ้งขึ้น "แน่นอน ผมไม่มีทางหลอกคุณหรอก"
ในใจของอวี้เจียวลังเลเป็อย่างมาก แต่เมื่อคิดว่าตอนนี้ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว และอีกอย่าง... เสียงของคนคนนี้ฟังดูไพเราะมาก คงไม่น่าจะเป็คนที่ชอบหลอกลวงคนอื่น
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เธอจึงเลือกที่จะเชื่อเขา
คิดได้ดังนั้น เธอจึงเลือกที่จะเชื่อเขา
เธอค่อย ๆ ลืมตาคู่สวยขึ้น และในวินาทีที่ได้เห็นคนตรงหน้า ดวงตาของอวี้เจียวก็อดไม่ได้ที่จะเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย
คนตรงหน้าสวมชุดสีดำล้วนเรียบง่าย ด้านนอกคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีเดียวกัน ร่างกายแผ่ซ่านไปด้วยแรงกดดันที่มหาศาล
รูปร่างสูงโปร่งถูกเน้นให้เห็นความสมบูรณ์แบบอย่างไร้ที่ติ ทั้ง่ไหล่ที่กว้าง เอวที่คอด และเรียวขายาว ในตอนนี้บนศีรษะถูกปกปิดด้วยฮู้ดขนาดกว้าง ดูราวกับยมทูตที่มาเพื่อพรากิญญา
จากมุมนี้ อวี้เจียวเห็นเพียงปลายคางและริมฝีปากบางที่มีส่วนโค้งคมกริบ แต่นั่นก็เพียงพอที่จะสร้างความประทับใจที่ยากจะลืมเลือนไว้ในใจของเธอแล้ว
"ส สวัสดีค่ะ"
ในขณะที่เธอกำลังกังวลและจินตนาการไปต่าง ๆ นานาว่าใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมนั้นจะเป็อย่างไร เธอก็เห็นนิ้วมือเรียวยาวของชายคนนั้นคว้ารั้งขอบฮู้ดแล้วเปิดมันออกทันที
ใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างหาที่ติไม่ได้ปรากฏแก่สายตาของอวี้เจียว จนทำให้เธอพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ
ดวงตาที่ลุ่มลึกอย่างยิ่ง รูม่านตาทอประกายสีแดงจาง ๆ ราวกับทับทิม ในยามที่เขาจ้องมองเธอ ในนั้นสะท้อนเงาของเธอออกมาอย่างชัดเจน ทุกส่วนของใบหน้าเขาไร้ที่ติ แต่ละส่วนสมบูรณ์แบบจนถึงขีดสุด
อวี้เจียวมองจนหน้าเริ่มแดง เธอค่อย ๆ ก้มหน้าลงต่ำ แต่ไม่นานก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ จึงพูดว่า
"พาฉันออกไปได้หรือยังคะ?"
ชายหนุ่มก้มลงมองที่อวี้เจียว ความหมายลึกซึ้งในดวงตาของเขาทำให้ไม่อาจมองข้ามได้
"คุณ..."
ก่อนที่อวี้เจียวจะได้ทันพูดอะไรต่อ เธอเห็นชายคนนั้นยื่นมือออกมาจับที่ข้อมือของเธอโดยตรง
"มีอะไรเหรอคะ?"
ทันทีที่อวี้เจียวถามออกไป เธอก็ััได้ถึงความเย็นเยียบที่แล่นผ่านข้อมือทันที
ทำไมมือของคนคนนี้ถึงได้เย็นเฉียบขนาดนี้
ราวกับว่าเพิ่งจะงมขึ้นมาจากลำธารในฤดูหนาวเลย
"พาฉันออกไปข้างนอก"
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นข้างหูอวี้เจียวทำให้เธอรู้สึกประหลาดใจ
"อะไรนะคะ?"
ชายคนนั้นพูดมาถึงตรงนี้ แล้วทันใดนั้นก็เปลี่ยนเื่พูด "ผมหมายถึง ผมจะพาคุณออกไปข้างนอก"
"ได้ค่ะ"
อวี้เจียวไม่ได้ขัดขืน เธออยากรีบออกไปหา 006 โดยเร็วที่สุดเพื่อถามให้รู้เื่ว่านี่มันสถานการณ์อะไรกันแน่
ชายคนนั้นไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาจับข้อมือของเธอแล้วพาเธอลงจากเตียงทันที
ด้วยความเคยชินที่ต้องเดินเท้าเปล่าบนพื้น อวี้เจียวหลุบตามองและพบว่าพื้นห้องนี้ไม่มีพรม มีเพียงพื้นไม้ที่ดูแล้วน่าจะเย็นจัด
แม้จะลังเลไปชั่วขณะ แต่เธอก็เลือกที่จะเหยียบลงไปโดยตรง
แต่ไม่คาดคิดว่า ก่อนที่ปลายเท้าจะแตะพื้น เธอกลับถูกอุ้มขึ้นมาในท่าเ้าสาวทันที
"อ๊ะ?"
