บทที่ 18
แขกคนที่สอง
สวีหยางมองออกไปแล้วเขาก็พบเห็นรูปลักษณ์ของคนที่ถีบประตูเข้ามา คนผู้นั้นหลังจากถีบประตูแล้วก้าวเดินเข้ามาแล้วก็หยุดยืนอยู่กลางลานบ้าน
อีกฝ่ายคือชายวัยกลางคนร่างสูงใหญ่ผู้นึงดุจดั่งหมีมีผมและหนวดเคราสีดำขลับ สวมใส่อาภรณ์สีดำสนิทเปิดหน้าอกกว้างเผยให้เห็นแผงอกที่กำยำ ยามยืนอยู่กลางลานบ้านราวกับเป็เสาหินขนาดใหญ่
หิมะสีขาวโพลนที่โปรยปรายลงมาจากท้องนภา ยามที่เข้าใกล้ร่างของชายวัยกลางคนผู้นั้นก็เหมือนกับโดยพลังบางอย่างผลักดันออกไป
สวีหยางมองเห็นคนผู้นั้นแล้วก็แสดงความประหลาดใจในทันที อีกฝ่ายเป็ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปราณโลหิตผู้นึง
แถมอีกฝ่ายยังไม่ใช่ระดับปราณโลหิตธรรมดาด้วย มองดูจากความเข้มข้นของเืลมภายในร่างกาย เกรงว่าจะเป็ระดับปราณโลหิตขั้นปลายที่ใกล้เคียงกับขั้นสูงสุดผู้นึง
“นี่คือ…คนรู้จักท่านหรือ?” สวีหยางหันไปมองเถ้าแก่เนี้ยมู่ที่นั่งอยู่ข้างๆ
เถ้าแก่เนี้ยมู่ยกน้ำชาขึ้นดื่มยิ้มบางๆแล้วเอ่ยกลับไป “ไม่ใช่! แต่คนผู้นี้คือหัวหน้ามือปราบเกาท่านน่าจะรู้จักไม่ใช่หรือ?”
เมื่อได้ยินว่าหัวหน้ามือปราบเกาสวีหยางก็เข้าใจได้แล้ว อีกฝ่ายไม่ได้มาหาเถ้าแก่เนี้ยมู่แต่เป็เขาต่างหาก
ใน่สิบวันที่ผ่านทางกองมือปราบรู้เกี่ยวกับเื่การหายตัวไปของจ้าวเหยียนแล้ว พวกเขาพยายามตามหาจ้าวเหยียนที่หายตัวไปอยู่ตลอด
สวีหยางรู้เพียงแค่นั้นแล้วก็ไม่ได้สนใจอีก และก็คิดไม่ถึงว่าผ่านมาสิบวันในที่สุดคนของกองมือปราบจนตามสืบมาจนถึงตัวของเขาแล้ว
สวีหยางคาดว่ากองมือปราบน่าจะทำการสืบหาเบาะแส เกี่ยวกับการหายตัวไปของรองหัวหน้ามือปราบจ้าวผู้นั้น โดยการพยายามสืบผู้ที่เกี่ยวข้องใน่ที่ผ่านมาของจ้าวเหยียนในทุกช่องทาง
ส่วนที่สามารถสืบมาจนถึงตัวของเขาได้ ก็น่าจะเป็เพราะลูกน้องของจ้าวเหยียนสองคนนั้นที่ยังมีชีวิตรอดอยู่
แต่สวีหยางกับไม่ได้ตื่นตระหนก จะพูดว่าเขาคาดการณ์เอาไว้ได้ั้แ่ตอนแรกก็ได้ และอีกอย่างก็คือคนพวกนี้ไม่มีหลักฐาน ต่อให้สืบมาถึงตัวของเขาได้แล้วจะทำอันใดได้กัน และในตอนนี้เขาเป็ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์แล้ว
สำหรับรองหัวหน้ามือปราบที่อยู่ในขอบเขตหลอมกายาคนนึง การหายตัวไปโดยไม่มีหลักฐานจะชักนำจะทำให้กองมือปราบเปิดศึกกับปรมาจารย์ผู้หนึ่งจริงๆอย่างนั้นหรือ เื่นั้นแทบจะเป็ไปไม่ได้
ส่วนเกี่ยวกับเื่ที่ว่ากองมือปราบอาจจะสงสัยเกี่ยวกับความผิดปกติของเขาเื่นั้นก็ช่วยไม่ได้
แต่ในตอนนี้นี้เขาต้องรับมือกับสถานการณ์ด้านหน้าก่อน หัวหน้ามือปราบแซ่เกาที่อยู่ด้านหน้าในยามนี้ เขาไม่เคยพบเห็นอีกฝ่ายมาก่อน
ผนวกกับความทรงจำที่เขานั้นไม่ได้รับถ่ายทอดมาจากร่างเดิมเลยสักนิด ทำให้เขานั้นจดจำรูปลักษณ์ของคนพวกนี้ไม่ได้
แต่ถึงแม้ว่าจะจดจำไม่ได้แต่ก็ต้องเคยได้ยินชื่อเสียงมาอยู่แล้ว หัวหน้ามือปราบเกาผู้นี้คืนหนึ่งในหัวหน้ามือปราบ ที่ได้ชื่อว่าใกล้เคียงที่จะทะลวงเข้าสู่ระดับปราณโลหิตระยะสมบูรณ์มากที่สุด
