ตอนที่ 13 ภาพลักษณ์พังทลาย (1)
เธอคลุ้มคลั่งกระโจนไปข้างเวที กระชากคอเสื้อคนที่ฉายคลิป
ท่าทางป่าเถื่อนนี้ จะยังดูสง่าผ่าเผยได้อย่างไร เสียงกรีดร้องสติหลุดทำให้คนที่อยู่ห่างไปไม่ไกลได้ยินกันถ้วนหน้า ความประทับใจที่มีต่อเธอลดลงทันที
ชายหนุ่มที่คุมหน้าจอใหญ่ใ ตาลีตาเหลือกรีบปิดคลิป เสียงโดยรอบในงานถึงได้เงียบตาม
แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คนไม่ได้หยุดลง คำหนึ่งก็เด็กเร่ร่อนที่รับมาเลี้ยง คำหนึ่งก็หยาบกระด้างต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง ถ้อยคำพวกนี้แทบจะทำให้เผยหลานชูเป็บ้า
สิบปี เธออยู่ที่บ้านหลังนี้มาเป็สิบปี สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดคือการที่คนอื่นบอกว่าเธอสู้เผยเย่ว์ชิงไม่ได้ สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดคือตัวตนที่ถูกรับมาเลี้ยง สิ่งที่ให้ความสำคัญที่สุดคือภาพลักษณ์สมบูรณ์แบบที่ตัวเองลำบากปั้นแต่งขึ้นมา!
เธอไม่หยุดที่จะเรียนรู้สิ่งต่างๆ เพียงเพื่อให้ตัวเองเด่นกว่าเผยเย่ว์ชิง ทำให้คนเหล่านี้ไม่กล้าพูดอะไรทำนองนี้กับเธอ แต่มาวันนี้ วันนี้ทุกอย่างจบแล้ว! ทุกคนได้เห็นด้านที่เธอทำร้ายคนอย่างโเี้แล้ว...
ภาพลักษณ์ของเธอป่นปี้หมดแล้ว!
เผยหลานชูสิ้นหวังอยู่บ้าง น้ำตาไหลริน ยกมือปิดหูอย่างยากจะรับได้ แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์เ่าั้ยังคงลอดเข้าหูเธอ เอามือปิดอย่างไรก็ยังได้ยิน เป็มีดกรีดทึ้งอยู่ในใจเธอเล่มแล้วเล่มเล่า
“แม่คะ หนูไม่ได้...หนูไม่ได้เป็คนแบบนั้น...คลิปนั่นเป็ของปลอม ของปลอม! พ่อคะ พ่อช่วยหนู พ่อช่วยหนูด้วยนะ ขอร้องละ พ่อช่วยหนูด้วย ให้พวกเขาหยุดพูดสักที! ให้พวกเขาหยุดพูดได้แล้ว! ...” เผยหลานชูบีบแขนซูอวิ๋นแน่น ร้องขอให้ทั้งสองช่วยด้วยน้ำตาที่นองหน้า
เวลานี้เธอไม่สนใจที่จะอธิบายอะไรทั้งนั้น เธอ้าแค่ให้คนกลุ่มนี้หยุดพูด เธอไม่อยากฟัง นิดเดียวก็ไม่อยากฟัง เธอไม่สามารถรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันนี้ได้ ทำไม...ทำไมถึงเป็แบบนี้?! คืนนี้คนที่ต้องเป็ที่รังเกียจควรจะเป็เผยเย่ว์ชิงสิถึงจะถูก ทำไมถึงกลายเป็เธอไปได้?...
“นี่เผยหลานชูเสียสติไปแล้วหรือไง บีบแขนคุณนายเผยจนแดงไปหมดแล้ว”
“ภาพลักษณ์พังทลายแล้วน่ะสิ ตอนนี้คงรับไม่ได้ คิดไม่ถึงว่าจะใจร้ายบีบแขนแม่บุญธรรมของตัวเองแบบนี้ ฉันว่านะ คนที่อยู่ในคลิปคงจะเป็ตัวตนที่แท้จริงของเธอนั่นแหละ ส่วนปกติที่ทำเป็อ่อนโยนก็เสแสร้งทั้งนั้น”
“เ้าเล่ห์เกินไปแล้ว ถ้าไม่เห็นคลิปนี้ พวกเราคงไม่รู้ว่าเธอจะเป็คนแบบนี้ คุณหนูใหญ่เผยน่าสงสารจริงๆ ที่นับคนแบบนี้เป็พี่น้อง...”