อวี้เจียวตั้งตัวไม่ทัน แต่เพราะร่างกายเสียสมดุล เธอจึงคว้าชายเสื้อของชายคนนั้นไว้ตามสัญชาตญาณ
"คุณไม่มีรองเท้าเหรอ?"
อวี้เจียวได้ยินเสียงจาก้าศีรษะที่ฟังดูแหบพร่าเล็กน้อย อารมณ์ที่แฝงอยู่ในนั้นทำให้เธอรู้สึกแปลก ๆ
แต่เธอเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร จึงได้แต่ส่ายหัว และเพราะความรู้สึกเคว้งคว้างจากการถูกอุ้มทำให้เธอกลัว จึงพยายามซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของเขา
ทว่าสิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือ ความตื่นตระหนกเพียงชั่วครู่ของเธอนั้น ในสายตาของชายหนุ่มมันดูเป็อย่างไร
ช่างอ่อนแอ น่าสงสาร และดูเหมือนดอกไม้ที่ต้องพึ่งพาไม้ใหญ่เพื่อขอความช่วยเหลือ
สายตาที่ใสซื่อและไร้ทางสู้เช่นนี้ เพียงพอที่จะทำให้ใครก็ตามยอมบุกน้ำลุยไฟเพื่อเธอได้
อวี้เจียวไม่รู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ในใจ ในตอนนี้เธอยังพยายามจัดท่าทางให้ตัวเองซุกได้อย่างสบายขึ้นด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มมีแรงมหาศาล เขาเดินออกจากห้องไปอย่างมั่นคง แม้จะอุ้มเธออยู่ ก็ดูเหมือนไม่แตกต่างจากการเดินปกติเลย
ไม่นาน อวี้เจียวก็กลับมาปรากฏตัวที่โถงทางเดินอันยาวเหยียดนั้นอีกครั้ง
เธอลองเช็กดู พบว่าระบบและหน้าจอคอมเมนต์ยังไม่กลับมา
ถ้าเธอต้องเดินคนเดียวเหมือนเมื่อกี้คงจะกลัวมากแน่ ๆ แต่พอมีคนอยู่ข้าง ๆ แบบนี้ ความรู้สึกมันต่างกันลิบลับเลย
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ชายหนุ่มเดินมาจนสุดทางเดิน แต่เขากลับไม่ได้เดินเลี้ยวไปทางหัวมุมฝั่งซ้าย ทว่ากลับหันหน้าเข้าหาผนังแทน
บนผนังนั้นมีภาพวาดที่ประณีต พื้นหลังสีแดงเข้ม ประดับประดาด้วยด้ายทองเป็ลวดลายที่สวยงามระยิบระยับ
ขณะที่อวี้เจียวกำลังรู้สึกสงสัย เธอก็ได้ยินเสียงของชายคนนั้นดังมาจากเหนือศีรษะอย่างกะทันหัน
"วางมือลงไปที่นั่น"
หลังจากลังเลไปชั่วขณะ อวี้เจียววางมือเล็กขาวนุ่มและบางของเธอลงบนกำแพง ฝ่ามือของเธอถูกด้ายสีทองบนนั้นทิ่มตำแทง จนทำให้เธอรู้สึกไม่สบายเล็กน้อย
"ทำแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ?"
ทันทีที่เธอเอ่ยคำถาม เธอก็เห็นกำแพงตรงหน้าแตกร้าวในพริบตา
ม่านตาของเธอหดเล็กลง ก่อนที่เธอจะทันได้ตอบสนอง กำแพงที่เคยหนาหนักกลับกลายเป็เพียงแผ่นกระดาษบาง ๆ ในตอนนี้มันแตกกระจายกลางอากาศ เผยให้เห็นระเบียงทางเดินยาวเหยียดที่ซ่อนอยู่เื้ั
เสียงคล้ายกระจกแตกดังก้องไปทั่วทางเดิน
อวี้เจียวหันหน้าไปมองอย่างงุนงง เห็นทางเดินที่เธอเดินวนไปมาหลายรอบะเิออกอย่างรุนแรง กลายเป็ความว่างเปล่าสีดำสนิท
"ทั้งหมดนั่นเป็แค่ภาพลวงตา"
ชายหนุ่มเอ่ยพลางอุ้มเธอเดินออกมาจากความมืดมิดนั้น
ในวินาทีนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนว่าระบบออนไลน์ก็ดังขึ้นในหัว และหน้าจอคอมเมนต์ก็กลับมาเลื่อนผ่านอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง
"กลับมาได้แล้ว!"