เป็หัวหน้ามือปราบอันดับหนึ่งที่ได้ชื่อว่าอาจจะได้รับตำแหน่งรองหัวหน้ากองมือปราบของเมืองไป๋สือเป็คนที่สาม
ชื่อเสียงของอีกฝ่ายไม่ว่าใครภายในเมืองไป๋สือก็ต้องเคยได้ยินมาบ้าง วันนี้พบเห็นอีกฝ่ายกับตาของตนเองมองดูจากเืลมที่เดือดพล่านภายในร่างกาย ก็ต้องบอกว่าคนพวกนี้แข็งแกร่งจริงๆในระดับปราณโลหิตก็ถือว่าเป็หนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองไป๋สือ
ทว่าสำหรับสวีหยางที่อยู่ในระดับปรมาจารย์ อีกฝ่ายไม่ได้เป็ภัยคุกคามเลยสักนิด การสังหารอีกฝ่ายก็อาจจะเป็เื่ของเพียงแค่ดาบเดียวเท่านั้น
ทว่ายังไม่ทันได้ลงมือแก้ไขสถานการณ์ด้านหน้าสวีหยางก็พบเห็นภาพที่ผิดปกติ หัวหน้ามือปราบเกาผู้นั้นหลังจาก ที่ก้าวเข้ามาภายในลานบ้านแล้วกับยืนแข็งทื่ออยู่ตรงนั้น
สายตาของอีกฝ่ายไม่ได้จับจ้องมาที่สวีหยางเลยสักนิด ดวงตาของมันกับจ้องมองไปยังสตรีที่นั่งอยู่ข้างกายของเขา
สวีหยางที่มีประสาทััระดับปรมาจารย์ ััได้ถึงความผิดปกติในดวงตาของหัวหน้ามือปราบเกาผู้นั้น
ทันทีที่อีกฝ่ายพบเห็นเถ้าแก่เนี้ยมู่ ม่านตาของอีกฝ่ายก็หดตัวลงอย่างรวดเร็ว ราวกับกำลังตื่นตระหนก ไม่เพียงแค่นั้นภายในส่วนลึกของดวงตาแม้ว่าอีกฝ่ายจะเก็บซ่อนเอาไว้เป็อย่างดี แต่ก็ยังพอััได้ถึงความหวาดกลัวที่แผ่ซ่านออกมาจากก้นบึ้งของจิตใจ
เมื่อตั้งสติได้หัวหน้ามือปราบเกาผู้นั้นที่ก่อนหน้านี้พังประตูเข้ามาอย่างดุดัน ยังไม่ทันได้เอ่ยปากอันใดมันก็รีบประสานมือคารวะให้กับเถ้าแก่เนี้ยมู่อย่างเคารพหลังจากนั้นก็หันหลังเดินออกไปจากลานบ้านในทันที
สวีหยางมองเห็นภาพเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่ภายในสายตา แล้วนี่ก็ถือว่าเป็การยืนยันในความคิดของเขาได้หนักแน่นมากขึ้นไปอีก
เป็อย่างที่เขาคิดเอาไว้ั้แ่ในตอนแรกว่าสตรีที่อยู่ข้างกายของเขาไม่ใช่คนธรรมดาจริงๆ
การที่ทำให้หัวหน้ามือปราบผู้หนึ่งภายในเมืองไป๋สือ ที่เป็ถึงผู้ฝึกยุทธในขอบเขตปราณโลหิตแสดงท่าทางหวาดกลัวเช่นนั้นได้ เถ้าแก่เนี้ยมู่ย่อมไม่ใช่คนธรรมดา
สวีหยางดึงสายตากลับมาจากแผ่นหลังของหัวหน้ามือปราบเกา เขาหันไปตอบกลับคำถามก่อนหน้านี้ของเถ้าแก่เนี้ยมู่ “ภายในกองมือปราบมีผู้คนมากมาย มือปราบตัวเล็กๆอย่างข้าจะไปรู้จักหัวหน้ามือปราบทั้งหมดได้อย่างไร”
หลังจากเอ่ยจบสวีหยางก็แสดงใบหน้าใสซื่อแล้วถามต่อ “แล้วเถ้าแก่เนี้ยมู่รู้จักท่านหัวหน้ามือปราบเกาด้วยหรือ? หรือว่าท่านหัวหน้ามือปราบตามท่านมา”
เถ้าแก่เนี้ยมู่ยิ้มตาหยีแล้วเอ่ยขึ้นน้ำเสียงหยอกเย้า “คุณชายสวีไม่จริงใจเสียแล้ว.. เกรงว่าหัวหน้ามือปราบเกาเดินทางมาด้วยเหตุใดคุณชายสวีน่าจะรู้อยู่แก่ใจ”
สวีหยางยังคงแสดงใบหน้าใสซื่อ “ข้าไม่เห็นรู้เลย.. ว่าแต่ข้าสงสัยมากกว่าว่าเหตุใดหัวหน้ามือปราบเกาจึงแสดงท่าทางเกรงกลัวต่อท่านเพียงนั้น”
เถ้าแก่เนี้ยมู่ยิ้มแล้วเอ่ยอย่างทีเล่นทีจริง “คุณชายสวีลองคาดเดาดูสิเ้าคะ?”
สวีหยางเก็บสีหน้าของตนเอง พลางแสดงท่าทางครุ่นคิดก่อนจะให้คำตอบออกไป “อืม.. หรือว่าเถ้าแก่เนี้ยมู่จะเป็ผู้บำเพ็ญกัน”