เสียงวิพากษ์วิจารณ์ยังคงลอยมาไม่ขาดสาย สีหน้าเผยเจียงหลินเขียวคล้ำ เสียงอ้อนวอนของเผยหลานชูดังชัดอยู่ข้างหู ทำเอาเขารู้สึกรำคาญอย่างบอกไม่ถูก ยิ่งพอนึกถึงคำพูดคำจาที่เอาแต่จะจัดการเผยเย่ว์ชิง ไฟโทสะในใจก็ลุกโชน
“พ่อคะ พ่อต้องช่วยหนูนะ หนูเป็คนยังไงพ่อก็รู้นี่คะ เร็วสิคะ ให้พวกเขาหยุดพูดสักที ให้พวกเขาเก็บเป็ความลับ พรุ่งนี้หนูไม่อยากเป็ข่าวไปทั่วว่าเป็คนหน้าไหว้หลังหลอก...”
“หุบปาก! ยังขายหน้าไม่พออีกหรือไง?!” เผยเจียงหลินตวาด สะบัดมือเธอออกแล้วดึงซูอวิ๋นไปอยู่ข้างหลังตัวเอง ถลึงตาใส่เผยหลานชูด้วยท่าทางเอาเื่
เผยหลานชูใแทบสะดุ้ง เธอสะอึกไป ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรดี เวลานี้อวี๋ิฉือยังอยู่ที่ห้องนอนแขก น่าจะกำลังแสดงละครประโลมโลกอยู่กับเผยเย่ว์ชิง เธอหัวเดียวกระเทียมลีบไร้กำลังเสริม ไม่มีใครช่วยพูดให้เธอเลย...
“เจียงหลิน ส่งแขกก่อนเถอะ สาวไส้ให้กากินมันไม่ดี...” ซูอวิ๋นสับสนในใจเหมือนกัน แต่เธอยังมีสติ รีบกระตุกเสื้อของเผยเจียงหลินแล้วกระซิบเตือนข้างหูเขาเบาๆ
ทำร้ายจนสลบ ข้อมูลลับ รูปภาพ...คิดไม่ถึงว่าเื่น่ากลัวเหล่านี้จะอยู่รอบตัวเผยเย่ว์ชิง! ไหนจะชายอ้วนพุงพลุ้ยคนนั้น มองดูก็รู้แล้วว่าไม่ใช่คนดี ซูอวิ๋นยิ่งคิดก็ยิ่งหวาดหวั่น เธอขมวดคิ้วยุ่ง
“ทุกท่านครับ เนื่องจากมีเหตุขัดข้อง งานเลี้ยงในค่ำคืนนี้ขอจบลงเพียงเท่านี้ ผมต้องขอโทษที่ทำให้ทุกท่านหมดสนุก หวังว่าทุกคนจะเห็นแก่หน้าผมไม่พูดถึงเื่ราวในวันนี้อีก ขอบคุณมากครับ” เผยเจียงหลินเอ่ยเสียงขรึมผ่านไมโครโฟน จัดแจงให้พ่อบ้านและคนรับใช้ส่งแขก
ผู้คนเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงได้แต่อารมณ์ค้าง แต่เผยเจียงหลินพูดขึ้นอย่างนี้แล้ว ต่อให้ไม่พอใจอย่างไรก็ต้องกลับไปก่อน เวินเสาอี๋ที่ถูกทิ้งไว้ในงานบันทึกภาพทั้งหมดส่งให้ฟู่เหิงอี้ ก่อนจะเดินตามคนอื่นๆ ออกไป
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/239f3a2be3124680b5f0a1f4bb3f35d5