อวี้เจียวดวงตาเปล่งประกาย เธอเงยหน้ามองชายในผ้าคลุมดำเหมือนลูกแมวน้อย แววตาเต็มไปด้วยความดีใจและเลื่อมใส
"คุณเก่งมากเลยค่ะ รู้ได้ยังไงว่าตรงนั้นสามารถออกมาได้?"
ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ ไม่พูดอะไร เพียงแค่ก้มตัวแล้ววางเธอลงบนพื้น
ในขณะที่วางเธอลง นิ้วมือเรียวยาวของเขาก็แอบััผ่านเอวที่บางเฉียบของเธอไปอย่างแเี
แต่อวี้เจียวกลับไม่ทันสังเกตเห็น ตอนนี้เธอยังรู้สึกตื่นเต้นดีใจอยู่เล็กน้อย
"คุณชื่ออะไรเหรอคะ? ฉันชื่ออวี้เจียว~"
น้ำเสียงของเธอหวานหยด แฝงไปด้วยความชื่นชมอย่างปิดไม่มิด
ชายหนุ่มยกมุมปากบางขึ้นหัวเราะเบา ๆ แต่ดวงตาสีแดงเข้มกลับไม่มีรอยยิ้มแม้แต่น้อย
"ไอเซอร์"
"ไอ-เซอร์"
อวี้เจียวทวนซ้ำอย่างจริงจัง หลังจากแน่ใจว่าจำได้แล้ว เธอก็พยักหน้าอย่างมีความสุข
"จำได้แล้วค่ะ!"
"ว่าแต่ คุณยังไม่ได้บอกเลยว่าทำไมถึงรู้ว่าตรงนั้นสามารถออกไปได้"
ในขณะที่เธอถาม ข้อความคอมเมนต์ก็เริ่มสปอยล์ไปแล้ว
[ไอเซอร์? นี่มันไม่ใช่บอสใหญ่ของด่านนี้หรอกเหรอ? ทำไมไม่เหมือนที่ฉันจำได้เลยล่ะ?]
[ฉันเองก็... ตอนที่เทพ a เคลียร์ด่านนี้ ฉันจำได้ว่า เขายังหยิบเคียวใหญ่ออกมาฟันคนด้วย]
[กลุ่มก่อนหน้านี้เหมือนจะตายเรียบด้วยน้ำมือหมอนี่หมดเลยไม่ใช่เหรอ? สถานการณ์นี้มันอะไรกัน?]
[ไม่ต้องถามเลย ดูสายตาก็รู้ บอสกำลังหมายตาความสวยของภรรยาเราอยู่น่ะสิ]
หลังจากคอมเมนต์นี้ ข้างล่างก็เริ่มเต็มไปด้วยคำพูดที่ล่อแหลม
006 อยากจะกดปุ่มบล็อกและรายงานตามความเคยชิน แต่พอจะลงมือก็นึกขึ้นได้ว่า คอมเมนต์ที่เกี่ยวกับการสปอยล์เนื้อหาจะไม่ถูกส่งต่อไปยังผู้เล่นอยู่แล้ว
อีกด้านหนึ่ง อวี้เจียวยังไม่รู้ถึงสถานการณ์ทางฝั่งนี้
ในขณะนี้ หลังจากที่ไอเซอร์ได้ชี้บอกทางกลับห้องพักให้เธอแล้ว เธอก็แยกทางกับเขาและเดินตรงไปยังห้องพักเพียงลำพัง
"006 คุณอยู่ไหมคะ?"
หญิงสาวตัวน้อยถามเบา ๆ 006 เดิมทีไม่อยากจะตอบ แต่เมื่อเห็นจากมุมนี้ว่าเธอดูท่าทางกลัว ๆ จึงยอมตอบรับออกไปหนึ่งประโยค
[ครับ]
เมื่ออวี้เจียวได้ยินเสียงเขาตอบรับ เธอก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา แต่เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เธอก็สังเกตเห็นบางอย่างผิดปกติ
"006 กระจกวิเศษของฉันหายไปไหนแล้วล่ะ?"
006 : [....]